<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสินอดีตตร.ใช้เข่ากดคอ&#039;จอร์จ ฟลอยด์&#039;มีความผิดทุกข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจผิวขาวจากเมืองมินนีแอโพลิสของสหรัฐ ถูกคณะลูกขุนตัดสินเมื่อวันอังคารว่ามีความผิดทั้ง 3 ข้อหาฐานทำให้จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำ ถึงแก่ความตายด้วยการใช้เข่ากดคอเขานานกว่า 9 นาทีจนขาดอากาศหายใจ ศาลนัดพิพากษาโทษอีก 8 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอเมริกันเดินขบวนที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ภายหลังคำพิพากษาว่าเดเร็ก ชอวิน มีความผิด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 (Photo by Megan Varner/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า การพิจารณาคดีนี้ได้รับความสนใจทั่วโลกและถือเป็นบททดสอบสำคัญกรณีความรับผิดชอบของตำรวจสหรัฐในคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสีผิวและการปฏิบัติต่อชาวแอฟริกันอเมริกัน การไต่สวนเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม โดยศาลเปิดให้ซักถามพยาน 45 คน ที่มีตั้งแต่คนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ก่อนที่คณะลูกขุนจะมีคำตัดสินในวันอังคารที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุน 12 คน ซึ่งประกอบด้วยหญิงผิวขาว 4 คน, ชายผิวขาว 2 คน, ชายผิวดำ 3 คน, หญิงผิวดำ 1 คน และหญิงหลายเชื้อชาติ 2 คน ลงความเห็นภายหลังการพิจารณาไตร่ตรองนานกว่า 10 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ว่า เดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจผิวขาวอายุ 45 ปี มีความผิดทั้ง 3 กระทง ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และทำให้คนตายโดยไม่เจตนาฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำวัย 46 ปี กับตำรวจที่เมืองมินนีแอโพลิส ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 มีผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกวิดีโอไว้ โดยชอวิน ที่เป็นตำรวจมานานถึง 19 ปี ใช้เข่ากดคอฟลอยด์ที่โดนจับใส่กุญแจมือนอนคว่ำบนพื้น นาน 9 นาที 29 วินาที แม้เขาจะร้องบอกว่าหายใจไม่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอวินกับตำรวจอีก 3 นายในเหตุการณ์นี้ พยายามจับกุมฟลอยด์หลังได้รับแจ้งว่าเขาใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอม ซื้อบุหรี่ที่ร้านของชำ ตำรวจทั้ง 4 นายนี้โดนไล่ออกทันทีในวันถัดมา อีก 3 นายเตรียมถูกพิจารณาคดีต่อไปในปีนี้ ฐานสนับสนุนผู้กระทำผิดอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังผู้พิพากษาปีเตอร์ เคฮิลล์ แห่งศาลเฮนเนพินเคาน์ตี อ่านคำตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ของคณะลูกขุนว่าเขามีความผิดทุกข้อกล่าวหา ชอวินซึ่งสวมสูทสีเทาผูกเนคไทสีน้ำเงินและสวมหน้ากากอนามัยสีฟ้า พยักหน้ารับและไม่ได้แสดงอารมณ์ใดให้เห็นชัดเจน เขาลุกขึ้นยืนทันทีที่ผู้พิพากษาตัดสินว่าเขาถูกเพิกถอนประกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่พาตัวเขาซึ่งถูกใส่กุญแจมือออกจากห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอกศาลซึ่งวางกำลังรักษาการณ์อย่างแน่นหนา ผู้คนหลายร้อยคนแสดงความยินดี บางคนหลั่งน้ำตาแห่งความปีติ บรรยากาศนี้เกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วสหรัฐ รถยนต์บีบแตร ชุมนุมปิดกั้นถนนและร้องตะโกนชื่อ &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์&amp;quot; ส่วนที่จัตุรัสจอร์จฟลอยด์ในเมืองมินนีแอโพลิส สถานที่เกิดเหตุที่ภายหลังตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ฟลอยด์ ผู้คนพากันกรีดร้องปรบมือด้วยความดีใจ บางคนโยนแบงก์ดอลลาร์เพื่อฉลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำตัดสินครั้งนี้ หลายเมืองทั่วสหรัฐอยู่ในภาวะเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่สงบ และทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดถูกเรียกมารักษาการณ์ในเมืองมินนีแอโพลิส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน โทรศัพท์พูดคุยกับสมาชิกครอบครัวฟลอยด์เพื่อบอกว่าเขา &amp;quot;โล่งอก&amp;quot; กับคำตัดสินนี้ ต่อมาไบเดนพร้อมด้วยคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีหญิงผิวสี แถลงทางโทรทัศน์ว่า คำตัดสินนี้เป็นการก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่ในการเดินขบวนสู่ความยุติธรรมในอเมริกา และเรียกร้องให้ชาวอเมริกันรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแฮร์ริสกล่าวกับครอบครัวฟลอยด์ว่า วันนี้คือวันแห่งความยุติธรรมในอเมริกา และประวัติศาสตร์จะมองย้อนกลับมาที่ช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดสูงสุดตามข้อหาของชอวินมีโทษจำคุกไม่เกิน 40 ปี ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน ที่เป็นความผิดฐานฆ่าคนตายในระดับ 2 ของสหรัฐ ผู้พิพากษาเคฮิลล์กล่าวว่า การพิพากษาโทษจะมีขึ้นใน 8 สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำตัดสินนี้ เมืองมินนีแอโพลิสอยู่ในภาวะตึงเครียดจากการประท้วงหลายคืนติดต่อกัน นับแต่ดอนเต ไรต์ หนุ่มผิวดำอายุ 20 ปี โดนตำรวจหญิงผิวขาวยิงเสียชีวิตห่างจากจุดเกิดเหตุคดีฟลอยด์ไม่กี่กิโลเมตร หลังจากเขาโดนเรียกหยุดรถฐานทำผิดกฎจราจรเมื่อวันที่ 11 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อค่ำวันอังคาร ตำรวจในรัฐโอไฮโอเผยแพร่วิดีโอจากกล้องติดลำตัวตำรวจนายหนึ่งที่ยิงสังหารวัยรุ่นหญิงผิวดำที่ดูเหมือนว่ากำลังใช้มีดข่มขู่คนผู้หนึ่ง ไมเคิล วูดส์ ผู้บัญชาการตำรวจโคลัมบัส กล่าวว่า เขาต้องการเผยแพร่ภาพวิดีโอเหตุการณ์นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน, จอร์จ ฟลอยด์, มินนีแอโพลิส, ศาลพิพากษาว่ามีความผิด, เดเร็ก ชอวิน, เหยียดเชื้อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607feb44803ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยตำรวจหญิงฆ่าหนุ่มผิวสีหยิบปืนผิด ยิงกระสุนจริงแทนปืนเทเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจหญิงที่ยิงหนุ่มผิวสีเสียชีวิตที่เมืองมินนีแอโพลิสของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์หยิบปืนผิด คว้าปืนพกมายิงโดยเข้าใจผิดว่าเป็นปืนเทเซอร์ชอร์ตไฟฟ้า ขณะการประท้วงก่อความวุ่นวายเกิดต่อเนื่องเป็นคืนที่ 2 แม้มีประกาศเคอร์ฟิว ผู้ก่อจลาจลปล้นสะดมและย่องเบาธุรกิจ 20 แห่งเมื่อคืนวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ไล่กวดผู้ประท้วงภายหลังเกิดเหตุจลาจลระหว่างการประท้วงการสังหารดอนเต ไรต์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 (Photo by Nathan Howard/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอนเต ไรต์ หนุ่มอเมริกันผิวดำอายุ 20 ปี โดนตำรวจเรียกหยุดรถที่เมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ ชานเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คำแถลงของทิม แกนนอน ผู้กำกับการตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 12 เมษายน กล่าวว่า ตำรวจเรียกให้เขาจอดเนื่องจากทะเบียนรถหมดอายุ แต่ภายหลังตำรวจตรวจสอบประวัติกลับพบว่าเขามีหมายจับค้างอยู่ จึงพยายามจับกุม เขาขัดขืนจึงโดนยิง และสุดท้ายเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตำรวจผู้นี้สรุปเบื้องต้นหลังจากการตรวจสอบวิดีโอจากกล้องติดลำตัวของตำรวจ 2 นายนี้ ทั้งจากภาพที่เห็นและปฏิกิริยาของตำรวจทั้งสอง ว่า ตำรวจหญิงที่ลั่นไกนายนี้ไม่ได้เจตนายิงไรต์ แต่เป็นการใช้อาวุธโดยอุบัติเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของไรต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอที่แกนนอนนำมาแสดงเผยให้เห็นภาพที่ตำรวจนายหนึ่งพยายามจับไรต์ใส่กุญแจมือ แต่เขาดิ้นหลุดแล้วหนีกลับไปที่รถ ถึงตอนนั้นตำรวจนายที่สองที่เป็นหญิงร้องตะโกนว่า &amp;quot;เทเซอร์ เทเซอร์ เทเซอร์&amp;quot; แล้วก็ยิงปืนไป 1 นัด จากนั้นตำรวจหญิงผู้นี้ก็สบถว่าเธอเพิ่งยิงเขา ขณะที่ไรต์ขับรถหนีแล้วไปชนรถยนต์อีกคัน ก่อนที่รถของเขาจะหยุดลง เขาเสียชีวิตบนที่นั่งคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่เหล่านี้ชักปืนพกออกมาแทนที่จะเป็นปืนเทเซอร์&amp;quot; แกนนอนกล่าว ไม่ชัดเจนว่าเหตุใดตำรวจหญิงจึงหยิบปืนผิด แกนนอนเผยว่า ตำรวจถูกฝึกมาให้พกอาวุธปืนสั้นไว้ฝั่งมือข้างที่ถนัด และปืนเทเซอร์ไว้ด้านที่ไม่ถนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเฮนเนพินเคาน์ตีระบุเมื่อวันจันทร์ว่า การตายของไรต์เป็นการฆาตกรรม โดยผลชันสูตรศพยืนยันว่า เขาถูกฆ่าตายจากบาดแผลกระสุนปืนที่หน้าอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานจับกุมคดีอาญารัฐมินนิโซตาระบุชื่อตำรวจผู้ลั่นไกว่าคือ ตำรวจหญิงคิม พอตเตอร์ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นคนผิวขาวและมีประสบการณ์ เธอถูกสั่งพักราชการ แต่ไมค์ เอลเลียต นายกเทศมนตรีเรียกร้องให้ไล่ตำรวจผู้นี้ออกจากราชการทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ครั้งนี้จุดชนวนการประท้วงก่อความวุ่นวายในเมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ต่อเนื่องเป็นคืนที่สองเมื่อวันจันทร์ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีธุรกิจประมาณ 20 แห่งในศูนย์การค้าที่อยู่ใกล้เคียงโดนปล้นสะดมและย่องเบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ประกาศเคอร์ฟิวในเมืองมินนีแอโพลิสและชานเมืองโดยรอบ รวมถึงบรูคลินเซ็นเตอร์ ระหว่างเวลา 19.00 น.ของวันจันทร์ ถึง 06.00 น.