<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยเลิกโทร หันใช้เน็ตบนมือถือเพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน กสทช. เผยปี 60 คนไทยทั้งประเทศใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือประมาณ 3.3 พันล้านกิกะไบต์ โตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับ 4 ปีก่อนหน้า ส่วนการใช้บริการเสียงลดลงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากรายงานของสำนักงาน กสทช. พบว่า จากการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2560 มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานอยู่จำนวนทั้งสิ้น 121.53 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น กลุ่มบริษัท AIS จำนวน 53.05 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ร้อยละ 43.65 รองลงมาคือกลุ่มบริษัท TRUE จำนวน 36.05 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 29.66 และกลุ่มบริษัท DTAC จำนวน 30 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 24.69 &amp;nbsp;CAT มีจำนวน 2.32 ล้านเลขหมาย ส่วน TOT มีจำนวนผู้ใช้บริการ 0.11 ล้านเลขหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อมูลปริมาณการใช้บริการเสียงของโอเปอเรเตอร์หลัก 3 ราย คือกลุ่มบริษัท AIS กลุ่มบริษัท TRUE และกลุ่มบริษัท DTAC ระหว่างปี 2557 &amp;ndash; 2560 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 ปริมาณการใช้งานบริการเสียงมีจำนวน 70,720.42 ล้านนาที ปี 2528 ลดลงเหลือ 62,851.09 ล้านนาที ปี 2559 ลดลงเหลือ 51,021.48 ล้านนาที และปี 2560 มีปริมาณการใช้งานบริการเสียงจำนวน 43,460.84 ล้านนาที โดยกลุ่มบริษัท AIS มีปริมาณการใช้บริการเสียงสูงสุดในแต่ละปี ตามด้วยกลุ่มบริษัท DTAC และกลุ่มบริษัท TRUE อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 และ 2560 กลุ่มบริษัท TRUE มีปริมาณการใช้งานบริการเสียงมากกว่ากลุ่มบริษัท DTAC ทั้งนี้ในปี 2560 คนไทยใช้บริการเสียงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉลี่ยประมาณ 2 นาที ต่อคนต่อวัน ลดจากเดิมปี 2557 ที่ใช้บริการเสียงเฉลี่ยประมาณ 4 นาที ต่อคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร กล่าวว่า ในส่วนของข้อมูลปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (การใช้บริการดาต้า) ของโอเปอเรเตอร์หลัก 3 ราย พบว่า แนวโน้มปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยพบว่า เมื่อสิ้นปี 2560 มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่จากโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 3 กลุ่มบริษัท (กลุ่มบริษัท AIS กลุ่มบริษัท TRUE และกลุ่มบริษัท DTAC) สูงถึง 3,294,325,000 กิกะไบต์ (หรือ 3 ล้านเทราไบต์โดยประมาณ) โดยเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าตัว ภายใน 4 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตของการใช้งานที่สูงมาก คิดเป็นปริมาณการใช้งานดาต้าโดยเฉลี่ย 4.11 กิกะไบต์ ต่อคนต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าในปี 2560 ใน 1 วันแต่ละคนมีการใช้งานดาต้าเฉลี่ย 0.14 กิกะไบต์ หรือ 140 เมกะไบต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้คลื่นความถี่เพื่อการสื่อสารข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายหลังจากการประมูลคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2555 และ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2558 &amp;ndash; 2559 ที่ทำให้มีการให้บริการ 3G/4G อย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ทำให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ มีการใช้งานโซเชียลมีเดียสูง เช่น มีผู้ใช้งาน Facebook กว่า 40 ล้านคน และมีผู้ใช้งาน Line กว่า 30 ล้านคน ในประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์ในระบบ Mobile Banking หรือ FinTech ทำให้เกิดระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Promptpay ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 39 ล้านคนในปัจจุบัน ทำให้การซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการสามารถทำได้ง่าย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดำเนินการได้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ทุกที่ ทุกเวลาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6516</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ค่ายมือถือ, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ดีแทค, ทรูมูฟเอช, มือถือ, อินเทอร์เน็ต, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8fb660e494c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2018 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039;โวย&#039;กสทช.