<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนเฟิร์ม&#039;นช.แม้ว&#039;ทุ่ม6พันล้านซื้อ&#039;คริสตัล พาเลซ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.62 &amp;nbsp;- นายมิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังเจรจาซื้อสโมสรคริสตัล พาเลซ ในศึกพรีเมียร์ลีก ด้วยเงินจำนวน 150 ล้านปอนด์ ประมาณ 6,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมก็พร้อมทำงานเพราะถือว่าเป็นงานที่ถนัดเพราะทำงานดูแลทีมฟุตบอลมาเชียงราย ยูไนเต็ด มาก่อน แม้ว่าจะถือเป็นงานที่ท้าทายเพราะเป็นสโมสรที่มีชื่อชั้น และมีมาตรฐาน แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีของตัวเอง&amp;quot;นายมิตติ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เคยเข้าเทคโอเวอร์เป็นเจ้าของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแล้วในช่วงปี 2006-2008 ก่อนขายให้กับทาง ชีค มานซูร์ ราชวงศ์จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อสโมสรฟุตบอล, นายทักษิณ ชินวัตร, มิตติ ติยะไพรัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c0f42d6c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกยงยุทธ&#039;อดีตเลขาฯทษช.ตอกบางพรรคเอา&#039;ทษช.&#039;ไปหาประโยชน์ทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.62 - &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์ รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ส่วนตัวไม่แปลกใจกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ คิดเพียงแต่ว่าเราทำดีที่สุดแล้วอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด จุดยืนทางการเมืองของตนยังเหมือนเดิม แต่การทำพรรคการเมืองต่อคงไม่สามารถทำได้คงกลับไปทำงานเรื่องฟุตบอลต่อ ขอไปทำให้วงการฟุตบอลดีขึ้น ส่วนเรื่องการเมืองเป็นสิทธิของแต่ละคน ไม่สามารถไปออกหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคใดในระยะเวลา 10 ปีหลังจากนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติบางคนอาจไปช่วยงานพรรคเพื่อไทย มีการหารือกันในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นายมิตติ กล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน แต่ส่วนตัวและกรรมการบริหารบางท่าน ขอรณรงค์ไม่ให้ประชาชนไปกาในช่องพรรคไทยรักษาชาติ เพราะจะเป็นบัตรเสียทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคใดๆก็ตามที่ยังไม่แสดงจุดยืนทางการเมืองชัดว่าอยู่ฝั่งใด แล้วออกมาให้กำลังใจพรรคไทยรักษาชาติ อยากให้ประชาชนพิจารณาตรงนั้น อย่าให้เขาเอาพรรคไทยรักษาชาติไปหาผลประโยชน์ทางการเมือง เพราะเริ่มเห็นบางพรรคที่ไม่มีจุดยืนทางการเมืองทางประชาธิปไตยชัดเจน เริ่มเอาพรรคไทยรักษาชาติไปใช้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30833</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., พรรคไทยรักษาชาติ, มิตติ ติยะไพรัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf572d473467.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงคราว &#039;ก็พลาดตายเอง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่ไต่สวน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ &amp;nbsp;วรรคหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๓.๐๐ น. พฤหัสที่ ๗ มี.ค.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฯ นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๕.๐๐ น. .....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านคำวินิจฉัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ เป็นไปตามนั้น ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกาล!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ &amp;quot;ตัดสินก่อนเลือกตั้ง&amp;quot; เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไทยรักษาชาติ ทั้งผู้สมัคร ส.ส. ทั้งประชาชนผู้เลือก และทั้งกระบวนการเลือกตั้ง ๒๔ มีนา ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าศาลวินิจฉัย ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเมื่อ ๘ ก.พ.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ขัด&amp;quot; ตามประกาศประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อ ๒๘ ธ.ค.๖๑ ข้อที่ ๑๗ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไทยรักษาชาติจะได้สิ้นปัญหาและครหา หาเสียง หาคะแนนกันได้เต็มสูบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าวินิจฉัยว่า &amp;quot;ขัด&amp;quot; ศาลฯ มีคำสั่งอย่างใด ไทยรักษาชาติ ก็จะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า &amp;quot;เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาเป็นว่า เรื่อง &amp;quot;ผลคดี&amp;quot; ไม่ต้องพูด ไว้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลฯ ในวันที่ ๗ มีนาทีเดียวเลย ซึ่งไม่นานเกินรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พูดกันได้ และควรรู้ คือ ใครบ้างในพรรคไทยรักษาชาติ ที่ต้องผูกพันกับคดีนี้ตามกฎหมาย?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช&amp;quot; ในฐานะหัวหน้าพรรค หนีไม่พ้น และคณะผู้บริหาร อีก ๑๓ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองฯ ที่ ๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔&amp;nbsp;
.&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติว่า ไทยรักษาชาติถูกยุบพรรค ตามท้ายมาตรา ๙๒ กฎหมายพรรคการเมือง บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๙๔ บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียน ประกาศคําสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมาย ของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดํารงตําแหน่งกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะเหตุดังกล่าวไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในกําหนดสิบปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ มีผู้สงสัย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง &amp;quot;สิบปี&amp;quot; หรือตลอดชีวิตกันแน่ เพราะเห็นพูดกันหลายนัย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่า ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๔ กฎหมายพรรคการเมืองนี้แหละ ไม่ใช่ตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บางคนว่า &amp;quot;ถูกเพิกถอนสิทธิตลอดชีวิต&amp;quot; นั้น เป็นความเข้าใจสับสนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้สำหรับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าง &amp;quot;ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-บุญทรง&amp;quot; โทษอาญา จะถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ๑๔ กรรมการบริหารไทยรักษาชาติ ถ้าถูกยุบพรรค ก็จะถูกตัดสิทธิ์แค่ ๑๐ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่างที่ทักษิณบอก &amp;quot;เอาเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่นใหม่ &amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; ของทักษิณ อายุเฉลี่ย อย่างเก่งก็ ๓๐ ปลายๆ แก่ที่สุดก็น่า ๔๐ ต้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นวรรคไป ๑๐ ปี แป๊บเดียวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕๐-๖๐ ขวบ กลับมารับคำสั่งทักษิณตั้งพรรคกันใหม่ ยังไม่สายหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ว่า อีก ๑๐ ปี ทักษิณยังจะหายใจอยู่ถึงหรือไม่เท่านั้นแหละ!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีคำถามต่อ แล้วผู้สมัคร ส.ส.