<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทน บุกจี้ &#039;มีชัย&#039; ไถ่บาป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กลุ่มไทยไม่ทน &amp;quot;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช.,นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น,นายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ, &amp;nbsp;นางพะเยาว์ อัคฮาด, หมู่อาร์ม หรือส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี ผู้เปิดโปงการทุจริตในกองทัพบก นายเศวต ทินกูล อดีต ส.ส.ร.ปี 50 ยื่นหนังสือถึงนายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านนางรัชนี สังข์ทองงาม ผอ สำนักงานเลขาธิการ &amp;nbsp;เพื่อให้แสดงความรับผิดชอบกรณีร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 สืบทอดอำนาจ ด้วยการออกมาร่วมกับประชาชนขับไล่ระบอบเผด็จการประยุทธ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า สาเหตุที่คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยต้องเดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น เนื่องจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ยังมีตำแหน่งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ แต่สาระสำคัญคือ ความหายนะของชาติในรอบหลายสิบปีนี้ นายมีชัยฤชุพันธุ์ มีส่วนเกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ที่พวกผมมานั้นเพื่อต้องการให้นายมีชัยได้ ไถ่บาป ให้กับประเทศไทย และให้กับคนไทย เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต เพราะมนุษย์ย่อมเกิดแก่เจ็บตาย จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าวิวัฒนาการความเลวร้ายของประเทศไทย ที่เดินไปทางไหนไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากนายมีชัย ที่ไปเขียนกฎกติกา คือรัฐธรรมนูญ, กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นใด วันนี้ก็พิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายของนายมีชัย ที่อ้างว่าเพื่อปราบโกงนั้น ตั้งแต่ประกาศใช้ จนกระทั่งผ่านมา 4 ปี การโกงก็ยังดำรงอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะ การโกงการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ไม่สามารถปราบปรามการซื้อเสียงได้ องค์กรอย่าง ป.ป.ช. ก็ไม่สามารถปราบนักการเมือง ที่ฉ้อฉลได้ แม้พลเอกประยุทธ์ ที่เป็นผู้มอบหมายให้นายมีชัย เขียนรัฐธรรมนูญนั้น จะอ้างเรื่องวาระแห่งชาติ เกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริต มา 2 ครั้งแล้วก็ตาม การปราบโกงก็ไม่บรรลุผล มิหนำซ้ำยังสนับสนุนให้เกิดการโกงอย่างกว้างขวาง โดยไม่ได้มีความผิด ดังนั้นเงื่อนปมต่างๆทั้งเรื่องอำนาจของส.ว.โหวตเลือกนายกฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; วันนี้ถึงสถานการณ์บ้านเมืองมีวิกฤตจาก covid-19 นั้น ได้สะท้อนกฎกติกาที่ นายมีชัยออกแบบ ให้กับประเทศไทยนั้นเหมือนพินัยกรรมที่เขียนไว้ว่า ผู้ได้รับประโยชน์ สูงสุด ก็คือพลเอกประยุทธ์ พวกผมมาวันนี้เพื่อจะบอกกับนายมีชัยว่า นายมีชัยรู้ทุกจุดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้กระทั่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญยังต้องสอบถามนายมีชัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมย้ำว่าการมาครั้งนี้เพื่อขอให้นายมีชัยไถ่บาป ให้กับประเทศไทย ให้กับคนไทย และนายมีชัยเป็นคนที่รู้ช่องมากที่สุด เพราะ การวางกับดักทางการเมืองของประเทศไทยนั้น ไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่านายมีชัย ดังนั้นตนหวังว่า จะได้รับการตอบสนอง อย่างน้อยสักครั้งของชีวิตมาการรับใช้ประชาชนบ้าง ก่อนที่จะตาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวีระ ได้อ่านเแถลงการณ์ เนื้อความหนังสือที่ยื่นถึงนายมีชัย โดยสังเขปว่า &amp;nbsp;สืบเนื่องจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ชื่อนี้ได้ถูกนำมาบันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์การเมืองประเทศไทย ในฐานะเป็นผู้เขียนรัฐธรรมนูญรับใช้เผด็จการทหาร หรือกบฏทั้งหลาย โดยเริ่มตั้งแต่เป็นนักร่างแถลงการณ์ ประกาศคำสั่งให้คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2520 พร้อมเขียนรัฐธรรมนูญ 2521 จากนั้นแกร่งกล้าขึ้นเขียนรัฐธรรมนูญ 2534 ให้คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือ รสช. แล้วมาเขียนประกาศคำสั่งให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือ คปค. ยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 และล่าสุดยังเขียนรัฐธรรมนูญ 