<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แมคโดนัลด์&#039; ปลดซีอีโอ แอบมีสัมพันธ์ชู้สาวกับพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แมคโดนัลด์ บริษัทฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ประกาศปลดสตีฟ อีสเตอร์บรูค พ้นตำแหน่งซีอีโอของบริษัทแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โทษฐานทำผิดนโยบายของบริษัทและใช้ดุลยพินิจไม่เหมาะสมด้วยการมี &amp;quot;ความสัมพันธ์แบบยินยอมพร้อมใจ&amp;quot; กับพนักงานคนหนึ่งของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของแมคโดนัลด์เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารของบริษัทลงความเห็นว่า สตีฟ อีสเตอร์บรูค ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของแมคโดนัลด์มาตั้งแต่ปี 2558 ละเมิดนโยบายของบริษัทและใช้ดุลยพินิจที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบยินยอมพร้อมใจและลูกจ้างคนหนึ่งของบริษัทเมื่อไม่นานมานี้ เขาจะพ้นจากตำแหน่งซีอีโอและกรรมการบริหารโดยให้มีผลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า คริส เคมป์ซินสกี ประธานแมคโดนัลด์ ยูเอสเอ จะมารับตำแหน่งแทนที่อีสเตอร์บรูคทั้งในตำแหน่งซีอีโอและกรรมการบริหาร ส่วนโจ เออร์ลิงเกอร์ ประธานฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ จะรับตำแหน่งประธานแมคโดนัลด์ ยูเอสเอ แทน คำแถลงยืนยันด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับผลการดำเนินการหรือฐานะทางการเงินของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอีสเตอร์บรูค วัย 52 ปี ส่งคำชี้แจงทางอีเมลถึงพนักงานของบริษัท ยอมรับว่าความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของเขาเป็น &amp;quot;ความผิดพลาด&amp;quot; ที่ผิดต่อนโยบายของบริษัท และเพื่อเห็นแก่ค่านิยมของบริษัท เขาและคณะกรรมการบริหารจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาที่เขาต้องพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของแมคโดนัลด์ล่าสุด เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ระบุว่า บริษัทมีกำไรไตรมาส 3 ลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ที่ 1,600 ล้านดอลลาร์ แม้รายได้ของบริษัทซึ่งมีร้าน 38,000 สาขาในมากกว่า 100 ประเทศ จะเพิ่มขึ้น 1.1% อยู่ที่ 5,400 ล้านดอลลาร์ เหตุที่กำไรลดลงนั้นเป็นผลจากการใช้จ่ายมากขึ้นในด้านเทคโนโลยี และการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคมป์ซินสกีบอกกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัทจากหน้ามือเป็นหลังมือ และเขามีแผนจะเน้นด้านเทคโนโลยีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานด้วยว่า ค่าตอบแทนที่อีสเตอร์บรูคได้รับจากแมคโดนัลด์นั้นพุ่งขึ้นตามราคาหุ้นของบริษัทที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวในยุคของเขา โดยปิดที่ 194 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยปี 2560 อีสเตอร์บรูคได้ค่าตอบแทน 21.8 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเป็นผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่รายล่าสุดในรอบหลายปีนี้ที่ถูกปลดเพราะความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับพนักงาน ทั้งยังเกิดในช่วงที่การรณรงค์ต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ #MeToo เพิ่งเป็นประเด็นร้อนแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49509</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดซีอีโอ, มีสัมพันธ์กับพนักงาน, มีสัมพันธ์ฉันชู้สาว, สตีฟ อีสเตอร์บรูค, แมคโดนัลด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc00d4f4abce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
