<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2025 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวย่อจังหวัด 77 จังหวัดของประเทศไทย พร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หากคุณกำลังมองหา ตัวย่อจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเพื่อใช้งานในด้านเอกสาร โลจิสติกส์ หรือการวางแผนงานต่าง ๆ บทความนี้ได้รวบรวมมาให้แบบครบถ้วน พร้อมคำแปล ตัวย่อจังหวัด ภาษาอังกฤษ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและถูกต้องมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

ตัวย่อจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด


	กทม - กรุงเทพมหานคร (Bangkok)
	กระ - กระบี่ (Krabi)
	กจ - กาญจนบุรี (Kanchanaburi)
	กส - กาฬสินธุ์ (Kalasin)
	กบ - กำแพงเพชร (Kamphaeng Phet)
	กน - กาฬสินธุ์เหนือ (ใช้ภายในบางหน่วยงาน)
	ขก - ขอนแก่น (Khon Kaen)
	ขอน - ขอนแก่น (ชื่อเต็ม)
	จบ - จันทบุรี (Chanthaburi)
	ฉช - ฉะเชิงเทรา (Chachoengsao)
	ชบ - ชลบุรี (Chon Buri)
	ชน - ชลบุรี (ชื่อเต็ม)
	ชร - เชียงราย (Chiang Rai)
	ชม - เชียงใหม่ (Chiang Mai)
	ตร - ตรัง (Trang)
	ตาก - ตาก (Tak)
	นค - นครนายก (Nakhon Nayok)
	นธ - นราธิวาส (Narathiwat)
	นศ - นครศรีธรรมราช (Nakhon Si Thammarat)
	นว - นครพนม (Nakhon Phanom)
	นม - นครราชสีมา (Nakhon Ratchasima)
	นย - นครนายก (Nakhon Nayok)
	นพ - นครพนม (Nakhon Phanom)
	นฐ - นครปฐม (Nakhon Pathom)
	นน - นนทบุรี (Nonthaburi)
	นบ - นราธิวาส (Narathiwat)
	บก - บึงกาฬ (Bueng Kan)
	บร - บุรีรัมย์ (Buri Ram)
	บญ - บึงกาฬ (ชื่อเต็ม)
	ปน - ปัตตานี (Pattani)
	ปท - ปทุมธานี (Pathum Thani)
	ปข - ประจวบคีรีขันธ์ (Prachuap Khiri Khan)
	ปจ - ปราจีนบุรี (Prachin Buri)
	พย - พะเยา (Phayao)
	พช - พิจิตร (Phichit)
	พร - พรหมพิราม (เฉพาะบางหน่วยงาน)
	พน - พังงา (Phangnga)
	พล - พิษณุ


&lt;p&gt;ดูเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119866</URL_LINK>
                <HASHTAG>Semi ICU, มูลนิธิชัยพัฒนา, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, ห้องระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 ส.ค.64- เพจ มูลนิธิชัยพัฒนา เผยว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ในนามมูลนิธิชัยพัฒนา และกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ( และโรคระบาดต่างๆ ) ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย...ขอบคุณครับ/ค่ะ&amp;hellip;
พร้อมลงพระนามาภิไธย &amp;ldquo;สิรินธร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระฉายาลักษณ์นี้จะพระราชทานแก่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ -เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มีจำหน่าย ณ ร้านภัทรพัฒน์ ทุกสาขา รายได้จากการจำหน่ายสมทบ &amp;ldquo;กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่าง)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/155659084573776/posts/2135451226594542/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย, มูลนิธิชัยพัฒนา, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61271e5a8b4e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64- &amp;nbsp;ณ ห้องเทวะเวสม์ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายเตชพล ฐิตยารักษ์ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้แทนพระองค์ มอบภาพวาดฝีพระหัตถ์และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ในนามมูลนิธิชัยพัฒนา และกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ฯ ความว่า &amp;ldquo;ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย ขอบคุณครับ/ค่ะ&amp;rdquo; โดยพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์พร้อม &amp;ldquo;ถุงพลังใจพระราชทาน&amp;rdquo; จำนวน 2,000 ถุง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสนามในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ด้วยทรงตระหนักถึงความทุ่มเทเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาพร้อมสนับสนุนในการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้เคียงข้างกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมพิธี พร้อมกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108069</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กรมสมเด็จพระเทพ, บุคลากรทางการแพทย์, พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์, มูลนิธิชัยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60db0eea5b5eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทาน &#039;เครื่องช่วยหายใจ&#039; แก่ รพ.ในจังหวัดสงขลาและยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;quot; แจ้งว่า&amp;nbsp;เวลา 10.00 น. นายเทอดศักดิ์ บุณยขจร รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสงขลา เพื่อประกอบพิธีส่งมอบ &amp;ldquo;เครื่องช่วยหายใจ&amp;rdquo; พระราชทานแก่โรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลหาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา 14.00 น. ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลยะลา เพื่อประกอบพิธีส่งมอบ &amp;ldquo;เครื่องช่วยหายใจ&amp;rdquo; พระราชทานแก่โรงพยาบาลยะลา &amp;nbsp;และโรงพยาบาลเบตง พร้อมทั้งส่งมอบ &amp;ldquo;ระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์&amp;rdquo; พระราชทาน ซึ่งเป็นระบบถาวรติดตั้งในห้องผู้ป่วยโรงพยาบาลยะลา เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยระบบดังกล่าวเป็นเทคโนโลยี บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานงบประมาณจากกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ( และโรคระบาดต่างๆ ) จัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ และรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แก่โรงพยาบาลรวมทั้งสิ้น 122 โรงพยาบาล ใน 56 จังหวัด โดยเฉพาะโรงพยาบาลในภาคใต้ ซึ่งเปรียบเสมือนด่านหน้าในการตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศผ่านทางชายแดนใต้ อีกทั้งหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พระราชนี้จะสามารถนำไปช่วยชีวิตผู้ป่วยอื่นได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83637</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพ, จังหวัดยะลา, มูลนิธิชัยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad069b4e2e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล &#039;กรมสมเด็จพระเทพฯ&#039; จากเมล็ดพันธุ์ผัก สู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:มูลนิธิชัยพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63- &amp;nbsp;เพจ มูลนิธิชัยพัฒนา เผยแพร่บทความเรื่อง จากเมล็ดพันธุ์ผัก สู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวิกฤตดินโคลนถล่มที่จังหวัดอุตรดิตถ์เมื่อปี 2549 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริที่จะทรงตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ขึ้น เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิชัยพัฒนาจึงจัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผักสนองพระราชดำรินี้ ขึ้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในปี 2552 และได้พระราชทานชื่อว่า &amp;ldquo;ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ&amp;rdquo; เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 100 ปี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมหลักของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ คือ ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพเพื่อเก็บรักษาสะสมสำรองไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานราษฎรในพื้นที่ประสบภัย อาทิ คะน้า กวางตุ้ง ฟักแฟง แคบ้านดอกขาว ถั่วพู มะเขือเปราะเจ้าพระยา มะเขือขาวกรอบ บวบ กระเจี๊ยบเขียว มะเขือยาว ถั่วฝักยาว พริก น้ำเต้า และมีการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรในการมีพืชสายพันธุ์ที่ดี ทนทานต่อโรคและแมลง ได้ผลผลิตที่ดี และมีศักยภาพในการปรับตัวที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช ซึ่งขึ้นทะเบียนพันธุ์แล้ว และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่อ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วแขกสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วแขกสีเหลืองเทพรัตน์ เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;มะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์&amp;rdquo; &amp;ldquo;พริกขี้หนูปู่เมธ&amp;rdquo; &amp;ldquo;พริกขี้หนูพัฒนฉันท์&amp;rdquo; &amp;ldquo;แตงไทยหอมละมุน&amp;rdquo; &amp;ldquo;มะเขือเทศจักรพันธ์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;มะเขือเทศจักรพันธ์ 2&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วฝักยาวล้านนาชวนอร่อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเนื่องจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริมีพื้นที่จำกัด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชักชวนชุมชนเข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน &amp;ldquo;เพื่อนช่วยเพื่อน&amp;rdquo; ทำให้ราษฎรมีรายได้เสริมและมีโอกาสเข้าร่วมทำงานถวาย เป็นกำลังสำคัญในการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักสำรองไว้ให้เพียงพอตามพระราชประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านชุดแรกแก่ราษฎรในโครงการฟื้นฟูพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัย 17 จังหวัด ในปี 2556 นับจากนั้นได้พระราชทานแก่ผู้ประสบภัยและราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและพื้นที่ทุรกันดารเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2560 ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ราษฎร 52,531 ราย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 260 แห่ง หน่วยทหาร 5 แห่ง และหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ อีก 43 แห่ง มีเมล็ดพันธุ์ผักที่พระราชทานคละกัน 24 ชนิด เป็นจำนวน 510,494 ซอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักให้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่สามารถเก็บเมล็ดปลูกต่อได้ ดังนั้น ราษฎรที่ได้รับพระราชทานจะมีพืชผักที่สามารถเก็บเมล็ดที่สมบูรณ์ไว้ปลูกบริโภคต่อไปได้อย่างยั่งยื&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยแก่ราษฎร เริ่มต้นจากที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จัดทำโครงการ &amp;ldquo;บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง&amp;rdquo; เพื่อให้ราษฎรปลูกผักบริโภคกันในครัวเรือน หากเหลือสามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน&amp;rsquo; โดยได้พระราชทานกล้าต้นมะรุม กล้าต้นเสี้ยว กล้าต้นขี้เหล็ก เมล็ดแค และกล้าไม้ผล เช่น มะม่วง ขนุน ชมพู่มะเหมี่ยว ฝรั่ง มะกอก มะขาม น้อยหน่า ให้ชุมชนนำไปปลูกทั้งในบ้าน ตามริมถนนในหมู่บ้านและที่สาธารณะในหมู่บ้าน โดยมีพระราชประสงค์ให้คนทั้งในหมู่บ้านและคนทั่วไปสามารถเก็บไปประกอบอาหารรับประทานได้และราษฎรมีไม้ผลไว้แบ่งปันกันบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อราษฎรปลูกผักกันภายในบ้านแล้ว จึงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ราษฎรมีสุขภาพดี จึงมีรับสั่งให้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP&amp;rdquo; สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัยจากสารเคมี เพื่อบริโภคเองและจำหน่ายให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ นำมาขายเป็นสินค้าของร้านจันกะผัก ซึ่งเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ร้านหนึ่งของมูลนิธิชัยพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ร่วมสร้างโรงคัดบรรจุผักที่ได้มาตรฐานให้แก่กลุ่มเกษตรกร และให้ความรู้เกี่ยวกับกรรมวิธีในการคัดและบรรจุผักที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2560 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ทำโครงการ &amp;ldquo;ทหารพันธุ์ดี&amp;rdquo; ขึ้น เพื่อฝึกกำลังพลของกองทัพให้มีความรู้ในการปลูกผักปลอดภัย เมื่อปลดประจำการจะได้นำประสบการณ์ที่ได้กลับไปใช้และเผยแพร่แก่ชุมชนในหมู่บ้านของตน ก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างกองทัพและราษฎรในบ้านเกิดของพลทหารปลดประจำการ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารแก่ชุมชนบ้านเกิดของตนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมล็ดพันธุ์พืชผักที่ผลิตสำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานนั้น