2560 ตามใบสั่ง 10ข้อ เพื่อให้คณะกบฏ คสช. ได้สืบทอดอำนาจมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ด้วยความเจนจัดในการร่างกฎหมายมาอย่างโชกโชนตั้งแต่หนุ่มจนแก่นายมีชัย จึงเป็นนักกฎหมายในระดับต้นๆที่พวกรัฐประหารยึดอำนาจมักนึกถึง ตามตัวมาช่วยงานเสมอและเช่นกันเมื่อคณะรัฐประหารต้องการรูปแบบอำนาจ ปกครองประเทศเช่นใดนายมีชัยฤ ก็จะสนองตอบโดยบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญรัฐประหารได้ทุกครั้ง ดังนั้นตั้งชื่อเสียงประกอบกับบทบาทหน้าที่นักกฎหมาย ที่ยืนหยัดเคียงข้างการรัฐประหาร จึงได้ฉายาว่าเนติบริกร ซึ่งคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอถ่ายทอดและเรียกฉายาของนายมีชัย ในหนังสือบอกกล่าว ความเสียหายของประเทศชาติ ตามที่ได้กระทำ ผ่านรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเริ่มต้นจาก หลังการรัฐประหารปี 2520, ปี 2534 ,ปี 2549, และปี 2557 เนติบริกรได้รับแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ และสมาชิกวุฒิสภามาต่อเนื่อง จนเชื่ออย่างสนิทใจว่าวุฒิสภาแต่งตั้ง สามารถเป็นเกราะคุ้มกันภัยทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีจากรัฐประหาร หรือคนนอก ที่ไม่ได้เป็นส.ส. โดยเนติบริกรออกแบบรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับ 2521, 2534 และ 2560 ให้มีวุฒิสภาแต่งตั้งพร้อมพร้อมกับพัฒนา อำนาจของวุฒิสภา ให้มีขึ้นตามลำดับ กระทั่งถึงจุดสูงสุดในรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งนักวิชาการได้ระบุว่า เป็นฉบับที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 20 ปี ดังนั้นเมื่อพูดถึงรัฐธรรมนูญ 2560 สิ่งเลวร้ายที่เนติบริกรเขียนไว้คือการสร้างให้วุฒิสภาแต่งตั้งจำนวน 250 คน เป็นแกนกลางการปกครองประเทศภายใต้การนำของเผด็จการคสช. โดยทุกองค์กรอิสระล้วนผ่านการคัดเลือกจากวุฒิสภาแต่งตั้งทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกระบวนการใช้อำนาจขององค์กรอิสระจึงพุ่งเป้าไปให้ความคุ้มครองเผด็จการได้สืบทอดอำนาจและมีส.ส. จากพรรคการเมืองเป็นบริวารคอยรับใช้ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เขียนตามความต้องการของเผด็จการคสช.ที่มีบันทึกส่งมาถึง 10 ข้อพร้อมกำชับจำเป็นต้องทำให้ได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้แม้ไม่ได้ทำตามความต้องการของสังคมแต่เป็นรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเฉลี่ยความสุขของทุกคนในสังคม แต่นับจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นต้นมา การเฉลี่ยความสุข ตามที่เนติบริกรอวดอ้างไว้นั้นไม่ได้เฉลี่ยมาถึงประชาชน มิหนำซ้ำยังบั่นทอนความสุขของประชาชนลงไปทุกวัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนนับวันมีแต่ความทุกข์ยาก ลำบากจาก ความล้มเหลว ด้านเศรษฐกิจการเมือง การเลือกตั้ง กระบวนการยุติธรรมถูกทำลายเพื่อรับใช้ผู้มีอำนาจ ความยุติธรรมไม่มีอีกต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอบอกเนติบริกรว่า ความเลวร้ายจากรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น เป็นสาเหตุทำลายความสุขของประชาชนเป็นสำคัญโดยเริ่มตั้งแต่การให้มีส.ว. แต่งตั้ง 250 คน โดยเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนส.ส. 500 คนทั้งสภา มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่เปิดช่องให้คนนอกมาเป็นได้ รวมทั้งย่ำยีด้วยระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อและส.ส.เขต แล้วมีระบบจัดสรรปันส่วนมาดึงเสียง ที่เป็นเสียงที่แท้จริงของประชาชนไปให้เผด็จการได้สืบทอดอำนาจอีกด้วย ซึ่งเป็นการออกแบบการปล้นเสียงประชาชนอย่างหน้าด้าน โดยรัฐธรรมนูญ 2560 เขียนกำหนด ให้การปล้นนั้นเป็นสิ่งถูกต้อง ตามความต้องการของเผด็จการ ซ้ำร้ายยังทำลาย พรรคการเมือง ด้วยการต่อรองผลประโยชน์ซึ่งกันและกันในการตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; เนติบริกรจะรู้หรือไม่ว่า ส.ส.