<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมสมเด็จพระเทพฯ&#039;พระราชทานห้องแรงดันลบและ Semi ICU แก่ 32 โรงพยาบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64-วันที่ 15 ตุลาคม 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะแพทย์ พร้อมผู้บริหารมูลนิธิชัยพัฒนา เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสพระราชทานห้องระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์และห้อง Semi ICU แก่ 32 โรงพยาบาล ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี &amp;nbsp;พระราชทานงบประมาณจากกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ( และโรคระบาดต่างๆ ) จัดสร้างห้องดังกล่าวดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์ จำนวน 22 โรงพยาบาล ประกอบด้วย
1. โรงพยาบาลราชบุรี
2. โรงพยาบาลนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์
3. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
4. คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5. โรงพยาบาลสามพราน จังหวัดนครปฐม
6. โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี
7. โรงพยาบาลสุรินทร์
8. โรงพยาบาลชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
9. โรงพยาบาลระยอง
10. โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก
11. โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
12. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
13. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์
14. สถาบันราชประชาสมาสัย
15. โรงพยาบาลสมุทรสาคร
16. โรงพยาบาลอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
17. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร
18. โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
19. โรงพยาบาลท่าแพ
20. โรงพยาบาลยะลา
21. โรงพยาบาลราชวิถี
22. โรงพยาบาลปากช่องนานา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้อง Semi ICU จำนวน 10 โรงพยาบาล &amp;nbsp;ประกอบด้วย
23. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
24. โรงพยาบาลชลบุรี
25. โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
26. โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี
27. โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี
28. โรงพยาบาลชลประทาน จังหวัดนนทบุรี
29. โรงพยาบาลปทุมธานี
30. โรงพยาบาลบางละมุง จังหวัดชลบุรี
31. โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา
32. โรงพยาบาลสระบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์นี้ เป็นเทคโนโลยีของ บริษัท ซัยโจเด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยซึ่งจะช่วยให้นวัตกรรมในประเทศเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญยังได้มาตรฐานสากลของ WHO และ CDC สหรัฐอเมริกา รวมถึงผ่านการทดสอบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยมหิดล สามารถเพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ โดยติดตั้งในห้องของโรงพยาบาลที่มีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างห้องใหม่ ทำให้ติดตั้งได้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ได้พระราชทานพระราโชวาทแก่คณะแพทย์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก : กองช่างภาพและภาพยนตร์ส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119866</URL_LINK>
                <HASHTAG>Semi ICU, มูลนิธิชัยพัฒนา, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, ห้องระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6169971234ad0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 ส.ค.64- เพจ มูลนิธิชัยพัฒนา เผยว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ในนามมูลนิธิชัยพัฒนา และกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ( และโรคระบาดต่างๆ ) ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย...ขอบคุณครับ/ค่ะ&amp;hellip;