ของวันอังคาร แต่ผู้ประท้วงหลายร้อยคนยังคงฝ่าสายฝนออกมาชุมนุมและปะทะกับตำรวจที่ด้านนอกกองบัญชาการตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์ บางคนขว้างปาขวดน้ำและสิ่งของอื่นๆ และจุดพลุไฟ ตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กันโดนปล้นสะดมและทำลายทรัพย์สิน แต่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่แยกย้ายกันไปเองก่อนเวลา 22.00 น. เมื่อสถานการณ์สงบลงแล้ว ตำรวจรายงานว่าจับกุมผู้ต้องสงสัยที่บรูคลินเซ็นเตอร์ได้ 40 ราย ตั้งแต่ความผิดฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจนถึงข้อหาก่อจลาจล คำแถลงช่วงดึกบอกด้วยว่า มีตำรวจบาดเจ็บเล็กน้อย 3 นายจากการโดนเศษวัสดุขว้างใส่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในเมืองมินนีแอโพลิส ตำรวจเผยว่า มีหลายคนโดนจับกุมเกี่ยวข้องกับการย่องเบาร้านค้าปลีก 5 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถึงการสังการไรต์ว่า &amp;quot;น่าเศร้า&amp;quot; และต้องรอว่าผลการสอบสวนจะออกมาเช่นไร แต่ขณะเดียวกัน เขาเตือนถึงการก่อความไม่สงบว่า ไม่มีเหตุผลใดเป็นข้อแก้ตัวสำหรับการปล้นสะดม ส่วนการประท้วงอย่างสันตินั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเต ไรต์, ตำรวจยิงผิวสี, บรูคลินเซ็นเตอร์, ปืนเทเซอร์, มินนีแอโพลิส, หยิบปืนผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60757625af0fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันเดือด ประท้วงตำรวจยิงชายผิวดำที่มินนีแอโพลิสอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอเมริกันประท้วงตำรวจเมืองมินนิแอโพลิสเมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังหนุ่มผิวดำรายหนึ่งโดนตำรวจเรียกหยุดฐานทำผิดกฎจราจรแต่สุดท้ายเขาโดนยิงตาย จุดเกิดเหตุห่าง 16 กม.จากจุดที่จอร์จ ฟลอยด์ ตายเมื่อปีที่แล้วซึ่งจุดชนวนประท้วงก่อจลาจลทั่วสหรัฐนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงขึ้นไปยืนบนรถตรวจการณ์ของตำรวจ ภายหลังเกิดเหตุตำรวจยิงดอนเต ไรต์ ชายผิวดำตายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 ที่เมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ รัฐมินนิโซตา (Photo by Stephen Maturen/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 12 เมษายน กล่าวว่า การเสียชีวิตของหนุ่มผิวสีรายล่าสุดที่เมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ ชานเมืองมินนีแอโพลิส ทำให้ผู้คนหลายร้อยคนออกมาประท้วงด้านนอกกองบัญชาการตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์เมื่อคืนวันอาทิตย์ และเจ้าหน้าที่ในชุดปราบจลาจลต้องใช้กระสุนยางและระเบิดแสงวาบขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติของเขาและผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ทิม วอลซ์ ระบุว่าเขาคือ ดอนเต ไรต์ อายุ 20 ปี วอลซ์กล่าวในแถลงการณ์ว่ากำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ไม่สงบที่บรูคลินเซ็นเตอร์ และว่า รัฐของเราเศร้าโศกของชีวิตชายผิวดำอีกหนึ่งชีวิตที่ตายเพราะเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้จุดที่ไรต์โดนยิง ผู้ประท้วงตะโกนอย่างโกรธแค้นด้านหน้าแถวตำรวจปราบจลาจลที่ถือไม้กระบองยาว มีรถยนต์ตำรวจโดนทำลาย 2 คัน โดยผู้ประท้วงบางคนใช้ก้อนหินโยนใส่และขึ้นไปกระโดดย่ำ ตำรวจยิงกระสุนยางโดนผู้ประท้วงอย่างน้อย 2 คน คนหนึ่งมีเลือดไหลที่ศีรษะ ก่อนที่ฝูงชนจะเคลื่อนไปที่กองบัญชาการตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ เอลเลียต นายกเทศมนตรีบรูคลินเซ็นเตอร์ ทวีตว่า เหตุยิงครั้งนี้ &amp;quot;น่าเศร้า&amp;quot; และเขาขอให้ผู้ประท้วงประท้วงต่อไปอย่างสันติ และผู้ประท้วงอย่างสันติจะไม่โดนจัดการด้วยกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังจากนั้น มีผู้ประท้วงอีกกลุ่มจำนวนหลายร้อยคนมารวมตัวกันอีกที่ด้านนอกกองบัญชาการตำรวจ แต่โดนแก๊สน้ำตาและระเบิดแสงวาบสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น กองกำลังของเนชันแนลถูกส่งลงพื้นที่ ตำรวจประกาศว่าการชุมนุมเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นายกเทศมนตรีบรูคลินเซ็นเตอร์ประกาศเคอร์ฟิวทั่วเมืองจนถึงเวลา 06.