ย้ายพรรคสามารถหาซื้อได้ง่ายภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 อีกทั้งยังวางรูปแบบ ให้แก้ไขได้ยาก เนื่องจากไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจาก ประชาชน โดยกำหนดเงื่อนไขให้สวมีบทบาทคอยถ่วงดุลการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้โดยต้องมีเสียงเห็นชอบ 1 ใน 3 ของสว ในขั้นตอนโหวต วาระ 1 และวาระ 3&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยากและเลวร้ายที่สุดในรอบ 20 ปี จึงไม่ใช่การเฉลี่ยความสุขแต่เป็นการซ้ำเติมกดขี่คุกคามไม่ให้ประชาชนได้มีความสุขในช่วงการปกครองของเผด็จการโดยดูได้จากคนหนุ่มสาวที่ออกมาเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องถูกคุกคามจากตำรวจและทหาร ที่ตามไปจับตัว เอาไปขังจำนวนมาก เหล่านี้เป็นการยัดเยียดความทุกข์ให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้รักประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เนติบริกรประกาศว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกงนั้น เป็นความเท็จที่หลอกลวงประชาชน เพราะคนโกงยังลอยหน้าลอยตาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการยุติธรรม คนทุจริต ขาดจริยธรรม นักการเมืองยังอยู่ในอำนาจคอยสั่งการรัฐบาลได้เบ็ดเสร็จและรัฐมนตรีที่มีมลทินมัวหมองทั้งองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญยัง แตะต้องไม่ได้ รวมทั้งกรณีพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่บ้านหลวงในค่ายทหารส่อถึงผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งรุนแรงกว่ากรณีของนายสมัครสุนทรเวช ที่ทำอาหารออกทีวี ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้มีไว้เพื่อยัดข้อหาและจัดการฝ่ายตรงข้ามเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงขอให้นายมีชัย แสดงความรับผิดชอบ ในความเลวร้ายที่ก่อไว้ ด้วยการออกมาร่วมกับประชาชน เพื่อขับไล่กบฏประยุทธ์ ให้ออกจากอำนาจโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยมีกำหนดการจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 8 มิถุนายนนี้เวลา 13 นาฬิกา &amp;nbsp;และในวันที่ 9 มิถุนายน จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่รัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านลาออก ส่วนวันพรุ่งนี้(5 มิ.ย.)จะมีการเสวนาในหัวข้อ &amp;nbsp;ลุงตู่อยู่ 7 ปีแล้วไง ที่ peace tv &amp;nbsp;เวลา 17 นาฬิกาเป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105271</URL_LINK>
                <HASHTAG>มีชัย ฤชุพันธุ์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba0609dfe5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 พยานปากเอก คดีแก้ 256  ศาล รธน.รอรับแรงกระแทก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัปดาห์นี้ &amp;quot;ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา&amp;rdquo; ได้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา คือ ส.ส.และ ส.ว. ในวันที่ 24-25 ก.พ. เพื่อพิจารณาวาระสำคัญ &amp;quot;ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1)&amp;rdquo; ฉบับที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาฯ พิจารณาแก้ไข รธน.มาตรา 256 โดยจะเป็นการพิจารณาในวาระสอง เรียงรายมาตรา ที่การเห็นชอบแต่ละมาตราตามร่างฯ ที่ผ่านการพิจารณาของ กมธ.จะใช้แค่เสียงข้างมากเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องได้เสียงเห็นชอบด้วยจากสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 เหมือนตอนวาระแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญๆ ตามร่างดังกล่าว พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากร่างเดิมของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ผ่านวาระแรกมาพอสมควร เช่น เรื่องสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตามร่างของ กมธ.ฯ เสียงส่วนใหญ่เอาด้วยกับร่างแก้ไข รธน.ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ได้เอาตามร่างพรรคร่วมรัฐบาล คือให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเดิมที่ร่างฯ พรรคร่วมรัฐบาลให้มาจากเลือกตั้ง 150 คนเท่านั้น ขณะที่ &amp;quot;กรรมการร่าง รธน.&amp;quot; ร่างของ กมธฯ ล็อกไว้ว่าต้องเป็น ส.ส.ร.เท่านั้น คนนอกหมดสิทธิ์จะมายกร่าง รธน.ฉบับใหม่ ส่วนกรอบเวลาการร่าง รธน. เขียนให้เวลา ส.ส.ร.ไม่เกิน 240 วัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อผ่านการพิจารณาของรัฐสภาวาระสองแล้ว ต้องเว้นไว้ประมาณ 15 วันถึงจะมาโหวตวาระสาม ทำให้ ประธานรัฐสภาต้องทำเรื่องขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ กลางเดือนมีนาคมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางการถูกจับตาว่า สุดท้ายแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำกันมาทั้งหมดกินเวลาร่วมปี ผ่านการตั้งกรรมาธิการมาศึกษาหลายชุด จนถึงตอนนี้กำลังใกล้จะถึงโค้งสุดท้าย กำลังจะมี ส.ส.ร.มาร่าง รธน.