เขตและ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคล่ะ จะถูกตัดสิทธิ์ด้วยมั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถูกตัดสิทธิ์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่สมัครลงแข่งทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยรักษาชาติคราวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลอย &amp;quot;หมดสิทธิ์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคถูกยุบ เท่ากับไม่มี &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; อยู่ในสนามเลือกตั้ง กากบาทเบอร์ในบัตรเลือกตั้ง ก็เป็นโมฆะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครบ้างล่ะ ที่ต้องตกน้ำป๋อมแป๋มไปกับการยุบพรรค ที่คุ้นชื่อ-คุ้นหน้า ก็อย่างเช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นายจาตุรนต์ ฉายแสง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวขัตติยา สวัสดิผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญ จรรย์โกมล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม ไวยรัชพานิช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชิต ชื่นบาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัสร์ จงสงวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธรรม แสงประทุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเหวง โตจิราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรี ศรชัย มนตริวัต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวชญาภา สินธุไพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...พวกปาร์ตี้ลิสต์ &amp;quot;แดงทั้งแผ่นดิน&amp;quot; ตัวเอ้ทั้งนั้น พลอยหกตกใต้ถุนไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่จุ๋มจิ๋มมาก สมมุติถูกยุบพรรค ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็น &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทักษิณ &amp;quot;เจ้าเล่ห์-โลภมาก&amp;quot; แตกพรรค นึกว่าเจ๋ง ที่ไหนได้ เจ๊งเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้ง ๓๕๐ เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนาส่อ &amp;quot;ฮั้วกัน&amp;quot; เพื่อไทย ส่งสมัครแค่ ๒๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ไทยรักษาชาติ ส่ง ๑๕๐ เขต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เขาส่งครบ ๓๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าไทยรักษาชาติถูกยุบ เท่ากับ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ทำนาแค่ ๒๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่คู่แข่ง ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ทำนากัน คนละ ๓๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลผลิตรวมที่ได้ ยังไงๆ นา ๓๕๐ ไร่ ต้องได้ข้าวมากกว่า นา ๒๕๐ ไร่อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทย เสียพื้นที่คะแนนไป ๑๕๐ เขต เฉลี่ยความ &amp;quot;น่าจะได้&amp;quot; แต่ละเขต ตีซะว่า ๓ หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๐,๐๐๐ X ๑๕๐ = ๔,๕๐๐,๐๐๐ คะแนนที่หายไป แตกเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขี้หมู-ขี้หมา จะได้ ๔๐-๕๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตกน้ำป๋อมแป๋มไปต่อหน้า ด้วยโลภและเจ้าเล่ห์ของมันแท้ๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละหนอ &amp;quot;ลิขิตฟ้า-ชะตาคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่ห์เหนือขนาดไหน เมื่อถึงคราว &amp;quot;เจ้าก็พลาด&amp;quot; ถึงตายเอง!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30128</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณาพจน์ โจมฤทธิ์, คำวินิจฉัย, จุลพงศ์ โนนศรีชัย, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, นายต้น ณ ระนอง, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พฤฒิชัย วิริยะโรจน์, มิตติ ติยะไพรัช, รุ่งเรือง พิทยศิริ, ฤภพ ชินวัตร, วรรษมล เพ็งดิษฐ์, วิม รุ่งวัฒนจินดา, สุณีย์ เหลืองวิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หยุดมัน&#039; หรือให้มัน &#039;หยุดเรา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่า กกต.ทำงานเร็ว!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมเมื่อวาน (๑๑ ก.พ.๖๒)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุมัติ &amp;quot;๖๙ รายชื่อ&amp;quot; จาก &amp;quot;๔๕ พรรค&amp;quot; ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ให้เป็น &amp;quot;ว่าที่นายกฯ&amp;quot; ของแต่ละพรรคไปแล้ว เช่น........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์ ว่าที่นายกฯ พรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ ว่าที่นายกฯ พรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์-นายชัชชาติ-นายชัยเกษม ว่าที่นายกฯ พรรคเพื่อไทย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่มีชื่อ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; รวมอยู่ในจำนวนที่ให้ความเห็นชอบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็หมายความว่า.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีพรรคไทยรักษาชาติ ที่เสนอพระนามสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เป็นนายกฯ ของพรรค นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังอยู่ในการพิจารณา กกต.ประชุมกันต่อวันนี้ (๑๒ ก.พ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องว้าวุ่นกันไปหรอก เมื่อมี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ไปเกี่ยวข้องการเมือง เป็นการกระทำขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ตัดทิ้งได้เลย ในประเด็น &amp;quot;เห็นชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลือประเด็นเดียว ที่ต้องพิจารณา และต้องชี้ขาด คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดนี้ ถึงขั้นยุบหรือไม่ยุบพรรค?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อมี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; ถึงขั้นนั้น ที่ กกต.จะเพิกเฉย ละเลย หรือถ่วงดึงให้เนิ่นนาน ไม่ต้องห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใน ๑๕ กุมภา ทุกอย่างชัดเจน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดเจนในที่นี้ หมายถึงจะถึงขั้นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย &amp;quot;ยุบพรรค&amp;quot; หรือไม่ นั่นแหละ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็น &amp;quot;นายกฯ ของพรรค&amp;quot; ไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยอีก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกท่านคงทราบ ถึงตอนนี้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลบไปทางไหนกันก็ไม่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวาน เห็นนัดประชุมที่พรรค ก็ล่ม...นัยว่า มากันไม่ครบองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแต่ &amp;quot;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรค ฉีกตัวไปยืนยัน กกต.ว่าได้ลาออกจากสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติไปแล้ว ตั้งแต่ ๔ ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น เขาไม่เกี่ยว กรณี กก.บห.พรรค มีมติเสนอชื่อสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ เป็นว่าที่นายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยื่นลาออกเอง ไม่ใช่ชิงลาออก เพราะทราบว่า ในวันที่ ๔ ก.พ.จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อมีมติส่งแคนดิเดตนายกฯ ผมทราบว่าจะมีการประชุม แต่ไม่ทราบจะมีการพิจารณาเรื่องอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อตัดสินใจลาออก ก็ไปยื่นหนังสือกับหัวหน้าพรรคในตอนเช้า จากนั้นก็ออกจากพรรคไปทำภารกิจส่วนตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต &amp;quot;ลูกพรรคบิ๊กจิ๋ว&amp;quot; ที่มาเป็น กก.บห.ไทยรักษาชาติว่างั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เออ แล้วใครบ้างล่ะ......&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ดูหน้ากันหน่อยซิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้ ก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑, น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๒, นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ, นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค, น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค, &amp;nbsp;นางวรรษมล &amp;nbsp;เพ็งดิษฐ์ (ภรรยานายธาริต) เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็สอดคล้องกับที่หนังสือพิมพ์ข่าวสด รายงานถึงคำแถลง ร.ท.ปรีชาพล ขณะไปยื่น กกต.เช้า ๘ &amp;nbsp;ก.พ.ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ แกนนำพรรคได้มายื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคซึ่งคือ &amp;#39;ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี&amp;#39; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการบริหารได้ประชุมและเสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าที่ประชุม กก.บห.เมื่อวันที่ ๔ ก.พ. โดย กก.บห.เห็นพ้องว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นชื่อที่มีความเหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เราได้ติดต่อประสาน ซึ่งท่านเองก็มีพระเมตตา ตอบรับ และยินยอมให้ ทษช.เสนอชื่อ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ เป็นนายกฯ ในนามของ ทษช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ผมถือว่าเป็นพระเมตตาที่ท่านได้เสียสละ และลงมาทำงานให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านให้เกียรติตอบรับเป็นบัญชีนายกฯ ของ ทษช.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็น &amp;quot;หลักฐาน&amp;quot; ชัดเจน......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายชื่อทั้งหมดนั่นแหละ ในฐานะ กก.บห.ที่ &amp;quot;มีมติเห็นชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้อง &amp;quot;รับผิด-รับชอบ&amp;quot; ในด้านกฎหมายที่จะตามมาทุกกรณี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนกรณียุบพรรค &amp;quot;ไทยรักไทย&amp;quot; เมื่อ พฤษภา ๕๐ ที่ กก.บห. ๑๑๑ คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนละ ๕ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนที่ลาออกก่อนหรือไม่ได้ร่วมลงมติ เมื่อมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ก็รอด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นว่า สมมุติโทษถึงขั้นยุบพรรค และมีทางอาญาตามมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะ &amp;quot;ฆ่าตัดตอน&amp;quot; จบ แค่ ร.ท.ปรีชาพลและคณะกรรมการบริหาร ๑๔-๑๕ คนเท่านั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยู่ที่จะเอากันเฉพาะหน้าดิน หรือขุดราก-ขุดหัวใต้ดิน ไม่ให้มันแทงหน่อขึ้นมาตำมือ-ตำตีน ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำกันครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่เห็นในรอบ ๑๐ ปี อย่างนั้นแหละ มันจึงได้ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเข้าใจในคำ &amp;quot;สื่อสารครองโลก&amp;quot; ใครยึดสื่อได้ เท่ากับยึดโลกได้ ในยุค &amp;quot;โลกาภิวัตน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันโกงชาติเอาเงินไปเยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็ใช้เงิน จ้างสื่อนอก-สื่อใน, จ้างองค์กรรับจ้างเคลื่อนไหว ทั้งนอก-ทั้งใน จ้างนักวิชาการ และใครต่อใครที่ยอมให้เงินแลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างข่าว สร้างวาทะ สร้างสถานการณ์กดดัน สร้างบรรยากาศโลกล้อมประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีแล้ว-ปีเล่า ให้คนเหล่านั้น ปั้นข่าวเท็จ-เรื่องเท็จ หลอกให้ชาวโลกเข้าใจผิด ต่อสภาพเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง และสถาบันกองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท็จบ่อยๆ และช่วยกันย้ำบ่อยๆ นานเข้า คนก็หลงว่าจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมันสร้างเรื่องเท็จ จนสังคมส่วนหนึ่งทึกทักเป็น &amp;quot;ฐานสังคมจริง&amp;quot; ของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็โจมตี &amp;quot;จุดแข็ง&amp;quot; ด่านสุดท้าย คือ &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันรู้ ว่าแผนนี้ &amp;quot;ไม่สำเร็จ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...มันเป็นความไม่สำเร็จของพวกหน้าโง่ที่มันหลอกให้ไปตาย-ไปติดคุกแทนมัน อย่างแก๊งตระกูลเพื่อนี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับมัน &amp;quot;สำเร็จแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเศษเงินจ้างไทย-จ้างฝรั่ง สร้างข่าวจริงในเท็จ-เท็จในจริง ประโคมโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำให้ &amp;quot;สถาบันแปดเปื้อน&amp;quot; ประหนึ่งเจาะเป็นรอยตำหนิให้สังคมเห็นได้ นำไปสู่ &amp;quot;สังคมวิพากษ์&amp;quot; ต่างๆ นานา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาแก่ใจมันนักแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่นับ ที่ตัวมันสร้างข่าวเท็จ แล้วเที่ยวพล่อยไปปาก-ต่อปาก นับวัน มันยิ่ง &amp;quot;ยึดพื้นที่ข่าว&amp;quot; ในฐานเท็จ ที่สังคมทึกทักว่าเป็น &amp;quot;ฐานจริง&amp;quot; ลุกลามไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่หยุดหรอก.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจงใจสร้างเหตุนี้ ให้เป็นเงื่อนไขใช้อ้างเพื่อ &amp;quot;สร้างสถานการณ์&amp;quot; เหมือนปี ๕๒-๕๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือยั่วให้ยุบพรรค เมื่อยุบ ก็เป็นเงื่อนไขให้ก่อจลาจล สู่เผาบ้าน-เผาเมืองได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่ยุบ ก็ไม่เสียอะไร ได้ด้วยซ้ำ ได้ส่งสมุนเข้าไปป่วนในรัฐสภา!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันประเมินแล้ว ไม่กล้าเอาจริงกะมันหรอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อมี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; ประกาศ วันต่อมา เดี๋ยวปั้นข่าวรัฐประหารซ้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวนายกฯ ใช้ ม.๔๔ ไม่ให้รายการทูบีนัมเบอร์วันออกอากาศ ข่าวนายกฯ ปลด ผบ.ทบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าพูดแค่ใช้สื่อโซเชียลปล่อยข่าวเท็จทำลายความมั่นคง ปลุกปั่นสถานการณ์เป็นรายวันเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันบังอาจถึงขั้น &amp;quot;ปลอม&amp;quot; ราชกิจจานุเบกษาแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่นับ ที่เห็นพวกกูพลาดท่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ออกมาสะบัดเหนียง...ต้องให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลบ้าง รัฐบาลแห่งชาติบ้าง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ขนาด ยังไม่ได้ทำอะไร ในขณะที่พวกมัน &amp;quot;ทำลายสถาบัน&amp;quot; ดังเห็น มันก็ส่งสัญญาณท้าทาย ชนิดไม่เกรงอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางนักกฎหมายระดับ &amp;quot;ทนายแผ่นดิน&amp;quot; ว่าความผิดยังไม่เกิด ฉะนั้น โทษไม่ถึงขั้นยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความผิด&amp;quot; ที่ว่ายังไม่เกิดของคุณนั้น คืออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวไทย-ข่าวเทศ แพร่ไปทั้งโลก ซูฮกว่าไอ้เลวตัวนั้นมันเจ๋ง ดึงเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมืออำนาจมันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นนี้แล้ว ผู้ชำนาญกฎหมายยังมองว่า &amp;quot;ความผิดยังไม่เกิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วต้องรอถึงขั้นไหน....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงจะเป็น &amp;quot;ความผิดที่เกิดแล้ว&amp;quot; ตามตัวหนังสือที่คุณไปจำมา?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่เกิดครั้งนี้ ไม่เพียง กกต.รู้ รัฐบาลรู้ กองทัพรู้ ทุกคนก็รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้ว่า เมื่อมัน &amp;quot;ดึงสถาบัน&amp;quot; ไปสู่จุดหมายของมันไม่ได้แน่แล้ว มันต้องจ้างคนมาตายเพื่อมันอีกแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ให้ตัวการกระอักเลือด &amp;quot;ตายคนเดียว&amp;quot; ก่อนก็พอ!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28878</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพงศ์ โนนศรีชัย, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ, มิตติ ติยะไพรัช, รุ่งเรือง พิทยศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปวดหัวกกต.คุมเข้ม นักการเมืองซัดข้อกำหนดรุงรัง&#039;อิทธิพร&#039;ไม่ผ่อนผัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบียบ-ประกาศ กกต.