<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจรวบแล้ว นักฆ่า 3 หมายจับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.64 - พ.ต.อ.จเร &amp;nbsp;คณาวิทยา ผกก.สภ.คลองท่อม พร้อมชุดสืบสวน &amp;nbsp;สภ.คลองท่อม ได้ร่วมกันคุมตัวผู้ต้องหา 1 คน คือ นายเชาวลิตย์ จันทร์สุข อายุ 45ปี ชาว ต.โคกชะงาย อ.เมือง จ.พัทลุง &amp;nbsp;มาทำการสอบสวนที่สภ. คลองท่อม จ.กระบี่ โดยผู้ต้องหารายนี้ เป็นบุคคลตามหมายจับ จำนวน 3 หมาย ได้แก่สภ.ควนกาหลง ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ที่ จ.67/63 &amp;nbsp;ความผิดฐาน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภ.ห้วยยอด &amp;nbsp;ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ จ.139/61 ความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ,ร่วมกันพาอาวุธ ไปในเมือง หมู่บ้านฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภ.บางขัน ตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 104/61 ความผิดฐาน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจนท.จับกุมได้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ขณะหลบบหนีไปกบดานในบ้านหลังหนึ่งใน พื้นที่ ต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ &amp;nbsp; พร้อมตรวจยึด อาวุธปืนยาว M 16 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน M16 จำนวน 30 นัด อาวุธปืนพกสั้น ขนาด.357 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด.357 จำนวน 6 นัด เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 2 ตัว ระเบิดขว้างชนิดสังหารแบ M67 จำนวน 2 ลูก &amp;nbsp;ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) &amp;nbsp;ประมาณ 500 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) &amp;nbsp;จำนวน 1 ถุงเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น &amp;nbsp;จนท. ได้แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีระเบิดข้างชนิดสังหารไว้ในครอบครอง มีอาวุธปืนอาวุธปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ &amp;nbsp;มียาเสพติดไว้ในครอบครอบง ซึ่งจะได้นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปตรวจพิสูจน์ที่ พฐ.หาความเชื่อมโยงกับคดีอื่นในพื้นที่ ภ.8 และใกล้เคียง &amp;nbsp;ว่าเคยใช้ก่อเหตุหรือไม่อย่างไรส่วนยาเสพติดของกลาง อยู่ระหว่างการขยายผลเครือข่าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับนาย เชาวลิตย์ เป็นมือปืนอันดับที่ 149 ของ ตำรวจภูธรภาค 9 &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 61 &amp;nbsp;จนท.ตำรวจธรจังหวัดพัทลุงได้เข้าปิดล้อมจับคุมที่บ้านพัก ในพื้นที่ ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุงแต่นายเชาวลิต ได้วิ่งหลบหนีการจับกุมไปได้ จับกุมได้แต่ภรรยา &amp;nbsp;จนท.ตรวจยึดอาวุธปืนขนาด เอ็ม 16 &amp;nbsp;และยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, มือปืน, อาชญากรรม, เชาวลิตย์ จันทร์สุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c376eb31da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.บุุกจับ &#039;เสือแท่น&#039; มือปืนภาค 8 อดีตนักโทษคดีดัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ที่สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;พ.ต.อ.เสริม&amp;nbsp; ขวัญนิมิต รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช แถลงข่าวเมื่อวานนี้ ว่าพ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ท่าศาลา ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ สุพรรณพงศ์ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.วิสูตร &amp;nbsp; จันทร์มีศรี สวป.พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจเดินทางไปตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 18 หมู่ 3 ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสืบทราบว่านายโกสินทร์ &amp;nbsp;ศรีดา อายุ 39 ปี หรือฉายา&amp;rdquo;เสือแท่น&amp;rdquo; ซึ่งเพิ่งพ้นโทษในคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อน และเพิ่งพ้นโทษกลับมาบ้านมาได้เพียง 2 ปี มีพฤติการณ์สะสมอาวุธปืนชนิดต่างๆพร้อมกระสุนปืนไว้ในบ้านจำนวนมากในลักษณะคลังแสง และยังตรวจสอบพบว่านายโกสินทร์ ยังมีชื่ออยู่ในบัญชีกลุ่มมือปืนรับจ้างในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังตำรวจทั้งหมดเดินทางไปถึงบ้านดังกล่าว นายโกสินทร์หรือ&amp;rdquo;เสือแท่น&amp;rdquo;ซึ่งยืนอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางมีพิรุธ เห็นตำรวจพยายามวิ่งหลบหนีแต่ถูกตำรวจชุดดังกล่างวิ่งไล่จับกุมตัวได้ พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด11 มม.จำนวน 1 กระบอก กระสุนจำนวน 11นัด จากนั้นจนท.ตำรวจได้คุมตัวนายโกสินทร์ &amp;nbsp;เข้าไปตรวจค้นในบ้านพัก พบของกลางเป็นอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก,อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก,อาวุธปืน 9 มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนชนิดต่างๆอีกจำนวนเกือบ100 นัด,ซองปืนอีกหลายซอง ระเบิดปิงปองจำนวน 10ลูก และอุปกรณ์ชุดแต่งอาวุธปืนอีกจำนวนมาก ,วิทยุสื่อสารอีก4เครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายโกสินทร์ &amp;nbsp;ไปดำเนินคดีที่ สภ.ท่าศาลา ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าอาวุธปืนทั้งหมดไม่ใช่ของตน ซึ่งจนท.ตรวจสอบพบว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนถูกต้องจำนวน 1 กระบอกแต่เป็นของมารดา ส่วนอาวุธปืนกระบอกอื่นๆอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติการใช้อาวุธปืนทุกกระบอกว่ามีการนำไปใช้กระทำผิดอะไรบ้างต่อไป ก่อนคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91841</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, มือปืน, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a202f5822b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือปืนยิงหมอตอนวัวที่ท่าแร้งจ.เพชรบุรีเข้ามอบตัวตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63-ความคืบหน้ากรณีนายสมศักดิ์ เจิมใจดี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135/1 หมู่ 4 ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; หมอตอนวัว&amp;nbsp; ถูกคนร้ายใช้อาวุธขนาด .38 กระหน่ำยิงเสียชีวิตภายในพื้นที่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 2 ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปเคลียร์ปัญหาให้แก่บุตรชายกับคู่กรณีที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน และถูกยิงเสียชีวิตโดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านแหลม ขออนุมัติหมายจับนายนพดลหรือเดซ นิลใบ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 4 ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม&amp;nbsp; มือปืนที่ก่อเหตุครั้งนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเวลา 13.00 น. นายนพดล หรือเดซ เดินทางมายัง สภ.บ้านแหลม นำปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มารีญา นิลใบ น้องสาวนายนพดล เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงสายของวันที่ 1 พ.ค.