<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอ๊ด คาราบาว&#039; ร่วมขบวนเดินรณรงค์กัญชารักษาโรค เจ้าอาวาสเดินหน้าแจกยาหวั่นผู้ป่วยอาการทรุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเดินเท้าเพื่อผู้ป่วยถึงจุดหมาย ประชาชนนับพันรอรับแน่นวัด 12 เครือข่ายแถลงเรียกร้อง 4 ข้อ เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอเดินหน้าแจกยา-หวั่นผู้ป่วยอาการทรุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.62 - ขบวนเดินเพื่อผู้ป่วย:กัญชารักษาโรค ที่นำโดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้เริ่มออกเดินเท้าจากวัดป่าเลไลย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ไปยังวัดบางปลาหมอที่อยู่ห่างออกไปราว 4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเดินในวันสุดท้าย หลังจากเริ่มออกเดินจากจังหวัดพิจิตรตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม โดยมีประชาชนเข้าร่วมมากกว่า 500 คน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิตได้ร่วมเดินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวกับคณะก่อนเคลื่อนขบวนว่า ตนผูกพันกับแอ๊ดเพราะสนิทกับนายมนัส โอภากุล บิดาของแอ๊ดมานาน ซึ่งก่อนออกเดินเท้าในครั้งนี้แอ๊ดได้แสดงน้ำใจด้วยการสนับสนุนซึ่งนอกจากการเดินแล้ว ได้ขอให้แอ๊ดจัดคอนเสิร์ต เพราะตามประเพณีไทยแล้วหลังจากเสร็จสิ้นงานบุญก็มักฉลอง ดังนั้นในค่ำวันอาทิตย์นี้คาราบาวจึงได้จัดคอนเสิร์ตขึ้น นอกจากนี้ยังได้บอกแอ๊ดว่าอยากให้แก้ไขเพลงกัญชาซึ่งตอนท้ายจบว่า &amp;ldquo;นอนตายใต้ต้นกัญชา&amp;rdquo; ทำให้ภาพของกัญชาไม่ดี ซึ่งแอ๊ดรับปากและได้แต่งเพลงกัญชาให้ใหม่ โดยได้ปรึกษาตนและถามว่าความหมายของการปฎิวัติกัญชาคืออะไร ตนได้บอกว่าคือการปฎิวัติความคิด เพราะกัญชาเป็นยาวิเศษและมหัศจรรย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายยืนยง กล่าวว่า ได้แก้ไขเนื้อหาที่บอกว่า &amp;ldquo;นอนตายใต้ต้นกัญชา&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;มหัศจรรย์กัญชา&amp;rdquo; โดยตนมีญาติที่ป่วยและใช้กัญชารักษา ดังนั้นจึงขอเดินเคียงข้างอาจารย์เดชาซึ่งทำเพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.30 น.คณะเดินเท้าได้มาถึงวัดบางปลาหมอโดยทั้งหมดได้ร่วมกันถวายเพล และมีพิธีบายศรีรับขวัญอาจารย์เดชาและผู้ป่วย ขณะที่มีประชาชนหลายพันคนมาร่วมงานโดยได้มีการลงชื่อเพื่อรับน้ำมันกัญชากันอย่างเนืองแน่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 14.00 น.แกนน้ำเครือข่ายที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ทั้ง 12 องค์กรได้ร่วมกันอ่านคำแถลง ซึ่งระบุว่าการเดินเพื่อผู้ป่วยได้ก้าวมาถึงจุดหมายปลายทางแล้วในวันนี้ นับตั้งแต่ได้ย่างเท้าก้าวแรกจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 รวมระยะทาง 268 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลาแห่งการเดินทางนี้ มีประชาชนจำนวนมากที่ได้หมุนเวียนร่วมกันเดินสู่จุดหมายโดย 32,049 คน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายการใช้กระท่อมและกัญชาเพื่อการแพทย์ และผู้ป่วยจำนวน 40,145 คน ร่วมลงชื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยการใช้กัญชาสูตรน้ำมันเดชาเพื่อรักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีประชาชนระหว่างเส้นทางเดินที่บอกว่าไม่มีอะไรมากพอจะสนับสนุนและเป็นกำลังใจได้นอกเหนือจากหนูนาย่างเพื่อร่วมสมทบเป็นอาหาร