ฉบับใหม่ กระบวนการต่อจากนี้จะเดินต่อไปได้หรือจะต้องล้มกระดาน ทุกอย่างโดนเซตซีโร เส้นทางเดินต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ถึงตอนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของ &amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ไปแล้ว ไม่ใช่เสียงโหวตของสมาชิกรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาล รธน.รับคำร้องคดีแก้ไข รธน.ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติส่งคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้มาตรา 256 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมกับมีคำสั่งให้ 4 บุคคลส่งหนังสือบันทึกความเห็นตามประเด็นที่กำหนดส่งมาให้ศาล รธน. ซึ่งพบว่าทั้ง 4 คนดังกล่าว จะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดทิศทางคำร้องคดีนี้ว่า จะทำให้การแก้ไข รธน.เดินหน้าต่อไปได้หรือสะดุดหยุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็น มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน - อุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่าง รธน.ฉบับปัจจุบัน - ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่าง รธน.ฉบับแท้งก่อนใช้ ในยุค คสช. เพราะโดนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเทเสียงคว่ำ - สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการกรรมการยกร่าง รธน.ปี 2550&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะน้ำหนัก-ความเห็นของ &amp;quot;มีชัย&amp;quot; ในฐานะประธานกรรมการยกร่าง รธน.ฉบับที่ใช้อยู่ขณะนี้ย่อมมีผลแน่นอนต่อทิศทางการตัดสินคดีของศาล รธน. หลังก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ดร.อุดม อดีตกรรมการยกร่าง รธน.เคยไปร่วมชี้แจงกับ กมธ.แก้ไข รธน.แล้ว และระบุกลางที่ประชุมด้วยความเห็นส่วนตัวว่า มาตรา 256 มุ่งหมายเขียนออกมาเพื่อให้ หากจะแก้ รธน.ก็ให้แก้เป็นรายมาตราเท่านั้น ไม่ได้เขียนมาเพื่อให้เป็นประตูนำไปสู่การยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ โดยหากมีชัย ในฐานะผู้ร่าง รธน.ฉบับนี้มากับมือ ยืนกรานสำทับเข้าไปอีกรอบแบบ ดร.อุดม ก็ย่อมทำให้การแก้ 256 เสี่ยงไม่น้อยที่จะถูกล้มกระดาน!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการคาดหมายกันในหมู่ ส.ว.ว่า คดีนี้ ศาล รธน.น่าจะตัดสินได้เร็ว เพราะเป็นคดีที่ไม่มีผู้ถูกร้อง เป็นแค่เรื่องการขอความเห็นในทางข้อกฎหมายจากสมาชิกรัฐสภา จึงทำให้ลดขั้นตอนการวินิจฉัยคดีไปได้มาก ดังนั้นหากตุลาการศาล รธน.เห็นว่าคำชี้แจงของทั้ง &amp;ldquo;มีชัย-อุดม-บวรศักดิ์-สมคิด&amp;rdquo; ได้ประเด็นครบถ้วนแล้ว รวมถึงได้เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น &amp;ldquo;บันทึกการประชุมกรรมการร่าง รธน. ตอนร่างมาตรา 256&amp;rdquo; เพื่อดูว่าตอนประชุม กรรมการมีเจตนา-จุดมุ่งหมายในการเขียนมาตรา 256 อย่างไร เพียงเท่านี้ก็น่าจะนัดลงมติตัดสินคดีได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีการคาดกันว่า หลังการประชุมตุลาการศาล รธน. วันที่ 4 มี.ค. หากทุกอย่างเคลียร์แล้ว เป็นไปได้ที่ศาล รธน.จะนัดลงมติตัดสินคดีแก้ รธน.ภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ต่อจากนั้น ที่ก็คือจะรู้ผลก่อนรัฐสภาโหวตเห็นชอบแก้ไข รธน.วาระสาม ที่มีข่าวว่าจะประชุม 17 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสุดท้าย ศาล รธน.ตัดสินออกมาว่าการแก้ 256 เพื่อตั้งสภาร่าง รธน. มาร่าง รธน.ฉบับใหม่ ทำได้ ไม่ขัด รธน. ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป แต่หากศาล รธน.วินิจฉัยว่ามาตรา 256 ให้แก้ รธน.รายมาตราเท่านั้น หากจะแก้เพื่อไปร่าง รธน.ฉบับใหม่ ทำไม่ได้ หากจะทำจะต้องมีการทำประชามติก่อน ถ้าผลออกมาแบบนี้จนทำให้การแก้ รธน.ที่กำลังเดินหน้าต้องล้มกระดานทั้งหมด ศาล รธน.ก็ต้องเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกกันให้ดีๆ เพราะคงยิ่งกว่าทัวร์ลงชุดใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, มีชัย ฤชุพันธุ์, สมคิด เลิศไพฑูรย์, อุดม รัฐอมฤต, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033ac25a0573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คำนูณ&#039;แฉร่างกม.ตำรวจฉบับมีชัยที่จ่อเข้าสภาถูกตัดต่อพันธุกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;วิสามัญฯร่างกม.ตำรวจฉบับมีชัย ฤชุพันธุ์ก่อนถึงสภา ! เปิด 8 จุดสำคัญที่หายไปจากร่างแปลงสาร&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่ ครม.มีมติอนุมัติเมื่อวานนี้ 19 มกราคม 2564 และน่าจะส่งถึงรัฐสภาภายในวันนี้ แม้ผมจะยังไม่เห็นตัวร่างทั้งหมด แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นร่างเดิมที่ ครม.