<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันจลาจลวันที่6 ปะทะเดือดใกล้ทำเนียบขาว จีนแขวะสหรัฐสองมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวระทึก ผู้ประท้วงวางเพลิงปะทะตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ จลาจลลามหลายเมืองเป็นวันที่ 6 มีคนโดนตำรวจยิงดับแล้ว 1 ศพที่เคนทักกี สื่อเผยซีเคร็ตเซอร์วิสต้องพาประธานาธิบดีทรัมป์เข้าบังเกอร์ใต้ดินเมื่อคืนวันศุกร์ จีนสบช่องฉะสหรัฐสองมาตรฐาน หนุนม็อบฮ่องกงแต่เรียกผู้ประท้วงการเหยียดผิวว่าผู้ก่อจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ด้านนอกทำเนียบขาว เมื่อคืนวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประท้วงรุนแรงซึ่งเริ่มต้นที่เมืองมินนิแอโพลิสและเมืองเซนต์พอลในรัฐมินนิโซตาตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและลุกลามไปทั่วสหรัฐ รายงานบีบีซีกล่าวว่า มีการประท้วงในมากกว่า 75 เมืองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันอาทิตย์มี 15 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่วางกำลังทหารหน่วยพิทักษ์ชาติหรือเนชันแนลการ์ด เพื่อช่วยรักษาความสงบ โดยกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า มีทหารกองหนุนถูกเรียกมาปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 5,000 นาย และอีก 2,000 นายอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการท้องถิ่นเกือบ 40 เมืองประกาศภาวะเคอร์ฟิว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ผลในการห้ามผู้คนออกมาประท้วงและทำให้เกิดการคุมเชิงอย่างตึงเครียดระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เป็นการก่อความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดของสหรัฐนับแต่การลอบสังหารมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เมื่อปี 2511&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสถานี WLKY-TV ที่เมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี ว่ามีชายคนหนึ่งโดนตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายฝูงชนเมื่อเช้าวันจันทร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาเข้าร่วมการประท้วงด้วยหรือไม่ ตำรวจอ้างว่าพวกตนโดนยิงก่อน จึงยิงตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เกือบเกิดเหตุสลดเมื่อรถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่งขับพุ่งใส่ผู้ชุมนุมบนทางหลวงสายไอ-35 ในเมืองมินนิแอโพลิส ซึ่งถูกปิดการจราจร คนขับถูกผู้ประท้วงลากตัวลงมาทุบตีก่อนที่ตำรวจจะมาควบคุมตัวเขา ไม่มีรายงานว่าผู้ประท้วงโดนรถชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันอาทิตย์ เกิดการปะทะรุนแรงหลายครั้งที่สวนสาธารณะใกล้กับทำเนียบขาว ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย และระเบิดแสงวาบ ขับไล่ผู้ประท้วงที่จุดไฟเผาทรัพย์สินเป็นกองเพลิงหลายจุด นายกเทศมนตรีมิวเรียล เบาเซอร์ ประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 23.00-06.00 น.วันจันทร์ และเรียกระดมเนชันแนลการ์ดมาสนับสนุนตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า ระหว่างเกิดการชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่งผู้ประท้วงเผชิญหน้ากับหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสที่มีหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีและบุคคลสำคัญ หน่วยอารักขาได้พาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปหลบภายในห้องหลบภัยใต้ดินของทำเนียบขาว รายงานข่าวในวันนั้นเผยว่าหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสล็อกดาวน์ทำเนียบขาวชั่วคราว และวันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์เตือนผู้ประท้วงว่า หากปีนรั้วบุกรุกทำเนียบขาวจะต้องเจอกับสุนัขดุและอาวุธร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวโทษพวกซ้ายสุดโต่งว่าก่อความรุนแรง และประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาจะขึ้นบัญชีกลุ่มแอนติฟา ซึ่งต่อต้านฟาสซิสต์ เป็นองค์กรก่อการร้าย รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่มีความชัดเจนว่ามีสมาชิกกลุ่มแอนติฟาเข้าร่วมการประท้วงมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายเมืองทั้งในฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของสหรัฐยังคงเกิดเหตุการณ์รุนแรงและการปะทะกับตำรวจ และมีบางกลุ่มถือโอกาสปล้นสะดมร้านค้า รวมถึงนิวยอร์กซิตี ซึ่งภาพข่าวช่องฟ็อกซ์นิวส์เผยให้เห็นว่าร้านนาฬิกาโรเล็กซ์และกุชชีก็โดนปล้นสะดมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงการตายของฟลอยด์ยังลามออกนอกสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยมีผู้คนเดินขบวนประท้วงกันในเมืองใหญ่ของหลายประเทศ เช่น กรุงลอนดอนของอังกฤษ, เมืองมอนทรีออลของแคนาดา, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนก็ขอมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในสหรัฐด้วย โดยจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า ความวุ่นวายในสหรัฐขณะนี้ขับเน้นปัญหารุนแรงของการเหยียดสีผิวและการใช้ความรุนแรงของตำรวจและยังเปิดเผยความสองมาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ชีวิตคนดำก็เป็นชีวิต สิทธิมนุษยชนของพวกเขาต้องได้รับการรับประกัน&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว &amp;quot;การเหยียดสีผิวกับชนกลุ่มน้อยในสหรัฐเป็นโรคเรื้อรังของสังคมอเมริกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังระบุด้วยว่า การตอบสนองของรัฐบาลสหรัฐต่อการประท้วงภายในประเทศเป็นตัวอย่างตามตำราของภาวะสองมาตรฐานอันโด่งดังระดับโลกของสหรัฐ &amp;quot;เหตุใดสหรัฐจึงยกย่องสิ่งที่เรียกว่าอิสรภาพของฮ่องกงและพวกที่ใช้ความรุนแรงผิวสีว่าวีรบุรุษและนักเคลื่อนไหว แต่กลับเรียกผู้คนที่ประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวว่า &amp;#39;ผู้ก่อจลาจล&amp;#39;&amp;quot; จ้าวตั้งคำถาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67586</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, ทำเนียบขาว, มินนิแอโพลิส, สหรัฐจลาจล, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed525f45951b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มินนิแอโพลิสระดมเนชันแนลการ์ด500นายคุมจลาจลหลังตำรวจฆ่าคนผิวสี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังพิทักษ์ชาติของสหรัฐส่งทหาร 500 นายวางกำลังในเมืองมินนิแอโพลิสและเซนต์พอล ภายหลังการชุมนุมประท้วงก่อความรุนแรง 3 คืนติดต่อกัน สืบเนื่องจากความไม่พอใจที่ตำรวจฆ่าชายผิวดำระหว่างถูกควบคุมตัวเมื่อวันจันทร์ มีอาคารหลายสิบหลังรวมถึงสถานีตำรวจถูกวางเพลิง ขณะการประท้วงลุกลามไปหลายรัฐแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงวางเพลิงร้านค้าในเมืองมินนิแอโพลิสเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ระหว่างการประท้วงติดต่อกันเป็นคืนที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนวนเหตุของการประท้วงก่อจลาจลครั้งล่าสุดในสหรัฐเกิดจากความโกรธแค้นที่จอร์จ ฟลอยด์ ชายชาวอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี เสียชีวิตระหว่างโดนตำรวจผิวขาวควบคุมตัวจากข้อสงสัยว่าใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอม วิดีโอที่มีผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายไว้ได้เผยให้เห็นว่าตำรวจนายหนึ่งใช้เข่ากดคอชายผู้นี้นานกว่า 5 นาที จนเขาหมดสติแน่นิ่ง เขาถูกประกาศว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ 4 นายในเหตุการณ์โดนไล่ออกแล้วเมื่อวันอังคาร แต่วันเดียวกันนั้นชาวเมืองชุมนุมประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมและต้องการให้ดำเนินคดีตำรวจเหล่านี้ฐานฆ่าคนตาย การประท้วงบานปลายเป็นการปะทะกับตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง เหตุการณ์ลุกลามเป็นจลาจล มีทรัพย์สินและร้านค้าถูกวางเพลิงและปล้นสะดม มีคนโดนยิงเสียชีวิตเมื่อวันพุธ ตำรวจกำลังสอบสวนว่าเขาโดนเจ้าของร้านค้ายิงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงดึกของวันพฤหัสบดี ผู้ประท้วงได้เผาทำลายสถานีตำรวจเขต 3 ต้นสังกัดของตำรวจกลุ่มนั้น แต่เอเอฟพีแถลงการณ์ของตำรวจมินนิแอโพลิสว่า ตำรวจได้อพยพออกจากสถานีเขต 3 ล่วงหน้าตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มเศษ จึงไม่มีใครอยู่ภายในอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ได้เรียกกองกำลังเนชันแนลการ์ดและตำรวจรัฐมาเสริมการรักษาความปลอดภัยตามคำร้องขอของนายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโปลิสและเซนต์พอลเมื่อวันพฤหัสบดี &amp;quot;การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ควรนำไปสู่ความยุติธรรมและการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบะบ ไม่ใช่การเสียชีวิตเพิ่มขึ้นและการทำลายล้าง&amp;quot; เขากล่าว และเรียกร้องให้การชุมนุมประท้วงทั้งหมดเป็นไปอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรีจอน เจนเซ็น แห่งกองกำลังพิทักษ์ชาติหรือเนชันแนลการ์ด รัฐมินนิโซตา กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า ทหารในกองกำลังของเราได้รับการฝึกมาเพื่อปกป้องชีวิต คุ้มครองทรัพย์สินและรับประกันสิทธิของประชาชนที่จะประท้วงอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า ทหารบกและทหารอากาศของเนชันแนลการ์ด 500 นาย เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ระหว่างเกิดเหตุผู้ก่อจลาจลปล้นสะดมและวางเพลิงอาคารหลายสิบหลังทั่วเมืองแฝด มินนิแอโพลิสและเซนต์พอล ในช่วงที่เกิดความโกรธแค้นที่ตำรวจฆ่าคนแอฟริกันอเมริกัน ภารกิจของกองกำลังซึ่งเป็นภารกิจสับเปลี่ยนกำลัง เป็นการสนับสนุนการทำงานของตำรวจของรัฐและตำรวจท้องถิ่นในการรักษาความสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอเมริกันในรัฐอื่นๆ ออกมาชุมนุมประท้วงด้วยเช่นกันในสัปดาห์นี้ ที่ย่านยูเนียนสแควร์ของนครนิวยอร์ก มีคนชุมนุมหลายร้อยคนเมื่อวันพฤหัสบดี ผู้ชุมนุมโดนตำรวจจับกุมอย่างน้อย 5 คน ส่วนที่นครลอสแองเจลีสที่มีความตึงเครียดมายาวนานระหว่างตำรวจกับคนผิวดำ ผู้ประท้วงเดินขบวนกลางเมืองเมื่อวันพุธและปิดถนนสายหลักเป็นเวลาสั้นๆ โดยวันศุกร์ นักเคลื่อนไหววางแผนเดินขบวนกันกลางกรุงวอชิงตันใกล้ทำเนียบขาว ขณะที่ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีมีการชุมนุมที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด และเมืองฟินิกส์ รัฐแอริโซนา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67314</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังพิทักษ์ชาติ, จลาจล, จอร์จ ฟลอยด์, ประท้วงตำรวจฆ่าผิวสี, มินนิแอโพลิส, เนชันแนลการ์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed11fcb53a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
