<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 22:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 00:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ที่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดในระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าด้วยเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการบริการให้แก่ลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ในย่านลาดกระบังและกิ่งแก้ว รวมทั้งพื้นที่ในเขตใกล้เคียง พร้อมมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์คุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้จำหน่ายที่เติบโตเร็วที่สุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดยปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 4 สาขา ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ได้แก่ สาขาปากเกร็ด สาขารัชดา สาขาปทุมธานี และล่าสุดสาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าตลอดระยะเวลาของการเป็นเจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยมและครบครันด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย โดยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้ ยังมีบทบาทที่สำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมพร้อมสร้างความแตกต่างให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการของเราต่อไป เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีมีคุณภาพแล้ว โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ยังได้คำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนเข้าศูนย์บริการ พนักงานที่ใกล้ชิดลูกค้าจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หมั่นเช็ดทำความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ตลอดจนการทำความสะอาดภายในห้องโดยสารก่อนส่งมอบหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะมีความปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีเมื่อมาใช้บริการที่โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 3 ไร่ โดยเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ดำเนินงานโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญ พร้อมมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยภายในโชว์รูมแห่งใหม่นี้สามารถจัดแสดงรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นต่างๆ ได้มากถึง 5 คัน มีพื้นที่สำหรับให้บริการซ่อมบำรุงพร้อมอุปกรณ์ที่ครบครันมากถึง 10 ช่องซ่อม และยังสามารถให้บริการซ่อมสีและตัวถังแก่ลูกค้าได้อีกด้วย โชว์รูมแห่งใหม่นี้ยังมีพนักงานที่พร้อมให้บริการลูกค้าในด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 45 ท่าน ที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานและพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นยกระดับการให้บริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า พร้อมความสะดวกสบายในการให้บริการแบบ &amp;lsquo;วันสต็อปเซอร์วิส&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทาง บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ยังได้ร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญ &amp;ldquo;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน&amp;rdquo; มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ยังเป็นหนึ่งในโชว์รูมและศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่พร้อมจำหน่าย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และให้บริการแก่ลูกค้า รวมทั้งยังติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเครื่องชาร์จกระแสไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถือเป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลก ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกเท่านั้น แต่ยังสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าอีกด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ตอกย้ำการเป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดอีกครั้งด้วยยอดจำหน่ายสูงที่สุดในยุโรป พร้อมยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกกว่า 290,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนสิงหาคมปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 888 หมู่ 14 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทร. 0-2738-5448
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118890</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิตซูบิชิ .</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c7562190b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 00:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ ร่วมคืนความสมบูรณ์สู่ระบบนิเวศ จับมือเครือข่าย กรมป่าไม้ และ อบก. ร่วมปลูกป่า 20 ไร่ ฟื้นฟูป่าชุมชนบ้านอ่างกระพงศ์  จ. ชลบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดกิจกรรมปลูกป่า จำนวน 20 ไร่ ณ ป่าชุมชนบ้านอ่างกระพงศ์ อำเภอ บ่อทอง จังหวัด ชลบุรี นำโดย โมะริคาซุ ชกกิ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการบริษัทฯ และ ประธาน มูลนิธิฯ โดยได้รับเกียรติจาก &amp;nbsp;เกียรติชาย ไมตรีวงษ์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ กรจิระเจริญ นายอำเภอบ่อทอง และนายอูฐ เชาวน์ทวี &amp;nbsp;ผู้แทน &amp;nbsp;กรมป่าไม้ ได้เข้าร่วมปลูกป่าในครั้งนี้ด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ &amp;ldquo;ปลูกป่า 60 ไร่&amp;rdquo; เพื่อแสดงเจตจำนงของการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนตลอดระยะเวลา 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมะริคาซุ ชกกิ ประธานคณะกรรมการบริษัท บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และประธาน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอดระยะเวลา 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเป็นการสานต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ บนพื้นฐานของการคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศเพื่อความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้มีการจัดตั้ง &amp;ldquo;มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย&amp;rdquo; ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย และ 3) การศึกษาและจริยธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพันธสัญญาและความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการดำเนินงานด้านกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว ภายใต้ปณิธาน &amp;ldquo;สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมปลูกป่า ถือเป็นพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศเพื่อความยั่งยืน โดยโครงการ &amp;ldquo;ปลูกป่า 60 ไร่&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กรมป่าไม้ และ องค์การบริหารจัดการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สำหรับกิจกรรมปลูกป่าในวันนี้ เป็นส่วนแรกของโครงการปลูกป่า &amp;nbsp;60 ไร่ &amp;nbsp;โดยจะมีการปลูกต้นไม้นานาชนิด อาทิ มะค่า พะยูง ตะเคียน ยางชาด สำรอง มะฮอกกานี เป็นต้น รวมจำนวนทั้งสิ้น 20 ไร่ ณ ป่าชุมชนบ้านอ่างกระพงศ์ อำเภอ บ่อทอง จังหวัด โดยเราหวังว่ากิจกรรมนี้จะมีส่วนช่วยสร้างจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ทุกคนในสังคมให้หันมาร่วมกันดูแลผืนป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ช่วยลดโลกร้อนอีกทางหนึ่ง โดยบริษัทฯ มีแผนจัดกิจกรรมปลูกป่าอีก 40 ไร่ ที่จังหวัด สระแก้วอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อูฐ เชาวน์ทวี ผู้แทนกรมป่าไม้ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศมีจำนวน 102,484,072.71 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.68 ของประเทศ จากนโยบายป่าไม้แห่งชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ 40% ของพื้นที่ประเทศไทย การ &amp;nbsp;จะรักษาผืนป่าไทยให้ได้ครบตามเป้าหมายจึงมุ่งเป้าไปที่ป่าเศรษฐกิจและป่าชุมชน โดยสนับสนุนให้คนหันมาสนใจปลูกป่าเศรษฐกิจมากขึ้นในพื้นที่ของตน หรือพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต ดังนั้น กรมป่าไม้ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลัก &amp;nbsp;ในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของชาติ จึงต้องการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่า จะก่อให้เกิดความรักและหวงแหนป่าไม้ กิจกรรมปลูกป่านี้ กรมป่าไม้จะนำความรู้ที่มีมาให้คำแนะนำ ตั้งแต่การเริ่มปลูกต้นไม้ไปจนถึงการดูแลรักษาต้นไม้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่มาปลูก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไม้มีค่า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มะค่า พะยูง ตะเคียน&amp;nbsp;ยางนา ประดู่ กระถินเทพา&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อโตขึ้นชุมชนสามารถนำไม้มาใช้ประโยชน์ทั้งจากเนื้อไม้หรือนำเศษไม้มาประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ที่ชุมชนปลูกแล้วสามารถนำมาบริโภค ได้แก่&amp;nbsp;ไผ่ตง สะเดา ขี้เหล็ก สะตอ ซึ่งนอกจากนำมาบริโภคภายในครัวเรือนแล้ว ชุมชนยังสามารถเก็บผลผลิตมาจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และกรมป่าไม้ ได้ร่วมกันดำเนินโครงการภาคีสนับสนุน ป่าชุมชนลดโลกร้อน เพื่อเชื่อมโยงภาคเอกชนให้เข้ามาสนับสนุนกิจกรรมปลูกป่า ผ่านกลไกสนับสนุนกิจกรรม &amp;nbsp; ลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme) หรือ เรียกว่าโครงการ LESS ซึ่งเป็นกลไกที่มุ่งสร้างความตระหนักในการลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจก และยกย่องผู้ทำความดีด้านการลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจก วันนี้การที่เราได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนอย่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมปลูกป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการทำดีของภาคเอกชนในการช่วยลดโลกร้อนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเราทุกคน และที่สำคัญยังเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจกซึ่งช่วยลดและบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เราทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการป่าชุมชนบ้านอ่างกระพงศ์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 3&amp;nbsp;ตำบล เกษตรสุวรรณ อำเภอ บ่อทอง จังหวัด ชลบุรี&amp;nbsp;บนเนื้อที่ 323 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา โดยเริ่มจัดตั้งเป็นป่าชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2549 ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แต่เดิมพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมสภาพ กรมป่าไม้จึงได้ทำการฟื้นฟูโดยผ่านคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านอ่างกระพงศ์ให้เป็นผู้ดูแลฟื้นฟูป่า โดยเริ่มฟื้นฟูในปี พ.ศ. 2563 ร่วมกับเครือข่ายป่าชุมชน 5 จังหวัดภาคตะวันออก และภาคเอกชน ป่าชุมชนนี้เป็นแหล่งต้นน้ำที่ไหลไปสู่อ่างเก็บน้ำรัชโยธร อำเภอ เกาะจันทร์ ชาวบ้านรอบป่าใช้ประโยชน์จากการเก็บเห็ด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดไม้ ผลไม้ในพื้นที่เพื่อกินเป็นอาหาร ในป่าชุมชนนี้มีสัตว์ป่า อาทิ หมูป่า ลิง กระรอก นก ชะมด อีเห็น อาศัยอยู่ ดังนั้นการฟื้นฟูป่า สร้างพืชอาหาร สร้างแหล่งน้ำจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนและ &amp;nbsp; สัตว์ป่า อีกทั้งยังจำเป็นต่อชุมชนเมือง ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำรัชโยธรที่ได้จากป่าชุมชนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาพนักงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรมปลูกป่าชายเลนร่วมกับชุมชน ณ ชุมชนบ้านแหลมฉบัง จังหวัด ชลบุรี เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ด้วยการช่วยกันเพาะชำต้นไม้ก่อนนำไปปลูกป่าชายเลน รวมถึงการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อมในชุมชนอีกด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116980</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิตซูบิชิ .</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61437f7c599ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 23:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เรียนดี มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมด้านการศึกษาในสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย นำโดย โมะริคาซุ ชกกิ &amp;nbsp;ประธานมูลนิธิฯ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในโครงการ &amp;ldquo;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน&amp;rdquo; โดยมี นพพร สุวรรณรุจิ อนุกรรมการบริหารจัดการเงินหรือทรัพย์สิน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดร. นิอร ศรีสุนทร &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1 , สายใจ พุ่มถาวร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 คณาจารย์ และผู้บริหารจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในพิธี เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมะริคาซุ ชกกิ ประธาน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างคนไทย จึงได้ก่อตั้ง &amp;ldquo;มูลนิธิ&amp;nbsp; &amp;nbsp; มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย&amp;rdquo; ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างยั่งยืนใน &amp;nbsp; 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย 3) การศึกษาและจริยธรรม ภายใต้ปณิธาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม &amp;ldquo;สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย&amp;rdquo; โดยในปีนี้มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ไปแล้ว อาทิ การมอบสิ่งของให้กับโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โครงการปลูกป่า 60 ไร่ ในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดสระแก้ว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ได้ก่อตั้งโครงการ &amp;ldquo;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน&amp;rdquo; เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีผลการเรียนดีเด่น ให้สามารถพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาของตนได้ โดยในปีนี้โครงการได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนรวมทั้งสิ้น 100 คน โดยแบ่งเป็นนักเรียนในจังหวัดชลบุรี 70 คน และจังหวัดปทุมธานี 30 คน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตั้งของศูนย์การผลิตที่แหลมฉบังและสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งผมขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่ได้รับทุนการศึกษาในปีนี้ ขอให้เด็ก ๆ ทุกคนขยันตั้งใจเรียน และมุ่งมั่นพยายามทำตามความฝันของตนเองให้สำเร็จ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115735</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิตซูบิชิ .</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134ef883c600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ แนะนำวิธีการเดินทางที่คุ้มค่าและปลอดภัยด้วย มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขอแนะนำ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท ยกระดับความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวพร้อมรองรับการใช้งานที่ครบครัน ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิ มิราจ รุ่นสมาร์ท พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ดีไซน์ภายนอกดึงดูดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์แบบ &amp;lsquo;Advanced Dynamic Shield&amp;rsquo; ที่โดดเด่นอย่างมีสไตล์ด้วยลายเส้นสีแดง, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ Bi-LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED, ไฟตัดหมอกหน้า, ไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์สปอร์ต, กันชนหลังดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED, ล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 15 นิ้ว ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นสมาร์ท ยังติดตั้งสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ตช่วยเพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ดีไซน์ภายในห้องโดยสารของสมาร์ทซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นได้รับการยกระดับด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ High Contrast ตกแต่งด้วยลายคาร์บอน เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์สำหรับ มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นสมาร์ท และเบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์ผสมผ้าสำหรับ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นสมาร์ท เหนือระดับไปอีกขั้นด้วยแผงควบคุมเปิด-ปิดกระจกข้างบริเวณแผงประตูที่ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนพร้อมวัสดุบุนุ่ม พร้อมติดตั้งที่พักแขนที่คอนโซลกลางช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอระบบสัมผัส Smartphone - Link Display Audio (SDA) ขนาด 7 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และการเชื่อมต่อ บลูทูธ ครบครันและสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายเทียบเท่ากับรถซีดานระดับบน อาทิ ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ กล้องมองภาพหลังขณะถอยจอด กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ&amp;nbsp; และระบบไฟหน้าอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท ได้รับการออกแบบให้ตัวรถมีขนาดรถที่พอเหมาะสม มีความคล่องตัว และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้ความประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับลูกค้าทุกคนที่พักอาศัยอยู่ในเมือง