ทำ &amp;ldquo;พรรค-นักการเมือง&amp;rdquo; ไปไม่เป็น อิทธิพรย้ำผู้จะสมัคร ส.ส.ต้องแนบบัญชีจ่ายภาษีย้อนหลัง 3 ปีตั้งแต่ปี 2559-2561 ผ่อนผันไม่ได้ &amp;ldquo;หนูนา&amp;rdquo; รับปวดหัว &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; จี้เคลียร์ด่วนหาเสียงผ่านโลกออนไลน์ รับข้อกำหนดสุดรุงรัง กกต.กทม.ลั่นให้เวลา 5 วันปลดป้ายหาเสียง ชี้สัปดาห์หน้าถึงชัดเจนว่าติดได้ที่ไหน แกนนำ &amp;ldquo;พรรคเพื่อแม้ว&amp;rdquo; พร้อมใจจี้ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออกจากเก้าอี้นายกฯ-หัวหน้า คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ม.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศที่ลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 5 ฉบับ &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.ประกาศ กกต.เรื่องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) วันรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และสถานที่ที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง &amp;nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 2.ประกาศ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด 3.ประกาศ กกต.เรื่องการสมัครรับเลือกตั้ง &amp;nbsp;ส.ส. 4.ประกาศ กกต.เรื่องกำหนดวันและเวลาออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง &amp;nbsp;และ 5.ประกาศ กกต.เรื่องกำหนดวัน เวลา ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ส.ส.ก่อนวันเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้มีหนังสือเรื่องการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปแจ้งไปยังผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เตรียมการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการประสานกับสำนักทะเบียนอำเภอและทะเบียนท้องถิ่น ในเรื่องการจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การกำหนดหน่วยเลือกตั้ง การลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกเขตจังหวัดที่ กกต.กำหนดให้เปิดลงทะเบียน 28 ม.ค.-19 ก.พ. นอกจากนี้เมื่อวันที่ &amp;nbsp;23 ม.ค.นายอิทธิพรได้ลงนามแต่งตั้ง กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง (กกต.เขต) และผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (ผอ.กต.เขต) ใน 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 350 เขตทั่วประเทศแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพรได้ชี้แจงถึงประกาศ กกต.เรื่องการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำหนดเรื่องหลักฐานการยื่นสมัคร ส.ส.ในส่วนของหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้งว่า ที่ผ่านมา กกต.ได้หารือกันเรื่องการเสียภาษีย้อนหลังอย่างเข้มข้นหลายมิติ &amp;nbsp;เพราะมีพรรคการเมืองตั้งคำถามมา ซึ่งเราอภิปรายบนพื้นฐานการไขข้อข้องใจ ตั้งใจพยายามไม่ให้เป็นปัญหาข้อปฏิบัติ ขอบเขต และเวลา ส่วนที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) &amp;nbsp;ระบุว่าหากใช้หลักฐานการเสียภาษีของปี 2559-2560-2561 อาจเป็นปัญหา เพราะการยื่นภาษีต้องยื่นภายในวันที่ 31 มี.ค.62 จึงควรใช้หลักฐานเสียภาษีย้อนหลังที่เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 2558-2560 แทนนั้นไม่น่าทำได้ เพราะมาตรา 45 (2) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดไว้ว่าต้องเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้การยื่นภาษีปี 2561 ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.62 ดังนั้นผู้ที่จะลงสมัครจึงยังมีช่วงเวลาดำเนินการได้อยู่
นักการเมืองสุดมึน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากนับตามปฏิทินของ กกต.ที่จะรับสมัคร ส.ส.ที่กำหนดไว้ในวันที่ 4-8 ก.พ.ก็จะทำให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกพรรคเหลือเวลาการยื่นภาษีให้เสร็จสิ้นเพียงแค่ 12 วันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ยอมรับว่ากังวลพอสมควรและกำลังปวดศีรษะในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้ทัน จึงขอฝาก กกต.ให้พิจารณาด้วย รวมถึงระเบียบขั้นตอนใหม่ เช่นเรื่องการแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัดทุกจังหวัดที่ส่งผู้สมัคร แต่ในฐานะพรรคการเมืองเราก็ต้องทำให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่าจะมีปัญหาต่อผู้ลงสมัครของทุกพรรคการเมือง ขอให้ กกต.พิจารณาเรื่องนี้เป็นการด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจากเรื่องหลักฐานการยื่นการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปีแล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องการหาเสียง &amp;nbsp;โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และนักการเมืองไม่แน่ใจถึงกับปิดเฟซบุ๊กหรืองดโพสต์จำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่าอยากให้ กกต.เร่งดำเนินการกำหนดรายละเอียดต่างๆ ในการหาเสียงให้เร็วที่สุด ทั้งการกำหนดจุดติดตั้งป้ายหาเสียง และการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการกำหนดให้มีผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คน ถามว่าต้องนับใครบ้างและนับอย่างไร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การหาเสียงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อยากให้ กกต.ชัดเจนในการปฏิบัติ เพราะได้กำหนดให้ต้องแจ้งชื่อผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง จำนวนชิ้นที่ผลิต วันที่ที่ผลิตไว้ทางด้านหน้าอย่างชัดเจน เรายินดีทำตามนี้ได้ แต่อยากเรียน กกต.ว่าค่อนข้างรุงรัง ถามว่าการกำหนดแบบนี้จำเป็นด้วยหรือ นอกจากนี้ก็อยากขอความชัดเจนในการควบคุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพราะพรรคเองก็ควบคุมได้เพียงส่วนหนึ่ง เช่นเพจเฟซบุ๊กเรารับผิดชอบข้อความที่เราเอาขึ้นเองได้ แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบทุกความเห็นที่คนพิมพ์เข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย &amp;nbsp;ส่วนตัวผมจะไม่ปิดเพจตัวเอง เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าจะกรุณาควรกำหนดให้ชัดว่าความรับผิดชอบเป็นอย่างไรก็จะเป็นประโยชน์ เพราะ กกต.สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ภายในครึ่งวัน ไม่จำเป็นต้องให้พรรคการเมืองทำหนังสือและ กกต.ตอบกลับ 30 วัน ซึ่งจะไม่ทันเวลาในการหาเสียง&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือ ไปควบคุมอะไรเสียจนทำให้บรรยากาศที่จะทำให้คนสนใจการเลือกตั้งได้รับข้อมูลในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างกว้างขวางถูกทำลายไป เพราะเราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม หากจำกัดการสื่อสารการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่เรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่เป็นผลเสียกับการเลือกตั้งโดยตรง ดังนั้นอะไรที่ทำความชัดเจนได้เร็วที่สุดเท่าไหร่ก็ควรทำเพื่อประโยชน์ต่อทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ระเบียบ กกต.เรื่องการหาเสียงใช้เฉพาะกับผู้สมัคร ส.ส.และพรรคการเมืองเท่านั้น โดยเงื่อนไขมีอยู่เพียงว่าให้ไปแจ้งกับ กกต.ว่าจะใช้เพจอะไรเป็นทางการ ก่อนเริ่มต้นหาเสียง ก่อนเป็นผู้สมัคร ส.ส. ส่วนพี่น้องประชาชนทั่วไปยังใช้เสรีภาพของท่านได้ ทั้งนี้การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะสมบูรณ์แบบเป็นสากล จำเป็นต้องมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทุกๆ คนอย่ากลัวในการที่จะแสดงออกว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใด นี่คือเรื่องปกติ อย่าให้ความผิดปกติของการที่รัฐบาลทหารครองอำนาจมาอย่างยาวนานกดทับเรา จนเราไม่กล้าใช้เสรีภาพ
