<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลว!ไอ้หื่นบุกเข้าบ้านทำอนาจารเด็กปีที่แล้วไม่รอด หลังหวนมาอีกครั้งหวังก่อเหตุซ้ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.64- นางปวีณา หงสกุล &amp;nbsp;ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พาแม่เด็ก อายุ 6 ขวบเดินทางไปพบ พ.ต.อ.นิทัศน์ จิตตวิทยานุกูล &amp;nbsp;ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งข้อหา นายภาณุวัฒน์ แก้วเจริญผล อายุ 48 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;บุกเข้าบ้านช่วงพ่อแม่ไม่อยู่ กระทำอนาจารลูกอายุ 6 ขวบ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ปี 63 ตอนนั้นยังจับตัวไม่ได้ ต่อมาเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มี.ค. 64 เมื่อวานตอนเย็น นายเอ ได้แอบเข้ามาที่บ้านอีก พ่อเด็กจับตัวได้ ส่งตำรวจแจ้ง ข้อหาบุกรุกแต่เด็กจำได้ว่านายเอ คนนี้มากระอนาจารตนเองเมื่อปีที่แล้ว &amp;nbsp;นางปวีณา จึงจะพาแม่ไปแจ้งข้อหาเพิ่มกระทำชำเราเด็กอายุ6ปี เบื้องต้น ผู้กระทำผิดรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ก.พ.63 นายโต และนางเล็ก (ทั้งสองนามสมมุติ) พาด.ญ.เมย์ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ทุกข์ที่มูลนิธิปวีณาฯ โดยแจ้งว่า วันที่ 6 ก.พ.63 ขณะที่ลูกสาว 6 ขวบ กับลูกชาย 10 ขวบ อยู่ในบ้านกัน 2 คน เพราะพ่อแม่ออกไปทำงานข้างนอก จู่ๆ ก็มีชายแปลกหน้าเข้าไปในบ้านถามว่าพ่ออยู่ไหม ลูกชายก็ตอบว่าพ่อไม่อยู่ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ยื่นเงินให้ 30 บาท แล้วบอกให้ลูกชายไปซื้อขนมกิน ทีแรกลูกชายจะพาน้องไปด้วยแต่เขาบอกไม่ต้องพาไปด้วยความกลัวลูกชายจึงเดินออกมานอกห้องแล้วก็แอบดูพบว่าชายคนนั้นได้จับน้องสาวถอดกางเกงบนที่นอนก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศและข่มขู่ไม่ให้ร้องส่งเสียงดัง จากนั้นชายดังกล่าวก็เดินออกจากบ้านแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตอนเย็นหลังเลิกงานกลับมาบ้านลูกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังจึงพาเข้าแจ้งความที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว หลังตำรวจรับเรื่องได้ส่งตัวด.ญ.เมย์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมาแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ เมื่อนางปวีณารับเรื่องได้ติดตามคดีร่วมกับตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว แต่ไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้ แม่ของ ด.ญ.6ขวบ ผวากลัวคนร้ายกลับมาอีก จึงได้ลาออกจากงานมาอยู่กับลูก1ปีเต็ม เหตุการณ์ปกติ จึงเพิ่งกลับไปทำงานไม่นานมานี้ ต่อมาวันเกิดเหตุคือตอนเย็นวันเสาร์ที่6มีค.64คือเมื่อวานนี้เอง คนร้าย ได้เข้าไปในบ้านเด็กอีกและเจอพ่อเด็ก คนร้ายรีบจะหนี พ่อเด็กร้องเรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วยจับตัว และให้ตำรวจดำเนินคดีบุกรุก ส่วนลูกทั้งสอง จำได้ว่าเป็นชายคนนี้ที่เข้ามาในบ้านและทำอนาจารลูกสาว โดยตำรวจและมูลนิธิติดตามคดีกันครบ1ปีเต็ม แม่ด.ญ.6ขวบ จึงโทรแจ้งนางปวีณา ประธานมูลนิธิ นางปวีณาจึงได้ประสาน ผกก.พ.ต.อ.นิทัศน์ และนัดพาแม่เข้าแจ้งความข้อหากระทำชำเราด.ญ.6ขวบ โดยในเบื้องต้น ตำรวจสอบถามผู้กระทำผิดรับสารภาพแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำอนาจารเด็ก, มูลนิธิปวีณา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044ab8ad4a17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด 5 นร.ชายชั้น ม.2 รุมอนาจารเพื่อนสาวในห้องเรียน แม่ร้อง &#039;ปวีณา&#039; ช่วยตามเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - ที่ สน.บางยี่ขัน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเด็กและสตรี ได้พานางแมว น.