จะต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี เพื่อให้ราษฎรที่ประสบภัยได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักที่ดีเพื่อพื้นฟูชีวิตหลังจากความเดือดร้อน และสามารถเก็บเมล็ดเพื่อนำมาปลูกต่อได้อีก และที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องมีรสชาติดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งร้านขายผักที่เป็นผลผลิตจากการทดสอบพันธุ์ผัก เมื่อเดือนตุลาคม 2552 และพระราชทานชื่อร้านว่า &amp;lsquo;จันกะผัก&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้ส่งผักสดปลอดภัยของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริไปขายที่ร้านค้าของมูลนิธิชัยพัฒนาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ อาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิร์ด ท๊อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาเชียงราย บางนา ทองหล่อ และชิดลม กรูเมต์มาร์เก็ตที่พารากอนและเอ็มโพเรียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 มีพระราชกระแสรับสั่งเพิ่มเติมให้มูลนิธิชัยพัฒนา ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานในจังหวัดเชียงราย เพื่อสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับพระราชทานราษฎรที่ประสบภัย นาข้าวเสียหาย มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ได้จัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน &amp;ldquo;เพื่อนช่วยเพื่อน&amp;rdquo; ขึ้น มีเกษตรกรในหมู่บ้านสันหลวงใต้และบ้านสันบุญเรือง ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย เข้าร่วมโครงการ 28 ราย มีพื้นที่เพาะปลูก 359 ไร่ 3 งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทานนี้ เป็นความตั้งใจที่จะให้การผลิตเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ผลิตพันธุ์ข้าวด้วยความประณีต ปราศจากพันธุ์ปนหรือข้าวเมล็ดแดง มีคณะกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว เริ่มตั้งแต่ในแปลงนาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จนถึงการบรรจุและเก็บรักษา การปลูกให้ปลูกโดยวิธีปักดำเท่านั้น การเก็บเกี่ยวต้องเก็บเกี่ยวด้วยมือ หรือรถเกี่ยวข้าวที่สะอาด เพื่อป้องกันการปะปนของข้าวพันธุ์อื่น หรือข้าวเมล็ดแดง ที่ผ่านมา ได้พระราชทานพันธุ์ข้าวแก่ราษฎรที่ประสบภัยมากกว่า 500 ราย พันธุ์ข้าวจำนวน 79.795 ตัน พื้นที่ปลูก 5,319 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่ปี 2552 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ&amp;rdquo; ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชสะสมสำรองไว้และพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้เกษตรกรได้มีพันธุ์พืชที่ดี มีคุณภาพ เพื่อเริ่มต้นการเพาะปลูกโดยเชื้อพันธุ์อันเป็นมงคล เมื่อเกษตรกรได้เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ ย่อมจะได้ผลผลิตที่คงคุณภาพและคงลักษณะเด่นได้ครบถ้วน แม้จะปลูกต่อจนเป็นรุ่นลูกและรุ่นหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเมล็ดพันธุ์ผักและกิ่งพันธุ์ไม้ผล ไม้ยืนต้นที่รับประทานได้ ต่อเนื่องมาจนถึงเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาสำรองพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพในเขตพื้นที่ภาคเหนือขึ้นอีกแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลนี้ ทำให้ทรงมีเมล็ดพันธุ์พืชผักและเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ สะสมสำรองเผื่อไว้ ไม่ว่าจะเป็นยามที่ราษฏรประสบภัยธรรมชาติ หรือยามที่ประเทศชาติอยู่ในภาวะคับขัน นับเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า จะทรงมีเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพพระราชทานช่วยเหลือฟื้นฟูราษฎร ให้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์ผักปลูกบริโภคกันได้ตลอดไป ประเทศไทยของเราจะไม่ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ อันเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการผลิตอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแก่พสกนิกรของพระองค์ให้มีความมั่นคงทางด้านอาหาร อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับความมั่นคงของชาติไทยอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76137</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, มูลนิธิชัยพัฒนา, ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4dd07e776ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิชัยพัฒนา เล่าเรื่อง &#039;ปลานิล&#039; ครั้งใดที่ได้ลิ้มรส ขอให้ระลึกไว้เป็นหนึ่งโครงการในหลวง ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา เผยแพร่เรื่องเล่า &amp;quot;การเดินทางของปลานิล&amp;quot; ซึ่งเป็นบทความจากวารสารมูลนิธิชัยพัฒนา ฉบับเดือนเมษายน 2551 มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;ปลานิล เป็นปลาที่คนไทยคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าปลานิลมีประวัติศาสตร์ และมีเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์ นั่นก็คือ กษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีไทยและจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโต เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ทรงจัดปลานิลจำนวน 50 ตัว ความยาวเฉลี่ยตัวละประมาณ 9 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 14 กรัม ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดินเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางเมตร ภายในบริเวณสวนจิตรลดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเลี้ยงได้สักระยะปรากฎว่ามีลูกปลาเกิดขึ้นจำนวนมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่ขุดบ่อขึ้นใหม่อีก 6 บ่อ เนื้อที่เฉลี่ยบ่อละประมาณ 70 ตารางเมตร และได้ทรงย้ายพันธุ์ปลาด้วยพระองค์เอง จากบ่อเดิมไปปล่อยในบ่อใหม่ทั้ง 6 บ่อ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2508 &amp;nbsp;ต่อจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมประมงจัดส่งเจ้าหน้าที่วิชาการมาตรวจสอบการเจริญเติบโตเป็นประจำทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทรงเลี้ยงไปสักระยะ ทรงสังเกตเห็นว่าปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ออกลูกดก เจริญเติบโตได้รวดเร็ว จึงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ปลานิลนี้แพร่ขยายพันธุ์ อันจะเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์ ดังนั้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2509 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อปลานิลนี้ว่า &amp;quot;ปลานิล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลานิลมีถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมมาจากแม่น้ำไนล์ (Nile) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Tilapia nilotica และได้พระราชทานปลานิลขนาดยาว 3-5 เซนติเมตร จำนวน 10,000 ตัว แก่กรมประมงนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ในบริเวณสถานีประมงต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์พร้อมกัน เมื่อปลานิลแพร่ขยายพันธุ์ออกไปได้มากเพียงพอแล้ว จึงได้แจกจ่ายให้แก่ราษฎรนำไปเพาะเลี้ยงตามความต้องการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือประวัติการเดินทางคร่าวๆ ของปลานิลจากประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย แม้ว่าปัจจุบันปลานิลจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายแล้วก็ตาม แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงและแพร่ขยายพันธุ์ปลานิลในบ่อสวนจิตรลดาต่อไป โดยในทางวิชาการเรียกสายพันธุ์ปลานิลนี้ว่า &amp;ldquo;ปลานิลสายสืบพันธุ์จิตรลดา&amp;rdquo; ซึ่งยังคงเป็นปลานิลสายพันธุ์แท้ที่ประเทศไทยได้รับการทูลเกล้าฯ ถวาย จากพระจักรพรรดิอะกิฮิโตแห่งประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ไม่เพียงแต่สวนจิตรลดาเท่านั้นที่มีการขยายพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์ปลานิล ปัจจุบันมูลนิธิชัยพัฒนา ยังได้เดินดำเนินงานตามรอยพระราชดำริ โดยขยายพื้นที่การเลี้ยงปลานิลออกสู่ต่างจังหวัดเพื่อให้เข้าถึงราษฎรได้มากที่สุด โดยได้จัดทำโครงการสาธิตการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตลูกปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาในพื้นที่ดินเปรี้ยว