หลายคนที่โอนเงินเข้าบัญชีร่วมทำบุญผลิตยากัญชา และผู้ใจบุญบางท่านขอบริจาคมากถึงหนึ่งล้านบาทเพื่อผู้ป่วย ขณะนี้ยอดเงินบริจาคทุกบัญชีรวมกันแล้วมากถึง 4.9 ล้านบาท&amp;rdquo;คำแถลงระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำแถลงระบุด้วยว่า แต่น่าเศร้าสลดที่ผู้ป่วยเหล่านี้หลายแสนคน และอาจมากถึงหลายล้านคน กลับไม่สามารถเข้าถึงยาจากกัญชาได้ จากกฎหมายและระเบียบล้าหลัง ตลอดจนแนวปฏิบัติของรัฐที่เอื้ออำนวยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ เช่น การเปิดโอกาสบริษัทยาข้ามชาติยื่นขอสิทธิบัตรผูกขาด และอ้างเหตุนำเข้าผลิตภัณฑ์กัญชาจากต่างชาติ กีดกันหมอพื้นบ้านไม่ให้ผลิตยา และไม่สามารถเข้าถึงวัตถุดิบกัญชาได้ จึงขอประกาศอิสรภาพการใช้กัญชารักษาโรค เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงยาและเลือกวิธีการรักษาโรค เคารพภูมิปัญญาและการส่งเสริมบทบาทของหมอยาพื้นบ้าน ต่อต้านการผูกขาดยาและเสริมสร้างการพึ่งพาตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้องดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยนับแสนนับล้านคนที่รออยู่สามารถเข้าถึงยากัญชาโดยเร็วที่สุด หากรัฐเพิกเฉย ผู้ป่วยและประชาชนจากทุกจังหวัด จะร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน&amp;rdquo;คำแถลงระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระปลัดธนิต จนทิโก เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ กล่าวว่าน้ำมันกัญชาและยาที่เป็นผลิตภัณฑ์กัญชาที่นำมาแจกนั้น ส่วนใหญ่เป็นของเดิมที่อาจารย์เดชาทำไว้ก่อนที่จะถูกจับ สาเหตุที่ต้องแจกเพราะภายหลังจากทราบผู้ป่วยทราบข่าวว่าทีมงานของอาจารย์ถูกจับและจะไม่มีการแจกยาอีก ทำให้หลายคนอาการทรุดเพราะกลัวจะไม่มียากินโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งเท่าที่สังเกตผู้ป่วยมะเร็ง 90% มีอาการดีขึ้นหลังจากรับยาไปแล้ว โดยก่อนรับยาทางวัดจะให้รับศีลและตั้งสัจจะ นอกจากนี้ในทุกสัปดาห์สิ้นเดือนจะมีการทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถามว่ากลัวถูกจับมั้ย จะให้อาตมาทำอย่างไรได้ในเมื่อผู้ป่วยมาหา ถ้าเขาไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ยิ่งอาการทรุด เขามาวัดบางปลาหมอต้องได้ยาติดไม้ติดมือกลับบ้าน คนเป็นมะเร็งเรายังพอหาน้ำมันกัญชาให้ได้ โรคอื่นๆ เช่นปวดเมื่อย เราแจกยาหม่องอารมณ์ดีให้ไปใช้ คนเป็นโรคผิวหนังก็ใช้สบู่ แค่นี้เขาก็มีกำลังใจแล้ว เรารู้ว่ากัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จนบางคนมองว่าอาตมาเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน จริงๆไม่ใช่ เพียงแต่อาตมากลัวคนป่วยไม่มีคนดูแลมากกว่า&amp;rdquo;เจ้าอาวาส กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, จังหวัดสุพรรณบุรี, นายยืนยง โอภากุล, นายเดชา ศิริภัทร, ปฏิวัติกัญชา, มหัศจรรย์กัญชา, มูลนิธิข้าวขวัญ, วัดบางปลาหมอ, เดินเพื่อผู้ป่วย, เพลงกัญชา, แอ๊ด คาราบาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfcf89fde335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2019 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2019 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มหัศจรรย์กัญชา’ เพลงใหม่จาก ‘แอ๊ด คาราบาว’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกือบ 40 ปีที่แล้ว &amp;nbsp;ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว เคยแต่งเพลงบอกเล่าเรื่องราวของ กัญชา พืชที่ถูกตีตราว่าเป็นสิ่งเสพติดและผิดกฏหมายเอาไว้ในเพลงกัญชา ที่เสียงร้อง อารมณ์ดนตรีนั้นล่องลอยสุดขั้ว จนได้รับความนิยมในระดับที่กลายเป็นหนึ่งในเพลงคลาสสิคอีกเพลงของวงคาราบาว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยเทคโนโลยี การศึกษา และการทดลอง เรียนรู้ที่วิวัฒนาการมากขึ้น จากสิ่งเสพติดในอดีต วันนี้กัญชาได้ชื่อว่าเป็นพืชพันธุ์อีกชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณมากมายหากนำมาใช้อย่างถูกวิธี จนกลายเป็นยารักษา หรือบรรเทาโรคร้ายแรงต่างๆ มากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากได้ศึกษาข้อมูลจาก อาจารย์เดชา ศิริภัทร แห่งมูลนิธิข้าวขวัญ อย่างละเอียด ยืนยง โอภากุล เลยจับปากกามาแต่งเพลงเกี่ยวกับพืชชนิดนี้อีกครั้งในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม กลายเป็นเพลง มหัศจรรย์กัญชา เพื่อให้แฟนเพลงได้รับรู้ถึงอีกด้านหนึ่งของกัญชา ด้วยความคิดว่า บัดนี้เราค้นพบพืชมหัศจรรย์ เสมือนธรรมที่ถูกเปิดเผย ย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยบอกเล่าผ่านดนตรีสนุกๆ โจ๊ะๆ โดนใจ ในจังหวะสามช่า สไตล์คาราบาว ที่ไม่มีใครทำได้เสมอเหมือน ซึ่งแฟนๆ ที่สนใจอยากรับรู้ถึงประโยชน์ของพืชที่เคยได้ชื่อว่าเป็นสิ่งเสพติดชนิดนี้ ในเพลง มหัศจรรย์กัญชา &amp;nbsp;สามารถหาฟังได้จาก Spotify, Apple Music, Joox, TrueID Music และDeezer หรือดาวน์โหลดได้จาก iTunes Store โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36706</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, มหัศจรรย์กัญชา, มูลนิธิข้าวขวัญ, ยืนยง โอภากุล, วอร์นเนอร์ มิวสิค, อาจารย์เดชา ศิริภัทร, เพื่อชีวิต, แอ๊ด คาราบาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190524/image_big_5ce7e83940901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลื่อนขบวนเดินรณรงค์แก้กฎหมายกัญชา อ.เดชาชี้ชาวบ้านนับล้านต้องการใช้รักษาแต่เข้าไม่ถึง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระ-ผู้ป่วย-ประชาชนเคลื่อนขบวนเดินเท้ารณรงค์แก้กฎหมายดึงกัญชาออกจากยาเสพติด อ.เดชาชี้ชาวบ้านนับล้านต้องการใช้รักษาแต่เข้าไม่ถึง ดร.อาทิตย์วอนรัฐบาลปลดล็อค อดีตตำรวจเผยป่วยเป็นมะเร็งใช้จนอาการหายขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62 - ที่บริเวณวัดป่าวชิรโพธิญาณ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เครือข่ายภาคประชาชน 10 องค์กรประกอบด้วย มูลนิธิข้าวขวัญ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิสุขภาพไทย มหาวิทยาลัยรังสิต เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพ(ขสช.)