ทั้งสำหรับนักศึกษาจบใหม่ ผู้ที่เริ่มทำงาน และผู้สูงอายุที่เกษียณจากการทำงานแล้ว พร้อมสร้างแรงบันดาลเพื่อค้นหาความสำเร็จในชีวิตด้วยวิธีการเดินทางที่คุ้มค่าและปลอดภัย โดยสมาร์ทซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นยังครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า (RMS-Forward) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท มาพร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า รวมถึงระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) ซึ่งทำงานประสานกันเพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่บนทุกเส้นทาง รถยนต์ทั้งสองรุ่นยังติดตั้งระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112813</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิตซูบิชิ .</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611205bd1f519.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 00:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ คว้า 7 รางวัล รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2564 พร้อมฉลองครบ 60 ปี ในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอีกครั้งด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2564 มากถึง 7 รางวัลและครบทุกรุ่นสำหรับรถยนต์ มิตซูบิชิ ที่จำหน่ายภายในประเทศไทย พร้อมความมุ่งมั่นที่ต้องการส่งมอบยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและคุณภาพที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าชาวไทย การคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีหลายรางวัลในในปีนี้ตรงกับช่วงเวลาแห่งความพิเศษที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฉลองครบ 60 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย โดยตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมาบริษัทฯ ยังคงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง เพื่อการสร้างสรรค์ออกแบบ การพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายรถยนต์ มิตซูบิชิ คุณภาพระดับโลก พร้อมมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีมากถึง 7 รางวัลในปีนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สำคัญในด้านคุณภาพและการดำเนินงานที่เป็นเลิศของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ได้นำเสนอยานยนต์คุณภาพมาอย่างต่อเนื่องตลอด 60 ปี โดยเราจะยังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการยกระดับคุณภาพของทั้งผลิตภัณฑ์และการบริการของเรา เพื่อมอบให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยการพิจารณาตัดสินเพื่อมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีนี้จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ด้วยเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่ร่วมกันพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในด้านต่างๆ โดยรถยนต์ทุกรุ่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลในปีนี้สามารถตอบโจทย์หลักเกณฑ์การพิจารณาได้อย่างดีเยี่ยม อาทิ&amp;nbsp; ด้านรูปลักษณ์การออกแบบ ความสะดวกสบาย ด้านความปลอดภัย ด้านสมรรถนะ ด้านเทคโนโลยี ด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านความคุ้มค่า และด้านความพึงพอใจของลูกค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับรางวัล รถปลั๊กอินไฮบริดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม ที่ได้รับการพิสูจน์ถึงการเป็นสุดยอดรถเอสยูวีที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมรองรับทุกการใช้งานและยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ตอกย้ำการเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก ส่วน มิตซูบิชิ ไทรทัน ได้รับรางวัล รถกระบะ ขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม ที่มาพร้อมกับแนวคิด แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันทรงพลังและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย&amp;nbsp; ในขณะที่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต สามารถคว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยม โดย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวี ขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม และรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวีราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม พิสูจน์แล้วถึงการเป็นรถรถอเนกประสงค์ยอดเยี่ยมที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีและระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ เพื่อมอบความเหนือระดับในทุกการเดินทางให้แก่ผู้ขับขี่&amp;nbsp; มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รถครอสโอเวอร์ยอดนิยมสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ ได้รับรางวัล รถอเนกประสงค์เอ็มพีวี เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม หลังจากได้เสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอดนับตั้งแต่เปิดตัว และรถซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ ได้รางวัล รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม และ มิตซูบิชิ มิราจ ได้รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม โดยรถซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นยังคงสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่อยู่ในเมืองอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพื่อร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญ &amp;ldquo;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน&amp;rdquo; มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิตซูบิชิ ., ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045f3c6445e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 00:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ จัดพิธีฉลองการผลิต “เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี” คันแรกในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยการจัด &amp;ldquo;พิธีฉลองการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทย&amp;rdquo; ณ สนามทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สู่การขับเคลื่อนแบบยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ คะสุยะ นะชิดะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจำราชอาณาจักรไทย เป็นประธานในพิธี โดยทั้งสองท่านได้ร่วมกิจกรรมทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรก ร่วมด้วย &amp;nbsp;โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี ธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ในโอกาสการผลิตมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทยนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พิธีฉลองความสำเร็จในวันนี้ คืออีกก้าวสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีด้านยานยนต์ที่ก้าวหน้าและการใช้พลังงานในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของรัฐในอันที่จะสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการลดการสร้างภาระให้แก่สิ่งแวดล้อม เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สะอาดขึ้นในอนาคตและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบัน เราได้เน้นย้ำเรื่องโมเดลเศรษฐกิจใหม่ หรือ BCG Model ซึ่งจะช่วยนำพาประเทศไทยไปสู่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เราให้ความสำคัญเรื่องรถยนต์ประหยัดพลังงาน (Eco Car) และการปรับเปลี่ยนสู่ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ในอีก 10 ปี ข้างหน้า เราตั้งเป้าเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าถึง 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงวางแผนโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อที่จะจูงใจให้เกิดการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของตลาดภายในประเทศ และเตรียมพร้อมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ตามแผนธุรกิจระยะกลางของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ได้ประกาศไว้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น &amp;nbsp;เราจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง พร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วยการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการผลิตรถยนต์รุ่นสำคัญนี้ นอกประเทศญี่ปุ่น เพราะ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และความสามารถในการผลิตของโรงงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง ซึ่งถือเป็นศูนย์การผลิตที่สำคัญระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น สำหรับการผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ครั้งแรกในประเทศไทยครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ให้การตอบรับต่อนโยบายของรัฐที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถูกออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม ทำให้รถยนต์พีเอชอีวีสัญชาติญี่ปุ่นที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย สามารถเข้ามาตอบโจทย์ให้แก่ผู้ขับขี่คนไทยที่มองหารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ นอกจากจะเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลกแล้ว ยังเป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกอีกด้วย ด้วยเหตุผลสำคัญก็คือ รถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถยนต์ที่ผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย &amp;ldquo;ปาเจโร&amp;rdquo; สุดยอดตำนาน แห่งรถเอสยูวี &amp;ldquo;มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน&amp;rdquo; เจ้าแห่งสนาม &amp;ldquo;เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ&amp;rdquo; (WRC) ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งสมรรถนะ รวมทั้งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลกอย่าง &amp;ldquo;ไอ-มีฟ&amp;rdquo; (i-MiEV) ดังนั้น รถยนต์รุ่นนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่รถยนต์แห่งพลังงานทางเลือกเท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์ที่จะสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ ที่สะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือชั้นอีกด้วย ประเทศไทย เป็นศูนย์การผลิตหลักและฐานการส่งออกที่สำคัญ เราก็ยังคงเดินหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปี 2561 เราได้ฉลองความสำเร็จกับการผลิตรถยนต์ครบ 5 ล้านคัน ในปี 2562 เราฉลองการส่งออกรถยนต์ถึง 4 ล้านคัน และขึ้นแท่นผู้ส่งออกรถยนต์เป็นอันดับ 1 และเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มต้นโครงการเพื่อสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่และปรับปรุงโรงงานใหม่ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 7 พันล้านบาท และวันนี้ เราได้ฉลองความสำเร็จอีกก้าวกับการผลิตรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรก ซึ่งผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย และทุกๆ ท่าน ได้ให้การสนับสนุน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนทำให้เราสามารถที่จะประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ ปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อการผลิตรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง โดยพร้อมจะส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวให้แก่ลูกค้าประมาณกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิตซูบิชิ ., มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, ยานยนต์ไทยโพสต์, เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff28d228c345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