&#039;หลับอยู่ที่ไหน ปล่อยSMSดูดเงินชาวบ้านผ่านมือถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 61 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ&amp;nbsp;ร่วมลงชื่อรณรงค์&amp;quot;กำจัด SMS โฆษณาที่แอบกินเงินเราผ่านค่ายมือถือ&amp;quot; ผ่าน&amp;nbsp;www.change.org&amp;nbsp;พร้อมโพสต์ ข้อความลงในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Rosana Tositrakul ระบุว่า &amp;quot;กสทช.นอนหลับอยู่ที่ไหน ไม่จัดการไม่ให้SMSหากินเอาเปรียบผู้บริโภค ต้องให้คนมาเข้าชื่อกันทุกเรื่องหรือยังไง? แต่ก็ยินดีร่วมลงชื่อด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรณรงค์นี้มีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;อยู่ๆ ค่าบริการใช้มือถือก็พุ่งลิ่ว! คุณเจอแบบนี้มาแล้วใช่ไหม และคุณเคยจัดการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเจอด้วยตนเองก่อนจะพบว่าใครๆ ก็โดน ค่ายมือถือ (ทุกค่าย) เรียกเก็บค่าบริการเพิ่มจำนวนมาก ทั้งรายเดือนและเติมเงิน เป็นค่ารับบริการ SMS จากหลายๆ แห่ง โดยที่ทุกคนไม่ได้กดสมัครขอรับ SMS เลย สอบถาม Call Center เขาบอกว่า เราไปกดรับบริการข่าวสารโฆษณาที่แฝงมากับเว็บไซต์ต่างๆ คือเวลาเราเข้าเว็บอะไร แล้วมีป๊อบอัพโฆษณาขึ้นมา แล้วเรากดกากบาทปิด ไม่ให้แสดงอีก ถ้าเรากดไม่ตรงกากบาทเป๊ะๆ มันคือเราสมัครรับแล้ว! ระบบเริ่มคิดค่าบริการทันที!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราบอกอย่างมั่นใจว่า ไม่เคยกดรับ ไม่เคยสมัคร เคยแต่กด X ปิดช่องโฆณาเล็กๆ ที่ป๊อบอัพขึ้นมาบังข่าวหรือเรื่องที่เราจะอ่านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ฯ บอกว่า จะทำยกเลิกรายการและบล็อคให้ ต่อไปจะไม่เจอแล้ว (ซึ่งเราไม่เชื่อเพราะสอบถามทุกคน แม้จะบล็อคแล้ว หรือโทร*137 แจ้งยกเลิก ฟรี แล้วก็ตาม ไม่นานมันก็จะแอบกลับมาใหม่เพราะกระบวนการมันง่ายมาก แค่คุณคลิกส่วนใดส่วนหนึ่งในตารางโฆษณา เท่านั้นเอง!)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณรู้ไหมว่า มันมาหาคุณเองจากการท่องเน็ต คลิกลิ้งค์ต่างๆ โดยเฉพาะพวกเพจข่าวแปลกๆพิสดารๆ มั่วๆ ทั้งหลาย ที่คุณและเพื่อนๆ แชร์ลิงค์กันมา...บางข่าวแค่เราคลิกอ่าน มันก็สมัครอัตโนมัติแล้ว! &amp;nbsp;เป็นอย่างนี้ทุกค่ายด้วย! &amp;nbsp;แบบนี้ก็ได้หรือ ?
หากลูกค้าชำระด้วยการหักบัญชีและไม่ได้ตรวจสอบซักถาม มิจ่ายกันแย่หรือ ส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะยอมจ่ายๆ ไป และขอให้ศูนย์ทำการยกเลิก และบล็อค แต่ก็ไม่มีผล มันยังกลับมาอีก!
ทุกคนที่ใช้มือถือ มีสิทธิโดนตีกินมั่วๆ เงียบๆ แบบนี้ ตลอดเวลา เราจะยอมต่อไปหรือ เงินของเรา จะจ่ายออกไป เราต้องสมัครใจและได้ประโยชน์ ไม่ใช่จ่ายแบบถูกบังคับ ไม่รู้ตัว และไม่ได้อะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกค้าที่ยังไม่รู้เรื่อง พร้อมจะตกเป็นเหยื่ออีกเท่าไร &amp;nbsp;ค่ายควรพีอาร์เตือนลูกค้า ไม่ใช่นิ่งๆ รอคนมาตกหลุม ใครร้องให้ช่วยถึงค่อยลากขึ้นมาจากหลุม ค่ายมือถือรู้อยู่แก่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อหวังพึ่งค่ายมือถือไม่ได้ สคบ.ควรเข้ามาจัดการ กำจัดระบบการหากินแบบนี้ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงดิจิทัล ทำงานหน่อย สอยเว็บแฝงโฆษณาออก อย่าปล่อยให้ประชาชนถูกปล้นเช่นนี้อีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสทช.ดูแลด้วย ได้โปรด!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การรณรงค์ดังกล่าว มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 2,000&amp;nbsp;คน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2207</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMS, มือถือ, รสนา โตสิตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72b8029c4f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2026 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2018 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่ยุค4.0 เลี้ยงลูกด้วยมือถือแท็บเล็ตสูงถึง50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.61 สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวหัวข้อ&amp;quot;ของขวัญเด็กไทย สิ่งเล็กๆที่สร้างลูก &amp;quot;เครื่องมือดูแลลูกยุคใหม่ &amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2558-2559 โดยองค์การยูนิเซฟประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่า ผู้ใหญ่ในครัวเรือน อย่างปู่ย่า ตายาย มีบทบาทสูงต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กในช่วงอายุ 3-5 ปีถึง 92.7% ขณะที่บทบาทของแม่ในการส่งเสริมการเรียนรู้อยู่ที่ 