<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการบราซิลฟันอดีต ปธน. &#039;มิเชล เตแมร์&#039; หัวหน้าแก๊งทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตประธานาธิบดีมิเชล เตแมร์ ของบราซิล โดนจับกุมโดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคอร์รัปชันในปฏิบัติการ &amp;quot;ล้างรถ&amp;quot;&amp;nbsp; อัยการระบุเขาเป็นหัวหน้าใหญ่ของ &amp;quot;องค์กรอาชญากรรม&amp;quot; ที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกและฟอกเงินในบราซิลยาวนานหลายทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิเชล เตแมร์ อดีตประธานาธิบดีบราซิลระหว่างปี 2559-2561 ถูกนำตัวขึ้นรถภายหลังโดนจับกุมที่เซาเปาลู เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 ว่าตำรวจจับกุมอดีตประธานาธิบดีวัย 78 ปีรายนี้ที่นครเซาเปาลู แล้วส่งตัวเขาไปยังนครรีโอเดจาเนโร เมื่อวันพฤหัสบดี สำนักงานอัยการกลางเผยผ่านแถลงการณ์ว่า การสอบสวนเขาทำให้ค้นพบว่ามีองค์กรอาชญากรรมเต็มรูปแบบองค์กรหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำหลายอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตแมร์เป็นอดีตผู้นำคนล่าสุดของบราซิลที่โดนจับกุมเพราะปฏิบัติการสอบสวนที่มีชื่อเรียกว่า &amp;quot;ล้างรถ&amp;quot; ที่เริ่มต้นจากการสอบสวนการฟอกเงินที่ร้านล้างรถแห่งหนึ่งในกรุงบราซิเลียเมื่อปี 2557 แล้วบานปลายเป็นปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตครั้งมโหฬารที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองจากหลายพรรค และบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมถึงบริษัท น้ำมันเปโตรบราส และบริษัทก่อสร้างรายใหญ่อีกหลายบริษัท มีนักการเมืองและลูกจ้างของบริษัทโดนตัดสินแล้วมากกว่า 150 คน และอีกหลายร้อยคนโดนตั้งข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรย์รา ฟรันโก อดีตรัฐมนตรีเหมืองแร่และพลังงาน ก็โดนจับกุมพร้อมกับผู้ต้องสงสัยอีกหลายรายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตแมร์เป็นผู้นำที่ไม่ได้รับความนิยมมากที่สุดของบราซิล เขาถูกกล่าวหาคดีคอร์รัปชันหลายคดีก่อนพ้นตำแหน่งเมื่อปี 2560 โดยชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำขวาจัดที่หาเสียงด้วยนโยบายปราบคอร์รัปชันและอาชญากรรมอย่างดุดัน เป็นผู้ชนะเลือกตั้งและรับตำแหน่งต่อจากเขาเมื่อต้นปีนี้ ส่วนเตแมร์ไม่ได้ลงสมัครอีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2560 รัฐสภาบราซิลเคยลงมติล้มเลิกคำกล่าวหาทุจริตของเตแมร์ 2 ครั้ง แต่คำกล่าวหาครั้งที่ 3 มีออกมาไม่กี่วันก่อนที่โบลโซนาโรจะรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม ทำให้สภาไม่มีเวลาประเมินคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรกล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเยือนชิลีอย่างเป็นทางการว่า มีความยุติธรรมสำหรับทุกคน และทุกคนก็รับผลของการกระทำของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของอัยการเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวถึงระบบอาชญากรรมซับซ้อน ซึ่งถึงปลายปี 2557 ได้จ่ายเงินผิดกฎหมายราว 1 ล้านเรอัล (กว่า 15.8 ล้านบาท) โดยเกี่ยวพันกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสอบสวนบ่งบอกว่ากลุ่มนี้อาจก่อกระทำความผิดสารพัดกับหน่วยงานภาครัฐและบริษัทรัฐวิสาหกิจ เกี่ยวข้องกับเงิน 1,800 ล้านเรอัล (14,888 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตแมร์จากพรรคพีเอ็มดีบีเป็นผู้นำขัดตาทัพ ภายหลังจีลมา รุสเซฟฟ์ อดีตผู้นำบราซิลคนก่อนหน้าเขาจากพรรคแรงงาน ถูกถอดถอนพ้นตำแหน่งในปี 2559 รุสเซฟฟ์ไม่ได้ถูกโยงกับคดีล้างรถนี้ แต่เธอถูกตัดสินจำคุกปั้นแต่งงบดุลของรัฐเพื่อหวังผลทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31979</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, บราซิล, ปฏิบัติการล้างรถ, มิเชล เตแมร์, อดีตประธานาธิบดีบราซิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c94ce354ecad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 22:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.บราซิลสั่งส่งทหารเสริมทัพชายแดน รับมือวิกฤติผู้อพยพเวเนซุเอลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมิเชล เตแมร์ ของบราซิล ลงนามคำสั่งส่งกองทัพไปรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนติดกับเวเนซุเอลา ภายหลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างประชาชนในพื้นที่กับผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้านชาตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมิเชล เตแมร์ ออกจากสถานที่แถลงข่าวภายหลังประกาศส่งทหารไปเสริมชายแดนติดกับเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2561&amp;nbsp; / AGENCIA BRASIL / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อต้นเดือนสิงหาคมเพิ่งเกิดเหตุชาวบ้านก่อม็อบขับไล่ชาวเวเนซุเอลามากกว่า 1,000 คนที่พากันอพยพเข้ามายังรัฐโรไรมาในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล โดยพากันโจมตีและทำลายค่ายพักชั่วคราวของชาวเวเนซุเอลาไร้บ้านเหล่านี้ ด้วยความโกรธแค้นจากข่าวลือที่ว่ามีพ่อค้าในพื้นที่รายหนึ่งโดนพวกผู้อพยพรุมทำร้าย และทำให้ทางการบราซิลต้องส่งทหารเข้าไปควบคุมสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเตแมร์กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2561 ว่าคำสั่งส่งกำลังทหารไปเสริมในพื้นที่เป็นมาตรการที่มีเป้าหมาย เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่พลเมืองชาวบราซิลและผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาที่หนีมาจากประเทศของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวถึงวิกฤติของประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้ด้วยว่า &amp;quot;น่าเศร้า&amp;quot; และคุกคามความสมัครสมานสามัคคีของผู้คนทั้งทวีป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตแมร์เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศยอมรับมาตรการทางการทูตเพื่อหยุดยั้งคลื่นผู้อพยพออกจากเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผลพวงจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองในเวเนซุเอลา ที่อยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร และผลักดันให้ประชาชนนับล้านคนหนีออกนอกประเทศเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บราซิลเคารพอธิปไตยของประเทศอื่น แต่เราต้องจดจำว่าประเทศหนึ่งประเทศใดจะมีอธิปไตยได้ก็ต่อเมื่อประเทศนั้นเคารพและดูแลประชาชนของตน&amp;quot; เตแมร์กล่าวเตือนไปถึงมาดูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติกล่าวไว้ว่า มีชาวเวเนซุเอลาอาศัยอยู่นอกประเทศราว 2.3 ล้านคน โดยมี 1.6 ล้านคนที่ออกนอกประเทศนับแต่ปี 2558 คลื่นผู้อพยพเหล่านี้กำลังสร้างความตึงเครียดแก่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เฉพาะบราซิลและโคลอมเบีย แต่ยังรวมถึงเอกวาดอร์ เปรู และชิลี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16460</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, มิเชล เตแมร์, วิกฤติผู้อพยพ, ส่งทหารเสริมชายแดน, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86b5768470b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