บ้านเกาะกา ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อผลิตลูกปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาแท้ที่มีคุณลักษณะดี และมีเป้าหมายเพาะพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาให้ได้ผลผลิตประมาณ 5-10 ล้านตัวต่อปี และเพื่อจำหน่ายในราคาถูกให้แก่เกษตรกรนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ รวมถึงถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในโครงการประกอบด้วย บ่อดิน สำหรับใช้เป็นบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ซึ่งได้มาจากสวนจิตรลดา และบ่ออนุบาลลูกปลา อาคารเพาะฟักและอนุบาลลูกปลา เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้มีการแปลงเพศปลานิล หรือที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีว่าปลานิลแปลงเพศ เพื่อกำหนดเพศปลานิลให้เป็นเพศผู้ เนื่องจากปลานิลเพศผู้มีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าเพศเมีย ทั้งยังมีตัวใหญ่และให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่า และยังสามารถกำหนดขนาดของปลาให้มีขนาดใกล้เคียงกันเกือบทั้งบ่อได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันปลานิลไม่ได้นิยมเลี้ยงเพื่อบริโภคแต่เพียงอย่างเดียว โดยหลังจากแล่เนื้อปลาเพื่อจำหน่าย ได้นำหัวปลาและก้างไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ เรายังสามารถนำส่วนต่างๆ ของปลานิลไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานเผยแพร่ข่าวไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2550 ว่า โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์แห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีของประเทศไทย นำเอาเกล็ดปลานิลซึ่งมีความแข็งมาดัดแปลงรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ โดยให้โรงงานในจังหวัดนครปฐม นำไปแปรสภาพให้มีสีสันและตัดเย็บเป็นแผ่นสำหรับเป็นวัสดุในการตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากเกล็ดปลานิล ซึ่งนักออกแบบได้ดัดแปลงทำได้หลายอย่าง อาทิ กระเป๋าถือ รองเท้า หรือแม้แต่ชุดชั้นใน บิกินี....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลานิลตัวเล็กๆ ซึ่งเดินทางมาไกลจากประเทศญี่ปุ่นในวันนั้น นำมาซึ่งปลานิลนับแสนนับล้านตัวในวันนี้ จากแรกเริ่มเพียง 50 ตัว ได้รับการเอาพระทัยใส่จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนสามารถเจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ก่อให้เกิดคุณอนันต์มากมายแก่ประชาชนชาวไทย ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จักปลานิล ในทางกลับกัน เราสามารถเรียนรู้วิธีการนำเอาประโยชน์จากปลานิลไปพัฒนาจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ผลจากสายพระเนตรที่ยาวไกลและทรงห่วงใยพสกนิกร นำมาซึ่งผลผลิตอันเป็นทั้งอาหารและสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย ให้สามารถหล่อเลี้ยงประชาชนได้กินดีอยู่ดีพอเพียงตามอัตภาพ.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ หากท่านมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสปลานิลครั้งใด ขอจงระลึกไว้เสมอว่าปลานิลที่ท่านรับประทานอยู่ เป็นอีกหนึ่งในนับร้อยนับพันโครงการของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่ก็มิได้ทรงละเลย นับเป็นความโชคดีของเราแท้ๆ ที่เกิดมาเป็นประชาชนชาวไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลานิลจิตรลดา, มูลนิธิชัยพัฒนา, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43bdd4bbd6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิชัยพัฒนา&#039; เล่าเรื่องหมู่บ้านเขาเต่า กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับนักเรียนผู้โชคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;quot; ได้เผยแพร่บทความจากวารสารมูลนิธิชัยพัฒนา ฉบับธันวาคม 2544 เล่าเรื่องราวห้องเรียนธรรมชาติ ที่ &amp;ldquo;หมู่บ้านเขาเต่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;ldquo;48 ปี&amp;rdquo; ที่ล่วงมา &amp;ndash; จนถึงปัจจุบัน &amp;ldquo;ตะกาด&amp;rdquo; บริเวณ &amp;ldquo;เขาเต่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;กลายเป็นชั้นเรียนธรรมชาติสำหรับเด็กนักเรียนผู้โชคดี