พร้อมลงพระนามาภิไธย &amp;ldquo;สิรินธร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระฉายาลักษณ์นี้จะพระราชทานแก่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ -เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มีจำหน่าย ณ ร้านภัทรพัฒน์ ทุกสาขา รายได้จากการจำหน่ายสมทบ &amp;ldquo;กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่าง)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/155659084573776/posts/2135451226594542/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย, มูลนิธิชัยพัฒนา, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61271e5a8b4e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64- &amp;nbsp;ณ ห้องเทวะเวสม์ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายเตชพล ฐิตยารักษ์ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้แทนพระองค์ มอบภาพวาดฝีพระหัตถ์และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ในนามมูลนิธิชัยพัฒนา และกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ฯ ความว่า &amp;ldquo;ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย ขอบคุณครับ/ค่ะ&amp;rdquo; โดยพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์พร้อม &amp;ldquo;ถุงพลังใจพระราชทาน&amp;rdquo; จำนวน 2,000 ถุง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสนามในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ด้วยทรงตระหนักถึงความทุ่มเทเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาพร้อมสนับสนุนในการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้เคียงข้างกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมพิธี พร้อมกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108069</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กรมสมเด็จพระเทพ, บุคลากรทางการแพทย์, พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์, มูลนิธิชัยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60db0eea5b5eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทาน &#039;เครื่องช่วยหายใจ&#039; แก่ รพ.ในจังหวัดสงขลาและยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;quot; แจ้งว่า&amp;nbsp;เวลา 10.00 น. นายเทอดศักดิ์ บุณยขจร รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสงขลา เพื่อประกอบพิธีส่งมอบ &amp;ldquo;เครื่องช่วยหายใจ&amp;rdquo; พระราชทานแก่โรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลหาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา 14.00 น. ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลยะลา เพื่อประกอบพิธีส่งมอบ &amp;ldquo;เครื่องช่วยหายใจ&amp;rdquo; พระราชทานแก่โรงพยาบาลยะลา &amp;nbsp;และโรงพยาบาลเบตง พร้อมทั้งส่งมอบ &amp;ldquo;ระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์&amp;rdquo; พระราชทาน ซึ่งเป็นระบบถาวรติดตั้งในห้องผู้ป่วยโรงพยาบาลยะลา เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยระบบดังกล่าวเป็นเทคโนโลยี บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานงบประมาณจากกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ( และโรคระบาดต่างๆ ) จัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ และรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แก่โรงพยาบาลรวมทั้งสิ้น 122 โรงพยาบาล ใน 56 จังหวัด โดยเฉพาะโรงพยาบาลในภาคใต้ ซึ่งเปรียบเสมือนด่านหน้าในการตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศผ่านทางชายแดนใต้ อีกทั้งหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พระราชนี้จะสามารถนำไปช่วยชีวิตผู้ป่วยอื่นได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83637</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพ, จังหวัดยะลา, มูลนิธิชัยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad069b4e2e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล &#039;กรมสมเด็จพระเทพฯ&#039; จากเมล็ดพันธุ์ผัก สู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:มูลนิธิชัยพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63- &amp;nbsp;เพจ มูลนิธิชัยพัฒนา เผยแพร่บทความเรื่อง จากเมล็ดพันธุ์ผัก สู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวิกฤตดินโคลนถล่มที่จังหวัดอุตรดิตถ์เมื่อปี 2549 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริที่จะทรงตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ขึ้น เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิชัยพัฒนาจึงจัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผักสนองพระราชดำรินี้ ขึ้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในปี 2552 และได้พระราชทานชื่อว่า &amp;ldquo;ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ&amp;rdquo; เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 100 ปี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมหลักของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ คือ ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพเพื่อเก็บรักษาสะสมสำรองไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานราษฎรในพื้นที่ประสบภัย อาทิ คะน้า กวางตุ้ง ฟักแฟง แคบ้านดอกขาว ถั่วพู มะเขือเปราะเจ้าพระยา มะเขือขาวกรอบ บวบ กระเจี๊ยบเขียว มะเขือยาว ถั่วฝักยาว พริก น้ำเต้า และมีการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรในการมีพืชสายพันธุ์ที่ดี ทนทานต่อโรคและแมลง ได้ผลผลิตที่ดี และมีศักยภาพในการปรับตัวที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช ซึ่งขึ้นทะเบียนพันธุ์แล้ว และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่อ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วแขกสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วแขกสีเหลืองเทพรัตน์ เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;มะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์&amp;rdquo; &amp;ldquo;พริกขี้หนูปู่เมธ&amp;rdquo; &amp;ldquo;พริกขี้หนูพัฒนฉันท์&amp;rdquo; &amp;ldquo;แตงไทยหอมละมุน&amp;rdquo; &amp;ldquo;มะเขือเทศจักรพันธ์ 1&amp;rdquo; &amp;ldquo;มะเขือเทศจักรพันธ์ 2&amp;rdquo; &amp;ldquo;ถั่วฝักยาวล้านนาชวนอร่อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเนื่องจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริมีพื้นที่จำกัด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชักชวนชุมชนเข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน &amp;ldquo;เพื่อนช่วยเพื่อน&amp;rdquo; ทำให้ราษฎรมีรายได้เสริมและมีโอกาสเข้าร่วมทำงานถวาย เป็นกำลังสำคัญในการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักสำรองไว้ให้เพียงพอตามพระราชประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านชุดแรกแก่ราษฎรในโครงการฟื้นฟูพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัย 17 จังหวัด ในปี 2556 นับจากนั้นได้พระราชทานแก่ผู้ประสบภัยและราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและพื้นที่ทุรกันดารเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2560 ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ราษฎร 52,531 ราย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 260 แห่ง หน่วยทหาร 5 แห่ง และหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ อีก 43 แห่ง มีเมล็ดพันธุ์ผักที่พระราชทานคละกัน 24 ชนิด เป็นจำนวน 510,494 ซอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักให้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่สามารถเก็บเมล็ดปลูกต่อได้ ดังนั้น ราษฎรที่ได้รับพระราชทานจะมีพืชผักที่สามารถเก็บเมล็ดที่สมบูรณ์ไว้ปลูกบริโภคต่อไปได้อย่างยั่งยื&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยแก่ราษฎร เริ่มต้นจากที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จัดทำโครงการ &amp;ldquo;บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง&amp;rdquo; เพื่อให้ราษฎรปลูกผักบริโภคกันในครัวเรือน หากเหลือสามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน&amp;rsquo; โดยได้พระราชทานกล้าต้นมะรุม กล้าต้นเสี้ยว กล้าต้นขี้เหล็ก เมล็ดแค และกล้าไม้ผล เช่น มะม่วง ขนุน ชมพู่มะเหมี่ยว ฝรั่ง มะกอก มะขาม น้อยหน่า ให้ชุมชนนำไปปลูกทั้งในบ้าน ตามริมถนนในหมู่บ้านและที่สาธารณะในหมู่บ้าน โดยมีพระราชประสงค์ให้คนทั้งในหมู่บ้านและคนทั่วไปสามารถเก็บไปประกอบอาหารรับประทานได้และราษฎรมีไม้ผลไว้แบ่งปันกันบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อราษฎรปลูกผักกันภายในบ้านแล้ว จึงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ราษฎรมีสุขภาพดี จึงมีรับสั่งให้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP&amp;rdquo; สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัยจากสารเคมี เพื่อบริโภคเองและจำหน่ายให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ นำมาขายเป็นสินค้าของร้านจันกะผัก