<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 00:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลายเหตุผลที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก นอกจากพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และความประหยัด ความสำเร็จของรถเอสยูวีรุ่นนี้ยังมาจากระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งบนถนนปกติและทางขรุขระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดดเด่นด้วยความหรูหรา พร้อมความสะดวกสบายสำหรับทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ห้องโดยสารขนาดใหญ่สามารถรองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับทุกจุดหมายด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ปราศจากความกังวลด้านระยะทางการขับขี่ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ปลอดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเป็นแบบใด มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยคุณสมบัติดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นี่คือ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุด มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 1&amp;nbsp; ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 โดยรถเอสยูวีรุ่นดังกล่าวถือเป็น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ยังจำหน่ายทั่วโลก และเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลจากทั่วโลก มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก แต่เป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน พร้อมตอกย้ำอีกครั้งในการเป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบพีเอชอีวีที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในยุโรปด้วยยอดจำหน่ายมากถึง 26,673 คัน ในปี 2563 ที่ผ่านมา อีกทั้ง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังได้ถูกจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 270,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคมปี 2563 ที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถคว้ารางวัล &amp;ldquo;รถเอสยูวีแบบไฮบริด เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเจ็ดรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2564 ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับในปี 2564 นี้ โดยครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าชาวไทย ทั้งในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ไม่ใช่แค่เพียงรถยนต์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่&amp;nbsp; มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดสูงสุดถึง 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือ กรณีที่ไฟฟ้าดับ เพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ที่พักอาศัยด้วยเทคโนโลยีระบบพลังงานแบบ Vehicle-to-Home (V2H) ได้นานถึง 10 วันสำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยแบตเตอรี่ต้องถูกชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเต็มถัง สำหรับเทคโนโลยี V2H คือ แนวคิดเดียวกันกับ &amp;lsquo;เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์&amp;rsquo; ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น &amp;ldquo;เดน&amp;rdquo; หมายถึง &amp;ldquo;ไฟฟ้า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โด&amp;rdquo; หมายถึง &amp;ldquo;การขับขี่&amp;rdquo; เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือ ชุดระบบไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าแบบเทคโนโลยี, แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัย โดยระบบ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อนำไฟฟ้าไปชาร์จให้กับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี&amp;nbsp; และในทางกลับกันยังสามารถดึงกระแสไฟฟ้าจากรถ เพื่อนำกลับไปใช้ในที่พักอาศัย โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการบริโภคพลังงานไฟฟ้าและยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กรณีที่ไฟฟ้าดับ และเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ช่วยทำให้ทุกกิจกรรมเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยความอเนกประสงค์และสมรรถนะการขับขี่ที่สามารถไปได้ทุกสถานที่ พร้อมความประหยัดที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ รวมถึงความสะดวกสบายและความหรูหราระดับพรีเมียมที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน การชาร์จไฟฟ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย ด้วยวิธีการชาร์จไฟฟ้าที่หลากหลาย โดยลูกค้าสามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน หรือ การชาร์จไฟฟ้าผ่านเครื่องชาร์จที่ใช้ในที่พักอาศัย หรือ สถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะทั่วไป โดยการชาร์จไฟฟ้าแบบปกติจนเต็มจะใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง และการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จแบบ CHAdeMO ที่สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 25 นาที พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังมาพร้อมกับระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้ในขณะที่ถอนคันเร่ง หรือ เหยียบเบรก รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ ซึ่งทำให้ยังมีไฟฟ้าเหลืออยู่ในแบตเตอรี่เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เทคโนโลยีเหนือระดับและหมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เหนือกว่ารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทั่วไปในปัจจุบันเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมพร้อมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร ตามมาตรฐาน NEDC มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม. พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวล ห้องโดยสารเงียบ และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย &amp;ldquo;พลังงานสองรูปแบบ&amp;rdquo; ที่ได้จากการชาร์จกระแสไฟฟ้าและน้ำมันแบนซินที่สามารถรองรับได้ถึง E20 พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)&amp;nbsp; และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) โดยระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนถึงหยุดนิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ใช้งานง่ายปราศจากความกังวล มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีทั้งหมด 2 รุ่น และมีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น รุ่น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที&amp;nbsp; พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่และระบบ EV ปลั๊กอินไฮบริด 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรี มิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี, ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และรับค่าสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104725</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b3b0003db2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 00:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 00:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดห่วงเรื่องสถานีชาร์จ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถชาร์จได้ที่ PEA VOLTA </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความมั่นใจเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยปัจจุบันสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 32 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ของ PEA จำนวน 14 แห่ง และในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันบางจากอีกจำนวน 18 แห่ง โดยมีแผนขยายสถานีเพิ่มจนครบ 73 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยรองรับการชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เปิดให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ยกเว้นสถานีในสำนักงาน PEA ได้แก่ PEA VOLTA สำนักงานใหญ่, พระนครศรีอยุธยา, รังสิต, ปากช่อง, นครราชสีมา, นครชัยศรี, สมุทรสาคร, ชลบุรี, เขาย้อย, หัวหิน ที่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 20.00 น.) นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการตรวจสอบสถานีที่ให้บริการได้ผ่าน PEA VOLTA application บนสมาร์ทโฟนและแท็บเลต ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งสถานีเพื่อนำทางไปยังสถานีนั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถพีเอชอีวียังสามารถชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว &amp;nbsp; อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA&amp;nbsp; ในอนาคต จะดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ. 2564 ครอบคลุมทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 73 แห่ง โดยหลังจากนี้จะมีการเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เพิ่มเติมอีก 41 แห่ง เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงบริการสถานีหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้าได้ง่าย ทั้งบนถนนหลักสู่เมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ก็สามารถชาร์จไฟฟ้าได้จากสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA&amp;nbsp; ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ของเราสามารถใช้พลังงานแบบไฮบริด โดยไม่ต้องชาร์จไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตามมีการเพิ่มจุดเด่นที่น่าดึงดูดใจด้วยความสามารถในการชาร์จและขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้อีกด้วย นอกจากนี้เรายังได้นำ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เข้าร่วมในงานเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสและทดลองชาร์จไฟฟ้าจากสถานี PEA VOLTA เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกสบายในการหาสถานีชาร์จไฟฟ้าให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ซึ่งก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดการใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยความร่วมมือนี้จะยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าชาวไทย ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือของ PEA เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถค้นหาสถานีชาร์จทั่วประเทศได้อย่างสะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกค้าสามารถนำ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เข้าไปใช้บริการชาร์จไฟฟ้าได้ที่จุดบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA&amp;nbsp; สถานีอัดประจุไฟฟ้า MEA และสถานีอัดประจุไฟฟ้า EGAT รวมถึงสามารถเข้ารับบริการชาร์จไฟฟ้า แบบเร็ว (Quick Charge) ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้จำหน่าย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน หรือเช็คข้อมูลผ่าน M-Drive Application&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการชาร์จไฟแบตเตอรี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทำได้สะดวกและง่ายดายด้วยวิธีการชาร์จไฟฟ้า&amp;nbsp; ที่หลากหลาย เพียงเสียบชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟที่บ้าน ซึ่งการชาร์จรูปแบบปกติ (Normal Charge) ให้กำลังไฟ 100% ในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หรือขับไปชาร์จยังสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้บริการนอกสถานที่ โดยการชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charge) ด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO ให้กำลังไฟ 80% ในเวลาประมาณ 25 นาที หรือจะชาร์จโดยวิธีการกดปุ่ม Save/Charge ภายในรถก็สามารถชาร์จไฟได้ในเวลาประมาณ 40-45 นาที ให้กำลังไฟเกือบเต็ม โดยการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งขณะขับขี่หรือในขณะรถจอด คลายกังวลเรื่องข้อจำกัดของระยะทางการขับขี่ &amp;nbsp; ไปได้เลย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์&amp;nbsp; พีเอชอีวี เป็นเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โมเดลล่าสุดที่เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีจำหน่ายแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 281,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2564 ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104627</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b279bc87725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ผู้นำรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น แถลงอย่างเป็นทางการว่า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ปลั๊กอินไฮบริด (พีเอชอีวี) ยังคงตอกย้ำการเป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในยุโรปด้วยยอดจำหน่ายมากถึง 26,673 คัน ในปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถือเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญและแสดงถึงความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีจำหน่ายแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 270,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคมปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าจำนวนมากในยุโรป ซึ่งลูกค้าต่างให้ความสำคัญและใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ควบคู่กับความนิยมของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งนี้ภารกิจของเรา คือ การคิดค้นยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นและมีความปลอดภัยเพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ครบครันด้วยเทคโนโลยีที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมมุ่งมั่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยเราได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2573 ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนยอดจำหน่ายของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ 50 เปอร์เซ็นต์จากยอดจำหน่ายรวมทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และ รถยนต์แบบไฮบริด (HEV) อีกด้วย โดยเมื่อเร็วๆนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถูกผลิตขึ้นในต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย ณ ศูนย์การผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไทยนี้ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่1&amp;nbsp; ธันวาคม 2563 ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 พร้อมทั้งยังได้จัดพิธีฉลองการผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ &amp;nbsp; พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ณ สนามทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าฉุกเฉินเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ที่พักอาศัยด้วยเทคโนโลยีระบบพลังงานแบบ Vehicle-to-Home (V2H) ได้นานถึง 10 วัน สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยแบตเตอรี่ต้องถูกชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเต็มถัง หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี พร้อมเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งจากลูกค้าและผู้สื่อข่าวสายรถยนต์ ต้องขอขอบคุณเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่มีเสถียรภาพ ประสิทธิภาพ และการควบคุมที่ยอดเยี่ยมในทุกสถานการณ์ โดยปัจจุบัน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มียอดจองแล้วมากกว่า 200 คัน โดยบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการส่งมอบ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีทั้งหมด 2 รุ่น และมีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรี มิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี, ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 บการสนับสนุนพิเศษเมื่อลูกค้าจองรถภายในวันที่&amp;nbsp; March 31, 2021 and car and control the speed then keep the safety dista รับทันที&amp;nbsp; ค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95375</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045eb65266e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ สมรรถนะดี ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีอัดแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;หลังจากที่มิตซูบิชิ เปิดตัว &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่&amp;rdquo; เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลายคนโฟกัสไปที่ราคาว่าค่อนข้างสูง หากเทียบราคากับสมรรถนะและเทคโนโลยีถือว่า &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์&amp;rdquo; มีจุดเด่นที่ให้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โดยเอาท์แลนเดอร์ที่วางจำหน่ายปัจจุบันนี้ ผลิตในเมืองไทยทำให้มีราคาถูกกว่า โดยมีจำหน่าย 2 รุ่นย่อย คือ จีที ราคา 1.64 ล้านบาท และ จีที พรีเมียม 1.749 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี แต่ถ้าเป็นการนำเข้ารถยนต์เอาท์แลนเดอร์มาขายเมืองไทยราคาจะสูงราว 4 ล้านบาท และสำหรับรุ่นเอาท์แลนเดอร์ในต่างประเทศที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ ไม่มีการติดตั้งระบบพีเอชอีวี และยังไม่มีแผนการนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ล่าสุด มิตซูบิชิ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี (ปลั๊กอินไฮบริด) ใหม่ แบบวันเดย์ทริปรอบกรุงเทพฯ โดยตลอดเส้นทางการทดสอบได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และระบบเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบายระดับพรีเมียม เพื่อตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก โดยเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เป็นได้มากกว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้สื่อมวลชน เพื่อสัมผัสกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการปรุงอาหารมื้อเช้ากลางแจ้งกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถ มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ เพียงการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ต่อจากนั้นจึงเริ่มทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ รอบกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากการทดสอบขับด้วย โหมดอีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ปราศจากการใช้น้ำมัน และยังปราศจากมลพิษ โดยตลอดการเดินทางยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง และความหรูหราเหนือระดับของห้องโดยสาร ที่ครบทุกฟังก์ชัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ &amp;lsquo;ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท&amp;rsquo; ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านความสะดวกสบาย และยังสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง ส่วนระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ที่รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ มากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอก ได้มีโอกาสการทดสอบขับทั้ง โหมดซีรีย์ ไฮบริด และโหมดพาราเรล ไฮบริด เพื่อสัมผัสกับสมรรถนะโดย โหมดซีรีย์ ไฮบริด ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และ โหมดพาราเรล ไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถจ่ายพลังงานคืนเพื่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ พร้อมกันนี้ตลอดเส้นทางยังได้มีโอกาสทดสอบระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด ในช่วงบ่ายเป็นการขับขี่แบบฟรีรัน เพื่อขับกลับมายังสนามทดสอบ อิมแพ็ค ริมทะเลสาบ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม. พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;โดยช่วงท้ายของการทดสอบ ยังได้พิสูจน์กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ผู้ขับขี่จึงได้สัมผัสกับสมรรถนะการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไปได้อย่างเต็มที่ ซึ่งกิจกรรมการทดสอบขับช่วงท้ายเป็นรูปแบบพิเศษ ประกอบด้วย การทดสอบอัตราการเร่ง ระบบการควบคุม ระบบเบรก และระบบเสถียรภาพด้วยการเข้าโค้งแบบวงกลม ที่แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนได้บนทุกสภาพถนน กิจกรรมการทดสอบขับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ และเทคโนโลยี ของมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถขับขี่โดยปราศจากความกังวลในด้านระยะทางการขับขี่มีมลพิษที่ต่ำและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสมรรถนะที่เหนือกว่าทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์แบบไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มั่นใจได้ในความทนทาน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;สำหรับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และยังมีมิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี , ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท สัมผัสมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และทดลองขับด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;-------------------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบรถ, มิตซูบิชิ, มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, รถใหม่, เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601cbfafc9508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ สมรรถนะดี ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีอัดแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;หลังจากที่มิตซูบิชิ เปิดตัว &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่&amp;rdquo; เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลายคนโฟกัสไปที่ราคาว่าค่อนข้างสูง หากเทียบราคากับสมรรถนะและเทคโนโลยีถือว่า &amp;ldquo;เอาท์แลนเดอร์&amp;rdquo; มีจุดเด่นที่ให้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โดยเอาท์แลนเดอร์ที่วางจำหน่ายปัจจุบันนี้ ผลิตในเมืองไทยทำให้มีราคาถูกกว่า โดยมีจำหน่าย 2 รุ่นย่อย คือ จีที ราคา 1.64 ล้านบาท และ จีที พรีเมียม 1.749 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี แต่ถ้าเป็นการนำเข้ารถยนต์เอาท์แลนเดอร์มาขายเมืองไทยราคาจะสูงราว 4 ล้านบาท และสำหรับรุ่นเอาท์แลนเดอร์ในต่างประเทศที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ ไม่มีการติดตั้งระบบพีเอชอีวี และยังไม่มีแผนการนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;ล่าสุด มิตซูบิชิ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี (ปลั๊กอินไฮบริด) ใหม่ แบบวันเดย์ทริปรอบกรุงเทพฯ โดยตลอดเส้นทางการทดสอบได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และระบบเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบายระดับพรีเมียม เพื่อตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก โดยเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เป็นได้มากกว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้สื่อมวลชน เพื่อสัมผัสกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการปรุงอาหารมื้อเช้ากลางแจ้งกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถ มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ เพียงการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;ต่อจากนั้นจึงเริ่มทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ รอบกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากการทดสอบขับด้วย โหมดอีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ปราศจากการใช้น้ำมัน และยังปราศจากมลพิษ โดยตลอดการเดินทางยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง และความหรูหราเหนือระดับของห้องโดยสาร ที่ครบทุกฟังก์ชัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ &amp;lsquo;ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท&amp;rsquo; ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านความสะดวกสบาย และยังสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง ส่วนระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ที่รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ มากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอก ได้มีโอกาสการทดสอบขับทั้ง โหมดซีรีย์ ไฮบริด และโหมดพาราเรล ไฮบริด เพื่อสัมผัสกับสมรรถนะโดย โหมดซีรีย์ ไฮบริด ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และ โหมดพาราเรล ไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถจ่ายพลังงานคืนเพื่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ พร้อมกันนี้ตลอดเส้นทางยังได้มีโอกาสทดสอบระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด ในช่วงบ่ายเป็นการขับขี่แบบฟรีรัน เพื่อขับกลับมายังสนามทดสอบ อิมแพ็ค ริมทะเลสาบ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม. พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;โดยช่วงท้ายของการทดสอบ ยังได้พิสูจน์กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ผู้ขับขี่จึงได้สัมผัสกับสมรรถนะการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไปได้อย่างเต็มที่ ซึ่งกิจกรรมการทดสอบขับช่วงท้ายเป็นรูปแบบพิเศษ ประกอบด้วย การทดสอบอัตราการเร่ง ระบบการควบคุม ระบบเบรก และระบบเสถียรภาพด้วยการเข้าโค้งแบบวงกลม ที่แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนได้บนทุกสภาพถนน กิจกรรมการทดสอบขับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ และเทคโนโลยี ของมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถขับขี่โดยปราศจากความกังวลในด้านระยะทางการขับขี่มีมลพิษที่ต่ำและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสมรรถนะที่เหนือกว่าทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์แบบไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มั่นใจได้ในความทนทาน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;สำหรับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และยังมีมิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี , ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 บการสนับสนุนพิเศษเมื่อลูกค้าจองรถภายในวันที่ March 31, 2021 and car and control the speed then keep the safety dista รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท สัมผัสมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และทดลองขับด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt -36pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบรถ, มิตซูบิชิ, มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, รถใหม่, เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601cbfafc9508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 00:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ จัดพิธีฉลองการผลิต “เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี” คันแรกในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยการจัด &amp;ldquo;พิธีฉลองการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทย&amp;rdquo; ณ สนามทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สู่การขับเคลื่อนแบบยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ คะสุยะ นะชิดะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจำราชอาณาจักรไทย เป็นประธานในพิธี โดยทั้งสองท่านได้ร่วมกิจกรรมทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรก ร่วมด้วย &amp;nbsp;โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี ธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ในโอกาสการผลิตมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทยนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พิธีฉลองความสำเร็จในวันนี้ คืออีกก้าวสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีด้านยานยนต์ที่ก้าวหน้าและการใช้พลังงานในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของรัฐในอันที่จะสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการลดการสร้างภาระให้แก่สิ่งแวดล้อม เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สะอาดขึ้นในอนาคตและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบัน เราได้เน้นย้ำเรื่องโมเดลเศรษฐกิจใหม่ หรือ BCG Model ซึ่งจะช่วยนำพาประเทศไทยไปสู่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เราให้ความสำคัญเรื่องรถยนต์ประหยัดพลังงาน (Eco Car) และการปรับเปลี่ยนสู่ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ในอีก 10 ปี ข้างหน้า เราตั้งเป้าเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าถึง 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงวางแผนโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อที่จะจูงใจให้เกิดการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของตลาดภายในประเทศ และเตรียมพร้อมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ตามแผนธุรกิจระยะกลางของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ได้ประกาศไว้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น &amp;nbsp;เราจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง พร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วยการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการผลิตรถยนต์รุ่นสำคัญนี้ นอกประเทศญี่ปุ่น เพราะ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และความสามารถในการผลิตของโรงงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง ซึ่งถือเป็นศูนย์การผลิตที่สำคัญระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น สำหรับการผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ครั้งแรกในประเทศไทยครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ให้การตอบรับต่อนโยบายของรัฐที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถูกออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม ทำให้รถยนต์พีเอชอีวีสัญชาติญี่ปุ่นที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย สามารถเข้ามาตอบโจทย์ให้แก่ผู้ขับขี่คนไทยที่มองหารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ นอกจากจะเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลกแล้ว ยังเป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกอีกด้วย ด้วยเหตุผลสำคัญก็คือ รถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถยนต์ที่ผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย &amp;ldquo;ปาเจโร&amp;rdquo; สุดยอดตำนาน แห่งรถเอสยูวี &amp;ldquo;มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน&amp;rdquo; เจ้าแห่งสนาม &amp;ldquo;เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ&amp;rdquo; (WRC) ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งสมรรถนะ รวมทั้งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลกอย่าง &amp;ldquo;ไอ-มีฟ&amp;rdquo; (i-MiEV) ดังนั้น รถยนต์รุ่นนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่รถยนต์แห่งพลังงานทางเลือกเท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์ที่จะสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ ที่สะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือชั้นอีกด้วย ประเทศไทย เป็นศูนย์การผลิตหลักและฐานการส่งออกที่สำคัญ เราก็ยังคงเดินหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปี 2561 เราได้ฉลองความสำเร็จกับการผลิตรถยนต์ครบ 5 ล้านคัน ในปี 2562 เราฉลองการส่งออกรถยนต์ถึง 4 ล้านคัน และขึ้นแท่นผู้ส่งออกรถยนต์เป็นอันดับ 1 และเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มต้นโครงการเพื่อสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่และปรับปรุงโรงงานใหม่ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 7 พันล้านบาท และวันนี้ เราได้ฉลองความสำเร็จอีกก้าวกับการผลิตรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรก ซึ่งผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย และทุกๆ ท่าน ได้ให้การสนับสนุน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนทำให้เราสามารถที่จะประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ ปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อการผลิตรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง โดยพร้อมจะส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวให้แก่ลูกค้าประมาณกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-72.