<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าไป! นิทรรศการภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวจากขุมเหมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครไปเที่ยวภูเก็ตช่วงนี้ต้องมี&amp;rdquo;มิวเซียมไกด์ เที่ยวแหล่งเรียนรู้ภูเก็ต&amp;rdquo; เพราะสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต และเพื่อนครือข่ายแหล่งเรียนรู้ 40 แห่ง ทั่วจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรม&amp;ldquo; เที่ยว &amp;ndash; ประทับ &amp;ndash; แลก &amp;ndash; ลุ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง &amp;ldquo; สนับสนุนนโยบายภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ของรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา &amp;nbsp;&amp;nbsp;และแสดงให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่เข้ามาภูเก็ตเห็นถึงศักยภาพของเมืองที่องค์การยูเนสโกประกาศเป็น&amp;rdquo;เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้&amp;rdquo; เพราะเมืองนี้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยสนับสนุนการเรียนรู้ ผนึกกำลังสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นต่อยอดเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมคิกออฟไปแล้ว ทุกคนร่วมสนุกได้ง่ายๆ โดยขอรับมิวเซียมไกด์ได้ที่แหล่งเรียนรู้ที่เข้าร่วมโครงการ แล้วไปเที่ยวให้ครบ&amp;nbsp; หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของคนภูเก็ตที่น่าไป คือ มิวเซียมภูเก็ต ตอนนี้ชวนย้อนสำรวจอดีตเมืองภูเก็ตกว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คนรู้จักระดับโลกผ่านนิทรรศการภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวจากขุมเหมือง นำเสนอองค์ความรู้เรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของภูเก็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยี่ยมชมนิทรรศการภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวจากขุมเหมืองที่มิวเซียมภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตั้งแต่ยุคเหมืองแร่รุ่งเรือง แต่วิกฤตสงครามโลกครั้งที่ 2 &amp;ldquo;เหมืองดีบุก&amp;rdquo; หัวใจของเศรษฐกิจภูเก็ตไม่สามารถกลับมาทำธุรกิจได้ดีเช่นเดิม ชาวเมืองมองหาช่องทางในการประกอบอาชีพอื่นควบคู่กันไป ธุรกิจยังถดถอยจากความกังวลของชาวภูเก็ตด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมๆ กับการเบียดเข้ามาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด&amp;nbsp; โดยเฉพาะเมื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ภูเก็ตครั้งแรกปี 2502 นอกจากพสกนิกรปลื้มปีติแล้ว ความสวยงามของทะเลภูเก็ตโด่งดังในระดับประเทศมากขึ้น ก่อนที่ทะเลภูเก็ตกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เส้นทางกำลังไปได้สวย&amp;nbsp; แต่ปี 2547 เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อภูเก็ตอย่างรุนแรง&amp;nbsp; การท่องเที่ยวที่สร้างรายได้มหาศาลหยุดชะงัก พร้อมบาดแผลในใจจากโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติที่ไม่มีใครคาดคิด อย่างไรก็ตาม เมืองเก่าและวัฒนธรรมท้องถิ่นถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้งเพื่อสร้างรายได้จากท่องเที่ยว&amp;nbsp; จะเรียกว่า เปิดศักราชการท่องเที่ยววัฒนธรรมของภูเก็ตก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นประเทศเร่งฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่น เกิดการท่องเที่ยวแนวใหม่ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะท่องเที่ยววัฒนธรรมและท่องเที่ยวแบบ MICE ทำเม็ดเงินมากมาย แต่ 2 ปีมานี้จากโควิดทำให้เกิดการท่องเที่ยววิถีใหม่ ผู้ประกอบการปรับตัวตามมาตรฐานความปลอดภัยสุขอนามัย และส่งเสริมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจัดแสดงภาพถ่ายสื่อภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทม์ไลน์ภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวผ่านจุดเปลี่ยนและเหตุการณ์สำคัญๆ &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นพัฒนาการของเมืองได้ถ่ายทอดผ่าน 6 โซนจัดแสดง โซน 1 ภูเก็ตที่ทุกคนรู้จัก : สำรวจภาพจำที่ผู้คนมีต่อภูเก็ต เช่น เหมืองแร่ ทะเล เมืองเก่า อะไรคือสิ่งที่ทุกคนนึกถึง เมื่อพูดถึงภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โซน 2 เส้นทางสู่เมืองท่องเที่ยว: เปิดไทม์ไลน์ของภูเก็ตจากยุคเหมืองแร่รุ่งเรื่องสู่เมืองท่องเที่ยวความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดีบุกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนเปลี่ยนเข้าสู่ยุคท่องเที่ยวในทุกวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โซน 3 เมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม: จากความรุ่งเรืองของเหมืองแร่ ได้นำพาผู้คนและวัฒนธรรมอันหลากหลายมาสู่ดินแดนแห่งนี้ ผสมผสานจนเกิดอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ในยุคการท่องเที่ยว มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้ถูกฟื้นฟูอีกครั้งเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;40 แหล่งเรียนรู้ทั่วภูเก็ตพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โซน 4 ภูเก็ตในสายตานานาชาติ: ภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ&amp;nbsp;โซน 5 แหล่งการเรียนรู้จากขุมเหมือง: เปิดเรื่องราวของแหล่งการเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่เกิดขึ้นในยุคเหมืองแร่รุ่งเรืองไปสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ขององค์การยูเนสโก เครือข่ายระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โซน 6 เที่ยว ประทับ แลก ลุ้น: ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ เที่ยว เรียนรู้ ภูเก็ต เครือข่ายระดับโลกเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารและเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองไปกับการ ชิม ช้อป ร้านอาหารแนะนำ เที่ยวครบแลกลุ้นรางวัลพิเศษมากมายกับมิวเซียมภูเก็ตและเครือข่ายแหล่งการเรียนรู้ทั่วภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลุกเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในภูเก็ต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กฤชณรัตน์ สิริธนาโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในยุคใหม่ ต้องขับเคลื่อนองค์ความรู้ของเมืองและสังคม ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและรับฟังสิ่งที่คนกับเมืองต้องการ เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยพัฒนาเมือง ยกตัวอย่างนครภูเก็ตจะจัดงานประเพณีพ้อต่อ งานกินผัก หรือประเพณีสำคัญของเมือง มิวเซียมแห่งนี้จะมีหน้าที่ค้นคว้าและส่งต่อความรู้ให้กับคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวเข้าใจที่มาและความสำคัญของงาน ด้วยรูปแบบกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายและน่าสนใจ อีกทั้งยังสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ให้ทันสถานการณ์เพื่อเผยแพร่ไปสู่สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรม เที่ยว &amp;ndash; ประทับ &amp;ndash; แลก &amp;ndash; ลุ้น รอทุกคนมาเปิดประสบการณ์เที่ยวเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารและเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก นำมิวเซียมไกด์ไปประทับตราสัญลักษณ์แหล่งเรียนรู้ 2 แห่งและร้านอาหารแนะนำ 1 แห่ง สามารถนำไปแลกเป็นเหรียญดีบุกภูเก็ต เหรียญที่ระลึก ผลิตจำนวนจำกัด พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษกินเที่ยวพักมูลค่ากว่า 70,000 บาท ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ส.ค. และประกาศผลรางวัลวันที่ 9 ก.ย. นี้ ทาง Facebook: @museumphuket&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109505</URL_LINK>