ซึ่งเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ร้านหนึ่งของมูลนิธิชัยพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ร่วมสร้างโรงคัดบรรจุผักที่ได้มาตรฐานให้แก่กลุ่มเกษตรกร และให้ความรู้เกี่ยวกับกรรมวิธีในการคัดและบรรจุผักที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2560 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ทำโครงการ &amp;ldquo;ทหารพันธุ์ดี&amp;rdquo; ขึ้น เพื่อฝึกกำลังพลของกองทัพให้มีความรู้ในการปลูกผักปลอดภัย เมื่อปลดประจำการจะได้นำประสบการณ์ที่ได้กลับไปใช้และเผยแพร่แก่ชุมชนในหมู่บ้านของตน ก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างกองทัพและราษฎรในบ้านเกิดของพลทหารปลดประจำการ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารแก่ชุมชนบ้านเกิดของตนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมล็ดพันธุ์พืชผักที่ผลิตสำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานนั้น จะต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี เพื่อให้ราษฎรที่ประสบภัยได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักที่ดีเพื่อพื้นฟูชีวิตหลังจากความเดือดร้อน และสามารถเก็บเมล็ดเพื่อนำมาปลูกต่อได้อีก และที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องมีรสชาติดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งร้านขายผักที่เป็นผลผลิตจากการทดสอบพันธุ์ผัก เมื่อเดือนตุลาคม 2552 และพระราชทานชื่อร้านว่า &amp;lsquo;จันกะผัก&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้ส่งผักสดปลอดภัยของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริไปขายที่ร้านค้าของมูลนิธิชัยพัฒนาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ อาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิร์ด ท๊อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาเชียงราย บางนา ทองหล่อ และชิดลม กรูเมต์มาร์เก็ตที่พารากอนและเอ็มโพเรียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 มีพระราชกระแสรับสั่งเพิ่มเติมให้มูลนิธิชัยพัฒนา ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานในจังหวัดเชียงราย เพื่อสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับพระราชทานราษฎรที่ประสบภัย นาข้าวเสียหาย มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ได้จัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน &amp;ldquo;เพื่อนช่วยเพื่อน&amp;rdquo; ขึ้น มีเกษตรกรในหมู่บ้านสันหลวงใต้และบ้านสันบุญเรือง ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย เข้าร่วมโครงการ 28 ราย มีพื้นที่เพาะปลูก 359 ไร่ 3 งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทานนี้ เป็นความตั้งใจที่จะให้การผลิตเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ผลิตพันธุ์ข้าวด้วยความประณีต ปราศจากพันธุ์ปนหรือข้าวเมล็ดแดง มีคณะกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว เริ่มตั้งแต่ในแปลงนาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จนถึงการบรรจุและเก็บรักษา การปลูกให้ปลูกโดยวิธีปักดำเท่านั้น การเก็บเกี่ยวต้องเก็บเกี่ยวด้วยมือ หรือรถเกี่ยวข้าวที่สะอาด เพื่อป้องกันการปะปนของข้าวพันธุ์อื่น หรือข้าวเมล็ดแดง ที่ผ่านมา ได้พระราชทานพันธุ์ข้าวแก่ราษฎรที่ประสบภัยมากกว่า 500 ราย พันธุ์ข้าวจำนวน 79.795 ตัน พื้นที่ปลูก 5,319 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่ปี 2552 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ&amp;rdquo; ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชสะสมสำรองไว้และพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้เกษตรกรได้มีพันธุ์พืชที่ดี มีคุณภาพ เพื่อเริ่มต้นการเพาะปลูกโดยเชื้อพันธุ์อันเป็นมงคล เมื่อเกษตรกรได้เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ ย่อมจะได้ผลผลิตที่คงคุณภาพและคงลักษณะเด่นได้ครบถ้วน แม้จะปลูกต่อจนเป็นรุ่นลูกและรุ่นหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเมล็ดพันธุ์ผักและกิ่งพันธุ์ไม้ผล ไม้ยืนต้นที่รับประทานได้ ต่อเนื่องมาจนถึงเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาสำรองพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพในเขตพื้นที่ภาคเหนือขึ้นอีกแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลนี้ ทำให้ทรงมีเมล็ดพันธุ์พืชผักและเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ สะสมสำรองเผื่อไว้ ไม่ว่าจะเป็นยามที่ราษฏรประสบภัยธรรมชาติ หรือยามที่ประเทศชาติอยู่ในภาวะคับขัน นับเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า จะทรงมีเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพพระราชทานช่วยเหลือฟื้นฟูราษฎร ให้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์ผักปลูกบริโภคกันได้ตลอดไป ประเทศไทยของเราจะไม่ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ อันเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการผลิตอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแก่พสกนิกรของพระองค์ให้มีความมั่นคงทางด้านอาหาร อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับความมั่นคงของชาติไทยอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76137</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, มูลนิธิชัยพัฒนา, ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4dd07e776ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิชัยพัฒนา เล่าเรื่อง &#039;ปลานิล&#039; ครั้งใดที่ได้ลิ้มรส ขอให้ระลึกไว้เป็นหนึ่งโครงการในหลวง ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา เผยแพร่เรื่องเล่า &amp;quot;การเดินทางของปลานิล&amp;quot; ซึ่งเป็นบทความจากวารสารมูลนิธิชัยพัฒนา ฉบับเดือนเมษายน 2551 มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;ปลานิล เป็นปลาที่คนไทยคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าปลานิลมีประวัติศาสตร์ และมีเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์ นั่นก็คือ กษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีไทยและจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโต เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ทรงจัดปลานิลจำนวน 50 ตัว ความยาวเฉลี่ยตัวละประมาณ 9 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 14 กรัม ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดินเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางเมตร ภายในบริเวณสวนจิตรลดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเลี้ยงได้สักระยะปรากฎว่ามีลูกปลาเกิดขึ้นจำนวนมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่ขุดบ่อขึ้นใหม่อีก 6 บ่อ เนื้อที่เฉลี่ยบ่อละประมาณ 70 ตารางเมตร และได้ทรงย้ายพันธุ์ปลาด้วยพระองค์เอง จากบ่อเดิมไปปล่อยในบ่อใหม่ทั้ง 6 บ่อ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2508 &amp;nbsp;ต่อจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมประมงจัดส่งเจ้าหน้าที่วิชาการมาตรวจสอบการเจริญเติบโตเป็นประจำทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทรงเลี้ยงไปสักระยะ ทรงสังเกตเห็นว่าปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ออกลูกดก เจริญเติบโตได้รวดเร็ว จึงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ปลานิลนี้แพร่ขยายพันธุ์ อันจะเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์ ดังนั้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2509 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อปลานิลนี้ว่า &amp;quot;ปลานิล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลานิลมีถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมมาจากแม่น้ำไนล์ (Nile) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Tilapia nilotica และได้พระราชทานปลานิลขนาดยาว 3-5 เซนติเมตร จำนวน 10,000 ตัว แก่กรมประมงนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ในบริเวณสถานีประมงต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์พร้อมกัน เมื่อปลานิลแพร่ขยายพันธุ์ออกไปได้มากเพียงพอแล้ว จึงได้แจกจ่ายให้แก่ราษฎรนำไปเพาะเลี้ยงตามความต้องการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือประวัติการเดินทางคร่าวๆ ของปลานิลจากประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย แม้ว่าปัจจุบันปลานิลจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายแล้วก็ตาม แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงและแพร่ขยายพันธุ์ปลานิลในบ่อสวนจิตรลดาต่อไป โดยในทางวิชาการเรียกสายพันธุ์ปลานิลนี้ว่า &amp;ldquo;ปลานิลสายสืบพันธุ์จิตรลดา&amp;rdquo; ซึ่งยังคงเป็นปลานิลสายพันธุ์แท้ที่ประเทศไทยได้รับการทูลเกล้าฯ ถวาย