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิตซูบิชิ ., มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, ยานยนต์ไทยโพสต์, เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff28d228c345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 00:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;บ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;ริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ปลั๊กอินไฮบริด (พีเอชอีวี) ใหม่ ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 ก้าวข้ามสู่อีกขั้นของพีเอชอีวี ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เป็นการผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย &amp;ldquo;ปาเจโร&amp;rdquo; สุดยอดตำนานแห่งรถเอสยูวี &amp;ldquo;มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน&amp;rdquo; เจ้าแห่งสนาม &amp;ldquo;เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ&amp;rdquo; ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล ที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งสมรรถนะ รวมทั้งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลกอย่าง &amp;ldquo;ไอ-มีฟ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ทรงพลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตรให้กำลังสูงสุดที่ 305 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ดีที่สุดจาก &amp;lsquo;มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน&amp;rsquo; ดังนั้น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงไม่ได้เป็นเพียงรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก แต่เป็นรถพีเอชอีวีที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC&amp;nbsp; มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม. พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวล ห้องโดยสารเงียบ และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย &amp;ldquo;พลังงานสองรูปแบบ&amp;rdquo; ที่ได้จากการชาร์จกระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ยังสามารถผลิตและจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ เพื่อให้คุณได้สนุกสนานกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ยังเป็นรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยคุณสมบัติ &amp;ldquo;การควบคุมรถดังใจคิด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง&amp;rdquo; ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ระบบซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล ยังทำงานร่วมกับโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ ประกอบด้วย โหมดล็อค (มอบสมรรถนะเต็มรูปแบบของระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ โหมดสโนว์ (ให้การควบคุม การยึดเกาะ และการควบคุมที่ดีเยี่ยม เมื่อขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่น) โหมดนอร์มอล (ควบคุมแรงบิดของแต่ละล้อให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ ) และ โหมดสปอร์ต (เพิ่มความแม่นยำของคันเร่ง การควบคุม และการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้ดีมากขึ้น) ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการยึดเกาะและลุยผ่านทุกสภาพถนน พร้อมช่วยรักษาเสถียรภาพ และเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ประกอบด้วยโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดอีวี (ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ) โหมดซีรีย์ ไฮบริด (ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่) และ โหมดพาราเรล ไฮบริด (เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน) โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกที่สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าคืน (Regenerative Braking) เพื่อทำการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ยังติดตั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อพร้อมระบบสั่งการอัจฉริยะ ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ โดยสามารถตั้งเวลาการชาร์จไฟฟ้า สั่งการเปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศภายในรถจากระยะไกล และการตรวจสอบสถานะของตัวรถ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)&amp;nbsp; และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) โดยระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยว และหรูหราเหนือระดับ ดีไซน์ภายในประณีตทุกรายละเอียด ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบทุกฟังก์ชันความสะดวกสบาย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ &amp;lsquo;ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท&amp;rsquo; ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบ ความสะดวกสบาย และตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น เริ่มต้นที่รุ่น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรี มิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี, ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และ พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 บการสนับสนุนพิเศษเมื่อลูกค้าจองรถภายในวันที่&amp;nbsp; March 31, 2021 and car and control the speed then keep the safety dista รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;พิเศษสำหรับผู้ที่จอง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ภายในวันที่ 1-13 ธันวาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีสิทธิ์ลุ้นรับเครื่องชาร์จ Ultra EV Gen-1 (รุ่น 3.7 kW) จาก ปตท. มูลค่า 64,900 บาท จำนวนทั้งสิ้น 3 รางวัล รวมมูลค่า 194,700 บาท มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-left:-45.0pt; text-align:left&quot;&gt;มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ พร้อมแล้วสำหรับผู้ที่สนใจได้จับจองเป็นเจ้าของ พบกันที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A07) ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ระหว่างวันที่ 2&amp;ndash;13 ธันวาคม 2563 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc869df58579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