ส.มิ้ง แม่และพี่สาวของด.ญ.มิลค์&amp;nbsp;อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นม. 2 โรงเรียนมัธยมมีชื่อแห่งหนึ่งย่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ สุขสำราญ รอง ผบก.น.7 และรรท.ผกก.สน.บางยี่ขัน และพ.ต.ท.พัฒนพงษ์ วิฤทธิ์เตชะ รอง ผกก.(สอบสวน)สน.บางยี่ขัน เพื่อให้ดำเนินคดีกับเพื่อนนักเรียนชายร่วมห้องจำนวน 5 คน ซึ่งก่อเหตุร่วมกันกระทำการอนาจารภายในห้องเรียน เหตุเกิดเมื่อวันที่22 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ญ.มิลค์ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ13.00น.วันที่22 ต.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่เข้าห้องรอเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ โดยตนนั่งโต๊ะหน้าห้อง ได้มีนายเอ อายุ17 ปี เพื่อนร่วมห้องที่เรียนซ้ำชั้นอยู่หลายปีและยังเป็นหัวโจกประจำห้อง พร้อมกับ ด.ช.บี ด.ช.ซี ด.ช.ดี และ ด.ช.อี อายุระหว่าง13-14 ปี เข้ามาช่วยกันจับแขนจับขาและปิดปากไม่ให้ร้องขอความช่วยเหลือก่อนจะพาไปหลังห้องพยายามล่วงละเมิดทางเพศ ตนพยายามดิ้นรนจนหลุดออกมาได้ แล้วมานั่งร้องให้อยู่ที่โต๊ะหน้าห้องเรียนขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่อาจารย์เดินไปนอกห้อง กลุ่มของนายเอทั้ง 5 คน ก็กลับมาช่วยกันอุ้มตนไปที่หลังห้องเรียนเป็นครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนอยู่ในห้องประมาณ35คน แต่ก็ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ เพราะเกรงกลัวนายเอ ที่มีอายุมากสุด และคงคิดว่าเป็นการล้อเล่นกัน ตนพยายามร้องให้เพื่อนช่วยอยู่หลายครั้ง กลุ่มนายเอได้ช่วยกันจับแขนขาตนและเอามือปิดปากแล้ว 2 ในกลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงพละและใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ ถกเสื้อชั้นในดูดหน้าอก แต่ตนได้ดิ้นรนขัดขืนจนหลุดมาได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เลิกราตามมาอุ้มฉุดกระชากตนไปที่หลังท้องเรียนเป็นครั้งที่ 3 และคราวนี้ลากเข้าไปในห้องเก็บของที่อยู่สึกเข้าไปอีก ตนกรีดร้องสุดชีวิตก่อนที่เพื่อนในห้องจะวิ่งมาดูเห็นสภาพตนถูกจับกอดกางเกงพละและกางเกงในนอนเปลือยกายท่อนล่างอยู่ แล้วกลุ่มของนายเอก็ได้แยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ญ.มิลค์ เผยต่อไปทั้งน้ำตาว่า ต่อมาตนพร้อมกับเพื่อนสนิทพากันไปแจ้งเรื่องกับอาจารย์ฝ่ายปกครองให้ทราบ ก่อนที่อาจารย์จะเรียกนักเรียนชายทั้ง 5 คน มาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมเรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายมารับทราบเรื่อง ซึ่งนักเรียนชายทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพ โดยที่ทางโรงเรียนพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้ฝ่ายตนตกลงไม่ดำเนินคดีกับฝ่ายผู้ปกครองของนักเรียนชายทั้ง 5 คน เนื่องจากเกรงว่าโรงเรียนจะเสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางแมว มารดาของ ด.ญ.มิลค์ กล่าวว่า นักเรียนชายทั้ง 3 คน กระทำการโดยไม่เกรงกลัวอาจารย์ และเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในห้องกว่า 30 คน โดยคาดว่าทั้ง 5 คน อาจจะคูคลิปโป๊จนเกิดอารมณ์ทางเพศ และเห็นว่าลูกสาวตนตัวเล็กที่สุดในห้องคงจะไม่มีเรี่ยวแรงและไม่กล้าขัดขืนจึงกล้าก่อเหตุขึ้นดังกล่าว ต่อมาวันที่ 28 ต.ค. ทางโรงเรียนได้นัดผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจากัน โดยตนไม่รู้ว่าทางโรงเรียนได้เตรียมข้อบันทึกตกลงที่มีข้อความระบุว่า นักเรียนชายทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพ และฝ่ายนักเรียนชายพร้อมผู้ปกครองทั้ง 5 ครอบครัว จะนำพวงมาลัยดอกไม้มากราบขอขมากับตน แลกกับการไม่ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ส่วนทางโรงเรียนจะทำการหักคะแนนความประพฤตินักเรียนชายทั้ง 5 คน คนละ 35 คะแนน พร้อมทำทัณฑ์บนหากมีการกระทำความผิดเพิ่มเติมโรงเรียนจะดำเนินการย้ายสถานศึกษา โดยที่ น.