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองมินนีแอโพลิสเผชิญการประท้วงต่อต้านตำรวจในช่วงหลายวันมานี้ ระหว่างมีการพิจารณาคดีของดีเร็ก โชวิน อดีตตำรวจผิวขาว ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 เจ้าหน้าที่วางแนวกั้นรอบศาลและวางกำลังทหารจากเนชันแนลการ์ดรักษาการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชวินโดนตั้งข้อหาฆาตกรรมและทำให้คนตายโดยไม่เจตนาฆ่า จากเหตุการณ์ที่เขาใช้เข่ากดคอของฟลอยด์อยู่นานจนขาดอากาศหายใจ ขณะทำการจับกุมฟลอยด์ใส่กุญแจมือเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว จุดเกิดเหตุครั้งนั้นห่างจากจุดเกิดเหตุเมื่อวันอาทิตย์ราว 16 กิโลเมตร วิดีโอการควบคุมตัวฟลอยด์ ซึ่งเป็นชายผิวดำอายุ 46 ปี กระพือความโกรธแค้นและจุดชนวนการประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวและความโหดเหี้ยมของตำรวจทั่วสหรัฐนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคที ไรต์ แม่ของหนุ่มที่ตาย บอกกับนักข่าวว่า เธอได้รับโทรศัพท์จากลูกชายช่วงบ่าย เขาบอกว่าโดนตำรวจเรียกหยุดรถ เพราะทำผิดกฎจราจรของรัฐ จากการนำน้ำหอมปรับอากาศห้อยไว้ที่กระจกมองหลัง เธอได้ยินเสียงตำรวจบอกให้ลูกชายลงจากรถ เสียงความชุลมุน และเสียงตำรวจบอกว่า &amp;quot;ดอนเต อย่าหนี&amp;quot; จากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกตัด เธอโทรไปอีกครั้ง แฟนสาวของดอนเตรับสายและบอกว่าเขาตายอยู่ตรงที่นั่งคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์กล่าวในแถลงการณ์ว่า ตำรวจเรียกหยุดรถชายคนหนึ่งฐานทำผิดกฎหมายจราจรเมื่อเวลาก่อนบ่ายสองโมง แล้วก็พบว่าชายคนนี้มีหมายจับค้างอยู่ ตำรวจจึงพยายามจับกุมเขา เขากลับเข้าไปในรถ ตำรวจนายหนึ่งยิงชายผู้นี้ซึ่งแถลงการณ์ไม่ระบุชื่อ เขาขับรถหนีไปหลายช่วงตึก ก่อนที่จะชนรถอีกคันและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า กล้องติดลำตัวเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายบันทึกเหตุการณ์ไว้ สำนักงานจับกุมคดีอาญาของรัฐกำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันประจำมินนิโซตากล่าวว่า ควรมีหน่วยงานอิสระแห่งอื่นทำการสอบสวน พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเผยแพร่วิดีโอเหตุการณ์ทันที กลุ่มนี้กล่าวด้วยว่า น่ากังวลอย่างยิ่งที่ตำรวจที่นี่ใช้น้ำหอมปรับอากาศห้อยรถเป็นข้ออ้างในการเรียกหยุดรถ ซึ่งบ่อยครั้งเหลือเกินที่เป้าหมายเป็นคนผิวดำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99287</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, ดอนเต ไรต์, ตำรวจยิงคนผิวสี, บรูคลินเซ็นเตอร์, ประท้วงตำรวจ, มินนีแอโพลิส, อเมริกันประท้วง, เหยียดผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_607413cfe44e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