                <HASHTAG>Phuket Sandbox, มิวเซียมภูเก็ต, มิวเซียมสยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec5e01aea1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>    &quot;ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย”  121 ปีเรื่องเล่าผ่านถนนประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามมวยราชดำเนินในยุคแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจากปีพ.ศ.2542 ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนราชดำเนินขึ้น จนถึงปัจจุบันถนนแห่งนี้มีอายุ 121ปีแล้ว ในหลวงร.5 ทรงสร้างถนนเส้นนี้ &amp;nbsp;เพื่อใช้เสด็จพระราชดำเนินระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังดุสิต และให้ประชาชนได้ใช้เดินทาง ถนนราชดำเนินนอก สะพานมัฆวานรังสรรค์ และถนนเบญจมาศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2444 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่สะพานเสี้ยว ตรงไปข้างคลองบางลำพูต่อกับถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีการก่อสร้างถนนราชดำเนินในมาจรดถนนหน้าพระลาน โดยสร้างขยายแนวถนนจักรวรรดิวังหน้าเดิม เริ่มจากแยกจุดบรรจบระหว่างถนนหน้าพระลานและถนนสนามไชย เลียบท้องสนามหลวงฝั่งตะวันออก และไปบรรจบถนนราชดำเนินกลางที่สะพานผ่านพิภพลีลา แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2446 มีสถานที่สำคัญอย่าง ท้องสนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสรสถาน 14 ตุลา ศาลาเฉลิมไทย โรงแรมรัตนโกสินทร์ ป้อมมหากาฬ &amp;nbsp; สะพานผ่านฟ้าลีลา และอีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกมัฆวาน ที่ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนนราชดำเนิน กลายเป็นถนนประวัติศาสตร์ ที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย ทั้งงานพระราชพิธี ในสมัยรัชกาลที่ 9 การเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี หรือเหตุการณ์ทางการเมือง &amp;nbsp;ที่ใช้ถนนราชดำเนินน เป็นสถานที่ชุมทางการเมืองในช่วงวิกฤตการณ์ของประเทศหลายต่อหลายครั้ง อาทิ การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 เหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี2535 และอีกหลายเหตุการณ์ ทำให้ถนนแห่งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย และบรรยากาศทั้งสองฝากของถนนยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิต ทั้งอาชีพหมอดู แรงงาน พ่อค้าแม่ขาย ห้างร้านต่างๆมากมาย เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันหลายสิ่งหลายอย่างของถนนราชดำเนิน ได้ถูกพัฒนาปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ภาพความจำบางอย่าง หรือสถานที่บางแห่งได้กลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ยังมีชีวิต ที่คนในยุคนั้นอยากจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับรุ่นต่อไปได้ฟัง เพื่อให้รับรู้ว่าถนนราชดำเนินงดงาม สง่า มีความสุข สนุก หรือบางช่วงเวลาก็โศกเศร้า ผ่านนิทรรศการ &amp;ldquo;ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ประจำปี 2563 ของสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ(มิวเซียมสยาม) &amp;nbsp;โดยสามารถเข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้- 31 สิงหาคม 2563 ณ มิวเซียมสยาม และย้ายไปจัดแสดงที่ หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ ถ.ราชดำเนินกลาง ในวันที่ 8 กันยายน - 31 ตุลาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพโรงแรมรัตนโกสินทร์ในอดีต โรงแรมเดียวที่ตั้งริมถนนราชดำเนิน เมื่อประมาณ 40กว่าปีที่แล้ว เคยเป็นโรงแรมหรูที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นิทรรศการนี้ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1.การแนะนำนิทรรศการและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของถนนราชดำเนิน 2.ล่อง รอย ที่นำเสนอประวัติศาสตร์การประชันทางความคิดของคนหลายยุคสมัย 3.สถานที่สำคัญบนถนนราชดำเนิน และ 4.นิทรรศการของภัณฑารักษ์วัยเก๋า เพิ่มความสนุกให้กับผู้เข้าชมมากขึ้นเพียงสแกนคิวอาร์โค้ด รับฟังเรื่องราวผ่านการเล่าเรื่องภายในนิทรรศการฯ ตาม 8 เส้นทาง ได้แก่ 1.บทเพลงแห่งราชดำเนิน 2.อยู่ราชดำเนิน 3.หนังสือที่มีแต่นิยายชีวิต 4.วังปารุสก์ 5.ตามรายทาง 6.อย่าได้อ้างว่าฉันเป็นผู้หญิงของเธอ 70.ราชดำเนินเปอร์สเปคทิฟ และ8.รสชาติแห่งยุคสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะท้อนภาพถนนราชดำเนินที่เป็นเวทีประชันความคิดทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ(มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า ถือว่าเป็นการจัดนิทรรศการครบรอบ 121 ปี ของถนนราชดำเนิน ซึ่งในทุกปีจะมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนประจำปีโดยเป็นการหยิบยกเรื่องราวประวัติศาสตร์สังคมวิถีชีวิตความเป็นไทยรวมถึงกระแสสังคมในประเด็นต่างๆมาพัฒนาเนื้อหาและนำเสนอผ่านรูปแบบนิทรรศการที่มุ่งเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมผ่านสื่อที่หลากหลายที่จะสามารถส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning) เพื่อต่อยอดในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้ผู้เข้าชมได้สนุกกับการเรียนรู้และพัฒนาความคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร ภัณฑารักษ์นิทรรศการฯ ให้ข้อมูลว่า นิทรรศการชุดนี้นอกจากจะให้ความรู้ ยังได้ถ่ายทอดทัศนคติของคนในหลายยุคสมัย &amp;nbsp;ทั้งเรื่องความคิดประชาธิปไตย เสรีภาพ ถนนราชดำเนินจึงเหมือนเป็นเวทีประชันความคิดกัน ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความทรงจำของทุกคนให้เห็นว่าแม้จะคิดต่างแต่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ดังนั้น &amp;nbsp;ในแต่ละจุดจะทำให้เราเห็นความคิดในสังคมไทย ผ่านการบอกเล่าจากภัณฑารักษ์วัยเก๋า ที่เข้าร่วมอมรบเชิงปฏิบัติการ ภัณฑารักษ์วัยเก๋าเล่าเรื่องราชดำเนิน จำนวน 16 คน ผสมผสานกับการลงพื้นที่รับฟังเรื่องราวของผู้คนที่อาศัยที่ถนนราชดำเนิน และวัตถุสิ่งของที่นำมาจัดแสดง ได้มีการเปิดรับให้เข้าร่วมนิทรรศการนี้ผ่านเพจ ล่อง ราชดำเนิน ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่มีเหตุการณ์ขุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย บริเวณนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8 เส้นทาง นิทรรศการที่บอกเล่าประสบการณ์ชองถนนราชดำเนิน &amp;nbsp;อย่างเส้นบทเพลงแห่งราชดำเนิน ที่จะมีเวทีมวยราชดำเนิน &amp;nbsp;อีกสัญลักษณ์ของราชดำเนิน ได้เห็นภาพวิถีนักมวยในสมัยนั้นอีกด้วย เหตุการณ์การเมืองที่แยกมัฆวาน การเปลี่ยนแปลงของวัดสระเกศ &amp;nbsp;วิถีชีวิตของชุมชน อย่าง ชุมชนตรอกสาเก ชุมชนวัดราชนัดดา หรือโซนในส่วนที่เป็นเรื่องราวสถานที่ อย่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย &amp;nbsp;ที่ถือได้ว่าเป็นแลนมาร์คของประเทศไทย &amp;nbsp;ซึ่งภาพของที่นี่มักจะพบเห็นได้ทั้งในชีวิตจริงหรือในภาพยนต์ &amp;nbsp;อีกจุดโรงแรมรัตนโกสินทร์ ที่เคยเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรูในเขตพระนคร &amp;nbsp;ห้างไทยนิยม ที่ก่อตั้งโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ศูนย์รวมร้านตัดเสื้อ ร้านทำผมสตรี และคลังแม่บ้าน นอกจากนี้ยังมีห้างแบดแมนแอนด์โก ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่ด้านหลังศาลจะเป็นตลาด โรงเรียนสตรีวิทยา ศึกษาภัณฑ์ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเส้นทางวังปารุสก์ ซึ่งวังนี้เคยเป็นบ้านของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 และเมื่อเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ และพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เสด็จไปศึกษาต่อต่างประเทศ วังปารุสก์ก็ได้กลายมาเป็นที่รับรองแขกของรัฐในรัชกาลที่ 6 และต่อมาก็ได้เป็นบ้านพักของพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีคนที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;และอีกจุดที่จะทำให้ได้สัมผัสเรื่องราวบนถนนราชดำเนินมากยิ่งขึ้น คือ สิ่งของของภัณฑารักษณ์วัยเก๋าที่ได้นำมาร่วมจัดแสดงเป็น mini exhibition ในสไตล์ของตนเอง ผ่าน kiosk คือ กระเป๋าเดินทางที่หมายถึงความทรงจำบนถนนราชดำเนิน ได้ส่งต่อมายังรุ่นต่อไป เพื่อให้รู้ว่าที่ถนนแห่งนี้เป็นถนนอีกเส้นหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย&amp;rdquo; ภัณฑารักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตนิธิ สุนนทะนาม