<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต โฉมใหม่ เพิ่มออฟชั่นจัดเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมทดลองขับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ บนเส้นทางกรุงเทพฯ &amp;ndash; หัวหิน ผ่านอำเภอ แก่งกระจาน พร้อมทั้งทดลองขับบนเส้นทางออฟโรด และให้สัมผัสถึงสมรรถนะการขับขี่ พร้อมความหรูหรา สะดวกสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต เป็นรถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียมที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนา มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ได้นำคุณสมบัติที่โดดเด่นมาพัฒนาและยกระดับให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสะท้อนความสำเร็จของผู้ขับขี่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ที่เหนือกว่าภายใต้แนวคิด &amp;lsquo;ความสำเร็จที่เป็นคุณ&amp;rsquo;&amp;rdquo; ด้วยดีไซน์อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยี ผสานความโดดเด่น ความหรูหราและความอัจฉริยะ&amp;nbsp; ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถอเนกประสงค์ที่มีอุปกรณ์ครบครันมากที่สุดในระดับเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมทดลองขับเริ่มที่ร้านอาหารใจกลางกรุงเทพฯ โดยมีการบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์ และปล่อยขบวนรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ที่่มีรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยการออกแบบด้านหน้าแบบ Advanced &amp;lsquo;Dynamic Shield&amp;rsquo; เอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทรงพลังและสง่างาม ชุดไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ และชุดไฟคอมบิเนชั่นที่ติดตั้งอยู่ด้านนอกของกันชนหน้า เพิ่มประโยชน์ใช้สอยและเน้นย้ำรูปลักษณ์ที่บึกบึนและทรงพลัง ถ่ายทอดเส้นสายที่แข็งแกร่งด้วยการยกขอบฝากระโปรงให้สูงกว่าเดิม ช่วยป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมและสิ่งกีดขวางอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านหลังของปาเจโร สปอร์ตใหม่่ บ่งบอกถึงเสถียรภาพและความแข็งแกร่ง ด้วยกันชนขนาดใหญ่และแผงกันกระแทกด้านล่าง บันไดข้างติดตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อเพิ่มสมรรถนะ และโดดเด่นมากขึ้นด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกแบบห้องโดยสารให้ความหรูหรา พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เริ่มจากเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งานด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วใหม่ที่ง่ายต่อการอ่านมีการแสดงผลมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบเครื่องยนต์และข้อมูลอื่นๆ ของตัวรถ พร้อมกับแสดงสถานะของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอได้ 3 แบบ รองรับเมนูภาษาไทย สามารถเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA (Smartphone-link Display Audio) ขนาด 8 นิ้ว จึงไม่ต้องละสายตาจากจอแสดงข้อมูลขับขี่ อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน&amp;nbsp; และแอปเปิลคาร์เพลย์ ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และการสั่งงานด้วยเสียง&amp;nbsp; นอกจากนี้ผู้โดยสารตอนหลังสามารถเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงตลอดการเดินทางด้วยจอภาพพร้อมรีโมทคอนโทรล ขนาด 12.1 นิ้ว ติดตั้งบนเพดานรถ รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องโดยสารปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยและความสะดวกสบาย พื้นที่บริเวณหัวเข่าและข้อศอกกว้างขวางขึ้น พร้อมติดตั้งวัสดุบุนุ่มบริเวณมือจับประตูและคอนโซลกลางเพื่อยกระดับความสะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้น ห้องโดยสารมีการติดตั้งช่องเก็บของเพิ่มที่บริเวณหน้าคันเกียร์&amp;nbsp; และช่องวางของที่ด้านล่างของคอนโซลกลาง พร้อมติดตั้งเพิ่มช่องจ่ายไฟและพอร์ท USB สำหรับชาร์จไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งจุดเด่น คือ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมการสั่งงานด้วยระบบแฮนด์ฟรี ทำงานร่วมกับระบบมิตซูบิชิ รีโมท คอนโทรล ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานเปิด-ปิดประตูท้ายผ่านสมาร์ทโฟน โดยสามารถตั้งค่าให้เปิดหรือปิดอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้ามาใกล้หรือเดินออกห่างจากตัวรถ นอกจากการสั่งงานเปิด-ปิดประตูท้าย ระบบ มิตซูบิชิ รีโมท คอนโทรล สามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะตัวรถ ข้อมูลการใช้งาน การแจ้งเตือนระบบ และการสั่งงานอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์แวเรเบิล สามารถส่งคำสั่งได้จากทุกที่ในระยะของการเชื่อมต่อรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยทำงานควบคู่กับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS หรือเมื่ออยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางช่วงแรกโดยมีระยะทาง 180 กม. มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานผ่านการจราจรที่หนาแน่นในเมือง ซึ่งสื่อมวลชนได้ทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ทั้ง ระบบเบรกมืออัตโนมัติ Auto Parking Brake (APB)&amp;nbsp; และระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อจอดอยู่กับที่ Brake Auto Hold (BAH)&amp;nbsp; จากนั้นออกสู่่ถนนสายหลักและถนนสายรองที่คดเคี้ยว ซึ่งได้ทดสอบสมรรถนะแบบออนโรด ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร MIVEC VG Turbo Clean Diesel 181 แรงม้าและแรงบิด 430 นิวตันเมตร อัตราเร่งตอบสนองอย่างดีเยี่ยมและต่อเนื่อง ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่วนของช่วงล่างให้ความนุ่มสบาย แต่่่ยังคงความหนึบ ส่วนภายในห้องโดยสารรับรู้ถึงความเงียบมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อขับขี่บนถนนยังได้ทดลองระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบส่งสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA) ซึ่งใช้เรดาร์ที่ติดตั้งบริเวณกันชนหลังในการตรวจจับรถคันหลังที่วิ่งอยู่ในช่องจราจรถัดไป ก่อนแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณไฟกระพริบบนกระจกมองข้างและแจ้งเตือนผ่านสัญญาณเสียงถ้าผู้ขับขี่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนช่องจราจรและตรวจพบว่ามีรถคันหลังอยู่ในจุดอับสายตากำลังวิ่งใกล้เข้ามาในช่องจราจรนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เส้นทางเปลี่่ยนเป็นทางออฟโรดธรรมชาติระยะทาง 9 กม. เพื่อทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ที่มาพร้อม 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD High-Range) โหมด 4H (4WD High-Range) ขับเคลื่อน&amp;nbsp; 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-Range with Locked Transfer) และ โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโหมดออฟโรด&amp;nbsp; 4 รูปแบบ ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock รวมทั้งระบบล็อกเฟืองท้าย ในการทดสอบแบบออฟโรดยสื่อมวลชนยังได้ใช้ฟังก์ชั่น กล้องมองภาพรอบคัน ซึ่งจับภาพแบบ 360 องศารอบตัวรถและแสดงภาพสิ่งกีดขวางจากมุมสูงพร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด ช่วยเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถคันอื่นอยู่ด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด หลังจากหยุดพักที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ออกเดินทางต่อสู่จุดหมายที่อำเภอหัวหินบนระยะทางอีก 100 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันและแบบปกป้องมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถอเนกประสงค์ในระดับเดียวกัน มีทั้งระบบความปลอดภัยประกอบด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) และระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอัจฉริยะ เทคโนโลยีความปลอดภัยแบบปกป้องได้แก่ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE&amp;nbsp; ที่ใช้เหล็กแรงดึงสูงเพื่อช่วยลดการยุบตัวของห้องโดยสารจากการชนทุกทิศทางเพื่อความปลอดภัยสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของรถ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ สามารถใช้งานรถได้ด้วยความมั่นใจและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิมด้วยแอพพลิเคชั่น M-Connect รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลของตัวรถไปยังสมาร์ทโฟน โดยมี 4 เมนูหลัก ได้แก่ 1) Roadside Assistance บริการช่วยเหลือบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อสั่งการผ่าน สมาร์ทโฟน และหน้าจอระบบสัมผัส SDA&amp;nbsp; 2) Vehicle Information การรายงานข้อมูลทั้งสภาพรถ ประวัติการเข้ารับบริการ และ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แสดงข้อมูลตัวขณะขับขี่&amp;nbsp; 3) Vehicle Health Report การแจ้งเตือนสถานะของตัวรถเพื่อการตรวจสอบและซ่อมบำรุง อาทิ ระบบกุญแจอัจฉริยะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเบรกเป็นต้น 4) Emergency Call การประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบนี้ทำงานทันทีเมื่อถุงลมนิรภัยทำงานหรือสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนและหน้าจอระบบสัมผัส SDA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มี 2 สี คือ สีขาว White Diamond และ สีเทา Graphite Gray และอีก 3 สีภายนอกยอดนิยม ได้แก่ สีดำ Jet Black Mica สีเงิน Sterling Silver และ สีน้ำตาล Deep Bronze ด้านราคาจำหน่ายมีดังนี้ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น 2WD GT มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,299,000 บาท มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น 2WD GT-PREMIUM มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,469,000 บาท มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น 4WD GT-PREMIUM มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,599,000 บาท ผู้สนใจไปทดลองขับได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46950</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, ข่าวรถ, มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต โฉมใหม่ เพิ่มออฟชั่นจัดเต็ม, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d91b1c3da8d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ความลงตัวของสมรรถนะและความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;คำว่า &amp;ldquo;สมรรถนะ&amp;rdquo; หลายคนมักนึกถึงภาพของรถแข่งและนักขับมือฉมังที่มีความมุ่งมั่นคว้าชัยชนะ ผู้ที่ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างใกล้ชิดย่อมจดจำชื่อนักแข่งชั้นนำอย่าง ฮิโรชิ มาซูโอกะ เคนจิโร่ ชิโนซูกะ ทอมมี มาคิเนน ริชาร์ด เบิร์นส์ (ผู้ล่วงลับ) พรสวรรค์ ศิริวัฒนกุล และ ตุลย์ สุวรรณรัตน์ สองนักขับชาวไทยอดีตเจ้าทะเลทรายรุ่น T2 รวมถึงนักแข่งชื่อดังอีกหลายคน นักแข่งเหล่านี้ต่างเคยขับรถมิตซูบิชิ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บุกตะลุยฟันฝ่าอุปสรรคบนเส้นทางทะเลทรายที่แห้งแล้งและป่าเขาที่ยากลำบากที่สุดเพื่อชัยชนะอันยิ่งใหญ่ แล้วการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมีความเกี่ยวข้องกับรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อยุคใหม่อย่าง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อย่างไร คำตอบ คือ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างแนบแน่นโดยเฉพาะในด้านสมรรถนะและความปลอดภัย สมรรถนะที่มาพร้อมความปลอดภัยและความทนทาน คือ กุญแจสำคัญสู่ชัยชนะในการแข่งขัน แบบแรลลี่ ถือเป็นบททดสอบสำคัญในด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความแข็งแกร่ง และความทนทาน นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนา ควบคู่กับการทดสอบเทคโนโลยีต่างๆ ในรถแข่งเหล่านี้ถูกต่อยอดด้านวิศวกรรมยานยนต์เพื่อถ่ายทอดสู่ยนตรกรรมที่ออกจำหน่ายในท้องตลาดอย่าง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบการยึดเกาะ และสมรรถนะบนทางออฟโรดมาอย่างยาวนาน ต้นกำเนิดแห่งสมรรถนะและความปลอดภัยใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต พัฒนาจากความเชี่ยวชาญอันยาวนานกว่า 80 ปี จากจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2477 เมื่อรถต้นแบบอย่าง มิตซูบิชิ พีเอ็กซ์ 33 (Mitsubishi PX33) รถยนต์นั่งที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนงานของกองทัพ ที่เน้นด้านความแข็งแกร่ง ความอเนกประสงค์และต้องสามารถขับเคลื่อนไปได้บนทุกสภาพถนน จึงกล่าวได้ว่า พีเอ็กซ์ 33 เป็นรถซีดานรุ่นแรกของญี่ปุ่นที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ ทั้งนี้ รถต้นแบบรุ่นดังกล่าวยังมีรุ่นย่อยที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไดเรคอินเจคชั่นเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นภายใต้รหัส 445 เอดี (445AD) อย่างไรก็ตาม โครงการพีเอ็กซ์ 33 ยุติลงในอีก 3 ปีต่อมา เทคโนโลยีจากโครงการดังกล่าวถูกเก็บบันทึกไว้อีกหลายทศวรรษ ก่อนที่บริษัทจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นแรกถูกต่อยอดและนำเสนออีกครั้งที่งาน โตเกียว มอเตอร์โชว์ ในปี พ.ศ. 2516 ด้วยรถเปิดหลังคาที่ถือเป็นต้นกำเนิดแห่งยนตรกรรมอันเป็นตำนานอย่าง มิตซูบิชิ ปาเจโร หลังจากนั้น รถต้นแบบรุ่นที่สองได้รับการจัดแสดงอีกครั้งในปี พ.ศ. 2521 และเริ่มต้นการผลิตเพื่อจำหน่ายจริงในปี พ.ศ. 2525&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มิตซูบิชิ ปาเจโร พิสูจน์แล้วถึงความสำเร็จทั้งในด้านยอดจำหน่ายและในสนามแข่ง ด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของ มิตซูบิชิ ปาเจโร ถูกนำไปทดสอบในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับมืออาชีพ โดยการร่วมแข่งขันแรลลี่ข้ามประเทศที่หฤโหดที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกนั้น มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่ผ่านการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยจบการแข่งขันระยะทาง 10,000 กิโลเมตรในอันดับที่ 11 ประเภทโอเวอร์ออล จากรถที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดกว่า 100 คัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อการแข่งขันอย่างเต็มตัวโดยได้ปรับแต่ง มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้มีศักยภาพสูงขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และสมรรถนะการขับขี่ในภาพรวม ก่อนจะคว้าชัยชนะอย่างรวดเร็วในประเภทโอเวอร์ออลในการลงแข่งขันครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2528 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ลงแข่งขันในรายการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 25 ปี โดยกวาดชัยชนะทั้งหมด 12 ครั้งจากทั้งหมด 26 ครั้งที่เข้าร่วมการแข่งขัน (คว้าชัยชนะ 7 ครั้งติดต่อกันในปี พ.