เคยมีมติอนุมัติไปครั้งหนึ่งแล้วตั้งแต่เมื่อ 15 กันยายน 2563 โดยมีการปรับแก้เล็กน้อยในประเด็นกองทุนเพื่อการสืบสวนสอบสวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญาให้เป็นไปตามความเห็นของกระทรวงการคลัง คือให้ยังคงต้องอยู่ภายใต้การบังคับของพระราชบัญญัติการบริหารกองทุนหมุนเวียน แต่ไม่ใช่ร่างเดิมที่คณะกรรมการชุดท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ยกร่างมาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่ได้รับการปรับแก้โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่มติ ครม. 15 กันยายน 2563 ระบุไว้เองว่าเป็น &amp;lsquo;ร่างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจสอบให้เป็นไปตามรูปแบบการร่างกฎหมาย&amp;rsquo; โดยในมติ ครม.วานนี้เรียกให้งงเสียใหม่ว่า &amp;lsquo;ร่างที่สำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกาได้แก้ไขแล้ว ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ&amp;rsquo; ซึ่งผมจะยังคงเรียกเหมือนเดิมว่า &amp;lsquo;ร่างฉบับแปลงสาร&amp;rsquo; เพราะเห็นว่าสารัตถะน่าจะไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 ง (4) และกลับทำให้ยิ่งถอยห่างออกจากเป้าหมายที่ต้องการให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพ และภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
เท่ากับเป็นการไม่เชื่อความเห็นของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบคดีบอส กระทิงแดงชุดท่านอาจารย์วิชา มหาคุณที่แถลงล่าสุดเมื่อ 30 กันยายน 2563 เสนอให้ ครม.ทบทวนมติเดิมโดยให้ส่งร่างฉบับอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์เข้ามาให้รัฐสภาพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างฉบับอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์กับร่างฉบับแปลงสารที่กำลังจะพิจารณาในรัฐสภา มีจุดแตกต่างหลายประการด้วยกัน แต่ขอยกมาเฉพาะ 8 จุดสำคัญเรียงลำดับตามมาตรา โดยในชั้นนี้ขอกล่าวถึงเฉพาะหัวข้อและคำอธิบายสั้น ๆ ก่อนเป็นปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การระบุเกณฑ์นายตำรวจอารักขาบุคคลสำคัญไว้ เพื่อแก้ปัญหาสูญเสียกำลังพลตำรวจไปติดตามบุคคลต่าง ๆ โดยไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน - ถูกตัดออกหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.องค์ประกอบ ก.ตร. - เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่มีผลเป็นการเพิ่มสัดส่วนของกรรมการจากตำรวจให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.วิธีการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ตร. - เปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ 2 ประเด็น หนึ่งคือให้ก.ตร.จัดเลือกเอง แทนที่จะเป็นองค์กรภายนอกคือก.ก.ต. อีกหนึ่งคือลดฐานตำรวจผู้มีสิทธิเลือกลง จากนายตำรวจสัญญาบัตรทุกคน เหลือเป็นตั้งแต่รองผู้กำกับขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การแบ่งระดับสถานีตำรวจเป็น 3 ระดับ เล็ก กลาง ใหญ่ และนายตำรวจที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้กำกับหรือผู้กำกับเป็นครั้งแรก ให้เริ่มจากสถานีระดับเล็กหรือระดับกลางก่อน เมื่ออยู่ครบ 2 ปีแล้ว จึงจะไปดำรงตำแหน่งในสถานีระดับใหญ่ได้ - ลดเหลือเพียง 2 ระดับ โดยยังคงกำหนดให้ดำรงตำแหน่งในสถานีระดับเล็กก่อน แต่ตัดเงื่อนเวลา 2 ปีออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การบริหารภายในสายงานสอบสวน - จากให้มีผู้บังคับบัญชาของสายงานสอบสวนโดยเฉพาะเป็นขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาทั่วไปเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ระบบคะแนนประจำตัว - ถูกตัดออก โดยยังคงใช้ระบบแบ่งกองเหมือนเดิมอยู่เป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.เกณฑ์การย้ายข้ามสายงานหรือข้ามกองบัญชาการ - เข้มข้นน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การตั้งส่วนราชการหรือหน่วยงานขึ้นใหม่ในช่วง 10 ปี - ถูกตัดออกหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดหลักสำคัญที่สุดคือจุดที่ 5, 6 และ 7 จุดที่ 6, 7 และรวมถึง 4 คือการปฏิรูปใหญ่ระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่แท้จริง ป้องกันการวิ่งเต้น ป้องกันการซื้อขายและประมูลตำแหน่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขจัดทุกข์ของตำรวจและทุกข์ของประชาชนไปพร้อมกัน น่าเสียดายที่มาถูกวิสามัญฯเสียก่อนมาถึงรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเห็นตัวร่างกฎหมายที่ส่งมาถึงรัฐสภาชัด