ภัณฑารักษ์วัยเก๋า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตนิธิ สุนนทะนาม ภัณฑารักษ์วัยเก๋า เจ้าของภาพวาด ความทรงจำในอดีต ที่วาด (ฝัน) ใหม่ และราชดำเนินยามค่ำคืน เล่าว่า เคยผ่านการอบรมภัณฑารักษ์วัยเก๋า ทำให้มีไฟในการกลับมาจับพู่กันวาดรูปอีกครั้ง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบรรยากาศอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในตอนกลางคืน &amp;nbsp;เป็นภาพที่เราได้ย้อนเวลากลับไปในยุควัยรุ่น ที่กำลังเรียนเพาะช่างภาคค่ำ และภาพวัดสระเกศที่มีต้นไม้ปกคลุม &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงฝึกงานที่ศาลาเฉลิมไทย ทำให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ถนนราชดำเนิน และที่สำคัญในยุคนั้นอุปกรณ์ในการเขียนภาพแพง ตนจึงใช้กิ่งไม้ ใบไม้ หรือบัตรนักศึกษาเป็นอุปกรณ์ในการวาด แต่ภาพที่ได้นำมาจัดแสดงชิ้นนี้ &amp;nbsp;ได้ใช้บัตรกดเงินเป็นอุปกรณ์ทดแทนในสมัยนั้น และอีกภาพอีกความทรงจำคือ การมาเที่ยวตลาดนัดท้องสนามหลวง &amp;nbsp;มีการขายนก ไก่ เป็ด และได้เห็นโซนต้นมะขามที่มีหมอดูมานั่งทำนายดวงผู้คนที่ผ่านไปมา &amp;nbsp;ซึ่งตนเองก็ได้เรียนวิชาดูดวงกับหมอดูที่นั้นด้วย อีกทั้งในยามค่ำคืนก็ยังมีหญิงขายบริการมายืนใต้ต้นมะขาม เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมที่หลากหลายสีสัน ซึ่งปัจจุบันภาพจำตอนนั้นกับตอนนี้เปลี่ยนไปมาก จากสิ่งไหนที่เคยเห็น หรือเคยมี ในตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เล่าเรื่องเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อปี2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้- 31 สิงหาคม 2563 ณ มิวเซียมสยาม เวลา 10.00-18.00 น.(ปิดวันจันทร์) &amp;nbsp;และย้ายไปจัดแสดงที่ หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ ถ.ราชดำเนินกลาง ในวันที่ 8 กันยายน - 31 ตุลาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนราชดำเนิน, มิวเซียมสยาม, ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16986b43e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พิพิธภัณฑ์ไทย”สตาร์ทเครื่องสู่ New Normal  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เสมือนจริง อพวช.ชวนเที่ยวชมผ่านโลกออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ หลายภาคจะปรับความคิด ปรับตัว และแนวทางปฏิบัติเข้าสู่ New Normal หรือความปกติรูปแบบใหม่ ในแวดวงพิพิธภัณฑ์ไทยก็มีการเปิดเวทีพูดคุยและแชร์ไอเดียแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางความร่วมมือ และแก้ไขปัญหาจากกิจกรรมเสวนาออนไลน์&amp;rdquo; พิพิธภัณฑ์ไทยกับภาวการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;rdquo; แต่ละพิพิธภัณฑ์เตรียมเข้าสู่ New Normal กันอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จารุณี อินเฉิดฉาย &amp;nbsp;นายกสมาคมพิพิธภัณฑ์ไทย ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;กล่าวว่า วิกฤตการณ์โรคระบาดครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินใหม่ในวงการพิพิธภัณฑ์ เพราะปกติพิพิธภัณฑ์จะมีคู่มือความปลอดภัยและเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ แต่เรื่องโรคระบาดยังไม่มีแนวทาง ซึ่งกระทบทั้งเจ้าหน้าที่และผู้เข้าชม&amp;nbsp; ซึ่งพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ เน้นกิจกรรมลงมือปฏิบัติ มีการรวมกลุ่มคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และเป็นพิพิธภัณฑ์แรกๆ ที่หยุดให้บริการ กลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน เกษตรกร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำมาสู่การปรับเปลี่ยนกิจกรรมใช้ช่องทางออนไลน์ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็มีการตรวจเชิงรุกเพื่อหาเชื้อโควิด มีมาตรการรักษาระยะห่างและทำงานจากบ้านบางส่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เราปรับเป็นกิจกรรมเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์และเวิร์คชอปออนไลน์ &amp;nbsp;ทำงานเชิงรุกผ่านพิพิธภัณฑ์ระบบเสมือนจริง เพิ่มอีบุ๊ค อีเวิร์คชอป แล้วยังมีบริการสินค้าเกษตรปลอดภัยเดลิเวอรี่ &amp;nbsp;เราเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนการเกษตร พิพิธภัณฑ์เราให้องค์ความรู้ จากโควิดอยากให้คนในสังคมหันกลับมาศึกษาเกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;นี่คือ โอกาสของเราเป็นแหล่งเรียนรู้ตั้งต้น อย่างไรก็ตาม จากโควิดต้องพัฒนาบุคลากรให้เชี่ยวชาญแต่ละด้านและพัฒนาความคิดของคน รวมถึงแหล่งเรียนรู้ต้องดูสังคมว่า มีนิวนอร์มอลอย่างไรบ้าง เราก็ต้องเสริมหรือแทรกซึม &amp;nbsp;อยากเห็นความร่วมมือของพิพิธภัณฑ์ในประเทศ มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เพราะแต่ละแห่งโดดเด่นต่างกัน &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จารุณี กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดรายการเกษตรออนทัวร์ผ่านโซเชียล&amp;nbsp;พาชมฐานเรียนรู้ต่างๆ ให้ความรู้เกษตรพอเพียง แม้พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปิดบริการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวว่า โควิด-19 เป็นการหยุดโลกไปช่วงหนึ่ง เป็นความผิดปกติ หรือ abnormal และไม่รู้จะผ่านพ้นไปเมื่อไหร่ มิวเซียมสยามใช้แพลตฟอร์ตออนไลน์ เราสร้างฝ่ายดิจิตอลมิวเซียมขึ้นมาเฉพาะ เพื่อเผยแพร่งานสู่สาธารชน ครั้งนี้เป็นโอกาสดีได้รับบททดสอบและความท้าทายใหม่ในการทำงานช่วงล็อคดาวน์กรุงเทพฯ เราเดินแคมเปญแรก #MUSEUMSIAMFROMHOME ให้การเรียนรู้ไม่ห่างอย่างที่คิด เยี่ยมชมมิวเซียมสยามได้แม้อยู่บ้าน อีกทั้งมี 15 โปรเจ็ค และกิจกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านกว่า 50 กิจกรรม รวมทั้งทำคลังภาพเก่าและจดหมายเหตุออนไลน์ให้ประชาชนเยี่ยมชมและใช้ประโยชน์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของมิวเซียมสยามและแอพพลิเคชั่น &amp;nbsp;รากฐานมิวเซียมยังคงมี แต่เพิ่มเติมคุณค่า คุณภาพ และใส่ชีวิตชีวาด้วยการให้บริการดิจิตอล เทคโนโลยีไม่ใช่ยารักษาทุกโรค แต่ต้องไม่ลืมมนุษย์ต้องมีปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งมิวเซียมสยามเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.นี้ มีแนวทางเข้าชมนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อ.พ.ว.ช.) ได้รับผลกระทบด้านงบประมาณและจำนวนผู้เข้าชม พนักงานต้องทำงานจากบ้าน แต่ในวิกฤตมีมิติที่ดีๆ เราค้นพบวัฒนธรรมองค์กรในสถานการณ์ยากลำบาก เกิดความร่วมแรงร่วมใจกันก้าวผ่านไปให้ได้ นอกจากนี้ พบขุมทรัพย์จากกิจกรรมออนไลน์เพื่อทดแทนการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ เพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย &amp;nbsp;เรานำความรู้ แรงบันดาลใจจากพิพิธภัณฑ์ออกไปสู่ข้างนอกผ่านกิจกรรม SCIENCE DELIVERY BY N S M ส่วนองค์ความรู้ที่เหมาะสมในช่วงเวลากักตัวของเด็กและเยาวชน ก็นำของเล่นวิทยาศาสตร์ ที่หาได้จากสิ่งใกล้ตัว ส่งให้ประชาขน อีกทั้งเปิดคอร์สฝึกอบรม เพราะหลังโควิดจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น คนตกงานและมองหาโอกาสใหม่ๆ โดยเสนอ 7 อาชีพน่าสนใจสำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจ ได้แก่ นักสตาฟ์สัตว์ นักพัฒนาของเล่นวิทยาศาสตร์ พื้นฐานสมาร์ทฟาร์มเมอร์ การสื่อสารวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์จากภูมิปัญญาไทย ทำนิทรรศการแบบ VIRTUAL EXCIBITION ระบบพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง &amp;nbsp;และหลักสูตรมัคคุเทศก์รุ่นใหม่นำชมระบบพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; หากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ นิวนอร์มอลหนีไม่พ้นการเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ไม่ใช่นิทรรศการออนไลน์ทั้งหมด เพราะไม่สามารถทดแทนการชม และลงมือทำจริงๆ จากประสาทสัมผัสผู้เข้าชม แต่ในที่นี้รวมถึงการเอาข้อมูลสารสนเทศมาบริหารจัดการ ส่วนเรื่องความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นเรื่องใหม่ กระทบการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ เราต้องเตรียมการทั้งหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การจำกัดจำนวนผู้เข้าชม การปรับเปลี่ยนกิจกรรม เพื่อสุขอนามัยพนักงานและผู้ชม ในช่วง 2-3 เดือน คนหดหู่ อยากได้สิ่งที่กระตุ้นจิตวิญญาณ เพื่อตอบสนองจิตใจตนเอง &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ต้องมีบทบาทยกระดับจิตใจ เราเตรียมนิทรรศการใหญ่ต้นปีหน้า นำสิ่งของที่ไม่เคยจัดแสดงออกมา กระตุ้นให้คนอยากมาเที่ยวเรียนรู้ &amp;rdquo; ผศ.