<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯ ไฟเขียวขยายเวลารถตู้สายสั้นเปลี่ยนเป็นมินิบัสอีก 180วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค.62-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้รถตู้หมวด 1 วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และรถตู้หมวด 4 วิ่งภายในจังหวัด หรือเรียกว่ารถตู้วิ่งระยะสั้นนั้น ขยายอายุมาตรการบังคับการเปลี่ยนรถตู้เป็นมินิบัสออกไปอีก 6 เดือน (180 วัน) หรือวันที่ 31 มี.ค. 2563 จากเดิมที่จะต้องเปลี่ยนภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จำนวนกว่า 414 คัน เพื่อรอผลการศึกษาของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ไปศึกษาความเหมาะสมในการเปลี่ยนรถมินิบัสตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว,คมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รถตู้หมวด 1 และรถตู้หมวด 4 นั้น สามารถเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนเป็นรถตู้แบบเดิม หรือเปลี่ยนเป็นรถมินิบัส แต่พอครบ 6 เดือนแล้วมีข้อสรุปออกมาอย่างไร ก็ต้องยึดตามเงื่อนไขใหม่ สำหรับสาเหตุที่เปิดให้รถหมวด 1 และ หมวด 4 เป็นภาคสมัครใจนั้น เนื่องจากพบว่าตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมามีเพียง 6 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียว ซึ่งถือว่าน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถโดยสารที่วิ่งระยะทางไกล หรือรถตู้หมวด 2 กรุงเทพ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง และรถตู้หมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัด ที่จะหมดอายุจำนวน 355 คันนั้น ในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ จะยังคงมติเดิมไว้ก่อน คือ บังคับให้เปลี่ยนมินิบัสหากรถตู้หมดอายุการใช้งานในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ดังนั้น ผู้ประกอบการมี 2 ทางเลือกคือ 1.หยุดวิ่ง 2.รอความชัดเจนของนโยบายใน 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องข้อจำกัดหากผู้ประกอบการเปลี่ยนมาเป็นมินิบัสนั้น การศึกษาเบื้องต้นพบว่า ผู้ประกอบการต้องมีการลงทุนจำนวนมากและมีจุดคุ้มทุนที่ค่อนข้างนาน จนอาจทำให้ต้องเพิ่มราคาค่าโดยสารเป็นภาระของประชาชน ขณะที่ กรณีที่รถตู้หยุดให้บริการจะไม่กระทบต่อการเดินทางของประชาชนเนื่องจากจะมีรถของ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. คอยให้บริการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเรื่องจุดจอดรถมินิบัสที่ต้องใช้พื้นที่มาก ส่วนเรื่องการขยายเวลาเปลี่ยนรถตู้จากเดิม 10 ปีเป็น 12 ปีนั้นก็ต้องใช้เวลาศึกษาประมาณ 6 เดือนเช่นกัน แต่ทั้งนี้ การศึกษาจะดูเรื่องเพิ่มบทลงโทษให้กับผู้ประกอบการและผู้ขับขี่ด้วย หากมีการกระทำผิดหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้น นอกจากนี้ จะเข้มงวดรถตู้เช่าเหมาให้มากยิ่งขึ้น เพราะการศึกษาพบว่ารถตู้เช่าเหมาก่อปัญหาให้กับความปลอดภัยอย่างมากและเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของการศึกษาของ ขบ.นั้น มีเกณฑ์ให้น้ำหนักคะแนนส่วนใหญ่ไปที่การรับฟังเสียงของประชาชน ตามที่ ขบ. ได้เปิดช่องทางนำเสนอหรือร้องเรียน (www.dlt.go.th) เรื่องความปลอดภัยรถตู้ ประกอบกับเรื่องความคุ้มทุนของผู้ประกอบการ เรื่องเชิงเทคนิค และเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น ดังนั้น ภายหลังจาก 6 เดือนจะได้นโยบายที่ชัดเจนว่าการบังคับรถตู้เปลี่ยนเป็นรถมินิบัสจะสามารถดำเนินการต่อตามมาตรการเดิมหรือไม่ หรือจะเปลี่ยนเป็นภาคสมัครใจ ส่งผลให้ในระหว่าง 6 เดือนนี้ ผู้ประกอบการรายใดที่รถตู้หมดอายุการใช้งาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43923</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ วิศาลจิตร, ประชุมคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง, มินิบัส, รถตู้สายสั้น, เปลี่ยนรถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cb387495a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯผุดไอเดียคิวอาร์โค้ดติดเสื้อวินให้ตรวจสอบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯผุดไอเดียเล็งทำคิวอาร์โค้ดติดเสื้อวินมอเตอร์ไซต์ หวังให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบความถูกต้อง ทั้งคนขับและผู้ได้รับใบอนุญาตต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.62 - นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อสงสัยในเรื่องของบริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วิน) ในเส้นทางตรอกซอกซอยหรือพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างมากขึ้น ทำให้ยากต่อการควบคุมและการจัดระเบียบ ขณะที่ประชาชนมีความต้องการระบบขนส่งสาธารณะที่มีความปลอดภัย แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพในการลงไปสำรวจหรือจัดระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เข้าไปทดแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่จะมีการจัดระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น ๆ เช่น รถโดยสาร มินิบัส สองแถวเข้าไปในระบบ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัญหาการจราจรติดขัดเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเกิดขึ้น ส่วนการจะจัดระบบรถขนส่งสาธารณะเพิ่มต้องดูให้เหมาะสม เพราะอาจจะยิ่งส่งผลกระทบทำให้ปัญหาการจราจรติดขัดเพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;นางจันทิรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมฯ มีแนวคิดที่จะทำระบบให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมตรวจสอบผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เนื่องจากปัจจุบันกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีวินมอเตอร์ไซค์มากกว่า 5,500 วิน มีผู้ขับรถประกอบอาชีพเกือบ 200,000 คน กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาจมีไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ มีแนวคิดจะริเริ่มโครงการนำระบบไอทีมาช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ โดยทำระบบคิวอาร์โค้ดติด กับเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสแกนตรวจสอบและทราบข้อมูล เพื่อให้ผู้ขับรถจริงกับหมายเลขเสื้อที่รับอนุญาตตรงตามที่ภาครัฐจัดระเบียบควบคุมจำนวนผู้ขับรถแต่ละวินนำมาขึ้นทะเบียนไปแล้วนั้น หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกันผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนมาที่หมายเลขสายด่วน 1584 ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ตรวจการกรมการขนส่งทางบกเข้าไปตรวจสอบได้ โดยระบบคิวอาร์โค้ดนี้อาจมีความเป็นไปได้ที่จะขยายผลไปใช้ในระบบรถแท็กซี่สาธารณะติดตั้งภายในรถด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, คิวอาร์โค้ด, มินิบัส, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถโดยสาร, เสื้อวินมอเตอร์ไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b5740d1ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