ศ. 2544 &amp;ndash; 2550) และด้วยสถิติอันน่าทึ่งนี้ทำให้ มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับฉายาว่าเป็น &amp;ldquo;ราชาแห่งทะเลทราย&amp;rdquo; อีกทั้งยังได้รับการบันทึกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่าเป็น &amp;ldquo;บริษัทผู้ผลิตที่คว้าชัยชนะการแข่งขันดาการ์แรลลี่มากที่สุด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;หนึ่งในคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ทำให้ มิตซูบิชิ ปาเจโร ทรงพลังและเปี่ยมด้วยสมรรถนะ คือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งนี้ข้อมูลทางเทคนิคและองค์ความรู้ที่ได้จากสนามแข่งได้รับการถ่ายทอดสู่การผลิตรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในเวลาต่อมา เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ อย่างไรก็ตาม ความสะดวกสบายและความหรูหราก็มีความสำคัญเช่นกัน บางคนอาจคาดไม่ถึงว่า มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบเดียวกับรถที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งแตกต่างและมีลักษณะการใช้งานที่ไม่เหมาะกับการในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอิเลกทรอนิกในการปรับจูนระบบสมรรถนะเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังปรับตั้งโปรแกรมระบบขับเคลื่อนเพื่อให้เหมาะสมกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ทั้งเส้นทางในเมือง ถนนทางไกล หรือ เส้นทางลูกรังในชนบท ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งเป็นการผสมผสานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์และพาร์ทไทม์เข้าไว้ด้วยกัน ใช้ตัวควบคุมไฟฟ้าที่ช่วยปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่แทนที่การควบคุมด้วยมือ มีโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ดังนี้ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD High-Range) &amp;ndash; ระบบขับเคลื่อนล้อหลังช่วยลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนกลไกที่ไม่จำเป็นบนถนนลาดยางเพื่อให้มีความประหยัดน้ำมันสูงสุด , โหมด 4H ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD High-Range) &amp;ndash; ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสำหรับใช้งานบนพื้นถนนที่เปียกลื่น พละกำลังจะกระจายสู่ล้อหน้า-หลังแบบ 40-60 โดยบนถนนทั่วไป พละกำลังจะกระจายแบ่งเป็น 50-50 ระบบ Torque-Sensitive Type เพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะและความปลอดภัยด้วยการทำงานในแบบ 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (Full Time All Wheel Control) , โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-Range with Locked Transfer) ระบบเฟืองท้ายกลาง (Center Differential Locked) มอบการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นบนพื้นถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะและลื่นไถลมาก รวมถึงบนพื้นทรายและพื้นผิวถนนที่ขรุขระแบบอื่นๆ โดยมีการกระจายกำลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้ง 4 เท่ากัน , โหมด4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) ใช้เกียร์อัตราทดความเร็วต่ำและล็อกเฟืองท้ายกลางเมื่อต้องใช้แรงบิดมากขึ้นเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคบนเส้นทางที่มีก้อนหินใหญ่หรือดินโคลน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;นอกจากนี้ ระบบ Super Select 4WD-II ยังมาพร้อมโหมดออฟโรด (Off-Road) ที่ยกระดับการยึดเกาะผ่านการปรับตั้งค่าในโหมดออฟโรดหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Gravel, Mud/Snow, Sand หรือ Rock แต่ละโหมดมีการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มสมรรถนะและการยึดเกาะสูงสุด โหมดที่ถูกเลือกจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสดงผล นอกจากนี้ คุณสมบัติที่โดดเด่นของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อยังรวมถึงระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock) ที่ทำงานประสานกับตัวล็อกเฟืองท้ายกลางซึ่งเป็นระบบที่ติดตั้งอยู่ในรถเอสยูวีไม่กี่รุ่นในท้องตลาด เมื่อระบบนี้ทำงานจะล็อกเฟืองท้าย ทำให้มีการกระจายพละกำลัง 50-50 ไปสู่ล้อหลัง ถือเป็นระบบที่มีความสำคัญต่อการขับขี่บนทางออฟโรดที่มีความท้าทายสูง เพื่อสร้างความมั่นในว่าจะมีพละกำลังมากเพียงพอในทุกสถานการณ์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รหัส 