<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยแสนรายรักษาตัวที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อใหม่ 19,603 ราย ดับ 149 ราย มีทารกวัย 4 เดือนเสียชีวิตที่สมุทรปราการ พบเด็กติดโควิดแล้วกว่า 3 หมื่นราย เผยผู้ป่วยสีเขียวแสนรายรักษาที่บ้าน ขณะที่ตัวเลขหายป่วยกลับบ้านสูงขึ้น &amp;nbsp; ทำให้เตียงสีแดง กทม.ว่าง 5 พันเตียง กรมอนามัยห่วงโควิดลามครอบครัว เผยผลโพลไม่ประเมินความเสี่ยงคนในบ้านสูงถึง 83.4% ขอเข้มมาตรการ-เว้นระยะห่าง อภ.ปรับแผนจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ ยัน ส.ค-ก.ย.ได้ 120 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,603 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,278 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ &amp;nbsp;16,119 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 3,159 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 313 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ &amp;nbsp;12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 776,108 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม &amp;nbsp;19,819 ราย หายป่วยสะสม 555,334 ราย อยู่ระหว่างการรักษา &amp;nbsp;214,421 ราย อาการหนัก 5,218 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ &amp;nbsp;1,084 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 149 ราย เป็นชาย 84 ราย หญิง 65 &amp;nbsp;ราย พบใน กทม.มากสุด 54 ราย รองลงมาคือ สมุทรปราการ 20 &amp;nbsp;ราย มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 26 ราย อยู่ที่ กทม. 24 ราย ชลบุรี 2 ราย &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตวันนี้อยู่ในกลุ่มผู้มีอายุเกิน 60 ปี และมีโรคเรื้อรังรวมกันถึง 84% มีทารกอายุ 4 เดือน 1 ราย เป็นชาวเมียนมา ที่ จ.สมุทรปราการ รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 6,353 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้หารือถึงกรณีเด็กเสียชีวิต เนื่องจากวันที่ &amp;nbsp;8 ส.ค.ที่ผ่านมา มีทารกอายุ 14 วัน เป็นชาวเมียนมา เสียชีวิตที่ จ.เพชรบูรณ์ และมีข้อมูลเข้ามาว่าที่ผ่านมามีเด็กติดเชื้อโควิด-19 ประมาณกว่า 3 หมื่นราย เสียชีวิตถึง 9 ราย โดย 8 ใน 9 มีโรคประจำตัว กรมควบคุมโรคจึงเน้นย้ำกรณีที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงวัย &amp;nbsp;และผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้าน ขอให้แยกห้องนอนผู้สูงอายุ หากบ้านมีพื้นที่จำกัดให้ใช้ฉากกั้นและให้ผู้สูงอายุอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี &amp;nbsp;รวมถึงให้หมั่นทำความสะอาดพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระหว่างวันที่ 18 ก.ค.-7 ส.ค. พบผู้เสียชีวิต 2,417 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน 838 ราย &amp;nbsp;เป็นผู้รับวัคซีนไปแล้ว 1 เข็ม โดยระยะติดเชื้อน้อยกว่า 2 สัปดาห์ &amp;nbsp;149 ราย เป็นผู้ได้รับวัคซีนเกิน 2 สัปดาห์ และมีการติดเชื้อ 82 ราย &amp;nbsp;เป็นผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม 13 ราย คิดเป็นตัวเลข 0.5% &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นย้ำการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ เพราะการเสียชีวิตในกลุ่มที่รับวัคซีน 2 เข็มมีเพียง 0.5% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. &amp;nbsp;3,114 ราย สมุทรปราการ 1,388 ราย สมุทรสาคร 1,378 ราย &amp;nbsp;ชลบุรี 1,318 ราย นนทบุรี 803 ราย ปทุมธานี 708 ราย &amp;nbsp;อุบลราชธานี 615 ราย นครปฐม 557 ราย สระบุรี 504 ราย &amp;nbsp;นครราชสีมา 440 ราย พบคลัสเตอร์ใหม่ในต่างจังหวัด 7 แห่ง &amp;nbsp;ประกอบด้วย บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า อ.เมืองปทุมธานี พบผู้ติดเชื้อ 9 &amp;nbsp;ราย บริษัทโลหะแผ่น อ.หนองแค จ.สระบุรี 28 ราย บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา 12 ราย โรงงานแปรรูปไก่ อ.เมืองราชบุรี 46 ราย ตลาดโบว์ลิง อ.เมืองจันทบุรี 16 ราย โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร อ.เมืองกาญจนบุรี 31 ราย โรงงานน้ำแข็ง อ.ละแม จ.ชุมพร 30 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า กรณีผู้ป่วยติดต่อมายังสายด่วน 1330 &amp;nbsp;และมีการติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ &amp;nbsp;80-70% เป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว และหากไปดูอัตราครองเตียงระหว่างเดือน ก.ค.กับสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค. พบว่ากราฟการรอเตียงของผู้ป่วยสีเขียวในเดือน ก.ค.ตั้งชันขึ้น แต่สัปดาห์แรกของเดือน &amp;nbsp;ส.ค.กราฟการรอเตียงของผู้ป่วยสีเขียวปักหัวลง เนื่องจากมีผู้ป่วยได้รับการจัดสรรให้รักษาตัวที่บ้านหรือศูนย์พักคอยจำนวนมากขึ้น โดยตอนนี้ใน กทม.มีหน่วยปฐมภูมิที่ดูแลผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้านทั้งสิ้น 246 &amp;nbsp;หน่วย มีผู้เข้าระบบรักษาตัวที่บ้านประมาณกว่าแสนราย&amp;nbsp;