พี่ชายตนได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายทศพร เจิมใจดี อายุ 19 ปี ลูกชายนายสมศักดิ์ ผู้ตายสาเหตุมาจากนายทศพรเบิ้ลเครื่องรถจักรยานยนต์ใส่กัน กระทั่งช่วงเย็นของวันเดียวกันผู้ตายได้พาพวกประมาณ 5 คนเดินทางมาที่บ้านตนตะโกนเรียกพี่ชายตนให้ลงมาเคลียร์กันที่หน้าบ้านพร้อมขู่อาฆาตว่าเจอพี่ชายตนที่ไหนจะเล่นงานที่นั่นทำให้พี่ชายตนต้องพกอาวุธปืนระวังตัวตลอดเวลา กระทั่งวันเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาพี่ชายตนที่กำลังจูงวัวไปกินหญ้าและมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนพี่ชายตนจะใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัวจนนายสมศักดิ์เสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จำลองเหตุการณ์ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ บริเวณหลัง สภ.บ้านแหลม เนื่องจากไม่สามารถนำผู้ต้องหาไปทำแผน ณ ที่เกิดเหตุได้เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์จลาจล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, มือปืน, สภ.บ้านแหลม, หมอตอนวัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eae913818e86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือปืนลูบคม สนง.ข่าวกรองรัสเซีย ยิงดับ 1 เจ็บ 5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คนร้ายลุยเดี่ยวกราดยิงใกล้กับสำนักงานความมั่นคงเอฟเอสบีของรัสเซียในกรุงมอสโกเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี เจ้าหน้าที่เอฟเอสบีโดนยิงเสียชีวิต 1 คน และมีคนบาดเจ็บ 5 ราย รวมถึงพลเรือน 1 ราย ก่อนที่มือปืนจะโดนฆ่าตาย สื่อเผยคนร้ายเป็นชายวัย 39 ปีเคยเป็นยามของสำนักงานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถตำรวจปิดกั้นถนนใกล้กับสำนักงานความมั่นคงกลางในกรุงมอสโก ภายหลังเกิดเหตุเมื่อค่ำวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า ทางการรัสเซียยังไม่เปิดเผยชื่อของมือปืนรายนี้ ซึ่งโดนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยิงเสียชีวิตระหว่างการดวลปืนกันใกล้กับสำนักงานความมั่นคงกลาง (เอฟเอสบี) ใจกลางกรุงมอสโกเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี แต่สื่อของรัสเซียรายงานว่า มือปืนคือเยฟเกนี มันยูรอฟ อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเอฟเอสบีวัย 39 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองโปดอลสก์ ห่างจากกรุงมอสโกทางทิศใต้ราว 40 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนโบลชายา ลุบยานกา ด้านนอกสำนักงานใหญ่ของเอฟเอฟบี ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองที่ตั้งขึ้นแทนที่คณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ (เคจีบี) อันเลื่องชื่อของรัสเซีย อยู่ใกล้กับเขตช็อปปิ้งใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ เอฟเอสบีเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมือปืนรายนี้น้อยมาก แต่หนังสือพิมพ์แทบลอยด์คอมโซโมลสกายา พราฟดา และสถานีเรนทีวี รายงานอ้างพนักงานสอบสวนคนหนึ่งว่า มือปืนรายนี้มีปืนในครอบครองอย่างถูกกฎหมาย 7 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการสอบสวน ซึ่งทำหน้าที่สอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงของรัสเซีย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เอฟเอสบีนายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต และมีคนบาดเจ็บ 5 ราย เป็นพลเรือนด้วย 1 ราย คำแถลงของทางการรัสเซียไม่ได้บอกว่าการยิงครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงเย็นที่ผู้คนกำลังเดินทางกลับบ้านหรือรับประทานในร้านอาหาร วิดีโอที่ผู้คนในบริเวณนั้นถ่ายไว้ได้เผยให้เห็นว่าผู้คนพากันแตกตื่นวิ่งหนี คนที่เห็นเหตุการณ์บอกกับเอเอฟพีว่า พวกเขาเข้าไปหลบในห้องด้านหลังร้านอาหารช่วงที่มีการยิงต่อสู้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีข้อมูลว่าการโจมตีเอฟเอสบีครั้งนี้เกิดจากแรงจูงใจทางอุดมคติหรือไม่ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเป็นวันต่อต้านข่าวกรองทางทหาร ซึ่งเป็นวันหยุดของรัสเซีย ส่วนวันศุกร์เป็นวันแห่งความมั่นคง ช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้น ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการของเอฟเอสบีและเคยเป็นสายลับเคจีบีด้วย กำลังร่วมงานฉลองด้านความมั่นคงของประเทศ และไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งจัดแถลงข่าวมาราธอนในกรุงรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัสเซียเผชิญการโจมตีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นฝีมือพวกอิสลามิสต์สุดโต่ง ซึ่งมักมาจากเขตคอเคซัสเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ ศาลรัสเซียตัดสินจำคุกจำเลย 11 คนตลอดชีวิต ในคดีวางระเบิดรถไฟใต้ดินเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อปี 2560 ทำให้มีคนตาย 15 ราย และปีที่แล้ว หนุ่มวัย 17 ปีที่เป็นพวกนิยมลัทธิอนาธิปไตย ระเบิดฆ่าตัวตายที่ทางเข้าสำนักงานใหญ่เอฟเอสบีระดับภูมิภาคที่เมืองอาร์คันเกลสก์ในภาคเหนือของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52933</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, มอสโก, มือปืน, รัสเซีย, สำนักงานความมั่นคงกลาง, หน่วยข่าวกรองรัสเซีย, เอฟเอสบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd2413ad3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือปืนฆ่าหมู่ 6 ศพ ภายใน รพ.สาธารณรัฐเช็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนวัย 42 ปียิงใส่คนไข้ที่ห้องพักรอผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลในเมืองออสตราวา สาธารณรัฐเช็ก เมื่อเช้าวันอังคาร เหยื่อเสียชีวิตทันที 6 ราย สาหัส 2 ราย ตำรวจตามล่าพบมือปืนยิงตัวตายก่อน ยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเฝ้าด้านนอกโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสตราวาภายหลังเกิดเหตุเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสตราวา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปรากทางทิศตะวันออกราว 300 กิโลเมตร ตำรวจเผยว่าได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุเมื่อเวลา 07.19 น. ของวันอังคารที่ 10 ธันวาคม (13.19 น. วันเดียวกันของไทย) และใช้เวลา 5 นาทีไปถึงที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของตำรวจว่า มือปืนใช้ปืนสั้นจ่อยิงเหยื่อที่ห้องพักรอของผู้ป่วยนอกโดยใช้เวลาไม่กี่วินาที มีเหยื่อเสียชีวิตทันที 6 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน และมีเหยื่อถูกยิงบาดเจ็บสาหัส 2 คน และเจ็บเล็กน้อย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ อันเดรย์ บาบิช เปิดเผยกับสื่อของเช็กว่า เขาได้รับรายงานว่าเหยื่อที่เสียชีวิตเป็นพวกที่นั่งรออยู่ในห้องพักรอของผู้ป่วย ซึ่งยังโชคดีที่ไม่มีคนไข้มากนักเท่ากับช่วงปกติ โดยมือปืนจ่อยิงเหยื่อที่ศีรษะและคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาหลบหนีจากที่เกิดเหตุด้วยรถยนต์เรโนลต์ลากูนาสีเงิน ตำรวจได้ทวีตเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นชายผมดกดำ สวมเสื้อแจ็กเกตสีแดง-ดำและรองเท้ากีฬา พร้อมกับประกาศเตือนให้เฝ้าระวังสูงสุดและส่งเจ้าหน้าที่หลายร้อยนาย พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำออกไล่ล่าเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทมัส คูเซล ผู้บัญชาการตำรวจประจำภูมิภาคนั้น กล่าวว่า เมื่อเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจพบรถยนต์คันนี้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสตราวา และเตรียมลงจอดเพื่อจับกุมเขา ชายคนนี้ก็จ่อยิงศีรษะตนเองเสียชีวิต เท่าที่ทราบเขาไม่มีชื่อครอบครองปืนในฐานข้อมูลของตำรวจ และไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่ามีบุคคลอื่นสมรู้ร่วมคิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า พวกเขายังไม่สามารถระบุได้ว่าอะไรคือมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ชายวัย 42 