<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่น้องนาเดียร์รับศพลูก 2 ขวบ พี่สะใภ้ฝังดิน รอผลชันสูตร 30 วัน จมน้ำหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.64 - ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางปวีณา หงสกุล มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย น.ส.สุรินทร์ แอบเสมา อายุ 30 ปี&amp;nbsp;และนายอัมพล ลือบางใหญ่ อายุ 34 ปี เดินทางเข้ารับศพน้องนาเดียร์ เด็กหญิงวัย 2 ขวบ ซึ่งถูกนางรุ้งลวัลย์ พุ่มบัว พี่สะใภ้ของน.ส.สุรินทร์ อ้างว่าจมน้ำดับ ก่อนนำร่างใส่กระสอบไปฝังดิน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกุร โฆษกสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ผลชันสูตรเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ และยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตของน้องนาเดียร์ได้ เนื่องจากสภาพศพมีการยุบตัว และเปลี่ยนสภาพมาก เนื่องจากเด็กเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน สภาพร่างกายภายนอกยังไม่พบบาดแผลที่นำไปสู่การเสียชีวิต แต่ทางเจ้าหน้าที่นิติเวชได้ส่งชิ้นเนื้ออวัยวะภายใน อาทิ ปอด ตับ หัวใจ ไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน&amp;nbsp;จึงจะทราบผล ทำให้ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าน้องนาเดียร์จมน้ำหรือไม่&amp;nbsp;แต่ถ้าน้องนาเดียร์จมน้ำจริง จะต้องมีคราบน้ำ และตะไคร่อยู่ภายในชิ้นเนื้อที่ส่งตรวจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ่อแม่ของน้องนาเดียร์ กล่าวว่า ยังติดใจเรื่องการเสียชีวิตของลูก เพราะพฤติกรรมของพี่สะใภ้น่าสงสัย หลังน้องนาเดียร์เสียชีวิตทำไมพี่สะใภ้ไม่พาไปส่งโรงพยาบาล แต่กลับนำไปฝังดิน ประกอบกับหลังเกิดเหตุคนข้างบ้านได้มาพูดเตือนว่าทำไมถึงฝากให้คนนี้เลี้ยงลูก ไม่ทราบหรือว่าเขาเป็นคนอย่างไร&amp;nbsp; ซึ่งก็สร้างแปลกใจว่าทำไมคนข้างบ้านถึงมาพูดแบบนี้ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุพี่สะใภ้ได้โทรมาขอโทษ แต่ส่วนตัวไม่อยากจะพูดคุยด้วยอีกแล้ว ที่ผ่านมาพี่สะใภ้เลี้ยงลูกให้ไม่เคยมีปัญหาอะไร&amp;nbsp;และไม่เคยเห็นมีแผลหรือได้รับบาดเจ็บหนัก หรือถ้ามีก็จะเป็นแค่ลอยฟกช้ำที่อาจจะเกิดจากการหกล้ม อย่างไรก็ตามตนไม่เชื่อว่าพี่สะใภ้จะก่อเหตุคนเดียว การที่จะทำแบบนี้ได้จะไม่มีใครรู้เห็นเลยเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp; หรือถ้าเขาสามารถฝังเด็กคนหนึ่งได้คนเดียวถือว่าเขาเก่งมาก หลังจากนี้จะนำร่างของลูกกลับไปเพ็ญกุศลที่วัดหลักหก&amp;nbsp;อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า ด้านคดีความ จากการได้พูดคุยกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทราบว่าตอนนี้คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างสืบสวน สอบปากคำญาติและพี่สะใภ้อย่างละเอียด นอกจากนี้ได้ติดต่อสหวิชาชีพ เข้ามาสอบพี่สาววัย 4 ขวบของน้องนาเดียร์ด้วย เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของครอบครัวทางพ่อและแม่ของน้องนาเดียร์ประสงค์ที่จะนำพี่สาวคนโต ขึ้นมาเลี้ยงเองที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทางมูลนิธิจะเป็นผู้ประสานงานทั้งเรื่องการเป็นอยู่และการศึกษา และยังจะเป็นตัวกลางในการติดตามความคืบหน้าของคดีต่อไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107397</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี, ราชบุรี, ศพเด็ก 2 ขวบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d303140bb71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ใจสลาย! ฝากยายข้างบ้านเลี้ยงลูกวัย 5 เดือนเลือดคั่งในสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายก คลอง 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.