<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิถันยรักษ์  เผยผลประเมินการตรวจเต้านมด้วยตนเองสม่ำเสมอ ค่าเฉลี่ยทำให้พบก้อนมะเร็งเล็กลง และพบระยะการเป็นเร็วขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.63- รองศาสตราจารย์ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองประธานกรรมการมูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมใหญ่ประจำปี โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม ณ โรงแรมมิราเคิล &amp;nbsp; &amp;nbsp;แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ว่า โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม เป็นโครงการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพมีระยะยาว 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2555&amp;ndash;2565 ดำเนินการใน 21 จังหวัดนำร่องทั่วประเทศ ในกลุ่มเป้าหมายคือสตรีไทยอายุ 30-70 ปี จำนวน 1.9 ล้านคน มีรูปแบบการดำเนินงานที่เริ่มต้นด้วยการตรวจเต้านมตนเอง (Breast Self Examination : BSE) แบบ 3 นิ้ว 3 สัมผัส โดยการสนับสนุนจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การรับรองผลการตรวจโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ควบคู่กับการบันทึกผลตรวจลงในสมุดบันทึกการตรวจเต้านมตนเอง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของการสร้างความตระหนักให้สตรีมีพฤติกรรมสุขภาพในการตรวจเต้านมตนเองเป็นประจำ ทุกเดือน เมื่อมีความผิดปกติ รีบไปพบแพทย์ ตรวจยืนยันด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ (Ultrasound) เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การประเมินโครงการที่ผ่านมา มีแนวโน้มว่าการตรวจเต้านมด้วยตนเองมีความสำคัญที่ทำให้พบก้อนของมะเร็งเต้านม (Cancer Size) ที่มีขนาดเล็กลง และพบระยะการเป็นมะเร็งเต้านมได้เร็วขึ้น (Early Staging) นอกจากนี้ยังพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอกับกลุ่มที่ตรวจไม่สม่ำเสมอ ความสำเร็จของโครงการนี้จะเป็นรูปแบบของการคัดกรองมะเร็งเต้านมที่สามารถขยายผลการดำเนินงานได้ทั้งในระดับชาติและนานาชาติต่อไป
ทางด้าน แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดำเนินงานตลอด 7 ปีที่ผ่านมา กลุ่มสตรีที่มีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ จะพบขนาดก้อนมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรก ทำให้อัตราการรอดและอัตราการตายดีกว่ากลุ่มที่ตรวจไม่สม่ำเสมอ โดยพบอัตราป่วยมะเร็งเต้านมเฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อแสนของสตรีไทยอายุ 30-70 ปี โดยเป็นมะเร็งระยะแรก ร้อยละ 69.9 มีอัตราการรอดชีพในกลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจเต้านมสม่ำเสมอร้อยละ 95 ซึ่งเป็นผลมาจากการตรวจพบก้อนเต้านมที่เร็วขึ้นของสตรี &amp;nbsp;ทำให้เข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้สตรีมีความตระหนักและมีพฤติกรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ การสร้างพฤติกรรมสุขภาพนั้นต้องอาศัยความมุ่งมั่นและระยะเวลา ทั้งนี้ ความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายต่างๆทุกภาคส่วน จะมีบทบาทสำคัญ ในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อให้สตรีไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54261</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตรวจเต้านมด้วยตนเอง, มะเร็งเต้านม, มูลนิธิถันยรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e18506b689cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