กทม.เตียงสีแดงว่าง 5 พัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีศูนย์พักคอยในชุมชน 67 แห่งแล้ว มีเตียง &amp;nbsp;8,886 เตียง หากรวมกับเอกชนแล้วมีเกิน 84 แห่ง โดยมีถึง 7 &amp;nbsp;แห่งที่สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้ ขณะที่ช่วงที่ผ่านมามีเตียงผู้ป่วยสีแดงเพิ่มขึ้น จากกรณีผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้กลับบ้านวันละประมาณ &amp;nbsp;1.4 หมื่นเตียง เฉพาะ กทม.มีเตียงสีแดงว่างถึง 5 พันเตียง และยังจะมีการปรับศักยภาพโรงพยาบาลสนามให้สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองเพิ่มขึ้นได้กว่า 2 พันเตียง รวมถึงฮอสพิเทลที่จะปรับให้ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองเกือบ 4 พันเตียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้รับทราบความคืบหน้าความร่วมมือของเทคฟอร์ไทยแลนด์ ที่ได้รวบรวมสถานที่จุดตรวจโควิด-19 ที่เปิดให้บริการใน Koncovid.com ซึ่งแสดงที่ปักหมุดตรวจให้ทุกคนสามารถตรวจหาได้ และยังมีการเพิ่มปักหมุดศูนย์พักคอยหรือศูนย์แยกกักในชุมชนให้แล้ว ดังนั้น ทุกคนสามารถค้นหาได้โดยการใส่รหัสไปรษณีย์ของพื้นที่ที่ต้องการค้นหา สามารถค้นหาศูนย์พักคอยได้ทันที &amp;nbsp; ทั้งนี้ สธ.ยังแจ้งด้วยว่า ศูนย์พักคอยที่มีความพร้อมแต่ยังไม่มีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงสามารถแจ้งเข้ามาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้ช่วยจัดหาโรงพยาบาลพี่เลี้ยงให้ดูแลได้ นอกจากนี้ โทรศัพท์ทุกเขตในกรุงเทพมหานคร 50 หมายเลข หมายเลขละ 20 คู่สายนั้น ตอนนี้ประชาชนใช้บริการเกินวันละ 5,000 ครั้ง จึงจะมีการจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อให้บริการสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ขณะนี้ใน กทม.มีคนเข้าระบบรักษาตัวที่บ้านกว่า 100,000 คนแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงการตั้งระบบรักษาตัวที่บ้านในกลุ่มพิเศษ อาทิ กลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่อาจมีประวัติใช้สารเสพติด หรือกลุ่มเด็กพิเศษ ซึ่งกรมสุขภาพจิตและสถาบันราชานุกูลจะเข้ามาเป็นโรงพยาบาลพี่เลี้ยง เพื่อให้การดูแลได้อย่างครบถ้วนสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า การทำงานของทีม CCRT ของแพทย์ชนบทที่เดินเท้าเข้าชุมชน ช่วยประชาชนทุกซอกทุกซอย ช่วยทั้งผู้ป่วยติดเตียง คนท้อง คนน้ำหนักเยอะ ซึ่งได้รับความชื่นชมจากประชาชน ซึ่งทีม CCRT จะรับสมัครอาสาสมัครเพิ่มเติม โดยจะมีนักศึกษาแพทย์เข้าร่วมทีมในสัปดาห์นี้อีก 200 คน ซึ่งต้องขอขอบคุณและทีมอาสาสมัครเหล่านี้จะได้รับการจัดสรรวัคซีนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย &amp;nbsp;อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่พบมีการติดเชื้อกันเองภายในครอบครัวร้อยละ 20 มีการติดเชื้อกันภายในชุมชนร้อยละ 20 &amp;nbsp;และจากข้อมูลการเสียชีวิตของผู้ป่วยในช่วง​ 14​ วันที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตติดเชื้อในครอบครัวร้อยละ 18 ติดจากเพื่อนบ้านในชุมชน​ร้อยละ 23 &amp;nbsp;และติด​จากการเดินทาง​ไปพื้นที่เสี่ยง หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง​ร้อยละ 51&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งจากผลสำรวจอนามัยโพล ประเด็นการประเมินความเสี่ยงและพฤติกรรมการป้องกันโรคของครอบครัว ระหว่างวันที่ 19 &amp;nbsp;กรกฎาคม - 4 สิงหาคม 2564 พบว่าคนในครอบครัวไม่มีการประเมินความเสี่ยงของสมาชิกในบ้าน เช่น ไม่มีการสังเกตอาการเบื้องต้น ตรวจวัดอุณหภูมิ หรือไม่ใช้แอปพลิเคชันไทยเซฟไทย เป็นต้น สูงถึงร้อยละ &amp;nbsp;83.4 &amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พบว่าประชาชนไม่มีการประเมินความเสี่ยงของคนในบ้าน ร้อยละ 67.5 ส่วนพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ในบ้านที่ประชาชนเห็นด้วยและสามารถทำได้มากที่สุดคือ การแยกกันกินเมื่ออยู่ในบ้าน ร้อยละ 53.1 รองลงมาคือ การเว้นระยะห่าง ร้อยละ 50.1 และการสวมหน้ากากในบ้านตลอดเวลา ร้อยละ 49.9 ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงนี้ &amp;nbsp;กรมอนามัยจึงขอความร่วมมือให้ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัด แต่หากไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำกิจกรรมใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัว เช่น ดูทีวีร่วมกัน พูดคุยกัน เมื่ออยู่ในห้องปรับอากาศร่วมกัน หรือเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงในบ้าน ต้องให้คนในครอบครัวสวมหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ให้งดการกินอาหารร่วมกัน รวมถึงแยกของใช้ส่วนตัว ลดหรือเลี่ยงการออกไปในสถานที่เสี่ยงนอกบ้าน&amp;nbsp;
จัดหายาฟาวิฯ 120 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า อภ.ได้ทำการปรับแผนการสำรองยาฟาวิพิราเวียร์เพื่อจ่ายยาให้ผู้ป่วยเร็วขึ้นอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง โดยจะมีการเพิ่มการสำรองทั้งจากยาที่ อภ.ผลิตเองและจัดหาจากต่างประเทศ โดย ส.ค.-ก.ย. รวม 2 เดือน &amp;nbsp;จำนวน 120 ล้านเม็ด &amp;nbsp;และ ต.ค.-ธ.ค.เพิ่มอีกเดือนละ 100 ล้านเม็ด รวมจำนวน 300 ล้านเม็ด นอกจากนี้ในเดือนนี้ได้จัดหายาแรมเดซิเวียเป็น 2 &amp;nbsp;แสนขวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,388 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,232 ราย และเสียชีวิต 17 ราย โดยที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการปิดให้บริการ 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-12 ส.ค.เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อ ส่วนเทศบาลนครสมุทรปราการมีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ ทำให้เจ้าหน้าที่เทศกิจจำนวนกว่า 20 คนต้องถูกกักตัว 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ มีติดเชื้อใหม่จำนวน 292 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม &amp;nbsp;6,864 ราย เสียชีวิตสะสม 12 ราย รักษาหายแล้ว 937 ราย ยังรักษาอยู่ 5,915 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่นิวไฮต่อเนื่องจำนวน 562 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 10,915 ราย รักษาหายแล้ว 4,630 ราย ยังรักษาอยู่ 6,199 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิตรวม 86 ราย โดยพบ 5 คลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนคลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ 2 แห่ง ใน ต.ท่าเยี่ยม กับ ต.กระโทก ในพื้นที่ อ.โชคชัย ขอให้ประชาชนสบายใจได้เพราะจังหวัดดูแลควบคุมป้องกันอย่างเข้มงวด และผู้ประกอบการทั้ง 2 แห่งให้ความร่วมมือกับจังหวัดเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นโมเดลหรือตัวอย่างที่ดีกับโรงงานอื่นในการควบคุมการระบาดภายในสถานประกอบการ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของระบาดวิทยาตัวเลขผู้ป่วยยังน่าจะอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงกลางเดือนส.ค. หลังจากนั้นปลายเดือนตัวเลขผู้ป่วยน่าจะลดลง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข่าวดีว่าเด็กทารกเพศชาย วัย 1 เดือน พร้อมคุณแม่ ซึ่งทั้งสองคนติดโควิดและเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ได้รักษาทั้งคู่หายเป็นปกติแล้ว โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้รับตัวทั้งสองคนกลับไปกักตัวดูอาการต่อที่บ้านพักในพื้นที่บ้านงิ้ว ตำบลคูขาด อำเภอคง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา พบผู้ป่วยใหม่ 160 ราย เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี สถานการณ์โควิด-19 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 225 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย ปัจจุบันมียอดผู้ป่วยสะสม 11,516 ราย รักษาหาย 7,571 ราย และเสียชีวิตสะสม 161 ราย ในจำนวนนี้พบว่าอำเภอเมืองปัตตานีมียอดติดเชื้อสะสมมากที่สุดกว่าอำเภออื่นๆ จำนวน 4,153 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษก, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, มีทารกวัย 4 เดือนเสียชีวิตที่สมุทรปราการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยติดเชื้อใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61107c07792a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