62.8% ตามด้วยบทบาทของพ่อ 34% ที่น่าสนใจคือ พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล ปี ที่เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เครื่องเล่นเกม สูงถึง 50% และเกือบ 7 ใน 10 ของเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะเด็กในกทม. และภาคใต้ ซึ่งการเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่อายุยังน้อยอาจส่งผลให้เกิดภาวะสมาธิสั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบช่องว่างของพัฒนาเด็กเล็กตามระดับการศึกษาของแม่และฐานะทางเศรษฐกิจ โดยพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่มีหนังสือสำหรับเด็กอย่างน้อย 3 เล่ม มีเพียง 41.2% เท่ากับว่าอีก 59% มีหนังสือเด็กในบ้านไม่ถึง 3 เล่ม โดยเด็กที่ร่ำรวยมีหนังสือสำหรับเด็กในสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มที่ยากจนถึง 3 เท่า ดังนั้นการเลี้ยงดูในบ้านเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับพัฒนาการของเด็กในวัยนี้ ซึ่งทุกครอบครัวมีต้นทุนไม่แพ้กันคือความรักความเอาใจใส่ เครื่องมือสิ่งเล็กๆที่สร้างลูก จึงถูกออกแบบจากสิ่งใกล้ตัว ง่ายๆ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกได้ ด้วยอุปกรณ์ราคาศูนย์บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พ่อแม่สมัยนี้ ใช้มือถือเลี้ยงลูก เพราะด้วยหน้าที่การงาน และเรื่องของเวลา และขาดการเรียนรู้ที่จะเลี้ยงลูกให้มีการพัฒนาการแต่ละช่วงวัย จริงๆไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ที่แพง &amp;nbsp;พวกมือถือ แท็บเล็ต กระตุ้นความสนใจของเด็กได้ดี เพราะในนั้นมีพวกภาพตัดเร็ว มีวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว เสียง น่าตื่นเต้น แต่จะทำให้เด็กมีความสุขรวดเร็ว &amp;nbsp;มีสมาธิสั้น จึงควรหาวิธีการเล่นรูปแบบอื่น ที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก&amp;quot; ดร.สุปรีดากล่าว&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;10 ที่ผ่านมาพบว่า พัฒนาการของเด็กไทยมีความล้าช้ากว่าเกณฑ์สูงถึง 30 %โดย1 ใน 3 คนของเด็กในวัย 0-10 ปี &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะเกิดจากการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้พ่อแม่ขาดความเข้าใจในการเลี้ยงดู ก็คือการทำงาน ทั้งที่ สายสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่พ่อแม่ยุคปัจจุบันยังขาดความพร้อมทั้งในเรื่องของเวลา และปัจจัยอื่นๆ &amp;nbsp;ทางภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จึงได้คิดค้นเครื่องมือที่ไม่ต้องลงทุนสูง ที่จะทำให้พ่อแม่ใกล้ชิดเล่นกับลูกได้ เช่น &amp;nbsp;การเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสมองและพัฒนาการของเด็กในหลายด้าน เกิดการสื่อสารระหว่างกันเป็นการฝึกการจดจำข้อมูลจากการโผล่ใบหน้าของพ่อแม่ นอกจากนี้ ยังมีการเล่นกับลูกรูปแบบอื่้นและอ่านหนังสือกับลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสสส. กล่าวว่า &amp;nbsp;เครื่องมือที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้พ่อ แม่และผู้ปกครอง เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้กับเด็กจากเรื่องใกล้ตัว โดยแบ่งเป็น 5 เครื่องมือ ได้แก่ 1 คู่มือสิ่งเล็กๆที่สร้างลูก&amp;nbsp;คู่มือพัฒนาลูกจากสิ่งใกล้ตัว&amp;nbsp;2 นิทานจ๊ะเอ๋&amp;nbsp;&amp;nbsp;3 คู่มือและโปสเตอร์เฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงแอปพลิเคชัน คุณลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;4 ห้องเรียนพ่อแม่&amp;nbsp;กิจกรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงกับผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กอย่างใกล้ชิด ซึ่ง&amp;nbsp;SOOK by&amp;nbsp;สสส. จะจัดสัญจรไปทั้ง 4 ภาค พร้อมกับทำงานร่วมกับเครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใน30&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;แห่ง เครือข่ายผู้ปกครอง และเครือข่ายโรงพยาบาลเพื่อต่อยอดในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;สื่อรณรงค์&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดข้อมูลได้ที่ Facebook:&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง สิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูกหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน คุณลูกได้ที่ https://www.khunlook.com.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/842</URL_LINK>
                <HASHTAG>มือถือ, สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a56175b4801f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