ปีรายนี้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิทยุเช็กระบุว่า ฆาตกรรายนี้เป็นช่างก่อสร้างจากเขตโอปาวาที่อยู่ใกล้เคียง อาเลส ซีกูลา นายจ้างของเขาบอกว่า ชายคนนี้ป่วยหนักและตัดสินใจว่าไม่มีใครอยากรักษาเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีประชากรราว 10.7 ล้านคนแห่งนี้มีจำนวนการครอบครองปืนค่อนข้างสูง เนื่องจากความนิยมในการล่าสัตว์ แต่เหตุรุนแรงจากอาวุธปืนเกิดขึ้นน้อยมาก เมื่อปี 2558 เคยมีเหตุการณ์มือปืนกราดยิงในร้านอาหารที่เมืองอูแฮร์สกีบร็อด ฆ่าเหยื่อ 8 ราย ก่อนยิงตัวตาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, กราดยิงในโรงพยาบาล, มือปืน, สาธารณรัฐเช็ก, เช็ก, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสตราวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def9f1a2a926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือปืนใจร้ายยิงวัวตายนับสิบ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 30 พ.ย. 2562 พ.ต.ท.บุญเรือน ปานหนู สว.(สอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงวัวที่เลี้ยงไว้ในทุ่งหน้าริมถนนภายในซอยทวีสิทธิ์ 47 ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ทำให้วัวตาย 2 ตัว จึงพร้อมด้วย ร.ต.อ.มงคล ภูริวัฒนกุล รอง สวป.ทำหน้าที่หัวหนาสายตรวจ 191 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุพบนายอุเทน ทองสุข อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ซอยตาปูชี 84 ถนนพันาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของวัว ได้นำเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบบริเวณลานทุ่งหญ้าห่างจากถนนประมาณ 40 เมตรพบวัวขนาดใหญ่จำนวน 2ตัวผู้ 1 ตัว สีแดง เป็นวัวตัวเมีย 1 ตัว หนักตัวและประมาณ 250 กก. ถูกยิงนอนตายอยู่บนพื้นหญ้าห่างกันประมาณ 20 เมตร &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่ามีรอยถูกยิงด้วยกระสุนขนาด .22 เข้าที่กลางแสกหน้าตัวละ 1 นัด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชม. จึงทำแผนที่อย่างละเอียดก่อนมอบซากวัวทั้งสองตัวให้เจ้าของนำกลับไปชำแหละจำหน่ายหรือแจกจ่ายเพื่อนบ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุเทน ทองสุข กล่าวว่า ตนเลี้ยงวัวในบริเวณดังกล่าวมานานกว่า 20 ปีแล้วเมื่อก่อนมีวัวอยู่กว่า 70 ตัวแต่ในปัจจุบันพื้นที่ที่นำวัวมาปล่อยเลี้ยงเดิมได้รับการพัฒนา มีการตัดถนนและก่อสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรรหลายหมู่บ้าน ทาง อบต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงได้สั่งห้ามเลี้ยงวัวเพราะวัวเดินเพ่นพ่านสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ รวมทั้งเดินข้ามถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ตนจึงมาสร้างคอกวัวในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ และจะนำวัวมาปล่อยเลี้ยงในทุ่งหญ้าที่ว่างเปล่าโดยจะมีญาติ ๆ คอยผลัดเปลี่ยนมาฝูงวัวไม่ให้เดินเพ่นพ่านไปรบกวนชาวบ้าน &amp;nbsp;แต่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะขับมาบนถนนก่อนจะใช้ปืนยาวขนาด .22 ติดกล้องเล็งส่องยิงวัวของตนตายมาแล้ว 8 ตัว และในวันนี้ถูกยิงตายอีก 2 ตัวรวมวัวตนถูกยิงตายไปแล้ว 10 ตัว และทุกครั้งได้ไปแจ้งความกับตำรวจแต่ยังไม่เคยสอบสวนสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดเหตุตนได้มอบหมายให้นายเจริญ โปณะทอง อายุ 61 ปีน้าชายมาเลี้ยงวัวฝูงเมื่อนำวัวมาปล่อยได้เกิดฝนตกหนักจึงวิ่งกลับไปหลบฝนในโรงเรือนคอกวัวซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดนายเจริญ น้าชายรีบวิ่งมาดก็พบวัวถูกยิงตาย 2 ตัวถูกยิงนอนตายอยู่บนพื้นหญ้าและเห็นรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนซึ่งคาดว่าเป็นรถของคนร้ายขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุตนเชื่อว่ามาจากคนในหมู่บ้านอาจจะไม่พอใจตนที่นำวัวมาเลี้ยงในบริเวณดังกล่าวซึ่งอาจจะเดินเพ่นพ่านสร้างความเดือดร้อนรำคาญจึงแอบมาใช้ปืนติดกล้องส่องยิงวัวตนจนตายต่อเนื่องมาแล้ว 