<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>23 คณาจารย์มธ.ออกแถลงการณ์ ระวังไม่ให้การใช้เสรีภาพบั่นทอนคุณค่าที่คนกลุ่มอื่นยึดถือจนพัฒนาไปสู่ความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63- ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ แถลงการณ์คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการชุมนุม ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมไทยได้พัฒนาเป็นสังคมการเมืองพหุนิยมที่มีการแข่งขันกันในทางความคิดเพื่อก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมในแนวทางที่แต่ละฝ่ายต้องการอยู่เสมอ การต่อสู้กันในทางความคิดระหว่างกลุ่มที่ต้องการนำสังคมไปตามฐานคติเสรีประชาธิปไตย และกลุ่มที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับจารีตในทางสังคม วัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะพัฒนากลายเป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรง คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ดังมีรายนามท้ายแถลงการณ์นี้เห็นว่าทุกภาคส่วนของสังคมไทยควรพยายามอย่างถึงที่สุดในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และร่วมกันหาทางออกสำหรับปัญหาความแตกต่างและความขัดแย้งทางความคิด และร่วมกันป้องกันการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาในทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คณาจารย์คณะนิติศาสตร์เห็นว่า ในสังคมการเมืองเสรีประชาธิปไตย ทุกภาคส่วนของของสังคมมีหน้าที่ต้องยืนยันและยอมรับว่าการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธและการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีภายใต้กรอบของกฎหมายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมหรือการแสดงความคิดเห็นนั้นก็ตาม ทั้งนี้เพราะการยืนยันร่วมกันในลักษณะดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน แต่ยังเป็นการสร้าง &amp;quot;ฉันทามติพื้นฐาน&amp;quot; หรือ &amp;quot;คุณค่าพื้นฐาน&amp;quot; ร่วมกันของสังคมว่าจะดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายในทางความคิดและอุดมการณ์ได้อย่างสันติ ด้วยเหตุนี้องค์กรที่ใช้อำนาจรัฐทั้งหลายจึงมีหน้าที่ที่จะต้องให้หลักประกันแก่ประชาชนว่าจะสามารถใช้สิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างอิสระและปลอดภัย ตลอดจนจะต้องงดเว้นไม่ใช้มาตรการทางกฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการขัดขวางหรือตอบโต้การใช้สิทธิและเสรีภาพดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ยังมีความเห็นอีกด้วยว่า ในสังคมการเมืองพหุนิยมซึ่งมีความคิดและอุดมการณ์แตกต่างหลากหลาย ทุกภาคส่วนของสังคมควรยอมรับว่าไม่มีคุณค่าใดเป็นคุณค่าสูงสุดเด็ดขาด แต่ควรเปิดโอกาสให้คุณค่าทั้งหลายที่ขัดแย้งกันอยู่นั้นได้มี &amp;quot;พื้นที่ในสังคมการเมือง&amp;quot; และมีโอกาสในการพัฒนาตนเองหรือพัฒนาการอุดมการณ์แห่งคุณค่านั้นด้วย แม้ว่าการเคลื่อนไหวหรือการแสดงออกของผู้ชุมนุมเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นบั่นทอนคุณค่าที่คนกลุ่มอื่นของสังคมยึดถือจนพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรง การประสานคุณค่าและความต้องการที่แตกต่างหลากหลายจะเป็นหลักประกันของการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมเสรีประชาธิปไตยและช่วยเปิดทางสู่การมีพื้นที่ร่วมเพื่อพัฒนาสังคมไปในทางที่ดีขึ้นดังที่ผู้ใช้สิทธิเสรีภาพพึงประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 14 สิงหาคม 2563
1. รองศาสตราจารย์ ดร.มุนินทร์ พงศาปาน
2. รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
3. อาจารย์เมษปิติ พูลสวัสดิ์
4. อาจารย์อัครวัฒน์ เลาวัณย์ศิริ
5. อาจารย์เฉลิมวุฒิ ศรีพรหม
6. รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมินทร์ บุตรอินทร์
7. อาจารย์ปวีร์ เจนวีระนนท์
8. อาจารย์ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล
9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล เดชสมบูรณ์รัตน์
10. อาจารย์มาติกา วินิจสร
11. อาจารย์อภินพ อติพิบูลย์สิน
12. รองศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์
13. ศาสตราจารย์ ดร.สุเมธ ศิริคุณโชติ
14. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง
15. รองศาสตราจารย์ ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
16. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตามพงศ์ ชอบอิสระ
17. อาจารย์ปทิตตา ไชยปาน
18. อาจารย์ปรีญาภรณ์ อุบลสวัสดิ์
19. ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอฤมต
20. อาจารย์เอื้อการย์ โสภาคดิษฐพงษ์
21. อาจารย์กรกนก บัววิเชียร
22. อาจารย์พัชราภรณ์ ตฤณวุฒิพงษ์
23. อาจารย์ภัทรพงษ์ แสงไกร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74449</URL_LINK>
                <HASHTAG>มุนินทร์ พงศาปาน, ม็อบมธ., แถลงการณ์23คณาจารย์มธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f365d42f2df4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณบดีนิติฯ มธ. ชี้ คกก.สางคดีบอส ไม่ใช่ศาลชี้ถูกผิด แต่เปิดช่องสอบทุกข้อสงสัยได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายมุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมนัดแรก ว่า ที่ประชุมจะมีการตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย จากประชาชนและสังคม ซึ่งถือเป็นกรอบการทำงานหนึ่งของคณะกรรมการฯว่าข้อสังเกตต่างๆจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะสามารถรื้อคดีใหม่ได้หรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบในเรื่องนี้ เพราะคิดว่าควรให้คณะกรรมการฯ ได้มีการพูดคุยกันก่อน และหลังจากพูดคุยน่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดูแล้วไม่น่าจะยากอะไร เพราะกฎหมายมีทางออกเสมอ อยู่ที่ผู้มีอำนาจจะใช้ช่องทางทางกฏหมาย เพียงแต่ผู้มีอำนาจจะนำช่องทางเหล่านั้นมาใช้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ อำนาจของนายกรัฐมนตรีจะสามารถไปสั่งการหรือคดีได้หรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า เดาว่านายกฯต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้ทำงานโดยอิสระ เพราะตนก็เข้ามาเป็นกรรมการในฐานะนักวิชาการ ซึ่งมีนักวิชาการหลายท่านเข้ามา น่าจะมีความประสงค์ให้มีเป็นอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ประเด็นที่คณะกรรมการจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือประเด็นใด นายมุนินทร์​ กล่าวว่า คงไม่ได้โฟกัสประเด็นใดเป็นพิเศษ เพราะทุกประเด็นที่นำเสนอจะประกอบการให้เห็นภาพสิ่งที่สังคมสงสัยคือ​ ปัญหาของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา​ ซึ่งก็มาจากข้อสงสัยทุกข้อที่รวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ คดีนี้ซับซ้อนหรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่ได้ซับซ้อนตามกฏหมาย แต่ซับซ้อนในข้อเท็จจริง เพราะอยากรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรกันแน่ ต้องหาความจริงให้ปรากฏ และเมื่อความจริงปรากฏก็จะเห็นข้อเท็จจริงปรากฏ​ จะเห็นช่องทางทางกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้หรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า คิดว่าความตั้งใจเป็นอย่างนั้น​ แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะ ส่วนใช้เวลา 30 วันเพียงพอหรือไม่นั้น เชื่อว่าพอในการทำงานบางอย่าง​ ต้องขอย้ำว่าคณะกรรมการไม่ใช่ศาล ไม่สามารถจะชี้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยน่าจะประเมินได้ว่าข้อสงสัยมันมีมูลหรือไม่ เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนอย่างจริงจังต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงในรายละเอียดซึ่งคงต้องรอกรอบการทำงานในวันนี้ (3 ส.ค.)ก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73296</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คดีบอส กระทิงแดง, มุนินทร์ พงศาปาน, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27d64dc8eac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