จากพระจักรพรรดิอะกิฮิโตแห่งประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ไม่เพียงแต่สวนจิตรลดาเท่านั้นที่มีการขยายพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์ปลานิล ปัจจุบันมูลนิธิชัยพัฒนา ยังได้เดินดำเนินงานตามรอยพระราชดำริ โดยขยายพื้นที่การเลี้ยงปลานิลออกสู่ต่างจังหวัดเพื่อให้เข้าถึงราษฎรได้มากที่สุด โดยได้จัดทำโครงการสาธิตการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตลูกปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาในพื้นที่ดินเปรี้ยว บ้านเกาะกา ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อผลิตลูกปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาแท้ที่มีคุณลักษณะดี และมีเป้าหมายเพาะพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาให้ได้ผลผลิตประมาณ 5-10 ล้านตัวต่อปี และเพื่อจำหน่ายในราคาถูกให้แก่เกษตรกรนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ รวมถึงถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในโครงการประกอบด้วย บ่อดิน สำหรับใช้เป็นบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ซึ่งได้มาจากสวนจิตรลดา และบ่ออนุบาลลูกปลา อาคารเพาะฟักและอนุบาลลูกปลา เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้มีการแปลงเพศปลานิล หรือที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีว่าปลานิลแปลงเพศ เพื่อกำหนดเพศปลานิลให้เป็นเพศผู้ เนื่องจากปลานิลเพศผู้มีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าเพศเมีย ทั้งยังมีตัวใหญ่และให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่า และยังสามารถกำหนดขนาดของปลาให้มีขนาดใกล้เคียงกันเกือบทั้งบ่อได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันปลานิลไม่ได้นิยมเลี้ยงเพื่อบริโภคแต่เพียงอย่างเดียว โดยหลังจากแล่เนื้อปลาเพื่อจำหน่าย ได้นำหัวปลาและก้างไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ เรายังสามารถนำส่วนต่างๆ ของปลานิลไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานเผยแพร่ข่าวไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2550 ว่า โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์แห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีของประเทศไทย นำเอาเกล็ดปลานิลซึ่งมีความแข็งมาดัดแปลงรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ โดยให้โรงงานในจังหวัดนครปฐม นำไปแปรสภาพให้มีสีสันและตัดเย็บเป็นแผ่นสำหรับเป็นวัสดุในการตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากเกล็ดปลานิล ซึ่งนักออกแบบได้ดัดแปลงทำได้หลายอย่าง อาทิ กระเป๋าถือ รองเท้า หรือแม้แต่ชุดชั้นใน บิกินี....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลานิลตัวเล็กๆ ซึ่งเดินทางมาไกลจากประเทศญี่ปุ่นในวันนั้น นำมาซึ่งปลานิลนับแสนนับล้านตัวในวันนี้ จากแรกเริ่มเพียง 50 ตัว ได้รับการเอาพระทัยใส่จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนสามารถเจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ก่อให้เกิดคุณอนันต์มากมายแก่ประชาชนชาวไทย ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จักปลานิล ในทางกลับกัน เราสามารถเรียนรู้วิธีการนำเอาประโยชน์จากปลานิลไปพัฒนาจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ผลจากสายพระเนตรที่ยาวไกลและทรงห่วงใยพสกนิกร นำมาซึ่งผลผลิตอันเป็นทั้งอาหารและสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย ให้สามารถหล่อเลี้ยงประชาชนได้กินดีอยู่ดีพอเพียงตามอัตภาพ.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ หากท่านมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสปลานิลครั้งใด ขอจงระลึกไว้เสมอว่าปลานิลที่ท่านรับประทานอยู่ เป็นอีกหนึ่งในนับร้อยนับพันโครงการของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่ก็มิได้ทรงละเลย นับเป็นความโชคดีของเราแท้ๆ ที่เกิดมาเป็นประชาชนชาวไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลานิลจิตรลดา, มูลนิธิชัยพัฒนา, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43bdd4bbd6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิชัยพัฒนา&#039; เล่าเรื่องหมู่บ้านเขาเต่า กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับนักเรียนผู้โชคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;quot; ได้เผยแพร่บทความจากวารสารมูลนิธิชัยพัฒนา ฉบับธันวาคม 2544 