สัปดาห์หน้าชัดพื้นที่ติดป้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า สถานการณ์ของพรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่าในขณะนี้เป็นไปตามคาด และเป็นเหตุให้ตัดสินใจแจ้ง กกต.เพื่อยุติพรรค เพราะเล็งเห็นว่าข้อปฏิบัติของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรม และสุ่มเสี่ยงที่จะกระทำผิดกฎหมายที่อาจถูกตัดสิทธิ์ กระทั่งมีโทษทางอาญาหรือทางแพ่งได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;น่าสนใจว่าเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันสมัคร ส.ส. พรรคการเมืองต่างๆ จะมีความพร้อมได้ซักกี่พรรค ด้าน กกต.เองจะมีความพร้อมตรวจสอบและรับรองขั้นตอนต่างๆ ได้มากขนาดไหน จนทำให้พรรคการเมืองอีกหลายพรรคอาจตกม้าตายได้ง่ายๆ ซึ่งบทสรุปของการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจัดขึ้นด้วยความไม่พร้อมในทุกๆ ด้านทุกฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงาน กกต. น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำ กทม.กล่าวถึงการกำหนดพื้นที่สำหรับการติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งว่า พรรคการเมืองยังไม่สามารถติดป้ายหาเสียงได้ เนื่องจาก กกต.ยังไม่ได้กำหนดสถานที่ติดป้าย ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ก็พบป้ายของหลายพรรคการเมืองติดอยู่ตามพื้นที่สาธารณะ เบื้องต้นได้ประสานไปยังสำนักงานเขตให้ปลดป้ายแล้ว ซึ่งถ้าจะดำเนินการจริงจังต้องถือว่ามีความผิดแล้ว แต่ กกต.อยากผ่อนปรนจึงขอความร่วมมือให้ปลดป้ายลง &amp;nbsp;ดังนั้นว่าที่ผู้สมัครรายใดที่ติดป้ายหาเสียงขอให้ปลดออกภายใน 5 วัน ถ้าไม่ดำเนินการสำนักงานเขตจะเก็บป้ายและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ทั้งนี้ กกต.กทม.กำลังเร่งหารือกับสำนักงานปลัด กทม.เพื่อกำหนดสถานที่ติดป้ายหาเสียง โดยคาดว่าสัปดาห์หน้าจะชัดเจนแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งว่าภายหลังมี พ.ร.ฎ.ออกมา ปรากฏว่านายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขตพญาไท จตุจักร ราชเทวีได้ให้ทีมงานติดป้ายหาเสียงตัวเองในเขตเลือกตั้งดังกล่าวทันที แต่ต่อมาในช่วงเที่ยงของวันพฤหัสบดีนายอรรถวิชช์ก็ได้สั่งเก็บป้ายดังกล่าวทันที โดยนายอรรถวิชช์กล่าวว่าหลังได้ติดป้ายหาเสียงไปแล้ว นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม.ได้โทรศัพท์มาขอให้เก็บป้าย เนื่องจาก กทม.ยังไม่ออกประกาศจุดติดป้าย ดังนั้นจึงยินดีร่วมมือแต่ก็อยากให้ กทม.เร่งออกประกาศด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคการเมืองว่า กฎหมายกำหนดให้เริ่มหาเสียงได้ตั้งแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เป็นต้นไป แต่เมื่อยังไม่ได้สมัคร ส.ส. ยังไม่มีหมายเลข จึงมีอะไรบางอย่างที่เป็นอุปสรรคอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องของผู้สมัคร แต่กระบวนการต่างๆ กกต.ได้ออกระเบียบไว้หมดแล้ว ก็ทำได้เต็มที่ ส่วนรายละเอียดต่างๆ เช่น การจัดรถแห่ การโพสต์ในเฟซบุ๊ก และการจัดเวทีเสวนาต่างๆ นั้นต้องไปถามรายละเอียดกับ กกต. ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลหรือแม้แต่ตนเองที่จะไปพูด
แนะไปส่องกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการวิจารณ์ว่ารัฐบาลกำลังเอาเปรียบทางการเมือง นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อใดมีการกล่าวหาก็ต้องทำให้เกิดความชัดเจน ซึ่งรัฐบาลชัดเจนแล้วว่าทำได้ อย่างน้อยคือการจัดงานพระราชพิธี และการเตรียมการเป็นประธานอาเซียน เป็นเรื่องที่ต้องทำ เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาและโครงการต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องการพัฒนาประเทศ ใครที่บอกว่ามีปัญหาและทำไม่ได้กรุณาไปดูว่ากฎหมายมาตราใดที่ห้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านอาจเป็นรัฐมนตรีหรือนักการเมืองในสมัยที่รัฐบาลยุบสภา หรือรัฐบาลครบวาระ หรือคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งจากการที่นายกฯ ลาออก ท่านจึงเคยเผชิญกับการต้องพิจารณาว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งก็ถูกต้องเพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด แต่เวลานี้รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนอย่างนั้น ไม่ได้มีข้อห้าม ดังนั้นจึงเป็นคนละกรณี คนที่พูดกำลังบอกว่าให้แฟร์หน่อย ช่วยทำให้เหมือนเก่าหน่อย&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 นายวิษณุกล่าวว่า ทราบแล้ว แต่อำนาจมันมีอยู่ และพยายามจะไม่ใช้อยู่แล้ว การใช้มาตรา 44 ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ไม่ใช่นึกสนุกก็ใช้ &amp;nbsp;เพราะมันต้องมีปัญหาและมีกระบวนการอยู่ ซึ่งหลังจากจะใช้หรือไม่แล้วแต่เหตุการณ์และความจำเป็น &amp;nbsp;เพราะบางครั้งความจำเป็นเกิดจากประชาชนเรียกร้อง แต่จะเห็นว่าตั้งแต่ ม.ค.เป็นต้นมามีหลายหน่วยงานขอให้ใช้หลายเรื่อง แต่รัฐบาลปฏิเสธไม่ใช้มาตรานี้
ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกแถลงการณ์กรณี กกต.กำหนดให้วันที่ 24 มี.ค.เป็นวันเลือกตั้ง &amp;nbsp;โดยเรียกร้องใน 6 ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องใช้อำนาจเสมือนเป็นรัฐบาลรักษาการ ต้องไม่ริเริ่มโครงการใหม่ที่ต้องใช้งบประมาณผูกพัน หรืองบประมาณจำนวนมากในลักษณะสร้างความนิยมทางการเมือง ต้องไม่โยกย้ายและแต่งตั้งข้าราชการที่จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง 2.หัวหน้า คสช.ต้องงดเว้นใช้มาตรา 44 3.คสช.และรัฐบาลต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัด 4.กกต.ต้องใช้อำนาจของตนให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 5.พรรคขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันทำให้การเลือกตั้งสุจริต เสรี และเที่ยงธรรม ด้วยการสอดส่องและเปิดโปงการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ และ 6.พรรคเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองทำการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันนำเสนอนโยบายให้ประชาชนตัดสิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตว่า การมีวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไม่ใช่หลักประกันอันใดเลย หากขบวนการขัดขวางล้มการเลือกตั้งยังขับเคลื่อน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงปัจจุบันยังมีความพยายามของคนกลุ่มนี้อยู่&amp;nbsp;
วันเดียวกันยังคงมีความเคลื่อนไหวของการเสนอบัญชีรายชื่อนายกฯ โดยนายอุตตม สาวนายน &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พปชร.กำลังพิจารณาผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต และพิจารณาผู้ที่เหมาะสมเสนอชื่อเป็นนายกฯ ที่ต้องทำให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณี 4 รัฐมนตรีจะลาออกเมื่อใดนั้น ถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะลาออก อีกไม่นานจะได้ฟังพร้อมๆ กัน ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 4-8 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้ทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือยัง นายอุตตมตอบว่ายังไม่มีการทาบทามใครทั้งนั้น แต่กระบวนการหารือภายในพรรคได้เริ่มขึ้นแล้ว จะไปสู่จุดที่ชัดเจนและได้ข้อยุติภายในเร็วๆ นี้ โดยเมื่อเปิดชื่อออกมาจะเฮทั้งประเทศ รับรองเฮด้วยความพอใจแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแคนดิเดตรายชื่อนายกฯ ในบัญชีพรรค พปชร.นั้น แม้พรรคเปิดโอกาสให้สมาชิกของพรรคเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ภายในวันที่ 28 ม.ค.เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ แต่ขณะนี้พรรควางไว้แล้วที่จะใช้สิทธิ์เสนอชื่อ 3 คน โดยชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ &amp;nbsp;1 ขณะที่นายอุตตมอยู่ในลำดับ 2 และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ อยู่ในลำดับที่ 3&amp;nbsp;
