<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี บริษัทใหม่เดือนมี.ค.64 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมี.ค.2564 มีจำนวน 8,841 ราย เพิ่มขึ้น 46% ทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล หลังจากที่เคยทำสถิติสูงสุดเป็นครั้งแรกในเดือนม.ค.2556 ที่มีจำนวนตั้งใหม่ 8,184 ราย โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 19,426.89 ล้านบาท ลดลง 21% และธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร ร้านอาหาร ส่วนยอดรวมไตรมาสแรก ปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) มีจำนวนตั้งใหม่ 23,389 ราย เพิ่มขึ้น 21% ทุนจดทะเบียน 70,074.93 ล้านบาท ลดลง 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจเลิกประกอบกิจการในเดือนมี.ค.2564 มีจำนวน 790 ราย ลดลง 17% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,550.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% โดยธุรกิจที่เลิกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป และธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ส่วนยอดรวมเลิกกิจการไตรมาสแรก มีจำนวน 2,478 ราย ลดลง 22% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 19,827.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจัยที่ส่งผลให้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่เพิ่มขึ้น มาจากสัญญาณเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวดีขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการลงทุนทำธุรกิจ มีการตั้งธุรกิจใหม่ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นตามการส่งเสริมของรัฐบาล และธุรกิจที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงโควิด-19 เช่น ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ธุรกิจขายส่งสินค้าสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ มีจำนวนเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;นายทศพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพลกล่าวว่า แนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือนต่อๆ ไป ต้องจับตาการกลับมาระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย.2564 ที่เป็นปัจจัยสำคัญส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและธุรกิจ และอาจจะส่งผลต่อการจัดตั้งธุรกิจใหม่ได้ แต่เป็นช่วงสั้นๆ เพราะกรมฯ ประเมินว่า ปีนี้การตั้งบริษัทใหม่จะมีการฟื้นตัวดีขึ้น โดยไตรมาสแรก สูงกว่าที่ประเมินไว้ที่ระดับ 19,000-20,000 ราย และไตรมาสที่ 2 มั่นใจว่าจะดีขึ้น และยอดรวมทั้งปี จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ที่ 64,000-65,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันมีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ วันที่ 31 มี.ค.2564 จำนวน 789,851 ราย มูลค่าทุน 19.33 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 193,374 ราย คิดเป็น 24.48% บริษัทจำกัด จำนวน 595,190 ราย คิดเป็น 75.36% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,287 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล ทังสุบุตร, ธุรกิจตั้งใหม่, มี.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080decc91008.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยเปิดเที่ยวบินพิเศษสู่ 13 เส้นทางบิน ในเดือนมี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64-นายนนท์ กลินทะ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการการเดินทาง และรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร บริษัท การบินไทยฯ ให้บริการเที่ยวบินพิเศษ ในเดือนมีนาคม 2564 จำนวน 13 เส้นทางบิน โดยมีรายละเอียดดังนี้
เส้นทางเอเชีย
&amp;nbsp;1. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว (นาริตะ) ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ในวันอังคาร พุธ และเสาร์ และออกจากโตเกียว (นาริตะ) ในวันพุธ พฤหัสบดี และอาทิตย์
2. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว (ฮาเนดะ) ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 30 มีนาคม 2564&amp;nbsp;
3. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันเสาร์ สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน
4. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โซล ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอาทิตย์ สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน และในวันพุธที่ 31 มีนาคม 2564&amp;nbsp;
5. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ไทเป ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์ สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน
6. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน
7. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-มะนิลา ทำการบินในวันที่ 9, 16 และ 23 มีนาคม 2564
8. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ ทำการบินในวันที่ 16 และ 31 มีนาคม 2564
เส้นทางยุโรป
&amp;nbsp;1. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ- ลอนดอน ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอาทิตย์ สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน
2. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ปารีส ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 25 มีนาคม 2564
3. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ- แฟรงก์เฟิร์ต ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์ สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน และในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564
4. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 17 มีนาคม 2564
5. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน ทำการบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอาทิตย์ สัปดาห์ละ1 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดตารางบิน พร้อมสำรองที่นั่ง และออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com และสำนักงานขายการบินไทย หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ทุกวัน (เวลา 08.00-17.00 น.) สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานสาขาที่ออกบัตรโดยสารในแต่ละท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯ ปฏิบัติการบินอย่างมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อย่างเคร่งครัด อีกทั้ง ผู้โดยสารที่เดินทางกลับมากับการบินไทยจะต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตรการของภาครัฐอย่างเข้มงวดทุกเที่ยวบิน และบริษัทฯ ได้ทำการฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดแบบ Deep Cleaning ในอากาศยานทุกลำหลังเครื่องลงจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95819</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, มี.ค., เทียวบินพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604adcf16cd5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ถามเพิ่มนาฬิกาหรู&quot;บิ๊กป้อม&quot; ไม่ชัวร์เสร็จมี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า เท่าที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ได้ให้ข้อมูล คิดว่า ก.พ.นี้คงไม่เสร็จ เพราะจากรายงานทราบว่า สำนักที่เกี่ยวข้องจะส่งข้อมูลที่เพิ่มเติมไปยัง พล.อ.ประวิตร เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องคำถามมากขึ้นกว่าเดิมที่ถามในภาพรวม เพราะมีการร้องเรียนนาฬิกามากกว่า 25 เรือน ต้องการที่จะถามให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้นในโอกาสไหน งานอะไร มีการใส่นาฬิกาเรือนที่ปรากฏในภาพไปจริงหรือไม่ ภาพที่ปรากฏเป็นภาพจริงหรือไม่ เพื่อให้ พล.อ.ประวิตรตอบได้ชัดเจนเมื่อเรานำข้อมูลมาวิเคราะห์จะได้ชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ เลขาธิการ ป.ป.ช.จะทำหนังสือไปยัง พล.อ.ประวิตร และจะนับเวลาไปอีก 15 วัน เพื่อให้เวลาท่านตอบ คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะชัดเจนขึ้นในเดือน มี.ค.นี้&amp;rdquo;พล.ต.อ.วัชรพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรให้เหตุผลในการขอเลื่อนการชี้แจงรอบที่ 2 อย่างไร ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรอาจจะมีภารกิจมาก เพราะรับผิดชอบงานหลายด้าน เรื่องเหล่านี้ผ่านเวลามานานพอสมควร บางทีเราเองจำไม่ได้ว่าวันนั้นเราไปงานนั้น แล้วใส่นาฬิกาเรือนนั้นจริงหรือไม่ ดังนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ ต้องให้เกิดความชัดเจน โดยปกติไม่ว่าจะคดีอื่นๆ มีการขอขยายเวลาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า หากเดือน มี.ค.มีการเลื่อนออกไปอีก สังคมจะมองว่าเป็นการพยายามยื้อเวลาหรือไม่ พล.อ.วัชรพล กล่าวว่า เลื่อนหรือไม่เลื่อนอยู่ที่ข้อมูล การดำเนินงานว่าครบถ้วนพอที่จะสรุปผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือยัง และอยู่ที่กระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น จึงตอบไม่ได้ว่าจะเลื่อนอีกหรือไม่อย่างไร เพราะเป็นเรื่องของข้อมูล ส่วนกระแสกดดันการทำงานของป.ป.ช.นั้น ไม่กังวล เพราะเป็นหน้าที่ เราตรวจสอบทุกเรื่อง หากเรื่องไหนประชาชนให้ความสนใจ เจ้าหน้าที่ต้องเอาใจใส่มากขึ้น การทำงานยิ่งต้องละเอียดรอบคอบมากขึ้นด้วย หากเร่งรัดดำเนินการอาจจะมองได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาอาจจะมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3575</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาหรู, บิ๊กป้อม, ปปช., มี.ค., วัชรพล, เพิ่มคำถาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d0b0975aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