ดร.รวิน กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยิบเนื้อหาในพิพิธภัณฑ์มาสู่การเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสนุกสนานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พธู คูศรีพิทักษ์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เราเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ซึ่งการปรับตัวการให้บริการ จำนวนผู้ชม ปฏิสัมพันธ์ผู้ชม เปลี่ยนแปลงไป รถโมบายพิพิธภัณฑ์จากเคยมีบทบาทให้ความรู้ ในช่วงโควิดแปลงเป็นเรือแบ่งปันออกไปหาชุมชน เพื่อแบ่งปันน้ำใจแบ่งของให้ใช้อย่างพอเพียง นอกจากนี้ จัดกระบวนการเรียนรู้ใหม่ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เราทำงานด้วยเป็นโอกาสดีที่จะพึ่งพาตนเอง ปรับตัวให้เข้าสภาพแวดล้อม ทิศทางพิพิธภัณฑ์ในแบบที่ดีที่สุด โดยออกแบบกิจกรรมให้เฉพาะเจาะจง และทำงานร่วมกับชุมชน ด้านการสื่อสารจะผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และใช้มือถือ สร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมบนพื้นฐานความเข้าใจ &amp;nbsp;กรณีเลวร้ายมีโควิดระลอกสองให้บริการไม่ได้ จะต้องวางแผนธุรกิจใหม่ เป็นแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างสรรค์ ออกไปทำงานให้วิถีชีวิตมีความปลอดภัย เกิดนิทรรศการชุดใหม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิตยา กนกมงคล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรดำเนินการปิดแหล่งเรียนรู้ลดการแพร่ระบาดตามนโยบายรัฐตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน แต่เจ้าหน้าที่ทำงานปกติ ได้ใช้เวลานี้จัดการพิพิธภัณฑ์ด้านกายภาพ และซ่อมบำรุง เตรียมพร้อมเพื่อให้บริการอีกครั้ง จากปัญหาโควิดกระตุ้นเตือนพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศได้ทบทวนการใช้สื่อดิจิตอล นำมาตรการศิลปากรออนไลน์มาใช้ เป็นช่องทางให้ประชาชนใช้บริการจากบ้านได้ และนำความคิดเห็นมาปรับปรุง &amp;nbsp;รวมถึงจัดทำสื่อความรู้รูปแบบใหม่ขึ้นมาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พิพิธภัณฑ์ในวิถีชีวิตใหม่จะใส่ใจสุขภาพ คุณภาพชีวิต มีการเว้นระยะห่างทางสังคมจะทดลองเรื่องการจองคิวการเข้าชม &amp;nbsp;เพื่อกำหนดจำนวนผู้เข้าชม ด้านระมัดระวังการใช้จ่าย คิดเรื่องความคุ้มค่า &amp;nbsp;ชีวิตใกล้ชิดดิจิทัล บริการดิจิตอล นี่เป็นฐานการพัฒนาต่อไป &amp;nbsp;เราคงไม่คิดปรับตัวเป็นดิจิตัลเต็มรูป แต่จะเดินสองทางทั้งด้านกายภาพ ต้อนรับผู้เข้าชม และบริการส่งตรงความรู้ถึงบ้านผ่านสื่อดิจิตอล และสื่อความหมายองค์ความรู้ที่เข้าใจง่าย ทดลองทำภัณฑารักษ์ออนไลน์ หากประเมินแล้วเสียงตอบรับดี จะแปลเป็นเทคโนโลยีรูปลักษณ์ที่สวยงาม สื่อความได้มากขึ้น &amp;nbsp;&amp;ldquo; นิตยา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิวเซียมสยามกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมแนวทางใหม่การเข้าชมนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พัฒนพงศ์ มณเฑียร ที่ปรึกษาด้านงานปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์ มิวเซียม มายส์ (Museum Minds) กล่าวว่า ความพยายามของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งเพื่อก้าวข้ามไปหาผู้ชมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โควิดเป็นตัวเร่งเรื่องไทยแลนด์ 4.0 จากภาวะนี้จะเห็นเลยว่าใคร 4.0 ใคร 0.4 อย่างไรก็ดี ยังเป็นปัญหาเดิมว่า เราไม่เคยถามความต้องการของผู้ชมอย่างแท้จริง แต่ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่พิพิธภัณฑ์จะบอกโลกว่า พิพิธภัณฑ์มีบทบาทกระจายความรู้ในการพึ่งพาตนเองได้ เพื่อไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ พิพิธภัณฑ์สามารถเป็นตัวอย่างให้สังคม จะเดินไปทิศทางไหน สื่อดิจิตอลเป็นช่องทางหนึ่ง แต่ยังสามารถช่วยเรื่องการศึกษาสร้างห้องเรียนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66353</URL_LINK>
                <HASHTAG>NewNormal, พิพิธภัณฑ์ไทย, มิวเซียมสยาม, อพวช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3a98d591b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2020 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟื้นชีวิตขยะให้มีค่า โจทย์ใหญ่แก้พลาสติกล้น  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มิวเซียมสยามเปิดพื้นที่เรียนรู้จัดการขยะ และตั้งกล่องรับบริจาคขยะพลาสติกเพื่อไปรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ&amp;nbsp;UNEP&amp;nbsp;ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้วว่า หลังสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า (Covid-19)&amp;nbsp;คลี่คลาย เตรียมพบกับวิกฤตการณ์ของขยะ โดยเฉพาะขยะทางการแพทย์ที่จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างแน่นอน ทำให้ขบวนการนักอนุรักษ์กำลังหนักใจว่า หากหมดเชื้อไวรัสตัวนี้แล้ว ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นจะมีวิธีการจัดการอย่างไร หน่วยงานต่าง ๆ จะมีวิธีรับมือที่จะช่วยลดการทำลายสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะขยะทางการแพทย์ อาทิ ขวดแอลกอฮอลล์ ขวดเจลแอลกอฮอลล์ ขวดน้ำเกลือ ถุงใส่หน้ากากอนามัย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มิวเซียมสยาม จับมือองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(Earth Day) และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่ง เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;ขยะบทที่&amp;nbsp;2&amp;rdquo; โดยมีเป้าหมายคือสร้างความตระหนักให้คนไทยเรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี และลดจำนวนขยะที่มีโอกาสทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อวันคุ้มครองโลกที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยKick Off&amp;nbsp;โครงการขยะบทที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชวนทุกคนที่กักตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ร่วมแก้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ โดยเริ่มต้นคัดแยกขยะ และเตรียมนำมาบริจาคได้ที่มิวเซียมสยาม ซึ่งเป็นตัวกลางส่งต่อให้กับภาคีเครือข่ายเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราเมศ พรหมเย็น&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;ldquo;โครงการขยะบทที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาจากเป้าหมายที่มองเห็นร่วมกันว่า ขยะที่ทุกคนทิ้ง แท้จริงแล้วสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องรู้วิธีการจัดการขยะที่ถูกต้อง&amp;nbsp;และมิวเซียมสยามในฐานะแหล่งการเรียนรู้สาธารณะ จะเปิดรับบริจาคขวดพลาสติกที่ใช้แล้วตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคมเป็นต้นไป เพื่อส่งต่อให้เครือข่าย &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ วัดจากแดง ในการแปรรูปขวดพลาสติกชนิดใสมาเป็นจีวรพระ รวมทั้งมิวเซียมสยามสร้างพื้นที่การเรียนรู้และถังขยะความรู้เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้วิธีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เชื่อว่า หากมีการจัดการขยะที่ถูกต้อง วิกฤตการณ์ขยะที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะลดน้อยลง กระทบสิ่งแวดล้อมน้อยลง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการนี้ประกาศดำเนินการพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 22 เมษายน 2563 ในโอกาสครบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;Earth Day&amp;nbsp;และวันคุ้มครองโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กล่องรับบริจาคขยะเพื่อกลับไปสร้างคุณค่าใหม่&amp;nbsp; ประชาชนนำมาบริจาคได้วันที่&amp;nbsp; 1 พฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลานี้มิวเซียมสยามเป็นพื้นที่เรียนรู้ขยะหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจัดตั้งถังขยะความรู้เพื่อให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะและจัดการขยะแต่ละประเภท&amp;nbsp;การรณรงค์ให้ทุกคนลดการใช้วัสดุ บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียว รวมถึงเชิญชวนทุกคนร่วมบริจาคขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;You bring I give&amp;nbsp;การรับบริจาคขยะประเภทขวดพลาสติก และกระดาษสลิปใบเสร็จ เพื่อส่งต่อให้องค์กรเครือข่าย เช่น&amp;nbsp;Precious Plastic&amp;nbsp;วัดจากแดง และ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง &amp;nbsp;ในการนำขยะมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เช่น ของใช้ในบ้าน จีวรพระ และสมุดเขียนบันทึก เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ มิวเซียมสยาม ตั้งเป้าว่า โครงการขยะบทที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จากการร่วมมือกับองค์การด้านสิ่งแวดล้อมนานาชาติและ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย&amp;nbsp;SCG, Precious Plastic,&amp;nbsp;วัดจากแดง,&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;Toll Way, SIAM SERPENTARIUM,เดอะศาลายา ไทยโซน,&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน,&amp;nbsp;พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น,&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดจำนวนขยะและการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียว และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรภายในองค์กรร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะเผยแพร่ไปสู่ภายนอกเพื่อปลูกฝังให้คนไทยร่วมกันสร้างประเทศสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64254</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติกโควิด, ถังขยะความรู้, มิวเซียมสยาม, รีไซเคิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200425/image_big_5ea44bc28409c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เล่าเรื่องห้องสมุดฟินแลนด์&#039;  เสาหลักฐานการศึกษาและการเรียนรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟินแลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพด้านการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก จากโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment &amp;nbsp;หรือ PISA) ในปี 2558 ซึ่งความสำเร็จมาจากหลายปัจจัยรวมกัน หนึ่งในนั้นคือการเรียนรู้จากห้องสมุด &amp;nbsp;ที่จะเห็นว่าฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับห้องสมุดมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาถูกตัดงบประมาณห้องสมุด เนื่องจากมีผู้ใช้บริการลดลง &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 2010 ห้องสมุดกว่า 478 แห่งทั่วอังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์ปิดตัวลง แต่สำหรับ &amp;nbsp;&amp;quot;ฟินแลนด์&amp;quot; กลับสวนกระแสโดยสิ้นเชิง ประชากรฟินแลนด์ยังคงหลงใหลกับการอ่านหนังสือและทำกิจกรรมต่างๆ ในห้องสมุด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของฟินแลนด์ได้อุดหนุนงบประมาณด้านห้องสมุดหลายประการ มีบริการห้องสมุดอยู่ทุกมุมเมืองของประเทศ ตั้งแต่ขนาดใหญ่มหึมาจนถึงขนาดเล็ก ที่สำคัญคือให้บริการฟรีทั้งหมด เพื่อเป็นคลังเรียนรู้และใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย ตอกย้ำคุณค่าของการศึกษาที่ฟินแลนด์ให้ความสำคัญมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในงาน &amp;quot;LIT Fest เทศกาลหนังสือสนุกไฟลุกพรึ่บ&amp;quot; ที่มิวเซียมสยาม เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ในงานเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หัวข้อ &amp;quot;เล่าเรื่องห้องสมุดฟินแลนด์&amp;quot; ได้มีการยกตัวอย่างห้องสมุดเมืองเอสโป (Espoo City Library) เป็นห้องสมุดที่ได้รับรางวัลห้องสมุดยอดเยี่ยมประจำปี 2562 จากการประกาศผลในงานเทศกาลหนังสือกรุงลอนดอน หรือ London Book Fair 2019 สามารถเอาชนะห้องสมุดที่เข้ารอบสุดท้ายอีกสองแห่งจากประเทศบราซิลและแซมเบีย โดยคณะกรรมการมีความเห็นตรงกันว่า ห้องสมุดเมืองเอสโปเป็นตัวอย่างที่ดีให้โลกได้เล็งเห็นถึงการเปิดกว้างและสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการสำหรับคนทุกคน ประสบความสำเร็จในการปลูกฝังนิสัยการอ่านที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ โครงการกิจกรรมเพื่อชุมชนสามารถเข้าถึงจิตใจทุกผู้คนในเมือง เปิดรับการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ &amp;nbsp;และขยายผลการเรียนรู้ไปยังผู้สูงวัย กลุ่มคนที่มีความต้องการพิเศษ และบรรดาผู้อพยพลี้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยานา เตอร์นิ (Ms.Jaana Tyrni) Director of Library services, Espoo City Library เล่าว่า เอสโปเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของฟินแลนด์ และห้องสมุดเมืองเอสโปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายห้องสมุดเขตพื้นที่มหานครเฮลซิงกิ มีห้องสมุดสาขาเกือบ 20 แห่ง รถห้องสมุดเคลื่อนที่ 2 คัน และบริการจัดส่งหนังสือถึงบ้านสำหรับคนที่ไม่สามารถเข้าถึงห้องสมุดได้ด้วยตัวเอง ห้องสมุดขนาดใหญ่จะตั้งอยู่ในศูนย์การค้าและเปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด ส่วนห้องสมุดขนาดเล็กจะกระจายอยู่บริเวณย่านชานเมือง &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยให้ผู้ใช้งานบริการตนเอง ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำห้องสมุดใช้ความเชื่อใจ โดยทั่วไปจะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่และปิดช้ากว่าปกติ ยืดหยุ่นได้ตามไลฟ์สไตล์ของคน ด้วยวิธีการเช่นนี้เราจึงสามารถเพิ่มระยะเวลาการให้บริการได้เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภาพรวมห้องสมุดของฟินแลนด์ ยานา เล่าว่าห้องสมุดได้ปรับตัวเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาสำหรับผู้คน เยาวชนวัยรุ่นมีสถานที่นัดหมายพบปะเพื่อนฝูงในห้องสมุด คนทั่วไปเข้ามาร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปการเล่นอูคูเลเล หรือเข้ามาใช้งานพื้นที่เมกเกอร์สเปซ ส่วนผู้อพยพลี้ภัยก็เข้ามาเรียนภาษาฟินนิช และใช้บริการที่จำเป็นจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเข้ามาให้บริการแก่คนกลุ่มนี้ถึงในห้องสมุด กล่าวได้ว่ามีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยในฟินแลนด์ มาจากหลากหลายเชื้อชาติ จึงทำให้เรามีการให้บริการห้องสมุดแก่พวกเขา รวมถึงห้องสมุดเคลื่อนที่ในป่า ป่าที่ว่านี้คือป่าโปร่งไม่ใช่ป่าดิบชื้น การให้บริการแก่ผู้อพยพจะเป็นการช่วยเหลือว่าพวกเขาต้องการอะไร ซึ่งความต้องการของผู้อพยพจะเป็นเรื่องของภาษา อยากได้หนังสือเรียนภาษาฟินแลนด์ พวกเขาคิดว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถสื่อสารกับชาวฟินแลนด์ได้ หลายคนอยากออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ก็อยากรู้พื้นฐานการใช้ชีวิต จะสามารถใช้รถบัส บริการขนส่งมวลชนอย่างไร การใช้ห้องสมุดในพื้นที่อื่นๆ จะทำบัตรอย่างไร ใช้บัตรอย่างไร เป็นการช่วยเรื่องการใช้ชีวิตใหม่ของผู้อพยพเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีบริการให้คนฟินแลนด์มาพบกับผู้อพยพด้วย พูดคุยกันเพื่อให้ผู้อพยพมีเพื่อน เพราะเขาอาจจะเข้าไม่ถึงคนฟินแลนด์ นอกจากนี้ก็มีการช่วยเหลือเรื่องการกรอกแบบฟอร์ม การจัดการชีวิตประจำวัน อาจจะมีอะไรต้องทำกับภาครัฐ ก็มีบริการ ตรวจเช็กสุขภาพ ฯลฯ ดังนั้นห้องสมุดก็เป็นพื้นที่พบปะคนทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฟินแลนด์ก็เคยประสบปัญหาเรื่องความคิดที่จะปิดบริการห้องสมุด แต่เมื่อพิจารณาดูจากจำนวนสถิติการยืมคืนหนังสือช่วงปีที่ผ่านมา พบว่ามีมากถึง 4 ล้านครั้ง จากจำนวนประชากร 5.5 ล้านคน และมีสถิติจากห้องสมุดกลางโอดิ ซึ่งเป็นห้องสมุดแห่งชาติที่รัฐบาลสร้างเป็นของขวัญให้ประชาชน คือ 3 &amp;nbsp;ล้านครั้ง พิสูจน์ได้ว่าคนยังอ่านหนังสืออยู่ แต่ที่เปลี่ยนคือพฤติกรรมคน