ประชาชน และเครือข่ายผู้ป่วย (Healthy Forum) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม &amp;ldquo;เดินเพื่อผู้ป่วย:กัญชารักษาโรค&amp;rdquo; โดยการเดินเท้าจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ ไปถึงวัดบางปลาหมอ จังหวัดสุพรรณบุรี รวมระยะทาง 268 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางจะมีเวทีบรรยายพิเศษและเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายกัญชารักษาโรค โดยมีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆแสดงความจำนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บรรยากาศที่วัดป่าวชิรโพธิญาณเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า โดยมีพระสงฆ์และประชาชนหลายร้อยคนรวมถึงผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งเดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งได้มีการถวายอาหารพระตั้งแต่เวลา 07.30 น. และรับพรจากพระก่อนเริ่มต้นเดินขบวน ซึ่งในวันแรกจะเดินเท้าไปตามถนนเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร จนกระทั่งเวลา 09.39 น.ขบวนเดินเท้าได้เริ่มออกเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าวว่า เป้าหมายหลักในการเดินครั้งนี้มีด้วยกัน 3 ประการคือ 1.ต้องการปรับเปลี่ยนกฎหมายปัจจุบันให้ดีขึ้นเพราะกัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ แม้จะผ่อนผันให้ทำยาได้แต่ขอบเขตจำกัดมาก ทำให้การผลิตและแจกจ่ายเข้าถึงผู้ป่วยได้น้อยมาก อย่างกรณีที่ตนดำเนินการอยู่ทำอย่างเต็มที่ก็สามารถแจกจ่ายได้ไม่เกิน 1 หมื่นคนต่อปี ขณะที่ผู้ป่วยที่ต้องการใช้ยาชนิดนี้มีมากกว่า 8 แสน - 2 ล้านคน ซึ่งในอนาคตน่าจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 10 ล้านคน ดังนั้นจึงควรปรับกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสมุนไพรชนิดนี้มากขึ้นโดยแยกกัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ต้องการให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชนก่อนว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นยารักษาโรคซึ่งการใช้ที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะการรักษาและแก้ไขปัญหาสุขภาพซึ่งมีราคาถูก สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากโดยเฉพาะลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และ 3.ระดมทุนบริจาคเพื่อผลิตยาสำหรับแจกฟรี และหากยังทำไม่ได้มากก็ใช้ทุนก้อนนี้ในการรณรงค์ในการปรับกฎหมาย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรม และจัดครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ เพียงแต่เป็นการเริ่มต้น และมีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องให้ความรู้โดยการอบรม จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่ผมศึกษาและทำเรื่องกัญชามา 6 ปี เริ่มจากทดลองใช้กับตัวเองก่อน แล้วใช้กับลูกศิษย์ สุดท้ายใช้กับสาธารณชน เราพบว่ากัญชามีประโยชน์มาก เราต้องการให้ทุกคนเข้าถึงกัญชาอย่างทั่วถึง อยากให้ทุกคนปลูกและสกัดได้เพื่อรักษาตัวเอง ในระดับชุมชนอยากให้มีการแจกจ่ายฟรีสมุนไพรชนิดนี้กับผู้ป่วยทุกอำเภอ คือมี 1 วัดในทุกอำเภอแจกจ่ายอย่างทั่วถึง เราอาจใช้พื้นที่ปลูกกัญชาอำเภอละ 10 ไร่ ซึ่งคาดว่ามีผู้ป่วยอำเภอละไม่เกิน 3 หมื่นคน หากทำได้ระบบสาธารณะสุขในบ้านเราจะดีขึ้นมาก ดีกว่าต้องพึ่งระบบสุขภาพของรัฐและเอกชนอย่างเดียว&amp;rdquo;อาจารย์เดชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าวว่าหลายโรคที่ใช้น้ำมันกัญชาหลายเกือบร้อยเปอร์เซ็น เช่น โรคไมเกรนซึ่งหายขาดแน่นอน ครั้งแรกที่ตนเริ่มทดลองใช้กับผู้ป่วย 147 คน ปรากฏว่าอาการดีขึ้นและหาย 142 คน นอกจากรักษามะเร็ง รักษาตาแล้วตนยังใช้หยอดหู และอีกโรคหนึ่งที่รักษาได้จริงคือโรคซึมเศร้าที่น่ากลัวกว่ามะเร็งซึ่งคนไทยเป็นกันมากแต่ไม่แสดงอาการ ส่วนมากมารู้ตัวตอนอาการระดับ 4 ซึ่งคิดอยากฆ่าตัวตายแล้ว เป็นโรคแห่งยุคสมัยยิ่งประเทศเจริญประชาชนยิ่งเครียดมากขึ้น ประเทศที่เจริญแล้วคนที่ฆ่าตัวตายจะมากกว่าการที่ถูกคนอื่นฆ่าซึ่งประเทศไทยกำลังเป็นเช่นนั้น ตนพบคนไข้คนหนึ่งที่นอนไม่หลับแม้จะกินยาจากแพทย์ก็ไม่หลับ แต่เมื่อกินน้ำมันกัญชาปรากฏว่าหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราพบว่าระบบที่รักษากัญชาไม่ได้รักษาโรคโดยตรง แต่รักษาทางอ้อม โดยการนอนหลับซึ่งสำคัญมากในการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งมีปัจจัยในการวัดคือ 1.นอน 6-10 ชั่วโมงซึ่งยานอนหลับทำได้แต่กัญชาทำได้ดีกว่า 2.ต้องหลับลึกอย่างน้อยร้อยละ 20 ของการหลับซึ่งยานอนหลับทำไม่ได้แต่กัญชาทำได้ 3.หลับแล้วฝันซึ่งกัญชาทำได้ 4.กัญชาช่วยนอนหายใจอย่างดี เพราะยิ่งอายุเยอะยิ่งหายใจไม่ได้ บางคนหยุดหายใจซึ่งเป็นอันตรายมากๆ แต่กัญชาได้ช่วยควบคุมการทำงานของสมองเต็มที่&amp;rdquo;อาจารย์เดชากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์เดชากล่าวว่า การนิรโทษกรรมผู้ที่ครอบครองกัญชาหมดตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ทำให้วันนี้ไม่มีการคุ้มครองแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครปลูกกัญชาได้ยกเว้นภาครัฐทำเองหรืออนุญาตให้ใครปลูกซึ่งไม่เพียงพอ ทุกวันนี้เราแจกเกิน 10 กิโลกรรมอาจถูกตั้งข้อหารุนแรงว่าจำหน่ายยาเสพติดโดยไม่ต้องมีหมายศาลค้น ดังนั้นวันนี้กัญชายังเป็นยาอันตรายของกฎหมาย ซึ่งประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ แม้วันนี้ทำได้แต่ก็แจกไม่ได้เพราะผิดกฎหมายต้องรอให้ อย.รับรองก่อน ซึ่งการจะแจกได้ต้องมีสถาบันวิชาการมาช่วยซึ่งมีเงื่อนไขเยอะ และผิดกฎหมายไปหมด สุดท้ายแม้มีกัญชามากมาย แต่หากจ่ายผ่านงานวิจัยเต็มที่ก็แจกได้ไม่เกิน 300 คนแต่คนไข้ที่มารับยากับตนอย่างน้อย 8,000 คน ซึ่งตอนนี้มีคนมาลงทะเบียนกว่า 20,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่าประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้โดย 1.เข้าร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์ตามเส้นทางที่ได้ประกาศ แม้ขณะนี้จะปิดรับลงทะเบียนทางเพจเฟซบุคแต่สามารถลงทะเบียนได้ที่หน้างาน &amp;nbsp;2. เข้าร่วมฟังบรรยายเสวนาตามกำหนดการในเส้นทางแวะพัก 3.บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการผลิตยาแจกจ่ายแก่ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นและไม่สามารถเข้าถึงยาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ลงชื่อสนับสนุนการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดเพื่อการแพทย์ เรียกร้องให้แก้กฎระเบียบและกฎหมาย เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากัญชาและหมอพื้นบ้านสามารถปลูก ปรุง และแจกจ่ายยาได้โดยปราศจากอุปสรรค 5.ลงชื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยน้ำมันกัญชาเพื่อการรักษา 6. ร่วมแชร์ข้อมูลและข่าวสาร เดินเพื่อผู้ป่วยเพื่อสร้างความรู้และพลังซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง ได้ทางเพจเฟซบุค เดินเพื่อผู้ป่วย cannabis walk Thailand &amp;nbsp;เพจปฏิวัติกัญชา เพจไบโอไท เพจมูลนิธิข้าวขวัญและเพจมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ทั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสด ทางเพจเฟซบุคเดินเพื่อผู้ป่วย