ๆ แล้วค่อยลงรายละเอียดเปรียบเทียบตัวบทเป็นมาตรา ๆ กันอีกทีแม้ความหวังในการปฏิรูปตำรวจจะเหลือริบหรี่มาก แต่ก็ยังคงไม่สิ้นหวังครับ หากแต่จะต้องทำงานกันหนักและยากลำบากยิ่งขึ้น เสียงจากพี่น้องประชาชนและข้าราชการตำรวจที่ต้องการระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีหลักประกันความเป็นธรรมมากกว่าปัจจุบันจะมีความหมายมากขึ้น และถ้าดังพออาจถึงขั้นมีบทบาทชี้ขาด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90398</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายคำนูณ สิทธิสมาน, มีชัย ฤชุพันธุ์, ส.ว., สมาชิกวุฒิสภา, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f993da3b7e15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; หลังจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมภายใต้สโลแกน &amp;quot;ให้มันจบที่รุ่นเรา&amp;quot; ยุติชั่วคราว แต่ยังต้องจับตาการเคลื่อนไหวต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป แต่บรรดาแกนนำอ่วมอรทัยแน่ หลายคนคงต้อง จบที่เรือนจำ เมื่อตำรวจกางกฎหมายเล่นงานแทบทุกข้อหา รวมทั้ง ม.112 ด้วย ล่าสุด พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. ระบุว่า การกระทำความผิดในการชุมนุมในวันที่ 19-20 ก.ย. ตำรวจพบว่ามีผู้เข้าข่ายทำความผิด 16 คน เเบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้จัดการชุมนุมที่ไม่ได้ขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุม 2.กลุ่มเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม และ 3.เป็นกลุ่มคนที่ขึ้นร่วมปราศรัยบนเวที ขณะที่ นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย ร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย นักร้อง นักแสดง กรณีเป็นผู้สนับสนุนการชุมนุมประท้วงในวันดังกล่าวด้วย...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม &amp;ldquo;ผมไม่อยากให้เป็นความขัดแย้งกันต่อไปอีก เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร&amp;quot; ฟังเผินๆ ดูดีมีเหตุผล แต่เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริง เมื่อครั้งยึดอำนาจ 22 พ.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใครจริง และทุกฝ่ายก็คาดหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาแก้ไขความขัดแย้ง สร้างความสามัคคีปรองดอง รวมทั้งปฏิรูปประเทศทุกด้าน แต่สุดท้ายก็ผิดหวังไปตามๆ กัน แถมกระโดดลงเล่นการเมืองเต็มตัวจนได้เป็นนายกฯ อีกรอบ ถึงแม้จะมาตามรัฐธรรมนูญ แต่ถูกมองว่าเป็น รธน.ที่ร่างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ บิ๊กตู่ จึงกลายเป็นคู่ขัดแย้งใหม่จนถึงบัดนี้ และยังมีการลุกลามไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนฯ จัด &amp;quot;สานเสวนาปฏิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; โดยมีตัวแทนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ เข้าร่วม โดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;quot;เราอยู่ในยุคสมัยศตวรรษที่ 21 เราต้องการให้สถานะตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ทันสมัยหรือไม่ ปรับให้เข้ากับยุคสมัยหรือไม่ ยิ่งปรับได้เท่าไหร่ยิ่งยั่งยืนเท่านั้น&amp;quot; การพูดคุยในเชิงวิชาการแบบนี้จะลดการเผชิญหน้าแบบบรรยากาศในม็อบวันที่ 19 ก.ย. ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า &amp;quot;ไม่มีใครแพ้ชนะหรอก แต่สิ่งที่มันจะตามมาคือ ประเทศชาติเราจะเสียหาย ผมเป็นกังวลตรงจุดนั้นมากกว่า&amp;rdquo; ในเมื่อรู้ว่าประเทศจะเสียหาย ก็ควรจะรู้ว่าต้องรับผิดชอบอย่างไรในฐานะ อดีตหัวหน้า คสช. ที่อาสามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง และนายกฯ ของคนทั้งประเทศ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสังคมไทยปัญหาความอยุติธรรมมีทุกหย่อมหญ้า แม้แต่นายตำรวจใหญ่ก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสิทธิ งามลำยวง ทนายความส่วนตัวนำเอกสารคำร้องยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองกลาง กรณีออกคำสั่งย้ายโอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่เคยถูกระบุว่ามีความผิดอะไร ไม่มีการตั้งกรรมการสอบ ขณะที่ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 กรณีไม่นำหนังสือร้องคัดค้านการแต่งตั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็น ผบ.ตร.