10 ตัว โดยทุกครั้งจะถูกยิงตายครั้งละ 1 ตัว ล่าสุดเมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) แต่วันนี้ยิงวัวตายไปถึง 2 &amp;nbsp;ตัว ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบันตนและญาติ ๆ จะมาเฝ้าเลี้ยงวัวอย่างใกล้ชิดไม่ได้ปล่อยให้เดินเพ่นพ่าน และตนเชื่อว่าคนร้ายที่ยิงวัวตนตายมาแล้ว 10 ตัวต้องเป็นคน ๆ เดียวกันอย่างแน่นอน จึงอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหายให้กับตนด้วย หากปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนี้ตนและญาติ ๆ ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ตนประกอบอาชีพเลี้ยงวัวในบริเวณนี้มาก่อนที่จะมีการตัดถนนและสร้างหมู่บ้านจัดสรร จึงวิงวอนให้เห็นใจตนและครอบครัวด้วย&amp;rdquo;นายอุเทน กล่าววิงวอนอย่างน่าสงสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ริมถนนซอบดังกล่าว ซึ่งคาดว่ากล้องวงจรปิดน่าจะจับภาพรถยนต์กระบะมิตซูบิชิของคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายตับคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51491</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, มือปืน, ยิงวัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de3160db5ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือปืนสวมไอ้โม่งขับรถปะกบยิงพ่อค้าขายผักบาดเจ็บสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา &amp;nbsp;ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายก่อเหตุยิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ &amp;nbsp;ที่ บริเวณถนนสังขวิทย์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง จากนั้นจึงประสานไปรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รุดไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุพบรถกระบะ4ประตู สีดำ ป้ายทะเบียน กน477 ตรัง &amp;nbsp;อยู่ในสภาพท้ายรถชนกับบ้านริมถนนพังยับ และ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน &amp;nbsp;คือผู้ที่ขับขี่รถคันดังกล่าวคือ นายศักดิ์ พรายพันธ์ อายุ 50 ปี &amp;nbsp;อาชีพพ่อค้าขายผักสดในตลาดเทศบาลนครตรัง ถูกยิงเข้าที่บริเวณซี่โครงด้านขวา และใบหน้าบวบช้ำ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ทำการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลตรัง นำส่งโรงพยาบาลตรัง เพื่อชีวิตอย่างเร่งด่วน เนื่องจากได้เสียเลือดมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายสุวิทย์ สิทธิชัย อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถตามหลังคันเกิดเหตุ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีรถโตโยต้าวีออสสีขาวไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนได้ขับแซงไปประกบยิงรถคันเกิดเหตุจำนวน 4 นัด ต่อมารถคันดังกล่าวได้ขับขี่ข้ามไปจอดอีกฝั่งของถนน และมีคนร้ายซึ่งนั่งมากับผู้ขับขี่ลงมาจากรถใส่ชุดขาว(ชุดกินเจ) ใส่หมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ถืออาวุธปืนลงมากระหน่ำยิงซ้ำที่รถคันเกิดเหตุก่อนได้ขับรถหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 11 มม. จำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลังฐาน แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกผู้ทีเห็นเหตุการณ์เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตรวจสอบกล้องวงปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47473</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตรัง, ตำรวจ, พ่อค้าขายผัก, มือปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9a86fc8dfba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