Cannabis walk Thailand &amp;nbsp;และเพจสื่อเถื่อนตลอดการเดินเท้า20 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้ร่วมกันอ่านคำประกาศก่อนออกเดินว่า การมารวมตัวกันของประชาชนครั้งนี้เพื่อต้องการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดเพื่อการแพทย์และยารักษาการป่วยไข้ที่เป็นสิทธิและศีลธรรมขั้นพื้นฐาน ซึ่งสืบทอดมายาวนานกว่า 300 ปี ดังปรากฏหลักฐานในตำราโอสถพระนารายณ์ โดยการเดินเพื่อผู้ป่วย คือการประกาศอิสรภาพของประชาชน ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงยาจากกัญชา และหมอยาพื้นบ้านตลอดจนบุคคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขสามารถปลูก ปรุง และแจกจ่ายยากัญชาได้โดยปราศจากกฎระเบียบและกฎหมายขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคประชาชนระบุว่า ขบวนการเดินด้วยเท้าของสามัญชนคนเล็กคนน้อยครั้งนี้ มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่เฉกเช่นการเดินของมหาตมคานธี เพื่อเรียกร้องสิทธิการทำเกลือของประชาชนอินเดีย ซึ่งในที่สุดนำไปสู่การประกาศอิสรภาพของอินเดีย ในขณะที่เป้าหมายการเดินครั้งนี้เป็นไปเพื่อการเข้าถึงยา การคุ้มครองส่งเสริมการพึ่งพาตนเองในการรักษาพยาบาลของประชาชน ต่อต้านการผูกขาด และการออกกฎระเบียบหรือกฎหมายใดๆที่เอื้ออำนวยประโยชน์การใช้กัญชาทางการแพทย์แก่กลุ่มทุนหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสิต ซึ่งร่วมเดินเท้า กล่าวว่า ประชาชนเดือดต้อนแสนสาหัส ซึ่งกัญชาสามารถรักษาโรคได้แต่ประชาชนเข้าไม่ถึงเพราะรัฐบาลยังกีดกันให้กัญชาเป็นยาเสพติดเราจึงต้องเดินด้วยเท้าเรียกร้องให้กัญชาออกจากยาเสพติดและเป็นสมุนไพรรักษาประชาชน อยากให้ผู้มีอำนาจเห็นใจประชาชนที่ป่วยยาก การเดินครั้งนี้แม้พวกเราจะป่วยและแก่เฒ่าแต่ก็ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อคครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตตำรวจนายหนึ่งซึ่งเคยป่วยด้วยโรคมะเร็งและใช้น้ำมันกัญชารักษาจนหาย เปิดเผยว่าเมื่อปี 2556 แพทย์ตรวจพบว่าตนเป็นมะเร็งที่ตับและได้ผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออก 2 ครั้ง แต่ปี2559 ตรวจพบว่ามะเร็งได้ลามไปที่ปอดจนต้องผ่าตัดอีก ต่อมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เริ่มใช้น้ำมันกัญชาแบบเข้มข้นหยดใต้ลิ้น ปรากฏว่าเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกเพราะสามารถนอนหลับลึก และเมื่อครบ 1 เดือนไปตรวจพบเนื้อร้ายหายไป เช่นเดียวกับตุ่มที่ขึ้นบนแขนซึ่งเป็นอาการข้างเคียงของมะเร็ง เมื่อใช้น้ำมันกัญชาทาก็ยุบและหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนนอนตื่นมาก็ยังรู้สึกอ่อนเพลีย แต่พอใช้น้ำมันกัญชาตื่นนอนด้วยความสดชื่นเพราะได้หลับลึก ผมจึงเห็นด้วยที่รัฐควรจัดให้การรักษาด้วยกัญชาเป็นทางเลือกของประชาชน พอเวลาเหล้า-บุหรี่ไม่เห็นอธิบดีหรือผู้มีอำนาจต้องเซ็นให้ใช้ แต่พอกัญชาซึ่งเป็นสมุนไพรรักษาโรคกับต้องเซ็น ผมเชื่อว่าที่กัญชายังติดอยู่ในบัญชียาเสพติดทุกวันนี้เพราะทุนใหญ่ๆไม่ต้องการให้เป็นของประชาชน ผลประโยชน์มันมหาศาล&amp;rdquo; อดีตตำรวจรายนี้ กล่าว และว่า การที่จะทำให้กัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติดได้นั้น ประชาชนต้องรวมตัวกันมากๆเพื่อกดดันรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษามะเร็ง, กัญชารักษาโรค, จังหวัดพิจิตร, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, มูลนิธิข้าวขวัญ, วัดป่าวชิรโพธิญาณ, อาจารย์เดชา ศิริภัทร, เดินเพื่อผู้ป่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce3a21bdba26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2019 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2019 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯป.ป.ส.ปัดจับกัญชามูลนิธิข้าวขวัญเอื้อนายทุนยันทำตามกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 เม.ย.62- นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) แถลงข่าวชี้แจงกรณีการเข้าตรวจสอบที่ทำการมูลนิธิข้าวขวัญพบต้นกัญชาที่เพาะปลูกได้ไม่นาน กว่า 200 ต้น น้ำมันสกัดจากกัญชาประมาณ 20 ลิตร กัญชาบดผงประมาณ 500 กรัม เมล็ดกัญชา 1.8 กิโลกรัม และอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมจับผู้ต้องหา 1 ราย ในข้อหาผลิตและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดข้อกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าว อาจเป็นผลจากนโยบายการปลดล็อคกัญชาเพื่อให้นายทุนผูกขาดทั้งการปลูก การสกัด และการจำหน่ายกัญชาหรือไม่ และมีข้อสังเกตว่ากัญชาของมูลนิธิดังกล่าว เป็นการวิจัยเพื่อแจกให้ประชาชนแบบให้เปล่า ประกอบกับอยู่ในช่วงนิรโทษกรรม 90 วัน อีกทั้งอาจทำให้ผู้ที่กำลังศึกษาวิจัยเรื่องกัญชาต้องหยุดดำเนินการเพื่อมิให้ถูกดำเนินคดีต่อกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยมกล่าวว่า การเข้าตรวจสอบที่ทำการของมูลนิธิฯ เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2562 ได้มีการแพร่ภาพและเนื้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการแจกน้ำมันสารสกัดจากกัญชาให้กับประชาชน เพื่อนำไปใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วย ภายในวัดที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดลพบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการนำสารสกัดจากกัญชามาแจกให้กับประชาชนจริง โดยผู้นำมาแจก มาจากมูลนิธิแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนว่ากัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย การผลิต จำหน่าย ครอบครอง ต้องได้รับอนุญาต ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกกัญชาเองได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้มีการไปตรวจสอบที่ทำการมูลนิธิฯ เมื่อพบกัญชาตามรายละเอียดที่กล่าวมาข้างต้น จึงหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะต้องตรวจยึดและจับผู้ต้องหาที่ทำการผลิตและครอบครอง ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย กัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 การดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าจะผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครองหรือเสพ หากไม่ได้รับอนุญาตก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งหากเจ้าพนักงานไม่ดำเนินการก็เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับกัญชาเพื่อให้ได้รับการยกเว้นโทษภายใน 90 วัน นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะสิ้นสุดภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 นั้น ผู้มีไว้ในครอบครองจะต้องปฏิบัติตามที่เงื่อนไขกำหนดก่อน โดยผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายให้ยื่นขออนุญาต หรือกรณีผู้ป่วย หรือบุคคลอื่นให้แจ้งการมีไว้ในครอบครอง มิได้หมายถึงว่าจะทำการใด ๆ ได้โดยรับการยกเว้นโทษก่อนได้รับอนุญาต หรือแจ้งการครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีมีข้อกังวลว่า การดำเนินการกับมูลนิธิดังกล่าวว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนหรือไม่ ข้อเท็จจริงขณะนี้มีเพียงองค์กรของรัฐ 2 หน่วยงาน ที่ได้รับอนุญาตในการผลิตคือ องค์การเภสัชกรรม และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อีกทั้งกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไข และคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับอนุญาตไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในระยะ 5 ปีแรก การผลิต นำเข้า ส่งออก กัญชา ให้อนุญาตได้เฉพาะหน่วยงานรัฐ หรือโดยความร่วมมือของหน่วยงานของรัฐเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า &amp;nbsp;บแต่ได้มีการร่างกฎหมายจนกฎหมายมีผลบังคับใช้ สำนักงาน ป.ป.ส. และ สำนักงาน อย. ได้มีการสร้างความรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนมาโดยตลอดในหลากหลายช่องทางว่านโยบายของรัฐบาลที่เห็นว่ากัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยได้ จึงให้มีการผ่อนปรนและออกกฎหมายเพื่อการดังกล่าว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชนไทยเป็นที่ตั้ง ดังนั้นจึงขอชี้แจงให้พี่น้องประชาชนและองค์กรทุกภาคส่วนมั่นใจว่า การดำเนินการในเรื่องนี้จะไม่มีส่วนเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใดเป็นการเฉพาะทั้งสิ้น ทั้งนี้ สำนักงาน ปปส จะเร่งดำเนินการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33198</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, นายนิยม เติมศรีสุข, มูลนิธิข้าวขวัญ, เลขาธิการป.ป.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5caadfa33c1d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ส.ตั้งโต๊ะแถลงแจงตรวจค้นมูลนิธิข้าวขวัญยึดกัญชา 200 ต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.62-สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โพสต์ข้อความแจ้งว่า วันนี้ (วันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2562) รับชมการแถลงข่าวชี้แจงกรณีความเคลื่อนไหวการนิรโทษกรรมกัญชา และการที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นที่ทำการมูลนิธิแห่งหนึ่ง(ข้าวขวัญ) และยึดของกลางต้นกัญชากว่า 200 ต้น น้ำมันกัญชา พร้อมทั้งอุปกรณ์ในการทำน้ำมันกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยนายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ผ่านทางเฟสบุ๊ค สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรายาเสพติด ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยมให้สัมภาษณ์เบื้องต้นระบุการเข้าตรวจค้นและยึดกัญชาที่มูลนิธิข้าวขวัญ เพราะไม่มีการขออนุญาตและดำเนินการตามข้อกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33190</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, นายนิยม เติมศรีสุข, ป.ป.ส., มูลนิธิข้าวขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5caabab254a79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