ซึ่งเรื่องเล่าดังกล่าวมีผู้กดไลค์และแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาบทความดังกล่าวมีดังนี้&amp;nbsp;หมู่บ้านเล็กๆ ติดทะเลใกล้เขาที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนเต่า ที่ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชื่อที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;บ้านเขาเต่า&amp;rdquo; ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพประมงมาแต่ครั้งรุ่นปู่ย่าตายาย แต่ในสมัยนั้นชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากกว่าที่เป็นในปัจจุบันมาก ถนนหนทางก็ลำบาก เป็นดินเลนมีหลุมบ่อเต็มไปหมด ไม่มี &amp;ldquo;น้ำ&amp;rdquo; สำหรับดื่มกิน ต้องไปหาบมาจาก &amp;ldquo;ตาน้ำ&amp;rdquo; ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน และยังไม่มีน้ำสำหรับการปลูกพืชอีกด้วย อีกทั้ง &amp;ldquo;ดิน&amp;rdquo; ก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันหนึ่งของปี 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปบ้านเขาเต่า โดยรถจี๊บโปโล และรถยนต์พระที่นั่งจมเลนในตะกาด ทุกคนที่ไปในวันนั้นต้องลงมาช่วยกันเข็น ตะกาดนี้ เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง เป็นที่ที่น้ำทะเลขึ้นมา เมื่อถึงเวลาน้ำลง พื้นที่ตรงนั้นก็กลายเป็นเลน ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ต้นไม้ก็ยังขึ้นไม่ได้ มีเพียงปูตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า ปูเปี้ยว อยู่เต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมู่บ้านเขาเต่า&amp;rdquo; จึงเป็นเสมือนโรงเรียนธรรมชาติแห่งแรก ที่ได้ทรงศึกษาปัญหาทั้งเรื่อง น้ำ และ ดิน โดยทรงเริ่มแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดของชาวบ้านที่นี่เป็นลำดับแรก โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ 60,000 บาท แก่กรมชลประทาน ก่อสร้างทำนบดินปิดกั้นน้ำทะเลไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ทำให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำสำหรับชาวบ้านได้ใช้ทั้งการอุปโภค บริโภค เลี้ยงปลา รวมทั้งเพื่อการเพาะปลูกพืชอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อ่างเก็บน้ำเขาเต่า&amp;rdquo; แห่งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชดำริเรื่องน้ำ ที่ทรงเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดว่า ...น้ำคือชีวิตของประชาชน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ &amp;ldquo;รถจี๊บโปโลจมเลนในตะกาด&amp;rdquo; เดียวกันนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ &amp;ldquo;การพัฒนาปรับปรุงดิน&amp;rdquo; ที่เสื่อมคุณภาพ ทรงสนพระทัยศึกษาปัญหา &amp;ldquo;ดินในตะกาด&amp;rdquo; ของบ้านเขาเต่าที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ดังนั้น จึงทรงให้ผู้เชี่ยวชาญดินชาวต่างประเทศ ตรวจวิเคราะห์ดิน ซึ่งลงความเห็นเมื่อ 40 ปีที่แล้วว่า &amp;ldquo;เป็นดินที่พืชไม่ขึ้น เป็นดินที่เลวที่สุดในโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ &amp;hellip; ในบ่ายของวันที่ 6 ตุลาคม 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังสถานที่แห่งนี้ อีกครั้งหนึ่ง แต่ในสถานภาพของ &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; ผู้เมตตา ทรงสอนเรื่อง ดินและน้ำ และธรณีวิทยาแก่คณะนักเรียนระดับมัธยมต้นและปลายผู้โชคดีของโรงเรียนวังไกลกังวล ที่ไม่อาจจะหาช่วงเวลาอันเป็นมงคลที่ประเสริฐกว่านี้ได้อีกแล้วในชีวิต เพราะ มีครู เป็น &amp;ldquo;ในหลวง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;ถ้าดินอยู่เฉยๆ ไม่ได้ปลูกอะไร มันไม่ทำงาน นี่มันทำงาน จะเห็นเป็นปมๆ ถ้าอยากให้ดีใส่ถั่ว&amp;hellip;&amp;rdquo;&amp;nbsp;พระราชกระแสนี้ เป็นการสอนนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวลเกี่ยวกับดิน ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเขาเต่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ใครหลายคนคงเห็นและจำได้ดีว่า วันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นครูสอนวิชาว่าด้วย &amp;ldquo;เรื่องดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอนในครั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ให้เด็กนักเรียนมีโอกาสได้เรียนรู้จากสภาพความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังสามารถจดจำได้ดีและเข้าใจมากกว่าการเรียนรู้ภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงหาวิธีการแก้ไขปัญหาดินจาก &amp;ldquo;ดินที่เลวที่สุดในโลก&amp;rdquo; กลายเป็นดินที่สามารถ &amp;ldquo;ปลูกข้าวปลูกผัก&amp;rdquo; ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงคุณภาพดินที่บ้านเขาเต่า ใช้วิธีการง่ายๆ ตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;ldquo;..