เล่าเรื่องราวห้องเรียนธรรมชาติ ที่ &amp;ldquo;หมู่บ้านเขาเต่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;ldquo;48 ปี&amp;rdquo; ที่ล่วงมา &amp;ndash; จนถึงปัจจุบัน &amp;ldquo;ตะกาด&amp;rdquo; บริเวณ &amp;ldquo;เขาเต่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;กลายเป็นชั้นเรียนธรรมชาติสำหรับเด็กนักเรียนผู้โชคดี ซึ่งเรื่องเล่าดังกล่าวมีผู้กดไลค์และแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาบทความดังกล่าวมีดังนี้&amp;nbsp;หมู่บ้านเล็กๆ ติดทะเลใกล้เขาที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนเต่า ที่ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชื่อที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;บ้านเขาเต่า&amp;rdquo; ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพประมงมาแต่ครั้งรุ่นปู่ย่าตายาย แต่ในสมัยนั้นชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากกว่าที่เป็นในปัจจุบันมาก ถนนหนทางก็ลำบาก เป็นดินเลนมีหลุมบ่อเต็มไปหมด ไม่มี &amp;ldquo;น้ำ&amp;rdquo; สำหรับดื่มกิน ต้องไปหาบมาจาก &amp;ldquo;ตาน้ำ&amp;rdquo; ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน และยังไม่มีน้ำสำหรับการปลูกพืชอีกด้วย อีกทั้ง &amp;ldquo;ดิน&amp;rdquo; ก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันหนึ่งของปี 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปบ้านเขาเต่า โดยรถจี๊บโปโล และรถยนต์พระที่นั่งจมเลนในตะกาด ทุกคนที่ไปในวันนั้นต้องลงมาช่วยกันเข็น ตะกาดนี้ เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง เป็นที่ที่น้ำทะเลขึ้นมา เมื่อถึงเวลาน้ำลง พื้นที่ตรงนั้นก็กลายเป็นเลน ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ต้นไม้ก็ยังขึ้นไม่ได้ มีเพียงปูตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า ปูเปี้ยว อยู่เต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมู่บ้านเขาเต่า&amp;rdquo; จึงเป็นเสมือนโรงเรียนธรรมชาติแห่งแรก ที่ได้ทรงศึกษาปัญหาทั้งเรื่อง น้ำ และ ดิน โดยทรงเริ่มแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดของชาวบ้านที่นี่เป็นลำดับแรก โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ 60,000 บาท แก่กรมชลประทาน ก่อสร้างทำนบดินปิดกั้นน้ำทะเลไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ทำให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำสำหรับชาวบ้านได้ใช้ทั้งการอุปโภค บริโภค เลี้ยงปลา รวมทั้งเพื่อการเพาะปลูกพืชอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อ่างเก็บน้ำเขาเต่า&amp;rdquo; แห่งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชดำริเรื่องน้ำ ที่ทรงเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดว่า ...น้ำคือชีวิตของประชาชน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ &amp;ldquo;รถจี๊บโปโลจมเลนในตะกาด&amp;rdquo; เดียวกันนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ &amp;ldquo;การพัฒนาปรับปรุงดิน&amp;rdquo; ที่เสื่อมคุณภาพ ทรงสนพระทัยศึกษาปัญหา &amp;ldquo;ดินในตะกาด&amp;rdquo; ของบ้านเขาเต่าที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ดังนั้น จึงทรงให้ผู้เชี่ยวชาญดินชาวต่างประเทศ ตรวจวิเคราะห์ดิน ซึ่งลงความเห็นเมื่อ 40 ปีที่แล้วว่า &amp;ldquo;เป็นดินที่พืชไม่ขึ้น เป็นดินที่เลวที่สุดในโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ &amp;hellip; ในบ่ายของวันที่ 6 ตุลาคม 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังสถานที่แห่งนี้ อีกครั้งหนึ่ง แต่ในสถานภาพของ &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; ผู้เมตตา ทรงสอนเรื่อง ดินและน้ำ และธรณีวิทยาแก่คณะนักเรียนระดับมัธยมต้นและปลายผู้โชคดีของโรงเรียนวังไกลกังวล ที่ไม่อาจจะหาช่วงเวลาอันเป็นมงคลที่ประเสริฐกว่านี้ได้อีกแล้วในชีวิต เพราะ มีครู เป็น &amp;ldquo;ในหลวง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;ถ้าดินอยู่เฉยๆ ไม่ได้ปลูกอะไร มันไม่ทำงาน นี่มันทำงาน จะเห็นเป็นปมๆ ถ้าอยากให้ดีใส่ถั่ว&amp;hellip;&amp;rdquo;&amp;nbsp;พระราชกระแสนี้ เป็นการสอนนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวลเกี่ยวกับดิน ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเขาเต่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ใครหลายคนคงเห็นและจำได้ดีว่า วันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นครูสอนวิชาว่าด้วย &amp;ldquo;เรื่องดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอนในครั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ให้เด็กนักเรียนมีโอกาสได้เรียนรู้จากสภาพความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังสามารถจดจำได้ดีและเข้าใจมากกว่าการเรียนรู้ภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงหาวิธีการแก้ไขปัญหาดินจาก &amp;ldquo;ดินที่เลวที่สุดในโลก&amp;rdquo; กลายเป็นดินที่สามารถ &amp;ldquo;ปลูกข้าวปลูกผัก&amp;rdquo; ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงคุณภาพดินที่บ้านเขาเต่า ใช้วิธีการง่ายๆ ตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;ldquo;..เอาทรายมาใส่ ประมาณ 50 ซม. หรือ 1 เมตร แล้วเอาดินเชิงเนินมาใส่&amp;hellip;&amp;rdquo; เพื่อไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปในดิน และจะได้พัฒนาดินนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;40 ปีกว่า 50 ปี มานี้เขาใช้อย่างนี้ เจาะลงไปเป็นดินที่เลว ใช้ไม่ได้ ปลูกหญ้าก็ไม่ขึ้น &amp;hellip; หลายปี ดินมันก็สลายไป เปลี่ยนไปเป็นดินที่ใช้ได้ &amp;hellip; ปลูกหญ้า ปลูกต้นไม้ &amp;hellip; ทำให้ดินเปลี่ยนแปลง&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อทรงศึกษาถึงศักยภาพของหญ้าแฝกว่ามีผลต่อการปรับปรุงคุณภาพดินด้วย ดังนั้น &amp;ldquo;&amp;hellip;ใส่หญ้าแฝกไป หญ้าแฝกเจาะลงไปแล้วก็พาพวกจุลินทรีย์ลงไปด้วย &amp;hellip; ดูดไนโตรเจน แล้วก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นปุ๋ยไนโตรเจน เป็นปมๆ ทำให้ดินดีขึ้น&amp;hellip;&amp;rdquo; ที่เขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทรงนำมาอธิบายแก่เด็กนักเรียน ว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;ที่เขาชะงุ้ม ทีแรกไม่ได้เป็นดิน เป็นหินลูกรัง &amp;hellip; ก็ไปทำกลายเป็นดิน แล้วก็ปลูกพืชอะไรต่างๆ สามารถที่จะใช้ได้ เดี๋ยวนี้สบายมาก&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังไม่ได้เรียน&amp;rdquo; นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้น เมื่อทรงซักถามเกี่ยวกับเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อ้าว&amp;hellip; ยังไม่ได้เรียน? เรียนเคมีมีทฤษฎี &amp;hellip;น้ำ H2O H ไฮโดรเจน O ออกซิเจน H มี 2 &amp;hellip; แล้วนี่ S ซัลเฟอร์ มาโดนออกซิเจน เป็น SO ผสมกับน้ำเป็น H2SO4 เป็นซัลฟูริค แอซิค ต่อไป&amp;hellip;ถึงว่ามาทำนี่&amp;hellip;ดร.พิสุทธิ์ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญดิน เคมีดิน แล้วก็อันนี้มาใช้อะไรได้&amp;hellip;ไม่ได้ ถึงว่าได้นี่ เราต้องปรับปรุง เราอยากทำตรงนี้ให้ดีขึ้น &amp;hellip; ปรับปรุงให้เป็นดินที่ไม่มีความละเอียดพิเศษ ต้องใช้เวลาอย่างที่อาจารย์ว่า ดร.พิสุทธิ์ บอกว่ายิ่งใส่น้ำแล้วเอาน้ำออกจะยิ่งเปรี้ยว บอกทำอะไรไม่ได้ ปลูกข้าวปลูกผัก &amp;hellip; ปลูกข้าวไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงอธิบายเรื่องแกล้งดินเพิ่มเติม ว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;เราจะแกล้งดิน แกล้งดินให้ดินนั้นกลายเป็นโรงงานทำซัลฟูริค แอซิค &amp;hellip;แล้วปลูกข้าว ขึ้นมานิดหนึ่ง &amp;hellip; มันใช้ไม่ได้ &amp;hellip; เอาน้ำออก รอให้น้ำเข้าก่อนแล้วปลูกใหม่ ขึ้นสูงสองเท่า &amp;hellip; ทำอย่างนี้ที่ดินที่เราทำ แทนที่จะทำปีละครั้ง ปลูกข้าวปีละครั้ง เราไปปลูกข้าวปีละสามครั้ง &amp;hellip; ให้ดินพักหน่อย แล้วปีต่อไปทำใหม่&amp;hellip;&amp;rdquo;&amp;nbsp;และในที่สุด &amp;ldquo;&amp;hellip;โครงการแกล้งดิน กลายเป็นส่งเสริมดินให้ดี&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเสด็จฯ กลับในวันนั้น เด็กนักเรียน พร้อมใจกันกราบพระบาท ด้วยสำนึกในพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงถ่ายทอดวิชาความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพดิน จากสิ่งที่ทรงประสบและแก้ไขปัญหาด้วยพระองค์เอง ณ ห้องเรียนธรรมชาติที่บ้านเขาเต่า นับเป็นมงคลแห่งชีวิตที่มิอาจลืมได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74843</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิชัยพัฒนา, หมู่บ้านเขาเต่า, โรงเรียนธรรมชาติ, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bd2ec0264a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