4N15 ติดตั้งเทอร์โบแปรผันที่มีน้ำหนักเบากว่าเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อัตราเร่งและพละกำลังจึงพร้อมใช้งานได้ดังใจ ไม่ว่าจะเป็นการฟันฝ่าจราจรในเมืองหรือการขับขี่บนถนนทางไกล และแม้กระทั่งบนเส้นทางออฟโรด นอกจากนี้ยังเพิ่มความประหยัดน้ำมัน พร้อมกับลดเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน และแรงสะท้าน (NVH) ลงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;เครื่องยนต์ดีเซลบล็อกอลูมิเนียม VG Turbo ขนาด 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.4 ลิตร MIVEC มีพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ซึ่งมีอัตราส่วนพละกำลังต่อความจุสูงที่สุดในระดับเดียวกันอยู่ที่ 74 แรงม้าต่อลิตร และ 176 นิวตันเมตรต่อลิตร พละกำลังจากเครื่องยนต์ 4N15 ถูกถ่ายทอดลงพื้นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นหลักผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราทดเกียร์ที่มากขึ้นทำให้พละกำลังของเครื่องยนต์ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม มอบอัตราเร่งที่ไหลลื่นและการบริโภคน้ำมันที่ต่ำ นอกจากนี้ยังมีระบบ INC (Idling Neutral Control) ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานภายในตัวเครื่องยนต์อันเกิดจากแรงฉุดของทอร์กคอนเวอร์เตอร์เมื่อตัวรถหยุดนิ่งและเกียร์อยู่ในตำแหน่ง D จึงช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ยังมีระบบความปลอดภัยที่ครบครันเพื่อรองรับสมรรถนะที่เหนือชั้น เมื่อเทียบกับปาเจโรตัวแข่ง ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ถูกพัฒนาให้เป็นเหมือนผู้ช่วยผู้ขับขี่โดยไม่ส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่ในภาพรวม เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกเพื่อการป้องกัน สำหรับเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อการปกป้องประกอบด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นกว่ารถเอสยูวีทีได้รับความนิยมทั่วไป ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มอบความหรูหราและอเนกประสงค์ยิ่งขึ้น ด้วยแผงบุนุ่มด้านข้าง มาตรวัดแบบ High Contrast และระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งช่องชาร์จไฟฟ้า 220V AC ช่องเก็บสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบรกมือไฟฟ้า ช่องแอร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ตลอดจนระบบกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มีเนื้อที่บรรทุกสัมภาระที่กว้างขวางที่สุดรุ่นหนึ่งในเซ็กเมนท์เดียวกัน เพิ่มความหรูหราและสะดวกสบายใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มากยิ่งขึ้นด้วยระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนดูอัลโซน พวงมาลัยแบบปรับขึ้นลงและเข้าออกได้ เบาะนั่งคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศด้านหลัง ปาเจโร สปอร์ต ยังได้รับการออกแบบตามหลักการยศาสตร์เพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกสบายด้วย T-Shaped High Console ที่จัดวางทุกฟังก์ชั่นให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งานรวมถึงหน้าจอทัชสกรีน 7 นิ้วและระบบนำทางให้ผู้ขับขี่ควบคุมได้ง่ายดาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมีสวิตช์ควบคุมระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ แพดเดิลชิฟท์สำหรับเปลี่ยนเกียร์และสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีถูกถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์การออกแบบ &amp;ldquo;Dynamic Shield&amp;rdquo; ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ไม่เพียงมีตัวถังที่ใหญ่ แข็งแกร่ง และบึกบึน แต่งานออกแบบยังสะท้อนแนวคิด &amp;ldquo;รูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับการใช้งาน&amp;rdquo; ผสานการปกป้องและสมรรถนะการขับขี่เข้าไว้ด้วยกันภายใต้รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;คือหนึ่งในตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการถ่ายทอดความสำเร็จจากสนามแข่งสู่ยานยนต์แห่งชัยชนะ ด้วยการผสานสปิริตแห่งการผจญภัยเข้ากับความมุ่งมั่นท้าทายของการออกแบบและเทคโนโลยี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นและสมรรถนะที่เหนือชั้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้าและมุ่งสู่ทุกความสำเร็จในชีวิต สอดคล้องกับกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก &amp;ldquo;Drive your Ambition&amp;rdquo; ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ปาเจโร, มิตซูบิชิ, มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, รีวิวรถใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32d247c352c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