พาเหรดบี้บิ๊กตู่พ้นเก้าอี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการลาออกของ 4 &amp;nbsp;รัฐมนตรี พปชร.ว่า ต้องแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่าน ไม่ก้าวล่วง แต่อยากพูดถึงตัวเองซึ่งเคยอยู่เอกชนมาก่อนก็ลาออก เพราะคิดว่ามันไม่แฟร์ที่จะเอาเวลาซึ่งเราต้องทำงานให้เอกชนทำในแง่การเมือง &amp;nbsp;เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีเวลาให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่มีประเทศประชาธิปไตยใดในโลกที่จะมีหัวหน้าคณะปฏิวัติหรือหัวหน้า คสช.ที่มีอำนาจตามมาตรา 44 นั่งคุมประเทศจัดการเลือกตั้งร่วมกับ กกต.ไปจนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ เพราะหัวหน้า คสช.มีผลประโยชน์ทับซ้อนที่จะได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองให้เป็นนายกฯ ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะสุจริต เสรีเป็นธรรม เพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประเทศ ที่ประเทศไทยกำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญที่ประชาชนรอคอย คือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงสมควรที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช.และงดเว้นการใช้อำนาจเต็ม เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการเยี่ยงนานาอารยประเทศในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท.กล่าวทำนองเดียวกันว่า พล.อ.ประยุทธ์และ 4 รัฐมนตรี พปชร.ควรแสดงสปิริตลาออกได้แล้ว และควรพิจารณาในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม และนำมาซึ่งการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค ทษช.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ คสช.แสดงความจริงใจในการคืนอำนาจให้ประชาชน โดย พล.อ.ประยุทธ์ควรยุติการใช้มาตรา 44 นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอให้รัฐบาล คสช.ยึดแนวปฏิบัติเช่นเดียวกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังยุบสภา และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศจุดยืนและอนาคตทางการเมืองโดยเร็ว และขอให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง อิสระ โปร่งใส ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจใดๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้งหนึ่งว่าได้เวลาแล้วที่ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่ควรกั๊กว่าจะรอใครมาทาบทาม &amp;nbsp;เพราะทุกคนต่างเห็นกันอย่างชัดเจนว่าพรรค พปชร.ได้ทาบทามท่านทุกวันบนเวที พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. มิฉะนั้นท่านจะเป็นคนเอาเปรียบมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27454</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, มิตติ ติยะไพรัช, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อุเทน ชาติภิญโญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c868bdf39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.หวดพรรคเก่า เร่งเปิดสาขา-ตัวแทน/อึ้ง!มีแค่&#039;ปชป.&#039;ส่งลงส.ส.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เปิดใจถึงอนาคตการเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อตัดสินใจ เผยหากลงสนามการเมืองจะเลือกพรรคที่เสียสละ ต่อยอดสิ่งที่ทำมา เตือนทุกพรรคอย่าเอารัฐธรรมนูญมาเล่นแง่ ต้องเคารพประชามติไม่ใช่ล้มเลิกหมด &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; เผยพรรคเก่ามีแค่ &amp;rdquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้เพราะมีทั้งสาขา-ตัวแทนพรรคครบตามกฎหมาย พรรคเพื่อแม้วพร้อมใจประสานเสียงชูนโยบายประชาธิปไตยสู้เผด็จการ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 22 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทและอนาคตทางการเมืองหลังเลือกตั้งว่า เรื่องนี้ได้บอกหลายครั้งแล้วอยู่ในช่วงการตัดสินใจว่าควรอยู่ทำงานต่อหรือไม่ หากอยู่ต่อจะอยู่ได้ด้วยอะไร ฉะนั้นกำลังดูว่าถ้าต้องอยู่จะต้องทำอย่างไร อันแรกพรรคการเมืองต้องมาเชิญก่อน และจะตอบรับใครหรือเปล่าก็ต้องคิดดู ถ้าคิดว่าจะต้องอยู่ต่อเพื่อทำงานต่อก็คงต้องอยู่พรรคใดพรรคหนึ่ง ทั้งนี้ต้องเป็นพรรคที่ทำงานด้วยความตั้งใจ เสียสละอย่างแท้จริง และทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า ไม่ใช่ล้มล้างทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมด มันเสียเวลาเปล่า มีหลายอย่างที่สำเร็จมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรค พปชร. ส่วนกรณีที่ พปชร.ชูนโยบายแปลงที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนดนั้นอยู่ในขั้นตอนการหารือ สิ่งที่บอกได้ในตอนนี้คือระมัดระวังหน่อย การจะเอาที่ดิน ส.ป.ก.ออกเป็นโฉนดเหมาะสมหรือไม่ ได้เตือนไปแล้วผ่านทางสื่อและอะไรต่างๆ ขอให้ทุกคนระมัดระวังเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นที่ดินเหล่านี้จากที่ใช้ทำการเกษตรจะไปเป็นอย่างอื่นหมด แต่เรากำลังหาวิธีการ พยายามทำให้ที่ดินบางส่วนเหล่านี้ที่สามารถทำกิจการอื่นได้มากกว่าการเกษตร จะหามาตรการอย่างไรให้สามารถทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังชี้แจงถึงหากพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ รัฐบาลจะยังเดินสายประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) อีกหรือไม่ เพราะหลายพรรคกังวลความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองว่า หลัง พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ เดี๋ยวคงออกมาเร็วๆ วันนี้ ฉะนั้นเรื่องการทำงานของรัฐบาลต้องเข้าใจว่ารัฐบาลนี้ต้องทำงาน และเป็นรัฐบาลที่มาด้วยวิธีพิเศษ สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำคือ การแก้ปัญหาที่เป็นวาระแห่งชาติ หลายเรื่องทำสำเร็จไปแล้ว แต่อีกหลายเรื่องจำเป็นต้องวางพื้นฐานแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายเพื่อขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่มีอยู่ในอดีตที่ผ่านมา เราอย่าไปมองเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้ทำเพื่อใครทั้งสิ้น ทำตามแนวทางนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่เช่นนั้นประชาชนจะไม่ได้รับการดูแลในช่วงนี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้แจกจ่ายเอกสารผลงานการดำเนินงานของรัฐบาลปีที่ 4 เล่มหนา ถ้าเอาผลงานมาดู 4 ปีจะเห็นว่ารัฐบาลทำอะไรมาบ้าง อย่าบอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร ขอให้ไปหาดู เดี๋ยวจะแจกจ่ายกัน และยังมีคิวอาร์โค้ดสามารถเปิดดูผลงานรัฐบาลได้ด้วย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงรัฐธรรมนูญว่า เรามีการปรับแก้มาหลายครั้งเต็มที ดังนั้นวันนี้เมื่อเขาร่างรัฐธรรมนูญมาแบบนี้เราต้องยอมรับ และไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับตรงนี้ เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ เมื่อร่างมาก็มีการนำเอาบทเรียน ปัญหาอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้นมาแก้ไขจนเป็นกติกาใหม่ออกมา ซึ่งหลายคนก็ไม่ยอมรับ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการลงประชามติมาแล้ว ก็ต้องเคารพเสียงประชาชนด้วย และปฏิบัติตามกติกาใหม่นี้ให้ได้ จากนั้นก็มาคอยดูว่าจะมีอะไรที่ดีขึ้นบ้างหรือไม่ แก้ปัญหาเดิมๆ ได้หรือเปล่า ความขัดแย้งลดลงหรือไม่
เตือนอย่าเอา รธน.มาต่อสู้กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุดเรามักให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญมากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องเพราะเป็นกรอบสำคัญของประเทศ แต่กฎหมายลูกทุกคนไม่ค่อยสนใจ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ฎ. หรือ พ.ร.ก., กฎกระทรวง ไม่เคยสนใจเลย ทุกคนเอาแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง 300 กว่ามาตรามาสู้กันอยู่แบบนี้ มันไม่ได้ ทุกคนต้องดูสิ่งที่รัฐบาลได้ทำมา ถ้าไม่ศึกษาก็ไม่สามารถปรับตัวเองได้ ไม่ใช่พูดกันไปเรื่อยเปื่อย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์เตือนว่า การหาเสียงต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณที่จะต้องระวังให้มากที่สุด ไม่ใช่โจมตีรัฐบาลนี้ แต่พอถึงรัฐบาลหน้าก็ทำนี่ทำโน่น ยืนยันรัฐบาลนี้ทำตามกฎหมายทุกประการ ขอร้องอย่าไปพูดจาอะไรที่ไม่ถูกกฎหมายหรือไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการเงินการคลัง &amp;nbsp;เพราะ พ.ร.บ.