เข้าคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ซึ่งตราบใดที่ตำรวจไม่มีการปฏิรูปก็จะมีเรื่องเละเทะแบบนี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ เองก็คงไม่อยากปฏิรูป จึงปล่อยให้ตำรวจแปลงสารร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ชุด อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ จนบิดเบี้ยวและส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญอีกด้วย...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนทำงานประจำได้เฮ! เมื่อที่ประชุม ครม.เห็นชอบวันหยุดราชการกรณีพิเศษต่อเนื่อง 4 วัน 2 ช่วงคือ 19-22 พ.ย. และ 10-13 ธ.ค. โดยหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋ามากพอที่จะไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น แต่ระหว่างวันหยุดยาวดังกล่าวหากมีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ตามที่กระทรวงมหาดไทยเตรียมการอยู่ ก็จะกระตุ้นการใช้สอยได้มากกว่า...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78285</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า4, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มีชัย ฤชุพันธุ์, สนธิญา สวัสดี, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกในวันที่ประชากร &amp;quot;มนุษย์พ่อมนุษย์แม่&amp;quot; ของมนุษย์เจน X Y Z กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด หันไปทางไหน มองไปทางใด รู้สึกไม่สบายใจ!!! เพราะรอยปริความแตกต่างทางความคิดเริ่มร้าวหนักร้าวลึก ...0 หากมีการสำรวจความคิด หรือตรวจสอบสุขภาพจิตคนในสังคมไทยช่วงนี้ น่าจะพบกราฟความเครียดพุ่งกระฉูด เพราะผ่านไปในโลกโซเชียลแต่ละห้อง ปรากฏว่ามีการสาดใส่อารมณ์กันอย่างเมามันส์ ...0 หลายเสียงจากประชากรยุคเบบี้บูม บอกแบบปลงๆ ว่า &amp;quot;อะไรจะเกิดมันต้องเกิด&amp;quot;&amp;nbsp; แต่ขอบันทึกต่อท้ายสะกิดเตือนกันหน่อยว่า อะไรๆ!! ที่คาดว่าจะเกิดนั้น หากทุกฝ่ายใช้สติและปัญญา เคารพในกฎกติกามารยาท การชุมนุมโดยสันติก็จะไม่บานปลายกลายเป็นประเด็นที่บางกลุ่มอยากให้เกิด ...0 จดจำกันไว้.. ไม่มีใครชนะหรือแพ้.. หากพลังบริสุทธิ์อย่างนิสิตนักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ประจักษ์แจ้งในความคิดและอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นแล้ว ก็ต้องอย่าลืม &amp;quot;ความรับผิดชอบ&amp;quot; ที่เดินคู่กันมาด้วย ...0 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กับหน้าที่รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ &amp;quot;ใช้ความสุภาพเยือกเย็นสงบได้ทุกกรณี&amp;quot; เพราะธรรมชาติของการรวมตัวเพื่อกิจกรรมทางการเมืองนั้น มักจะมีแรงยุแรงผลักกระตุ้นอารมณ์สร้างสถานการณ์ปลุกผี &amp;quot;ฮีโร่&amp;quot; เกาะกระแสหวังผลบางประการ..ทราบแล้วเปลี่ยน!!! ...0 สำหรับวิกฤติเศรษฐกิจนั้น ถ้าไม่ปรับไม่เปลี่ยนวิธีคิดสอดรับกับทีมงานเศรษฐกิจชุดใหม่ล่ะก็ ปลุกไม่ฟื้นแน่!! ถึงแม้จะมี&amp;nbsp; &amp;quot;ศบค.เศรษฐกิจ&amp;quot; ที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กุมอำนาจเบ็ดเสร็จคุมหัวโต๊ะก็ตาม เพราะแค่คุยว่าใช้โมเดล ศบค.สู้โควิด-19 แต่เนื้อแท้การทำงานเห็นรายชื่อกรรมการแล้ว ยิ่งกว่าเต่าล้านปีเสียอีก ...0 ถ้าลอกโมเดล ศบค.ปราบโควิดจริงๆ ล่ะก็ ต้องไม่มีบรรดา รมต.กระทรวงทั้งหลายมาเป็นกรรมการให้อืดอาด ปั่นป่วน เพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาเกรงใจเรื่องข้ามศีรษะ รมต.ประจำกระทรวงแล้ว แต่ต้องสามารถชี้นิ้วสั่งการเร่งรัดลงมือได้ทันที เหมือนที่ &amp;quot;อาจารย์หมอ&amp;quot; ทั้งหลายมีดาบในมือ &amp;quot;เอาอยู่&amp;quot; กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ...0 วันๆ รอแต่ประชุม ข้าราชการประจำงกๆ เงิ่นๆ หาข้อมูลป้อนนาย เสร็จแล้วรับคำสั่งนาย เกษียนหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็หมดเวลาทำมาหากินแล้ว..จริงไหม??? ...0 ปล่อยให้มือใหม่บรรดาเทคโนแครตเขาทำงานเหมือนตอนบริหารภาคเอกชนจะดีกว่า แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เอาแผนนโยบายไปบัญชาการต้องจบปิดจ๊อบโดยเร็ว ..มันถึงจะเข้าท่าทันต่อสถานการณ์ ...0 การเมืองนอกสภาเดือดพล่าน การเมืองในสภายังแค่เล่นปาหี่ไปวันๆ กับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชาวบ้านส่ายหัวเป็นพัดลมเบอร์ 5 แต่ยังไม่ลืมว่า &amp;quot;ส.ส.