<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายแค้นไล่ต้อนบิ๊กตู่ เล็งซักฟอกไม่ลงมติปมถวายสัตย์-เพื่อแม้วยัดข้อหาร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ไม่ตอบเรื่องถวายสัตย์ฯ แล้ว &amp;nbsp;ฝ่ายค้านขยี้หนักให้ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; นำร่องถามกระทู้สดก่อนดูทิศทางลมว่าจะเปิดอภิปรายไม่ลงมติตามมาตรา 152 หรือไม่ อ้างเป็นเรื่องใหญ่จะทำเป็นซุกขยะไว้ใต้พรมไม่ได้ แต่ส่อเค้าแห้ว นายกฯ ติดภารกิจจิตอาสาตลอดวัน &amp;ldquo;ชวลิต&amp;rdquo; เล่นแรงยัดข้อหา &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; มีอำนาจเหนือพระมหากษัตริย์ &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; จัดหนัก &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; ซัดมีแนวคิดอันตรายเหมือนยุค 6 ตุลา 2519 แนะศูนย์เฟกนิวส์ต้องยึดยูเนสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 13 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศว่าจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณสั้นๆ ว่า &amp;quot;เรื่องการถวายสัตย์ฯ ผมไม่ตอบแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ซีกพรรคฝ่ายค้านต่างออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมาก โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า วิปฝ่ายค้านจะสรุปเรื่องดังกล่าว เพราะการถวายสัตย์ฯ คือการขอพระราชทานพระราชอำนาจในการดูแลประเทศ ทุกคนต้องช่วยกันปกป้อง นิ่งเฉยไม่ได้ การปล่อยให้เรื่องนิ่งเงียบไม่ใช่ทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรค พท.กล่าวว่า ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 26 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ได้ตอบคำถามสมาชิกในเรื่องคุณสมบัตินายกฯ มีสาระสรุปว่าในฐานะหัวหน้า คสช. อำนาจบริหาร คสช.อยู่เหนือกว่าทุก 3 อำนาจ อ่านกฎหมายเข้าใจไหม ซึ่งคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ซึ่งการที่ พล.อ.ประยุทธ์อ้างว่ามีอำนาจเหนือ 3 อำนาจอธิปไตยดังกล่าว เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจเหนือพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงใช้อำนาจนั้นผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล หากข้อต่อสู้ของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะยื่นคำให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญจะอ้างว่าหัวหน้า คสช.มีอำนาจบริหารเหนือ 3 อำนาจอธิปไตย เป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับห้วงเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นนายกฯ ซึ่งเห็นชัดเจนว่าอยู่ในห้วงเวลาที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลใช้บังคับแล้ว จึงไม่อาจอ้างอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวอีกว่า กรณีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน ถือเป็นการกระทำการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ซึ่งมีความผิดหรือต้องรับผิดชอบ คือ 1.รับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ 2.รับผิดชอบตามโบราณราชประเพณี ด้วยการขอพระราชทานอภัยโทษ และ 3.มีความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงความรับผิดชอบให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค พท.มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ก่อนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์จะแถลงว่า ในความเป็นห่วงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณที่ไม่ครบถ้วน ขอให้นายกฯ ได้รับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเริ่มต้นมาก็ขัดรัฐธรรมนูญ การดำเนินการต่อๆ ไปของรัฐบาลก็ไม่สมบูรณ์ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม แต่เป็นเรื่องขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราจะทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญไม่ได้
ชงเปิดอภิปรายไม่ลงมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อว่า รัฐบาลทำงานมาเดือนกว่าแล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบใดๆ ซึ่งพรรคไม่ได้ต้องการสร้างความยุ่งยากลำบากให้รัฐบาลหรือประชาชน แต่ไม่อยากปล่อยให้สิ่งที่ผิดผิดต่อไปอีก และเพื่อให้การทำงานของรัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดำเนินต่อไปได้ ไม่ใช่ในอนาคตมีใครมาฟ้องก็ต้องยกเลิกไป พรรคจะเสนอพรรคร่วมฝ่ายค้านให้เปิดอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพราะเราเห็นว่านายกฯ ทำผิดรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เราจะมาเอาผิดนายกฯ เพราะเมื่อทั้ง ครม.ถวายสัตย์ฯ ไม่ถูกต้อง แสดงว่า ครม.