คือมีการยืมคืนผ่านเว็บไซต์มากขึ้น แต่เด็กรุ่นใหม่ใช้เป็นพื้นที่พบปะเพื่อนฝูง ห้องสมุดในฟินแลนด์ทุกแห่งล้วนปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นรางวัลที่ห้องสมุดเมืองเอสโปได้รับจึงแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในระดับนานาชาติ ว่าการทำงานมาอย่างยาวนานของห้องสมุดในฟินแลนด์นั้นประสบความสำเร็จ&amp;quot; ยานา เตอร์นิกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวสรุปด้วยว่า การสร้างรากฐานวัฒนธรรมจากสิ่งที่พื้นฐานมาจากความเชื่อว่าการอ่านออกเขียนได้สำคัญ และต้องให้คุณค่าเพื่อที่จะได้มีสิทธิและความเสมอภาคในสังคมได้ ครอบครัวช่วยสร้างนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนช่วยสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ รัฐจัดหาพื้นที่และสิ่งพิมพ์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค ข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เป็นเรื่องสำคัญ และเมื่อวันเวลาหมุนไป เทคโนโลยีต่างๆ ที่เริ่มเปลี่ยนไป ห้องสมุดต้องตามทุกสิ่งให้ทัน และทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลเหล่านั้น &amp;nbsp;ดังนั้นสิ่งที่อาจทำได้ในห้องสมุดฟินแลนด์จะไม่เป็นแค่เพียงการอ่านอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำให้ข้อมูลที่เคยอยู่ในรูปแบบเดิมๆ อย่างเทปคาสเซตหรือแผ่นเสียงกลายเป็นไฟล์ดิจิทัล เพราะเมื่อข้อมูลถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบดิจิทัลแล้ว การแลกเปลี่ยนและเข้าถึงก็จะง่ายขึ้นเป็นกอง งานศิลปะต่างๆ &amp;nbsp;ก็ถือเป็นสิ่งที่พบได้ในห้องสมุด และงานศิลปะในและนอกห้องสมุดฟินแลนด์ก็มีตั้งแต่ภาพวาดไปจนถึงการแสดงต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการศึกษาฟินแลนด์ กล่าวว่า ภาพรวมของระบบการศึกษาฟินแลนด์เป็นระบบที่มองเห็นความหลากหลายของการเรียนรู้ของคนแต่ละคน ในเมืองเอสโปจะเรียนรู้ในโรงเรียนแค่ 1 ส่วน อีก 2 ส่วนเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นที่ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ทุกพื้นที่ถูกแปลงเป็นแหล่งเรียนรู้ได้หมด เช่นเด็กๆ ไปเก็บเห็ด &amp;nbsp;เก็บเบอร์รีในป่าก็เป็นการเรียนรู้ เพราะเขาจะได้ความรู้ว่าเห็ดชนิดไหนกินได้ ชนิดไหนกินไม่ได้ ฯลฯ นี่คือหลักการพัฒนาระบบการศึกษาทั้งหมดของฟินแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของห้องสมุดฟินแลนด์ ห้องสมุดกลางเฮลซิงกิ &amp;quot;โอดิ&amp;quot; เป็นของขวัญวันครบรอบ 100 ปีประเทศฟินแลนด์ รัฐบาลสร้างห้องสมุดแห่งนี้ให้ประชาชนเป็นเวลานานถึง 10 ปี ที่สร้างนานเพราะเขารับฟังความต้องการของประชาชนตั้งแต่วันแรกที่จะสร้างห้องสมุด ทำให้คนรู้สึกว่าเขาคือเจ้าของห้องสมุด มีส่วนช่วยคิดสร้างห้องสมุด แล้วห้องสมุดแห่งนี้อยู่ใจกลางเมือง เดินทางด้วยรถไฟฟ้าถึงเลย ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดง หาไม่ยาก หากเข้าไปจะพบผู้คนจำนวนมาก ทั้งเด็ก คนแก่ นักท่องเที่ยว ในนั้นมีการออกแบบพื้นที่การอ่านหลายแบบมาก ตั้งแต่โซนเปิด โซนนั่งคนเดียว โซนประชุม ทำกิจกรรม ฉะนั้นจะไม่เห็นธุรกิจเวิร์กกิงสเปซในเมืองนี้เลย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กุลธิดากล่าวต่อว่า วัฒนธรรมการอ่านมีความสำคัญอย่างมากกับฟินแลนด์ ประเทศไทยไม่ได้มีพระราชบัญญัติห้องสมุดสาธารณะอย่างที่ฟินแลนด์มี ทำให้เราขาดแผนที่เอาไว้บริหารจัดการห้องสมุดให้มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่มีงบจัดการ ยกตัวอย่างในโรงเรียน จะเป็นลักษณะเงินเหลือจากการจัดการบริหารจัดการส่วนอื่นก่อน แล้วค่อยนำมาจัดการกับห้องสมุด ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนนั้นจะให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่เห็นห้องสมุดหลายๆ แห่งในประเทศไทยจะเป็นหนังสือบริจาค หนังสือเก่าๆ เท่านั้น ไม่ค่อยพบเห็นหนังสือใหม่ ฉะนั้นเราควรจะมีแผนห้องสมุดชัดเจน อย่างมากที่สุดคือทุกโรงเรียนต้องมีห้องสมุด หรือคิดง่ายๆ คนอยู่ที่ไหนมากก็เอาห้องสมุดไปไว้ที่นั่น นำความรู้ไปหาคนเพื่อที่คนจะได้สะดวกต่อการเข้าถึง การออกแบบนโยบายหรือแผนอะไรต้องมองเห็นคนอยู่ในนั้นด้วย ถ้าพูดถึงการอ่านมีความสำคัญอย่างไรกับชาวฟินแลนด์ หนังสือเจ็ดภราดร (Seitsem&amp;auml;n Veljest&amp;auml;) ประพันธ์โดย อเล็กซิส กิวิ (Alexis Kivi) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1870 แสดงความสมจริงของเนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตผู้คนในสมัยนั้น ทั้งยังเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมการอ่านของฟินแลนด์ ในฐานะรากฐานของประเทศอีกด้วย การอ่านออกเขียนได้จึงนับได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ฟินแลนด์ใช้สร้างความเสมอภาคในประเทศได้สำเร็จ การอ่านและการศึกษาจึงถือเป็นเรื่องเดียวกัน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาประเทศมาได้จนถึงทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่แค่เป็นห้องสมุด แต่ฟินแลนด์ยังสนับสนุนให้คนแก่มาเป็นอาสาสมัครช่วยสอนการบ้านเด็กๆ &amp;nbsp;แล้วก็ฝึกสุนัขมานั่งฟังเด็กอ่านหนังสือ เพื่อที่จะให้เด็กรู้สึกว่ามีคนฟังเขา ไม่โดดเดี่ยว นี่เป็นการส่งเสริมให้เด็กชอบอ่านหนังสือ จึงไม่แปลกที่ฟินแลนด์จะโดดเด่นเรื่องการศึกษา ภาพใหญ่ของฟินแลนด์ปี &amp;nbsp;2016 งบประมาณเทียบต่อหัวประชากร 2,171 บาท เราเห็นการกระจายตัวของห้องสมุด ในพื้นที่ห้องสมุดในพื้นที่คนอยู่มาก เคลื่อนที่เป็นจุด และเป็นรถเคลื่อนที่ ช่องทางเรือก็มี คนสะดวกช่องทางไหน ห้องสมุดก็ไปหา บริการห้องสมุดฟินแลนด์เดินหน้าไปไม่หยุดยั้งสัมพันธ์กับพัฒนาการอ่านของเด็กๆ มีการฝึกสุนัขให้มานั่งฟังเด็กอ่านหนังสือ เหมือนเด็กรู้สึกว่ามีใครสักคนมานั่งฟังเขาอ่าน นั่นคือการเสริมแรงให้เด็กมีกำลังใจในการอ่าน ชอบอ่านหนังสือ&amp;quot; กุลธิดา กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58057</URL_LINK>
                <HASHTAG>LIT Fest เทศกาลหนังสือสนุกไฟลุกพรึ่บ, มิวเซียมสยาม, เล่าเรื่องห้องสมุดฟินแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53a627a2419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>LIT Fest #2 การกลับมาของเทศกาลที่มากกว่า &#039;หนังสือ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ชวนไปเดินงานหนังสือกัน เป็นงานเทศกาลหนังสือน้องใหม่ที่มีมากกว่าหนังสือ เรากำลังพูดถึงงาน LIT Fest #2 เทศกาลหนังสือสนุกไฟลุกพรึ่บ! ครั้งที่ 2 จะจัดระหว่างวันที่ &amp;nbsp;14-16 กุมภาพันธ์นี้ ที่มิวเซียมสยาม นอกจากจะเป็นงานหนังสือที่ชวนมาพบปะพูดคุยกับบรรดานักเขียนและคนทำหนังสือมากมาย และมีสำนักพิมพ์นำหนังสือใหม่ๆ มาให้เลือกช็อปแล้ว งาน LIT Fest &amp;nbsp;ยังมีการแสดงดนตรี ฉายภาพยนตร์ และขายอาหารหลากเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ เทศกาลนี้เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหนอนนักอ่านหรือเป็นคนอ่านหนังสือวันละน้อยบรรทัดก็สามารถสนุกได้สมกับชื่องาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยพร อินทุวิศาลกุล กรรมการผู้จัดการโรงพิมพ์ภาพพิมพ์ หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันงาน &amp;nbsp;LIT Fest ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งบอกว่า ไอเดียของการจัดงานเป็นการรวมตัวของภาคเอกชนในวงการหนังสือ ประกอบด้วยโรงพิมพ์ภาพพิมพ์ กับเพื่อนสำนักพิมพ์ ฟ้าเดียวกัน แมกกาซีนเล่มและออนไลน์ &amp;nbsp; happening และร้านหนังสือออนไลน์ Readery ส่วนมิวเซียมสยามเป็นเจ้าของพื้นที่จัดงาน โดยจัดงานครั้งแรกเมื่อเดือน ม.