ดาวไถ&amp;quot; เรียกตบทรัพย์แลกกับการผ่านงบประมาณปี 2564 นั้น ยังคาใจ รอ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ปล่อยให้คนโกงลอยนวล ...0 เหตุเกิดจาก &amp;quot;ศักดา วิเชียรศิลป์&amp;rdquo; อธิบดีกรมน้ำบาดาลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลุกขึ้นมาโวยนั้น นอกจากต้องปรบมือให้ในฐานะหน่วยกล้าตายแล้ว คงต้องอวยให้กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุด มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ที่เขียนระบุในมาตรา 144 ไว้ป้องกันไม่ให้ ส.ส. ส.ว. หรือรัฐมนตรี แปรญัตติเงิน-งบประมาณ ลงพื้นที่ หรือเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยให้ &amp;ldquo;คุ้มครอง&amp;rdquo; ข้าราชการที่เปิดโปงกระบวนการทุจริตงบประมาณ ...หวังว่าจะมีรายการแฉเพื่อชาติออกมาอีก..จะยกนิ้วกดไลค์ให้เลย ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74623</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, มีชัย ฤชุพันธุ์, ศักดา วิเชียรศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การสัมมนาคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย คณะกรรมการประมวลกฎหมาย และคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดโครงการสัมมนาคณะกรรมการประจำปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการสัมมนาร่วมกันระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย คณะกรรมการประมวลกฎหมาย และคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ภายใต้หัวข้อ เรื่อง &amp;ldquo;บทบาทและความท้าทายของคณะกรรมการกฤษฎีกาในการรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและการประยุกต์ใช้&amp;rdquo; เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 ณ โรงแรม Avani+ Riverside (เจริ&amp;shy;นคร) กรุงเทพมหานคร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การสัมมนามีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประสบการณ์ และตระหนักถึงความสำคั&amp;shy;และบทบาทของนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของภาครัฐ ในการเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการภายในหน่วยงานของภาครัฐและการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ควบคู่ไปกับความท้าทายในบริบทของกฎหมายที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้อง มีความทันสมัย และเหมาะสมกับ สถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 และประธานกรรมการพัฒนากฎหมาย นายปีติพงศ์ พึ่งบุ&amp;shy; ณ อยุธยา กรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 และนายรพี สุจริตกุล ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยร่วมอภิปรายในมิติด้านกฎหมาย ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเงินและตลาดทุนที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด โดยนำเสนอแนวคิดข้อเสนอแนะ บทบาทของคณะกรรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการคณะต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมและรองรับในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะได้นำแนวคิดและข้อเสนอแนะจากการสัมมนามาปรับใช้เป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย การให้ความเห็นทางกฎหมาย และการพัฒนากฎหมายของสำนักงานฯ รวมทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะต่าง ๆ ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, มีชัย  ฤชุพันธุ์, สัมมนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84df556c167.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตประธานกรธ.มาเอง&#039;มีชัย&#039;แจงสถานะ&#039;ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ว่า ส.ส.ที่ถูกจำคุก จะพ้นจากสมาชิกภาพ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(13) ที่กำหนดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องพ้นสภาพหากถูกศาลสั่งจำคุก และปัจจุบัน ศาลพิจารณาคดีอาญาได้ แม้จะอยู่ในสมัยประชุม โดยไม่ต้องขอต่อสภาฯ เพียงแต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรค 4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๑๒๕ ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทําความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทําความผิดให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภาประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45573</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, มีชัย ฤชุพันธุ์, รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97a488501cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