ส.มิ้ง พี่สาวถูกกดคัน จนต้องเซ็นชื่อรับทราบเรื่องดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในบันทึกข้อความดังกล่าวมีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นพยานเซ็นรับทราบข้อความทั้งหมด ตนสงสารลูกสาวมาก ทุกคนทำเหมือนลูกสาวไม่ใช่คน แค่ดอกไม้มาขอขมาแล้วจบ กลัวว่าจะเสียชื่อเสียงของโรงเรียนตนจึงตัดสินใจมาขอให้มูลนิธิปวีณาฯช่วยพาเข้าแจ้งความ ขอความเป็นธรรม เพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องเลวร้ายกับนักเรียนหญิงคนอื่นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางปวีณา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมบ้านเราในปัจจุบัน ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปกปิดปัญหาก็จะไม่จบ โดยทางโรงเรียนจะต้องรายงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ลงมาแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกและในวันนี้ตนได้ประสานไปยัง ผู้แทนกระทรวงศึกษา ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน สพฐ.เพื่อให้ ด.ญ.มิลค์ และผู้ปกครอง เข้าพบเพื่อรับทราบเรื่องและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาและป้องกันเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศเด็กในโรงเรียนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องของเยาวชน ซึ่งจะต้องประสานนักจิตวิทยา สหวิชาชีพ ร่วมสอบสวนเด็กทั้งหมด ส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย และเชิญตัวผู้ปกครองของทั้ง2ฝ่ายมาสอบสวน ส่วนเอกสารที่ทางโรงเรียนให้พี่สาวของด.ญ.ผู้เสียหายเซ็นนั้น ก็เป็นหลักฐานที่สำคัญในการรับสารภาพยอมรับว่ามีเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นจริงอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82698</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิปวีณา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa132e544d91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ใจสลาย! ฝากยายข้างบ้านเลี้ยงลูกวัย 5 เดือนเลือดคั่งในสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายก คลอง 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.แอน (นามสมมุติ) อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี พร้อมกับสามี ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณี &amp;ldquo;น้องสมาร์ท&amp;rdquo; ลูกชายวัย 5 เดือน เป็นลูกคนแรกที่นำไปจ้างเลี้ยง เลือดคั่งในสมองขณะฝากเลี้ยง ต้องนำตัวส่ง รพ.นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่า 20 วันแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แอน (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนเริ่มนำน้องสมาร์ทไปฝากเลี้ยงกับยายแดง (นามสมมุติ) อายุประมาณ 60 ปี ซึ่งบ้านอยู่ละแวกเดียวกันใน อ.เมืองจันทบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พ.ค.62 หลังได้รับคำแนะนำจากคนที่รู้จัก โดยไปส่งลูกตอนเช้าและรับกลับช่วงเย็น ส่วนสามีเป็นครูอยู่ที่ฉะเชิงเทรา จะกลับบ้านช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งยายแดงคิดค่าจ้างวันละ 250 บาท ถ้าวันไหนเด็กนอนค้างคืนด้วยก็จะคิดเพิ่มอีก 250 บาท เป็น 500 บาท ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 1 ส.ค.62 ตนจะไปสอบประกันหลักสูตรและต้องจัดเตรียมงาน จึงนำลูกไปฝากยายแดงเลี้ยงโดยให้ค้างคืนที่นั่น 1 คืน ด้วย ช่วงเย็นวันที่ 2 ส.ค.62 ตนก็แวะไปหาลูกที่บ้านยายแดงก็ยังพบว่าปกติดีอยู่ จึงฝากลูกให้อยู่ต่ออีกวัน เพราะตนต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปสอนเด็กพิเศษทุกวันเสาร์อย่างที่เคย พอวันเสาร์ที่ 3 ส.