<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ถกทูตมองโกเลีย ตั้งเป้าเพิ่มการค้า 3,000 ล้านปี 66 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนายทูมูร์ อามาร์ซานา เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย เข้าพบปะหารือว่า ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีโอกาสต้อนรับท่านทูตจากมองโกเลีย หลังจากมีความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศมา 47 ปี โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีข้อสรุปร่วมกัน ที่จะผลักดันการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันจากปี 2563 ที่มีมูลค่า 1,140 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง เพราะมองโกเลียจะใช้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน และไทยจะใช้มองโกเลียเป็นประตูการค้าสู่รัสเซียหรือกลุ่มประเทศที่แตกออกจากรัสเซียได้

ทั้งนี้ ยังได้เห็นตรงกันที่จะตั้งคณะอนุกรรมการทางการค้า มีกระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ ภายใต้คณะกรรมการร่วมเจรจาไทย-มองโกเลีย ที่กระทรวงต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะใช้เป็นเวทีเจรจาการค้าระหว่างกัน ก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ในอนาคต และจะร่วมมือกันเร่งกำหนดข้อตกลงเรื่องการคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันและเร่งบังคับใช้ข้อตกลงการจัดเก็บภาษีซ้อนโดยเร็ว รวมทั้งจะทำงานร่วมกันในการลดต้นทุนการขนส่ง เพราะเดิมการส่งออกไปมองโกเลีย หรือจากมองโกเลียมาไทย ต้องไปผ่านจีนทางทะเลก่อน แต่หากสามารถส่งไปทางบกได้ ก็จะเป็นทางเลือกและลดต้นทุน

นายจุรินทร์กล่าวว่า ไทยได้ใช้โอกาสนี้ ขอให้มองโกเลียสนับสนุนการนำเข้าสินค้าอาหารของไทย ทั้งข้าว เครื่องปรุงรส อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม น้ำตาล ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องมือแพทย์ และกระดาษ ขอให้เชิญชวนผู้นำเข้ามองโกเลียเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร&amp;nbsp;THAIFAX&amp;nbsp;ที่กระทรวงพาณิชย์จะจัดขึ้นในเดือนก.ย.2564 และให้ช่วยประสานเอกชนหรือผู้นำเข้าของมองโกเลียเข้าร่วมงานเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำการค้าระหว่างกัน และหากโควิด-19 คลี่คลาย ให้ประสานนักท่องเที่ยวมองโกเลียเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย เพื่อเข้ามารับบริการด้านสุขภาพ หรือท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ส่วนมองโกเลีย ได้ขอให้ไทยช่วยสนับสนุนการนำเข้าเนื้อสัตว์ และนม โดยตลาดใหญ่ของมองโกเลีย คือ จีนและรัสเซีย ซึ่งได้แจ้งว่าไทยยินดีให้การสนับสนุน แต่ต้องผ่านการรับรองความปลอดภัยด้านอาหารจากกรมวิชาการเกษตรและกรมปศุสัตว์ของไทยตามขั้นตอนให้ครบถ้วนก่อน และขอให้สนับสนุนการจัดทำข้อตกลงเรื่องการคุ้มครองการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งได้แจ้งไปว่าไทยกำลังจะทำโมเดลกลางรูปแบบการคุ้มครองการลงทุนที่เป็นมาตรฐาน สามารถนำไปใช้กับทุกประเทศในโลก และสนใจทำข้อตกลงเรื่องการไม่จัดเก็บภาษีซ้อน การลดต้นทุนด้านการขนส่ง รวมทั้งได้แจ้งว่า ยินดีต้อนรับนักลงทุนไทยด้านสุขภาพเข้าไปลงทุน ซึ่งล่าสุด มีโรงพยาบาลไทยบางแห่งเข้าไปลงทุนแล้ว

สำหรับมองโกเลีย มีประชากร 3.3 ล้านคน มีจีดีพีประมาณ 4.4 แสนล้านบาท เป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญลำดับ 6 ของไทยในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก มีมูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2563 ประมาณ 1,140 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103574</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ประเทศมองโกเลีย, มูลค่าการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a61a1025031.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปลื้มเอฟทีเอดันมูลค่าการค้าพุ่งกระฉูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมเจรจาการค้าปลื้มข้อตกลงเอฟทีเอ 12 ฉบับ หนุนมูลค่าการค้าขยายตัวกระฉูด โดยเฉพาะตลาดอาเซียน เติบโต 700%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงการขยายตัวของการค้าและการส่งออกของไทยกับประเทศคู่ค้าที่มีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 12 ฉบับ ว่ากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ติดตามสถิติการค้าพบว่ามูลค่าการค้าและการส่งออกของไทยกับประเทศคู่ FTA มีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดย FTA ที่ไทยทำกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน หรืออาฟต้า ถือเป็น FTA ที่มีมูลค่าการค้าขยายตัวสูงสุดในบรรดา FTA ทั้งหมด 12 ฉบับ โดยมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน ขยายตัวกว่า 707% &amp;nbsp;นับตั้งแต่ความตกลง AFTA มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2536 โดยในปี 2560 การส่งออกของไทยไปประเทศสมาชิกอาเซียน มีมูลค่า 59.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก และเครื่องจักรกล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าการค้าและการส่งออกของไทยกับประเทศคู่ FTA ที่มีการขยายตัวในระดับรองลงมาคือ FTA ไทย-อินเดีย (TIFTA) โดยมีมูลค่าการค้าขยายตัวกว่า 406% นับตั้งแต่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2547 โดยในปี 2560 มูลค่าการส่งออกของไทยไปอินเดีย อยู่ที่ 6.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องจักรกล เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ FTA ที่มีมูลค่าการค้าและการส่งออกกับไทยเป็นอันดับ 3 คือ FTA อาเซียน&amp;ndash;จีน หรือ ACFTA โดยมีอัตราการเติบโตของการค้าอยู่ที่ 262% &amp;nbsp;นับจากมีผลใช้บังคับเมื่อกรกฎาคม 2548 มูลค่าการส่งออกของไทยไปจีน ในปี 2560 สูงถึง 29.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญคือ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์ และ เคมีภัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอันดับ 4 และ 5 ได้แก่ FTA ไทย&amp;ndash;นิวซีแลนด์ และไทย-ออสเตรเลีย โดยในส่วน FTA ไทย&amp;ndash;นิวซีแลนด์ มูลค่าการค้าขยายตัว 194.8% &amp;nbsp;นับจากบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 โดยมูลค่าการส่งออกจากไทยไปนิวซีแลนด์ ในปี 2560 อยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกหลัก &amp;nbsp;ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์ยาง สำหรับ FTA ไทย-ออสเตรเลีย มูลค่าการค้าขยายตัวถึง132% นับจากบังคับใช้เมื่อมกราคม 2548 โดยมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังออสเตรเลีย ในปี 2560 สูงถึง 10.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ อัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติก และอาหารทะเลกระป๋อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2849</URL_LINK>
                <HASHTAG>FTA, กระทรวงพาณิชย์, จีน, มูลค่าการค้า, อาเซียน, อินเดีย, เอฟทีเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a7fde4fc567d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