เอาทรายมาใส่ ประมาณ 50 ซม. หรือ 1 เมตร แล้วเอาดินเชิงเนินมาใส่&amp;hellip;&amp;rdquo; เพื่อไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปในดิน และจะได้พัฒนาดินนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;40 ปีกว่า 50 ปี มานี้เขาใช้อย่างนี้ เจาะลงไปเป็นดินที่เลว ใช้ไม่ได้ ปลูกหญ้าก็ไม่ขึ้น &amp;hellip; หลายปี ดินมันก็สลายไป เปลี่ยนไปเป็นดินที่ใช้ได้ &amp;hellip; ปลูกหญ้า ปลูกต้นไม้ &amp;hellip; ทำให้ดินเปลี่ยนแปลง&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อทรงศึกษาถึงศักยภาพของหญ้าแฝกว่ามีผลต่อการปรับปรุงคุณภาพดินด้วย ดังนั้น &amp;ldquo;&amp;hellip;ใส่หญ้าแฝกไป หญ้าแฝกเจาะลงไปแล้วก็พาพวกจุลินทรีย์ลงไปด้วย &amp;hellip; ดูดไนโตรเจน แล้วก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นปุ๋ยไนโตรเจน เป็นปมๆ ทำให้ดินดีขึ้น&amp;hellip;&amp;rdquo; ที่เขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทรงนำมาอธิบายแก่เด็กนักเรียน ว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;ที่เขาชะงุ้ม ทีแรกไม่ได้เป็นดิน เป็นหินลูกรัง &amp;hellip; ก็ไปทำกลายเป็นดิน แล้วก็ปลูกพืชอะไรต่างๆ สามารถที่จะใช้ได้ เดี๋ยวนี้สบายมาก&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังไม่ได้เรียน&amp;rdquo; นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้น เมื่อทรงซักถามเกี่ยวกับเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อ้าว&amp;hellip; ยังไม่ได้เรียน? เรียนเคมีมีทฤษฎี &amp;hellip;น้ำ H2O H ไฮโดรเจน O ออกซิเจน H มี 2 &amp;hellip; แล้วนี่ S ซัลเฟอร์ มาโดนออกซิเจน เป็น SO ผสมกับน้ำเป็น H2SO4 เป็นซัลฟูริค แอซิค ต่อไป&amp;hellip;ถึงว่ามาทำนี่&amp;hellip;ดร.พิสุทธิ์ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญดิน เคมีดิน แล้วก็อันนี้มาใช้อะไรได้&amp;hellip;ไม่ได้ ถึงว่าได้นี่ เราต้องปรับปรุง เราอยากทำตรงนี้ให้ดีขึ้น &amp;hellip; ปรับปรุงให้เป็นดินที่ไม่มีความละเอียดพิเศษ ต้องใช้เวลาอย่างที่อาจารย์ว่า ดร.พิสุทธิ์ บอกว่ายิ่งใส่น้ำแล้วเอาน้ำออกจะยิ่งเปรี้ยว บอกทำอะไรไม่ได้ ปลูกข้าวปลูกผัก &amp;hellip; ปลูกข้าวไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงอธิบายเรื่องแกล้งดินเพิ่มเติม ว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;เราจะแกล้งดิน แกล้งดินให้ดินนั้นกลายเป็นโรงงานทำซัลฟูริค แอซิค &amp;hellip;แล้วปลูกข้าว ขึ้นมานิดหนึ่ง &amp;hellip; มันใช้ไม่ได้ &amp;hellip; เอาน้ำออก รอให้น้ำเข้าก่อนแล้วปลูกใหม่ ขึ้นสูงสองเท่า &amp;hellip; ทำอย่างนี้ที่ดินที่เราทำ แทนที่จะทำปีละครั้ง ปลูกข้าวปีละครั้ง เราไปปลูกข้าวปีละสามครั้ง &amp;hellip; ให้ดินพักหน่อย แล้วปีต่อไปทำใหม่&amp;hellip;&amp;rdquo;&amp;nbsp;และในที่สุด &amp;ldquo;&amp;hellip;โครงการแกล้งดิน กลายเป็นส่งเสริมดินให้ดี&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเสด็จฯ กลับในวันนั้น เด็กนักเรียน พร้อมใจกันกราบพระบาท ด้วยสำนึกในพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงถ่ายทอดวิชาความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพดิน จากสิ่งที่ทรงประสบและแก้ไขปัญหาด้วยพระองค์เอง ณ ห้องเรียนธรรมชาติที่บ้านเขาเต่า นับเป็นมงคลแห่งชีวิตที่มิอาจลืมได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74843</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิชัยพัฒนา, หมู่บ้านเขาเต่า, โรงเรียนธรรมชาติ, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bd2ec0264a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