ค.62 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่สอนเด็กพิเศษอยู่ ยายแดงโทรมาหาตนแจ้งว่า น้องสมาร์ทไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ มีอาการคออ่อน ตาลอย ตัวอ่อนนิ่มไม่มีแรง ตนจึงบอกให้รีบพาไปโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี พร้อมกับโทรบอกเพื่อนที่อยู่ใกล้ช่วยไปดูให้ก่อน โดยน้องสมาร์ทมีอาการชักเกร็งแพทย์จึงฉีดยากันชักให้ ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี แพทย์ทำการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจซีทีสแกนสมอง และให้ยากันชักใน 2 วันแรก น้องสมาร์ทสามารถขยับตัวได้แต่ไม่ลืมตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกลางดึกของวันที่ 5 ต่อเนื่องวันที่ 6 ส.ค. น้องสมาร์ทมีอาการชักเกร็งจนถึงเย็นวันที่ 6 ส.ค. รวมแล้วมากกว่า 20 ครั้ง ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้ยากันชักเพื่อควบคุมอาการ และใส่เครื่องช่วยหายใจนำตัวเข้าห้องไอซียู ระหว่างนั้นแพทย์ได้เรียกพ่อแม่และยายเข้าไปฟังผลซีทีสแกนสมองพบว่ามีเลือดออกในสมอง โดยตรวจพบเลือดบริเวณรอบๆสมองและด้านในสมอง มีทั้งเลือดเก่าและเลือดใหม่ โดยแพทย์นิติเวช ให้พ่อแม่เข้าแจ้งความไว้ก่อน จากนั้นตนจึงไปแจ้งความที่สภ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62 หลังแจ้งความก็ทราบภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการไปตรวจที่บ้านของยายแดงและสอบถามเรื่องที่เกิดขื้น และล่าสุดทางตำรวจแจ้งว่ายังรอผลตรวจจากแพทย์อยู่ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาใครได้ จึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตนเพิ่งมีลูกชายคนแรกไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยทำความจริงให้ปรากฎ หลังเกิดเหตุยายแดงก็มีมาเยี่ยมน้องสมาร์ท 2 ครั้ง แต่หลังจากตนแจ้งความแล้วก็ไม่มาอีกเลย ที่ผ่านมา ยายแดง ยืนยันว่า วันเกิดเหตุก่อนที่จะพบว่าน้องสมาร์ทมีอาการผิดปกติ กำลังเข้าไปบดข้าวเพื่อป้อนให้เด็กอีกคนและได้ยินเสียงน้องสมาร์ทนอนร้องไห้ประมาณ 3-4 นาที พอเดินมาดูก็พบว่าคออ่อน ตาลอยแล้ว ไม่ได้เรื่องอื่นใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แอน (นามสมมุติ) กล่าวอีกว่า ตอนนี้น้องสมาร์ทก็ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ล่าสุดแพทย์ตรวจพบว่ามีเลือดออกที่จอประสาทตา ไม่มีทางรักษาได้ และอาจจะส่งผลให้ตาบอดในอนาคต ส่วนอาการเลือดคั่งในสมองอาจส่งผลให้เด็กพิการทางสมองได้ ยังคงให้ยารักษาต่อไปพร้อมกับทำกายภาพบำบัด ในเรื่องพัฒนาการต้องเริ่มใหม่ ตั้งแต่การฝึกดูดนม ฝึกกลืน คว่ำชันคอ แต่ตนก็ยังไม่สิ้นหวังจะรักษาลูกให้ดีที่สุด และเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.คมน์สรณ์&amp;nbsp;มาบำรุง ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี และในวันพฤหัสบดี ที่ 29 ส.ค 62 เวลา 13.00 น. ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการน้องสมาร์ทที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี เพื่อสอบถามสาเหตุจากแพทย์ผู้รักษา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปด้วย เพื่อประชุมกับทีมแพทย์สรุปสาเหตุ ที่พบเลือดบริเวณรอบๆ สมองและด้านในสมองเกิดจากสาเหตุใด เพื่อให้ตำรวจสรุปสำนวนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44494</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปทุมธานี, มูลนิธิปวีณา, มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี, สภ.เมืองจันทบุรี, เด็กเลือดคั่งในสมอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d665714016fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