ทำงานไม่ได้ เมื่อเริ่มทำงานไม่ได้ แล้วปัญหาที่ประชาชนรออยู่ วันหนึ่งข้างหน้า ถ้ามีคนฟ้องต่อศาล และถ้ามีการพิจารณาว่าไม่ถูกต้อง กลายเป็นว่าสิ่งที่ช่วยเหลือประชาชนไปผิดหมด คนรับกรรมคือประชาชน เมื่อกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปก็ผิดหมด&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านนโยบายและแผนงาน พรรค พท.กล่าวว่า เรื่องการถวายสัตย์ฯ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ประเด็นที่เกิดขึ้น เมื่อไม่ถูกต้องเป็นหน้าที่ของผู้ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องไปแก้ไขเพื่อให้ถูกต้อง ซึ่งเราพยายามตั้งกระทู้สดถามเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน และในรัฐธรรมนูญมีมาตรา 152 ระบุให้ ส.ส.เข้าชื่อ 1 ใน 10 เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ต้องลงมติ เพื่อซักถามว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ บอกว่าจบ ก็เป็นความเห็นของท่าน เราก็อยากรู้ว่าจบแบบไหน อย่างไรถึงจบ จะแก้ปัญหาอย่างไร ก็อยากให้ท่านนายกฯ กรุณาบอกพวกเราต่อด้วย และเมื่อ ส.ส.ในสภาเข้าชื่อญัตตินี้ไป ประธานสภาฯ ก็ต้องบรรจุในระเบียบวาระ เพราะเราเห็นว่าการถวายสัตย์ฯ เป็นปัญหา&amp;rdquo; นายโภคินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.20 น. นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงว่า มติที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน 7 พรรค เห็นควรยื่นกระทู้สดในวันที่ 14 ส.ค. โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จะสอบถามความคืบหน้าการถวายสัตย์ฯ ไม่สมบูรณ์ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรค พท. จะสอบถามการติดตามผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดใน กทม.&amp;nbsp;
รอประเมิน 14 ส.ค.ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวถึงการเข้าชื่อเพื่อขออภิปรายโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่าวิปฝ่ายค้านเห็นสอดคล้องกับคณะกรรมยุทธศาสตร์เพื่อไทย แต่ขอประเมินสถานการณ์วันที่ 14 ส.ค.ก่อนว่านายกฯ จะมาตอบสิ่งที่ฝ่ายค้านจะถามไปหรือไม่ค่อยมาประเมินกัน ซึ่งเหตุที่ฝ่ายค้านต้องรีบทำสัปดาห์นี้ เพราะอยากเคลียร์สถานภาพรัฐบาลก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณจะเข้าสู่วาระการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงการทำงานของประธานสภาฯ หรือไม่ เพราะระยะหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงาน นายสุทินกล่าวว่า ก็ห่วงการทำงานของนายชวน เพราะหลังๆ มีหลายกรณีที่ประธานสภาฯ อาจไม่แม่นข้อบังคับ หรืออายุมาก หลงลืมไปก็ไม่ทราบ อาจทำให้การวางน้ำหนักสองฝ่ายมีปัญหา ดังนั้นการจะบรรจุญัตตินี้หรือไม่ ทำให้เราต้องคิดหนักกว่าเดิม แต่เมื่อสมาชิกลงชื่อตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ คงไม่มีเหตุที่ประธานสภาฯ จะทำเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า ในวันที่ 14 ส.ค. นายปิยบุตรจะตั้งกระทู้สดเรื่องการถวายสัตย์ฯ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนายกฯ บอกว่าครั้งที่แล้วติดภารกิจ ครั้งนี้จะมาตอบก็ขอให้ช่วยกันจับตาดูว่านายกฯ จะมาตอบหรือไม่ และตอบอย่างไร ซึ่งนายกฯ บอกอยากให้จบเรื่องนี้ ก็อยากให้จบเช่นกัน แต่จะจบได้ไม่ใช่ห้ามให้ทุกคนพูดแล้วให้เรื่องนี้เงียบไป แบบนี้จบไม่ได้ แบบนี้เรียกปิดปากแล้วซุกขยะใต้พรม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จะจบเรื่องนี้นายกฯ ต้องเข้ามาตอบคำถามในสภาให้ชัดเจนว่าจะจัดการปัญหาถวายสัตย์ฯ ไม่ครบอย่างไร เรื่องนี้จึงจะจบได้ และจบอย่างสง่างาม รัฐบาลจะได้ไม่ต้องมีแผลเรื่องนี้เป็นชนักปักหลังไปตลอดสมัยที่บริหารประเทศ และหากวันที่ 14 ส.ค.ท่านไม่มา ขอให้รับทราบโดยทั่วกันว่าท่านจงใจหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ต่อหน้าสภา&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ยืนยันว่า ในฐานะ ส.ส. ช่องทางที่เราสามารถทำได้จะทำต่อไปจนกว่าจะได้คำตอบคือ ช่องทางสภา ผ่านการตั้งกระทู้สด ส่วนด้านอื่นๆ พรรคร่วมฝ่ายค้านมีแนวทางดำเนินการเช่นเดียวกัน ในส่วน อนค. เรายืนยันว่าวิถีทางที่เราจะทวงถามเรื่องนี้จากนายกฯ คือทวงถามผ่านสภา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นตราประทับว่าคุณได้เข้ามาทำงานถูกต้องตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ ถ้าเริ่มต้นทำไม่ถูกต้อง มันไปก้าวต่อๆ ไปไม่ได้ คำถามจะยังอยู่ตรงนั้นเสมอไม่หายไปไหน&amp;nbsp;