การใช้จ่ายงบประมาณครอบคลุมไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว ที่ออกมาพูดกันไปมาขณะนี้ไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ได้ ก็ขอให้ระมัดระวังในวันข้างหน้าด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการออกระเบียบมาจำนวนมาก วันข้างหน้าหากถูกฟ้องขึ้นมาก็ถือว่าเป็นไปตามกฎหมายใหม่ทั้งสิ้น อย่าลืมว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำหรือแก้ปัญหา ทั้งหมดก็เพื่อความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การค้าการลงทุนที่วันนี้มีการลงทุนไป 9 แสนกว่าล้านบาทในพื้นที่อีอีซี ดังนั้นถ้าทุกคนประกาศจะยกเลิกอีอีซี ขอถามว่าแล้วที่ลงทุนไปจะทำอย่างไร ทุกอย่างจะกลับมาสู่ที่เก่าทั้งหมด แล้วใครจะรับผิดชอบ กรุณาเตือนพรรคการเมืองด้วย อย่าลืมว่าการก่อสร้างบ้านของเรานี้อยู่ระหว่างการตอกเสาเข็ม &amp;nbsp;ต่อเติมพื้นล่างขึ้นมา แล้วพวกท่านยังจะมาทำลายรากฐานของมัน ทำลายกฎหมายทุกตัว แล้วประเทศจะไปได้หรือไม่หากทำเช่นนี้ ขอร้องว่าอย่าเพิ่งทำลายสิ่งเหล่านี้เลย เพียงแค่จะเอาชนะทางการเมืองกันอย่างเดียว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อยากจะขอร้องตรงนี้จะทำให้เสียประโยชน์กับคนทุกฝ่าย ประชาชนทุกกลุ่มจะเสียหายกันไปทั้งหมด แล้วจะแก้กันอย่างไร หรือจะแก้ด้วยนโยบายที่พูดกันไปมาในวันนี้ &amp;nbsp;แล้วมันจะแก้ได้จริงหรือไม่ เพราะถ้าแก้ได้จริงก็คงแก้กันมานานแล้ว เพราะทุกคนที่ออกมาพูดก็เคยอยู่ในการบริหารราชการแผ่นดินมาแล้วทั้งสิ้น หลายอย่างที่พูดออกมาก็แสดงให้เห็นว่าไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลได้ทำไปแล้ว ออกมาพูดซ้ำ อยากให้ไปดูว่านโยบายของบางพรรคการเมืองซ้ำกับสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว แม้แต่ออกไปต่างประเทศก็พูดอยู่นั่น รถไฟฟ้าก็ไม่รู้ว่ายุทธศาสตร์เขามีอย่างไร ทำอะไรไปแล้วบ้าง สื่อมวลชนเองถ้ามัวแต่จะเอาแต่ข่าวความขัดแย้งมากๆ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เผยด้วยว่า จากการติดตามของฝ่ายความมั่นคงรายงานว่า มีคนที่มาร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งประมาณ 200-300 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามพฤติกรรมทางการข่าว มีการถ่ายรูป ก็หน้าตาทุกคนก็ชุดเดิม กลุ่มเดิมๆ ไม่มีกลุ่มอื่น เพราะฉะนั้นขอเพียงว่าอย่าให้ใครไปให้ความสนใจมากนักเลย เดี๋ยวก็เกิดความขัดแย้งกันอีก คนไม่ชอบเขาก็มี ไม่ใช่พอมีเรื่องมีราวขึ้นมาก็โทษฝ่ายรัฐดำเนินการอีก มันไม่ใช่ รัฐจะต้องรักษาความสงบให้ได้มากที่สุด
ปชป.พรรคเดียวทำตามกฎ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด &amp;nbsp;ลงวันที่ 21 ม.ค.62 แจ้งหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ตามมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เนื่องจากยังมีพรรคการเมืองทำหนังสือสอบถามเข้ามายัง กกต. โดยยืนยันว่าพรรคการเมืองสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องแจ้งต่อ กกต.ก่อนดำเนินการ ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.เคยตอบข้อสอบถามของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจาก กกต.ถึงกรณีแจ้งเตือนไปยังพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง &amp;nbsp;2550 รวม 60 พรรคการเมืองให้เร่งปฏิบัติใน 4 เรื่องตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ให้ครบถ้วน ซึ่งมีเพียง 2 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาธิปไตยใหม่ที่ได้ดำเนินการครบถ้วน และอีกเงื่อนไขสำคัญที่พรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ซึ่งมีทั้งสิ้น 104 พรรคการเมืองจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ ก็คือต้องจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดอย่างน้อย 1 แห่งในจังหวัดนั้นๆ ก็พบว่าพรรคการเมืองทยอยรายงานการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมายัง กกต.แล้ว โดย ณ วันที่ 21 ม.ค.62 มีทั้งสิ้น 39 พรรคการเมือง ซึ่งแต่ละพรรครายงานเข้ามามีเพียง ปชป.พรรคเดียวที่มีทั้ง 2 ประเภทครบใน 77 จังหวัด โดยมีสาขาพรรคการเมือง 8 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 69 แห่ง ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆ นั้นยังมีไม่ครบถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ยังมีไม่ครบถ้วน มีอาทิ พรรคเพื่อไทย มีสาขาพรรค 4 สาขา ตัวแทนพรรคการเมือง 26 แห่ง, พรรคภูมิใจไทย มีสาขาพรรค 3 สาขา ตัวแทนพรรคการเมือง 58 แห่ง, พรรคพลังประชารัฐ มีสาขาพรรค 1 สาขา ตัวแทนพรรคการเมือง 30 แห่ง, พรรคเพื่อชาติ มีสาขาพรรค 4 &amp;nbsp;สาขา ตัวแทนพรรคการเมือง 21 แห่ง, พรรคประชาชนปฏิรูป มีสาขาพรรค 4 สาขา ตัวแทนพรรคการเมือง 14 แห่ง, พรรคเสรีรวมไทย มีสาขาพรรค 4 สาขา ตัวแทนพรรคการเมือง 21 แห่ง, พรรคประชาธิปไตยใหม่ มีสาขาพรรค 6 สาขา ตัวแทนพรรคการเมือง 1 แห่ง และพรรคไทยรักษาชาติ ยังมีเพียงสาขาพรรค 3 สาขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ระบุให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคการเมืองต้องรับฟังความเห็นจากหัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิก เพื่อประกอบการพิจารณาส่งผู้สมัคร โดยตามกฎหมายพรรคการเมืองจะตั้งสาขาพรรคได้ต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัด ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขานั้นตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ส่วนถ้าใช้วิธีตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ก็ต้องมีสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นตั้งแต่ 101 คนขึ้นไป แต่ด้วยเวลาที่จำกัดในการหาสมาชิกและการตรวจสอบกับระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคของ กกต.เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสมาชิกซ้ำซ้อนจนทำให้ขาดคุณสมบัติ จึงทำให้ทุกพรรคการเมืองขณะนี้เกิดปัญหายังไม่สามารถจัดตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดได้ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนดเพื่อให้มีสิทธิ์ส่งสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่ใกล้จะประกาศ พ.ร.ฎ.อีกไม่นานนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดตัวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พท.ว่าไม่ทราบ และไม่รู้ว่า พท.จะมีข้อยุติเรื่องผู้สมัครอย่างไร ส่วนกรณีนายชัชชาติประกาศว่าจะกวาดที่นั่งในสภา 375 ที่นั่งนั้นก็ไม่ทราบและไม่กังวล เพราะหากเอาที่ทุกพรรคประกาศที่นั่งออกมารวมกัน ตอนนี้คงต้องสร้างรัฐสภากันใหม่อีกรอบหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอภิสิทธิ์พร้อมคณะไปเปิดตัวนางฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตคลองสามวา และเปิดศูนย์อำนวยการพรรค โดยยืนยันว่า ปชป.พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และไม่ต้องถามแล้วว่าพรรคจะไปร่วมกับใคร แต่ให้ถามว่าใครจะมาร่วมกับ ปชป.&amp;nbsp;
จี้ กกต.สอบเก็บบัตร ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ที่ออกมาแฉเรื่องการเก็บบัตรประชาชนว่า ไม่ได้มีเฉพาะนายนิพิฏฐ์พูดเท่านั้น แต่หลายพรรคออกมายืนยันเหมือนกัน จึงอยากให้ กกต.ได้เข้าไปดู เพราะถ้าเราสามารถปราบปรามไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้ในการเลือกตั้งก็จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พัทลุงนายนิพิฏฐ์ พร้อมว่าที่ผู้สมัคร&amp;nbsp;ส.ส.พัทลุงอีก 3 พรรคทั้งพลังธรรมใหม่, ไทยรักษาชาติ &amp;nbsp;และชาติไทยพัฒนา ได้นัดประชุมร่วมกันในกรณีการเก็บบัตรประชาชน โดยยืนยันว่าจะรวบรวมหลักฐานไปยื่นหนังสือร้องเรียน กกต.กลางและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยไม่มอบหลักฐานให้ กกต.พัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะไม่ไว้ใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเรียกร้องให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 เข้ามาจัดการและปฏิรูปเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรค พท.นั้น นายชัชชาติพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ จ.มหาสารคาม และได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ศูนย์ประสานงานพรรค เขต 3 อ.พยัคฆภูมิพิสัย โดยระบุว่าที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยพิสูจน์มาแล้วว่า ถ้าเอาคนที่มีประสบการณ์และทำเป็นจะแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องได้อย่างน้อย 375 เสียง เพื่อให้มากกว่า ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ฝ่ายประชาธิปไตยจะแพ้ไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่พรรคเพื่อไทย แต่หมายถึงอนาคตของประเทศ อนาคตของความเป็นประชาธิปไตย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่านโยบายแบ่งปันกำไรข้าวทำได้ เพราะนโยบายจำนำข้าวและประกันราคาข้าวนั้นอาจขัดกับรัฐธรรมนูญ ส่วนที่นายกฯ ติงว่าทำไม่ได้นั้น ได้สอบถามทีมยุทธศาสตร์และนักวิชาการของพรรคแล้วว่าทำได้แน่นอน ก็ขนาดอ้อยยังทำได้ มีพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลมาคุมการแบ่งกำไร บังคับใช้มาตั้ง 30 กว่าปี ทำไมข้าวถึงทำไม่ได้ มั่นใจว่าไม่ได้ขายฝันใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เป็นประธานเปิดสำนักงานศูนย์ประสานงานพรรคชาติพัฒนา และปราศรัยนโยบายพรรค No problem รวมทั้งชูผลงานของพรรคตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ สมัยเป็นนายกฯ ซึ่งถือเป็นยุคทองด้านเศรษฐกิจ และเป็นผู้วางพื้นฐานในการพัฒนานครราชสีมา&amp;nbsp;