ค.62 มีการพูดคุยเชิงวิพากษ์ที่ผ่านมางานสัปดาห์หนังสือเป็นเชิงพาณิชย์ ไม่ค่อยมีมุมทางวัฒนธรรม อยากจะรวมตัวกันจัดงานหนังสือที่เชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรมมากกว่าการค้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ในงานหนังสือ LIT Fest ก็จะนำสำนักพิมพ์มาพบกับนักอ่าน หนังที่ฉายก็เกี่ยวข้องกับหนังสือ มีหลายแนว ในงานจะมีดนตรีด้วย เป็นวงที่นักดนตรีหรือนักร้องมีผลงานเรื่องสั้นออกมา เปิดโอกาสให้เขาเล่าถึงงาน แล้วยังมีเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ สำหรับวงที่จะขึ้นเวทีมีวง Mirrr วงดนตรี duo ที่มีกลิ่นอายดนตรียุค 80 ในซาวด์ synthesizer บวกกับเมโลดีที่มีเอกลักษณ์และติดหู คนเขียนหนังสือกับคนเขียนเพลงเป็นคนทำงานสร้างสรรค์ เด็กที่มาในงานนี้ก็สามารถนั่งฟังคนเล่านิทานอย่างสนุกสนาน มีการแสดงหุ่นเงาใบไม้จากกลุ่มนิทานใบไม้ ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ในปีนี้มาในธีม &amp;#39;Debut&amp;#39; จะเปิดตัวทั้งคนเขียนและคนอ่าน รวมถึงยังคงคอนเซปต์การเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้คนรักหนังสือได้มาเดินเล่นและมีประสบการณ์สนุกๆ ร่วมกัน คงไม่ใช่มางานเพราะอยากหาหนังสือราคาถูกอยู่ไหน หรือหนังสือลดราคาเท่าไหร่ แต่รับรู้ว่าหนังสือไม่ได้อยู่ด้วยตัวเองเดี่ยวๆ &amp;nbsp;เดียวดาย มีความเกี่ยวข้องกับดนตรี ภาพยนตร์ หนังสือเป็นเรื่องการแบ่งปัน เป็นความสุขที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา งานนี้ทุกสำนักพิมพ์ได้ทำเต็มที่ ส่วนวันที่ 16 ก.พ.เย็นมีงานเสวนา &amp;#39;เมือง/หนังสือ&amp;#39; ชวนนักการเมือง นักวิชาการมาคุยกันเรื่องเมืองกรุงเทพฯ กับการอ่านหนังสือ มาแลกเปลี่ยนความเห็น&amp;quot; ชัยพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในไฮไลต์ Book Factory งานปีที่แล้ว มีประชาชนสนใจร่วมกิจกรรมมาก ในปีนี้ยังสานต่อและเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆ ชัยพรกล่าวว่า ปีนี้ให้นักเขียนหรือสำนักพิมพ์ส่งงานชิ้นแรกที่เปิดตัวนักเขียนมา อาจจะเป็นงานเขียนชิ้นแรกๆ ของนักเขียนชื่อดัง บทสัมภาษณ์ชิ้นแรก บทบรรณาธิการชิ้นแรก แล้วให้ประชาชนมาเลือกตามใจ เอามาเรียงเป็นเล่ม แล้วก็เลือกปก เข้าเล่ม และเอากลับบ้านได้ ทำให้คนได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำหนังสือและได้หนังสือเล่มใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกกิจกรรมคือ Lit Poetry รูปแบบกิจกรรมจะมีการตั้งโต๊ะให้นักเขียนนั่งหน้าเครื่องพิมพ์ดีด ชวนให้ทุกคนมาเล่าเรื่องตัวเองให้นักเขียนฟังแบบสองต่อสอง จากนั้นนักเขียนจะพิมพ์บทกวีสั้นๆ หรือประโยคสั้นๆ แบบสดๆ ให้ เป็นการพบปะระหว่างนักอ่านและนักเขียน นักเขียนที่จะมาก็เช่น วีรพร นิติประภา, &amp;nbsp;อุรุดา โควินท์, ทราย เจริญปุระ, ลูกแก้ว โชติรส มาพบกันได้ตลอด 3 วัน ส่วน Book Blind Date by &amp;nbsp;Fathom ก็ยังคงไว้ในงานครั้งที่สอง คอนเซปต์คือให้พกหนังสือที่ชอบ อยากให้คนอื่นอ่าน เอาหนังสือที่ชอบมาห่อของขวัญ พร้อมเขียนข้อความสั้นๆ ในกระดาษ วางหนังสือไว้ในจุดที่วาง รอให้คู่เดตมาหยิบไป เลือกหนังสือกลับบ้านไปแทน เหมือนเอามาแลกเปลี่ยนกัน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ภายในงานมีงานรวมตัวของสำนักพิมพ์กว่า 50 สำนักพิมพ์ มากกว่าปีที่แล้ว แต่ละสำนักพิมพ์ใช้ความคิดและเค้นสร้างประสบการณ์การอ่าน เพราะปกติการอ่านต้องสันโดษ แต่งานนี้รับรู้คนอ่านหนังสือมารวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน บางสำนักพิมพ์มาออกบูธ บางสำนักพิมพ์ก็เอานักเขียนหน้าใหม่มาเปิดตัวในงาน อย่างสำนักพิมพ์แซลมอนก็ยกกองบรรณาธิการมานั่งประจำบูธ คอยต้อนรับนักเขียนหน้าใหม่ที่ส่งงานมา เป็นการพบปะระหว่างนักเขียนกับบรรณาธิการ สำนักพิมพ์บทจรจะจัดล้อมวงพูดคุยหนังสือแปล &amp;#39;100ปี แห่งความโดดเดี่ยว&amp;#39; หรือ Happening จะเปิดตัวบทกวี &amp;#39;ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ&amp;#39; ของตุลย์ ไวฑูรเกียรติ หรือตุลย์ อพาร์ตเมนต์คุณป้า แต่ละสำนักพิมพ์คึกคัก&amp;quot; ชัยพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานหนังสือ LIT FEST ที่จะเกิดขึ้น ผู้บริหารโรงพิมพ์ภาพพิมพ์กล่าวว่า ยืนยันงานหนังสือยังมีชีวิตชีวา น่ารื่นรมย์ แม้แต่คนผลิตหนังสือก็รื่นรมย์ สนุกกับการทำหนังสือ ถ้าถามว่าวงการหนังสือตายหรือไม่ตาย ก็มีหนังสือหมวดที่เติบโตมาก บางหมวดเติบโตน้อย เพราะอาจมีสื่ออื่นๆ ที่เหมาะสมกว่า หรือเชนร้านหนังสือปิดสาขา แต่บางเชนยอดขายไปได้ดี รวมถึงวงการหนังสือมีหนังสือใหม่ๆ ออกมา ตนยังเชื่อว่าหนังสือมีคอนเทนต์ดีๆ มางานหนังสือจะเห็นว่าสำนักพิมพ์อยู่ได้ เพราะคอนเทนต์และความพยายามหางานเขียนใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ อยากให้ทุกคนมารับแรงบันดาลใจจากหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park ก็ร่วมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้สนุกในเทศกาลหนังสือสนุกไฟลุกพรึ่บ! ครั้งที่ 2 นี้เช่นกัน โดยจะนำกิจกรรมมากมายที่คัดสรรมาให้นักอ่านตลอด 3 วัน เริ่มจากชวนครอบครัวนักอ่านแวะมาที่โซน Kids &amp;amp; Family อ่านโลด อ่านเล่น เรียนรู้และวิ่งเล่นบนสนามหญ้าในบรรยากาศสุดชิลที่รายล้อมไปด้วยงานศิลปะจัดวาง ในรูปทรงของหนังสือและตัวละครโปรดของเด็กๆ เปิดประสบการณ์มุด ลอด วาด แปะ ละเลงสีผลงานศิลปะร่วมกัน พร้อมมุมนิทานที่คัดสรรจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งหนังสือนิทานภาพกลอนสระท้องถิ่นจากทั่วประเทศของ TK Park และหนังสือนิทานภาพด้วยความเอื้อเฟื้อจากมูลนิธิ SCG มาให้เด็กๆ ได้ลองอ่านอย่างเพลิดเพลิน เสริมด้วยการแสดงหุ่นเงา การแสดงละครสำหรับเด็ก และกิจกรรมสำหรับครอบครัวอีกเพียบดีต่อใจตลอดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น TK Park ยังชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่มาอ่านและฟังให้สนุกกับ &amp;quot;ทีเคแจ้งเกิด&amp;quot; ในโซน &amp;nbsp;SHOWCASE จัดเต็มความสนุก เพลิดเพลินไปกับหลากหลายบทเพลงคุณภาพ จากเยาวชนคนดนตรี &amp;nbsp;TK Band พร้อมด้วยนิตยสาร Read Me นิตยสารออนไลน์ของ TK Park ที่มีส่วนผสมของความรู้คู่ความบันเทิง ที่นำเสนอเรื่องราวที่กำลังเป็นเทรนด์ มาย่อยให้เข้าใจได้โดยง่าย ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จาก TK Young Writer ผลงานจากเยาวชนโครงการ TK แจ้งเกิด พร้อมชวนทุกคนมาร่วมสนุกคิดวลีโดนใจ! จัดทำเป็นสติกเกอร์และรับกลับบ้านไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาพบกัน LIT FEST จัดขึ้นในวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. โซนสนามหญ้า ด้านหน้ามิวเซียมสยาม เข้าชมฟรีตลอดงาน ติดตามตารางกิจกรรม LIT Fest #2 ได้ที่ www.tkpark.or.th แนะนำให้เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ MRT สนามไชย จะดีกว่ารถส่วนตัวเพราะหาที่จอดรถยาก กิจกรรมเพียบ อ่านข้อมูลไปล่วงหน้าจะดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56901</URL_LINK>
                <HASHTAG>happening, LIT Fest #2 เทศกาลหนังสือสนุกไฟลุกพรึ่บ, มิวเซียมสยาม, ร้านหนังสือออนไลน์ Readery, สำนักพิมพ์แซลมอน, หนังสือตายแล้ว, โรงพิมพ์ภาพพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42882fdbe7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปักหมุดให้คนรุ่นใหม่เติบโตทางความคิด สสส.ผนึกพันธมิตรจัด CONNECT FEST</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สสส.มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ร่วมกับมิวเซียมสยาม จัด CONNECT FEST จุดประกายพลังที่แตกต่างสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ปักหมุดให้คนรุ่นใหม่เติบโตทางความคิด กลุ่มลุ่มน้ำโขงศึกษา จ.