<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองโฆษก&#039;ชี้กฎหมายทำแท้งมีผลบังคับใช้แล้ว  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความ ระบุว่า #กฎหมายทำแท้ง บังคับใช้แล้ว โดยอนุญาตอายุครรภ์ไม่เกิน 12สัปดาห์ &amp;nbsp;หากเกิน 12 สัปดาห์ มีโทษจำคุก 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;ยกเว้นกรณีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถูกข่มขืน หากได้รับคำปรึกษาทางเลือกจากแพทย์และยังยืนยัน อายุครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;#กฎหมายทำแท้ง บังคับใช้แล้ว

อนุญาตอายุครรภ์ไม่เกิน 12สัปดาห์

เกิน 12 สัปดาห์ มีโทษจำคุก 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ

ยกเว้นกรณี
เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ถูกข่มขืน
หากได้รับคำปรึกษาทางเลือกจากแพทย์และยังยืนยัน อายุครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์

รายละเอียดโปรดอ่าน pic.twitter.com/ovgPYFxIeT&lt;/p&gt;
&amp;mdash; รัชดา ธนาดิเรก - รองโฆษกรัฐบาล (@Rachadaspoke) February 7, 2021


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายทำแท้ง, มีผลบังคับใช้, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb1279cfac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์ชาติออกประกาศ3ฉบับรวด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.2561- นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 3 ฉบับรวดลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยประกาศดังกล่าวประกอบด้วย 1.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน 2.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกาศฉบับหลักคือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ซึ่งเหตุผลในการออกประกาศระบุว่า ธปท.ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงินในบริษัทอื่นเพื่อป้องกันมิให้สถาบันการเงินเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจสนับสนุนทางการเงินเกินสมควร โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องตามสภาวการณ์ของตลาดที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) ที่ร่วมลงทุนใน (1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (2) ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน และ (3) ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่ไม่ใช่บริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech) อันจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมในภาคการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินหลายแห่งมีแผนในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แต่การขยายธุรกิจดังกล่าวอาจมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในบางประเทศที่มิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรืออาจมีข้อจำกัดในการถือหุ้นจากการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ ดังนั้น เพื่อให้สถาบันการเงินไทยสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจการของสถาบันการเงินโดยรวม ตลอดจนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community : AEC) ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน โดยอนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินที่อยู่ในต่างประเทศเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละรายได้ โดยให้สถาบันการเงินยื่นคำขอผ่อนผันมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากข้อจำกัดทางกฎหมายในประเทศที่สถาบันการเงินจะไปลงทุนซึ่งห้ามมิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรือข้อจำกัดในการต่อรองทางธุรกิจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการถือหรือมีหุ้นข้างต้นจะต้องไม่เกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกันและอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้น หน่วยลงทุน และใบทรัสต์ของสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 7/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 8/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 9/2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, ธปท., ประกาศ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, มีผลบังคับใช้, ราชกิจจานุเบกษา, วิธีการลงทุน, วิรไท สันติประภพ, สถาบันการเงิน, หลักเกณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7a710d94695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์ชาติออกประกาศ3ฉบับรวด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.2561- นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 3 ฉบับรวดลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยประกาศดังกล่าวประกอบด้วย 1.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน 2.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกาศฉบับหลักคือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ซึ่งเหตุผลในการออกประกาศระบุว่า ธปท.ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงินในบริษัทอื่นเพื่อป้องกันมิให้สถาบันการเงินเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจสนับสนุนทางการเงินเกินสมควร โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องตามสภาวการณ์ของตลาดที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) ที่ร่วมลงทุนใน (1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (2) ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน และ (3) ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่ไม่ใช่บริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech) อันจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมในภาคการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินหลายแห่งมีแผนในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แต่การขยายธุรกิจดังกล่าวอาจมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในบางประเทศที่มิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรืออาจมีข้อจำกัดในการถือหุ้นจากการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ ดังนั้น เพื่อให้สถาบันการเงินไทยสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจการของสถาบันการเงินโดยรวม ตลอดจนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community : AEC) ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน โดยอนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินที่อยู่ในต่างประเทศเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละรายได้ โดยให้สถาบันการเงินยื่นคำขอผ่อนผันมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากข้อจำกัดทางกฎหมายในประเทศที่สถาบันการเงินจะไปลงทุนซึ่งห้ามมิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรือข้อจำกัดในการต่อรองทางธุรกิจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการถือหรือมีหุ้นข้างต้นจะต้องไม่เกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกันและอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้น หน่วยลงทุน และใบทรัสต์ของสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 7/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 8/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 9/2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, ธปท., ประกาศ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, มีผลบังคับใช้, ราชกิจจานุเบกษา, วิธีการลงทุน, วิรไท สันติประภพ, สถาบันการเงิน, หลักเกณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7a710d94695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