ทั้งนี้ มีรายงานว่าภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ในวันที่ 14 ส.ค. พบว่ามีกำหนดการตลอดทั้งวัน โดยเวลา 09.30 น. นายกฯ และภริยาจะนำคณะรัฐมนตรีและคู่สมรสร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ต่อจากนั้นเวลา 14.00 น. นายกฯ จะทำกิจกรรมจิตอาสา และร่วมทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ ก่อนที่เวลา 15.30 น. จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าพบที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านรณรงค์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับว่า ต้องดูขั้นตอนวิธีการทางกฎหมาย ยังไม่ถึงเวลานั้นก็ปรึกษากันอยู่ว่าจะทำตรงไหน กรอบไหนบ้าง อะไรก็ไปว่ากันมา แนวทางแก้ปัญหาไม่ตอบ ส่วนเรื่องเฟกนิวส์วันนี้สื่อทราบอยู่แล้ว ที่มีการตั้งข้อสังเกตมีการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม ถ้ายังไม่เข้า ครม. มันทำไม่ได้ทั้งนั้น และการที่ใครจะนำเรื่องเข้า ครม. ก็ต้องผ่านการตรวจสอบของนายกฯ และคณะทำงานของนายกฯ ก่อน ไม่ใช่เสนอมาแล้วอนุมัติทันที มันไม่ได้ ต้องระมัดระวังในข้อกฎหมาย ถ้าประชาชนสงสัยอะไรก็ตามสอบถามขึ้นมาได้ ซึ่งมีหลายช่องทางด้วยกัน&amp;nbsp;
ส่วนนายโภคินกล่าวว่า พรรค พท.พยายามให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะแก้ไขทั้งฉบับ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะไปดูว่าจะรณรงค์กันอย่างไร และจะขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงขอฝากไปยัง ส.ว.ทุกท่านให้เห็นถึงความสำคัญตรงนี้ และร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ผวา!ซ้ำรอย 6 ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่านกล่าวถึงท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า ท่าทีของ ผบ.ทบ.อาจทำให้การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยากขึ้น แต่เป้าหมายสูงสุดของฝ่ายค้านคือการผลักดันตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และเปิดทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 256 ให้ได้ ซึ่งหากผ่านขั้นตอนการแก้ไขใน มาตรา 256 ได้การรณรงค์เพื่อให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขั้นตอนอื่นๆ จะราบรื่นขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ควรอิงกับคู่มือต่อต้านเฟกนิวส์ของยูเนสโก เพราะเป็นคู่มือที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นกลาง และมีความเป็นสากล ซึ่งเรื่องสำคัญในเนื้อหาของคู่มือนี้คือไม่สามารถให้รัฐเป็นผู้จัดการเฟกนิวส์ เพราะจะเกิดปัญหาที่เรียกว่า Ministry of Truth หรือกระทรวงสัจจะ ที่รัฐจะเป็นผู้ตัดสินว่าข่าวใดจริงข่าวใดปลอม มีความเสี่ยงที่จะใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยไปละเมิดสิทธิของสื่อและประชาชนในการแสดงความคิดเห็น โดยอิงกับผลประโยชน์ของตัวเอง ยกตัวอย่างการวิจารณ์รัฐบาล ซึ่งอาจถูกตีตราว่าเป็นข่าวปลอมทั้งที่อาจไม่ปลอมก็ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราอยากฝากถามถึงนายกฯ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง รวมถึง ผบ.ทบ.ด้วยว่าพวกท่านพูดอยู่เสมอว่าคนที่ปล่อยข่าวปลอมเป็นคนที่ไม่หวังดี ทำลายชาติบ้านเมือง ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องแบบกำปั้นทุบดิน เพราะเราอยากทราบว่ารัฐบาลจะจัดการคนที่ปล่อยข่าวลวงข่าวปลอมอย่างไร มากกว่าที่จะเอาแต่กล่าวหาคนปล่อยข่าวแบบนั้น โดยให้ประชาชนเชื่อว่าไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่เพื่อปกป้องประชาชน อย่าให้ประเทศไทยเดินหน้าไปจบแบบเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หรือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ข่าวปลอมทำให้เกิดความเข้าใจผิด จนประชาชนต้องหันมาฆ่ากันและนองเลือด&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ยืนยันว่า พรรคไม่เคยมีความคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ เพราะประเทศยังจำเป็นต้องมีกองทัพและทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและปกป้องประชาชน แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือการให้ทหารทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เป็นกองทัพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง และหันไปพัฒนาศักยภาพของตัวเอง แต่สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์กำลังทำอยู่ ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และถ้าดูย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าแนวคิดของ พล.อ.อภิรัชต์มีความคล้ายกับแนวคิดของ ผบ.ทบ. ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาก ทั้งเพลงปลุกใจและการโฆษณาชวนเชื่อว่านักศึกษา และคนรุ่นใหม่ในยุคนั้นมีแนวคิดอันตราย ไม่เป็นไทย และเป็นอันตรายกับสถาบันหลักของประเทศ ซึ่งอยากบอกว่าสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ทำเป็นสิ่งที่อันตรายมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกไม่ลงมติ, ปมถวายสัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มีอำนาจเหนือพระมหากษัตริย์, ยัดข้อหาร้ายแรง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52c8af79504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