ขอนแก่น คิดบอร์ดเกมจากปัญหาสร้างรถไฟคู่ขนานลอยฟ้าโคราช-ขอนแก่น ชุมชนริมทางรถไฟอยู่ 2 ชั่วรุ่นถูกไล่รื้อกลายเป็นคนไร้บ้าน อาสาสมัคร HOST กลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้ลี้ภัยตะเข็บชายแดนไทย 9 จังหวัด 1 แสนคน ต่อยอดผลงาน CRAFT ชาวเขาเพิ่มมูลค่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เทศกาลแห่งแรงบันดาลใจจากเครือข่ายคนรุ่นใหม่ จัดโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ร่วมกับมิวเซียมสยาม สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เชิญชวนคนรุ่นใหม่สนุกกับเวทีการแสดงกลางแจ้ง CONNECT FEST ที่พิพิธภัณฑ์สยามทดลองทำงานคราฟต์เก๋ๆ ด้วยตัวเอง ชิมของอร่อยจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค เปิดพื้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนความแตกต่างหลากหลาย ร่วมคุยถึงโลกที่เราฝัน ปักหมุดถึงคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เกิดจากความไม่เข้าใจกันของกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกันทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต การนับถือศาสนา วัฒนธรรมระดับชุมชนหรือภูมิภาค การทำมาหากิน ความคิด ความเชื่อทางการเมืองและการพัฒนา ส่วนใหญ่คนทั่วไปต้องการให้ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่ความเป็นจริงแล้วสังคมแบ่งแยกคนเป็นฝักฝ่าย ส่งผลให้สังคมประชาธิปไตยของไทยไม่ได้เดินหน้าอย่างแท้จริง โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมรุ่นที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การขยายผลให้คนรุ่นใหม่นำศักยภาพของตนเองเปลี่ยนแปลงสังคมจากเล็กสู่ใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของเมืองไทย ใช้แนวคิดสร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะเป็นรูปแบบงานเทศบาลที่สร้างสรรค์ ให้คนรุ่นใหม่และคนที่ทำงานด้านสังคมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดและวิธีการทำงาน ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทางความคิดและวัฒนธรรมความเป็นไทยในมิติต่างๆ ทั้งการศึกษา สิ่งแวดล้อม สื่อสร้างสรรค์สังคม คนจนเมือง ศาสนา ชาติพันธุ์ พื้นที่สร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรม คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บอร์ดเกม Play in Problem คล้ายกับเกมเศรษฐี โดยกลุ่มลุ่มน้ำโขงศึกษา จ.ขอนแก่น เนื่องจาก จ.ขอนแก่นจะมีการสร้างรถไฟยกระดับและรถไฟความเร็วสูงจากโคราช-ขอนแก่น ซึ่งจะย่นเวลาเดินทางเหลือเพียงครึ่งชั่วโมง ใช้พื้นที่ฝั่งละ 20 เมตร เป็น 40 เมตร ชุมชนริมทางรถไฟต้องถูกเวนคืน จะต้องย้ายออกไปนอกตัวเมือง จากเดิมที่ทำงานอยู่ในเมืองได้รับผลกระทบ ดังนั้นกลุ่มนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงจัดทีมสำรวจลงพื้นที่ด้วยการเข้าไปสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเป็นเวลา 1 ปี และนำเสนอปัญหาให้เข้าใจง่ายขึ้น เป็นบอร์ดเกม การที่คนถูกไล่รื้อออกจากพื้นที่เดิม ซึ่งเคยเช่าที่ดินจากการถไฟมาแล้ว 2 รุ่น 70 ปี ต้องหาที่อยู่ใหม่ กลายเป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มคนจนเมืองมากขึ้น และยังต้องสูญเสียอาชีพ ขณะนี้ชาวบ้านมากกว่า 100 ครัวเรือนมีการเรียกร้องขอเช่าที่ดินจากการรถไฟฯ 5 ไร่ ให้อยู่ในเมือง ใช้ชีวิตปกติ มีอาชีพเดิม ค้าขายในพื้นที่เขตรับจ้างทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;Photo Exhibition 5 ปี เมื่อคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศสร้างงานและมองเห็นปัญหา ต้องการสื่อสารผ่านภาพถ่ายจากสายตาตนเอง ร้อยเส้นหลากสีคนรุ่นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกต่อคนไร้บ้าน (Photo Homeless ในช่วง 5 ปีที่นักศึกษาเปลี่ยนสถานะเป็นคนทำงานในพื้นที่ทั่วประเทศไทยในบรรยากาศความสุข ความกดดัน เศร้าหมอง สิ้นหวัง เป็นการเปิดโลกเรียนรู้กับอาชีพที่สร้างรายได้ในอนาคต เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;Amnesty International ช่วยเหลือผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน &amp;ldquo;มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นใคร อาศัยอยู่ที่ใด ทุกคนมีสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมกัน&amp;rdquo; บ้านกาญจนนา ก้าวที่พลาด คุณเคยผิดพลาดมั้ย คุณอยากได้โอกาสแค่ไหน? โอกาสสำคัญกับคุณอย่างไร? ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก&amp;nbsp; โครงการพลเมืองอาสา เย็นย่ำธารา: ณ มิวเซียมสยาม เทศกาลแห่งแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศนำผลงานความคิดความฝันจากแรงบันดาลใจมาเจอกัน ผลงานศิลปะที่ผ่านการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรัง ติดเตียง ด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายรายวัน รายเดือน ซื้อของสิ้นเปลือง แผ่นผ้ารองซับ กางเกงผ้าอ้อม กระดาษชำระ สำลี อาหารเหลว สายดูดเสลด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อาสาปรับภูมิทัศน์ บ้านเด็กอ่อน จ.นนทบุรี อาสาฟื้นฟูชุมชนคลองขนมจีน อ.เสนา จ.อยุธยา ลงลายกระเป๋าสร้างห้องสมุดบ้านดนตรี อ.อัมพวา สมุทรสงคราม อาสารักษ์ป่าชุมชน บ้านป่าคู้ จ.กาญจนบุรี อาสาสืบสานภูมิปัญญา บ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนที่จัดบู้สหน้าพิพิธภัณฑ์สยาม กลุ่มคนรักบ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จ.เลย บ้านห้วยผุกหมู่ 1 บ้านกกสะทอน หมู่ 2 บ้านนาหนองบง หมู่ 3 บ้านแก่งหิน หมู่ 4 บ้านโนนผาพุงพัฒนา หมู่ 12 บ้านภูทับฟ้าพัฒนา หมู่ 13 ประสบปัญหาเหมืองทองคำซึ่งดำเนินงานโดย บ.ทุ่งคำ จำกัด (มีบริษัทแม่ผลิตดีบุกอยู่ที่ทุ่งคาฮาร์เบอร์ภูเก็ต) ตั้งรอบหมู่บ้านบนภูเขา ทำให้มีไซยาไนด์ปนเปื้อนซึมเข้าแหล่งน้ำ ชาวบ้านรวมกันต่อสู้เป็นเวลา 10 ปีเพื่อปิดเหมืองทองคำ ขณะนี้โรงงานปิดทิ้งร้าง และคณะ กก.พิทักษ์ทรัพย์เข้าไปดูแลทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มรักษ์บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง นำโดยแม่บัวเขียว นำกระเทียมอินทรีย์พื้นเมืองพันธุ์ 100 ปี ใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากมูลค้างคาว มูลหมู มูลไก่ มูลควาย หมักรวมกัน ใส่ฮอร์โมนไข่ไก่ลงในต้นกระเทียม ใช้น้ำจากลำห้วยรด ไม่ชอบน้ำมากจะเป็นเพลี้ย ชอบอากาศหนาวและน้ำค้าง ไม่ใช้สารเคมีรวมกลุ่มกันปลูกกระเทียมแปลงทดลอง กลุ่มกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กลุ่มดอกไม้ยิ้มจากยะลา ทำขนมพื้นบ้าน เรื่องเล่าและวิถีชีวิตมาดูฆาตง เป็นขนมพื้นบ้าน&amp;nbsp; อาสาสมัครนักสิทธิ เป็นอาสาสมัครเพื่อสังคมจากทั่วประเทศ ทำงานในองค์กรเรียนรู้ 1 ปี มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ยะลา ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;Host International refugeesนำโดยMatilda Herben ณัฐรดา ยนยุบล ตัวแทนจาก Community Outreach Officer Asylum access Thailand ทำงานเป็นอาสาสมัครดูแลผู้ลี้ภัยตามแคมป์ชายแดนไทย 9 แห่ง แม่สอด กาญจนบุรี ราชบุรี แม่ฮ่องสอน ฯลฯ ให้ทำงานฝีมือสีสันชนเผ่าเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าด้วยการชี้ช่องทางการตลาด ผู้ลี้ภัยในเมืองไทย คือบุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตัวเอง เนื่องจากความหวาดกลัวจากการถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิต บางคนเลือกใช้เส้นทางเดินเท้าเพื่อข้ามแดนไปยังประเทศอื่นด้วยรถยนต์ เครื่องบิน และเรือ ในเมืองไทยผู้ลี้ภัยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่มาจากชนกลุ่มน้อยของประเทศเมียนมา ที่อาศัยอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราวบริเวณเขตชายแดนไทย-เมียนมา และกลุ่มผู้ลี้ภัยในเขตเมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เนื่องจากเมืองไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ.2494 และพิธีสารปี 2510 ทั้งยังไม่มี กม.ภายในประเทศที่ให้การคุ้มครองแก่กลุ่มคนดังกล่าว ผู้ลี้ภัยที่ไม่มีเอกสารถูกต้องตาม กม.หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทยจนเกินอายุวีซ่า ไม่ว่าจะได้รับการยอมรับสถานะจาก UNSCR หรือไม่ ต่างก็ถือว่าเป็นคนเข้าเมืองอย่างผิด กม. ภายใต้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวต่อการโดนจับกุม กักกัน หรือผลักดันกลับไปสู่ประเทศของตน ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เรามีผู้ลี้ภัยทั่วโลก 25.4 ล้านคน 53% ของผู้ลี้ภัยทั่วโลกมาจาก 3 ประเทศ เซาท์ซูดาน อัฟกานิสถาน ซีเรีย จำนวนผู้ลี้ภัยในประเทศไทยจำนวน 1 แสนคน จำนวนผู้ลี้ภัยในเมือง 5,000 คน แต่ละวันผู้ลี้ภัย 44,000 คน จำเป็นต้องจากบ้านเกิดเพื่อหนีการสังหารและการสู้รบ ประเทศที่รองรับผู้ลี้ภัยมากที่สุด 5 ประเทศ คือ อิหร่าน เลบานอน ปากีสถาน ยูกันดา ตุรกี จำนวนผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งตามแนวชายแดนเมืองไทยจำนวน 95,644 คน พวกเขามาจาก 40 ประเทศ ปากีสถาน เวียดนาม กัมพูชา ปาเลสไตน์ อิรัก ซีเรีย ฯลฯ. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44323</URL_LINK>
                <HASHTAG>CONNECT FEST, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), คนรุ่นใหม่, มิวเซียมสยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63a5b528672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