ด้านความเคลื่อนไหวของ พปชร. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคอีสาน ยังคงเดินสายลงพื้นที่ในภาคอีสาน โดยกล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.ว่า ขณะนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กำลังศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพรรค โดย พปชร.ยังยึดหลักเรื่องกรรมสิทธิ์ยังเป็น ส.ป.ก.เหมือนเดิม ดังนั้นข้อห่วงใยที่หลายฝ่ายมองว่าที่ดินจะตกเป็นของนายทุนนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า หลังพรรคได้ส่งแกนนำลงพื้นที่จังหวัดภาคกลาง เหนือ และอีสานต่อเนื่อง ได้รับการตอบรับอย่างมาก โดยสิ่งที่ประชาชนชื่นชอบก็คือ นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่พรรคจะต่อยอดให้ดีขึ้นอีก รวมถึงสวัสดิการด้านอื่นๆ และประชาชนอยากให้พรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะได้ทำนโยบายดังกล่าวให้ต่อเนื่อง นอกจากนั้นชาวบ้านอยากให้บ้านเมืองสงบ&amp;nbsp;
พปชร.โต้เดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรยังตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่า พปชร.จะได้ ส.ส.ไม่ถึง 150 เสียง หากเกินจะให้ไปด่าหน้าบ้าน 3 ชั่วโมงว่า ร.ต.อ.เฉลิมเพิ่งไปปราศรัยได้ &amp;nbsp;3-4 จังหวัดจะทราบได้อย่างไร เอาเวลาไปเคลียร์ใจกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยดีกว่า และหาก ร.ต.อ.เฉลิมชอบเป็นนักพยากรณ์มาก ช่วยทำนายหน่อยว่านายวัน อยู่บำรุง จะได้เป็น ส.ส.หรือไม่ และคงไม่มีไปยืนด่าได้ 3 ชั่วโมง คงมีแต่ ร.ต.อ.เฉลิมเท่านั้นที่ทำได้ และตนเองก็ไม่กล้าด่าเพราะยังอยากไปหาเพื่อนแถวทองหล่ออยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรยังตอบโต้คุณหญิงสุดารัตน์ ที่ออกมาตอบโต้นายสมศักดิ์ว่าเลือกเพื่อไทยไม่มีความขัดแย้ง สงบแบบมีคุณภาพ ไม่ใช่สงบแบบกระเป๋าแฟบ ว่าประชาชนทราบดีว่าบ้านเมืองขัดแย้งเพราะพรรคใคร คุณหญิงสุดารัตน์อย่าความจำสั้น ใครพยายามออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยนำมาซึ่งความขัดแย้ง จน พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกมาแก้ปัญหา และกระเป๋าชาวบ้านไม่แฟบ เพราะนายกฯ ให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ค่าตอบแทน อสม. เบี้ยสูงอายุ นอกจากนั้นประเทศสงบมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเมืองไทย &amp;nbsp;37 ล้านคน เงินเข้าประเทศ 2.7 ล้านล้านบาท แต่คนที่กระเป๋าตุงจริงๆ หนีไปอยู่ต่างประเทศหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ตอบโต้นายสุริยะที่พาดพิงนายอดิศร เพียงเกษ &amp;nbsp;สมาชิกพรรค ว่านายสุริยะหลงประเด็น ที่จริงนายอดิศรท้วงติงความฝันหรือคาดหมายต่อจำนวน ส.ส.ของ พปชร.ควรจะได้ว่ามากเกินจริง ซึ่งเป็นความเห็นต่างกันปกติธรรมดา แทนที่นายสุริยะจะตอบโต้ด้วยการแสดงภูมิรู้เรื่องหลักการหรือแสดงตัวบ่งชี้ถึงค่านิยม กลับไปงัดเอาเรื่องส่วนตัวเรื่องบุญคุณซึ่งไม่ใช่สาระที่คนสนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมอยู่พรรคนี้มาก่อนนายสุริยะ เข้าใจดีว่าคนจะเป็นรัฐมนตรีเป็นการตัดสินใจของคณะผู้บริหารพรรค ไม่เชื่อว่านายสุริยะคนเดียวมีบารมีขนาดนั้น เพราะนายอดิศรเองเขาก็มีชื่อชั้น ทำประโยชน์ให้พรรคและมีความสามารถพอ ตำแหน่งประมาณนี้คงไม่ต้องไปพึ่งใคร&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
ชูเลือกฝ่ายประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำคณะลงพื้นที่ จ.นครปฐม &amp;nbsp;โดยย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง 2 ทางเลือกคือ จะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ &amp;nbsp;หรือจะเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยพรรคฝ่ายประชาธิปไตยต้องได้ &amp;nbsp;ส.ส.รวมกันอย่างน้อย 376 ที่นั่ง จะได้ไม่ต้องมีข้อกังวลใดๆ ทั้งสิ้นต่อกระบวนการที่ผู้มีอำนาจเตรียมการไว้ และขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ &amp;nbsp;หรือมีจุดยืนประชาธิปไตยเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง ทษช.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่ให้โปร่งใส ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะการตรวจสอบนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่เดินทางไปพบอดีตนายกฯ ที่ต่างประเทศเข้าข่ายการถูกครอบงำหรือไม่ โดยเทียบเคียงกับพรรค พปชร.ที่ประกาศตลอดมาว่านโยบายและผลงานของรัฐบาลก็คือนโยบายพรรค พปชร. รวมถึงการสนับสนุนผู้มีอำนาจอย่างโจ่งแจ้ง ลักษณะเช่นนี้เป็นยิ่งกว่าการครอบงำ กกต.ต้องเตือนตัวเองให้มาก และตระหนักว่าประชาชนรู้เท่าทันและต้องการความชัดเจนจาก กกต.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค ทษช.กล่าวถึงกระแสพรรคจะเสนอชื่อนายวีรพงษ์ รามางกูร &amp;nbsp;หรือ ดร.โกร่ง อดีตรองนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ว่า ยังไม่มีการติดต่อหรือทาบทามนายวีรพงษ์ตามข่าว โดยพรรคกำลังพิจารณาถึงผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่ออยู่ ซึ่งจะชัดเจนประมาณวันที่ &amp;nbsp;23-24 ม.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) พร้อมนายจตุพร &amp;nbsp;พรหมพันธุ์, นายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ และคณะได้ลงพื้นที่ภาคอีสานวันที่ 4 ซึ่งนายจตุพรย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำให้พรรคการเมืองจำเป็นต้องแตกตัวเป็นพรรคเล็กพรรคน้อยรวมถึง พ.พ.ช. ซึ่งเราจะแข่งขันอย่างเต็มที่ส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต เพราะสิ่งสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้อยู่ตอนหาเสียงเลือกตั้ง แต่อยู่ที่ผลการเลือกตั้ง คะแนนของพรรคฝั่งประชาธิปไตยทุกพรรคจะนำมาเทรวมกัน เป็นการเพิ่มคะแนนเสียงให้ฝ่ายประชาธิปไตยมากกว่าตัดคะแนน ซึ่งถ้าเราไม่ปรับตัวให้เท่าทันก็อาจจะแพ้ ดังสุภาษิตที่ว่าหนามยอกเอาหนามบ่ง ฝั่งตรงข้ามทำอย่างไรเราก็ทำเช่นนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27266</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ธนกร วังบุญคงชนะ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มิตติ ติยะไพรัช, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c47314a38c6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู้เย็นน้อย&#039;ปัดทาบ&#039;ดร.โกร่ง&#039;แคนดิเดตนายกฯไทยรักษาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62- &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคจะเสนอชื่อนายวีรพงษ์ รามางกูร หรือดร.โกร่ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นแคนดิเดตนายกฯในส่วนของพรรคว่า ขณะนี้ยังไม่มีการคิดต่อหรือทาบทาม นายวีรพงษ์ ตามที่มีกระแสข่าว นายวีรพงษ์ เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่คอยให้ข้อคิดเตือนสติสังคมในเรื่องต่างๆ วันนี้พรรคกำลังพิจารณาถึงผู้สมัครส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งและส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค โดยจะมีความชัดเจนประมาณวันที่ 23-24 ม.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจำนวนผู้สมัครของพรรคจะส่งประมาณกี่เขต นายมิตติ ตอบว่า เราจะพยายามส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร, ปัดทาบทาม, มิตติ ติยะไพรัช, เสนอชื่อนายกฯ, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c46c2f30fb14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