แอน (นามสมมุติ) อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี พร้อมกับสามี ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณี &amp;ldquo;น้องสมาร์ท&amp;rdquo; ลูกชายวัย 5 เดือน เป็นลูกคนแรกที่นำไปจ้างเลี้ยง เลือดคั่งในสมองขณะฝากเลี้ยง ต้องนำตัวส่ง รพ.นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่า 20 วันแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แอน (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนเริ่มนำน้องสมาร์ทไปฝากเลี้ยงกับยายแดง (นามสมมุติ) อายุประมาณ 60 ปี ซึ่งบ้านอยู่ละแวกเดียวกันใน อ.เมืองจันทบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พ.ค.62 หลังได้รับคำแนะนำจากคนที่รู้จัก โดยไปส่งลูกตอนเช้าและรับกลับช่วงเย็น ส่วนสามีเป็นครูอยู่ที่ฉะเชิงเทรา จะกลับบ้านช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งยายแดงคิดค่าจ้างวันละ 250 บาท ถ้าวันไหนเด็กนอนค้างคืนด้วยก็จะคิดเพิ่มอีก 250 บาท เป็น 500 บาท ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 1 ส.ค.62 ตนจะไปสอบประกันหลักสูตรและต้องจัดเตรียมงาน จึงนำลูกไปฝากยายแดงเลี้ยงโดยให้ค้างคืนที่นั่น 1 คืน ด้วย ช่วงเย็นวันที่ 2 ส.ค.62 ตนก็แวะไปหาลูกที่บ้านยายแดงก็ยังพบว่าปกติดีอยู่ จึงฝากลูกให้อยู่ต่ออีกวัน เพราะตนต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปสอนเด็กพิเศษทุกวันเสาร์อย่างที่เคย พอวันเสาร์ที่ 3 ส.ค.62 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่สอนเด็กพิเศษอยู่ ยายแดงโทรมาหาตนแจ้งว่า น้องสมาร์ทไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ มีอาการคออ่อน ตาลอย ตัวอ่อนนิ่มไม่มีแรง ตนจึงบอกให้รีบพาไปโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี พร้อมกับโทรบอกเพื่อนที่อยู่ใกล้ช่วยไปดูให้ก่อน โดยน้องสมาร์ทมีอาการชักเกร็งแพทย์จึงฉีดยากันชักให้ ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี แพทย์ทำการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจซีทีสแกนสมอง และให้ยากันชักใน 2 วันแรก น้องสมาร์ทสามารถขยับตัวได้แต่ไม่ลืมตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกลางดึกของวันที่ 5 ต่อเนื่องวันที่ 6 ส.ค. น้องสมาร์ทมีอาการชักเกร็งจนถึงเย็นวันที่ 6 ส.ค. รวมแล้วมากกว่า 20 ครั้ง ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้ยากันชักเพื่อควบคุมอาการ และใส่เครื่องช่วยหายใจนำตัวเข้าห้องไอซียู ระหว่างนั้นแพทย์ได้เรียกพ่อแม่และยายเข้าไปฟังผลซีทีสแกนสมองพบว่ามีเลือดออกในสมอง โดยตรวจพบเลือดบริเวณรอบๆสมองและด้านในสมอง มีทั้งเลือดเก่าและเลือดใหม่ โดยแพทย์นิติเวช ให้พ่อแม่เข้าแจ้งความไว้ก่อน จากนั้นตนจึงไปแจ้งความที่สภ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62 หลังแจ้งความก็ทราบภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการไปตรวจที่บ้านของยายแดงและสอบถามเรื่องที่เกิดขื้น และล่าสุดทางตำรวจแจ้งว่ายังรอผลตรวจจากแพทย์อยู่ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาใครได้ จึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตนเพิ่งมีลูกชายคนแรกไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยทำความจริงให้ปรากฎ หลังเกิดเหตุยายแดงก็มีมาเยี่ยมน้องสมาร์ท 2 ครั้ง แต่หลังจากตนแจ้งความแล้วก็ไม่มาอีกเลย ที่ผ่านมา ยายแดง ยืนยันว่า วันเกิดเหตุก่อนที่จะพบว่าน้องสมาร์ทมีอาการผิดปกติ กำลังเข้าไปบดข้าวเพื่อป้อนให้เด็กอีกคนและได้ยินเสียงน้องสมาร์ทนอนร้องไห้ประมาณ 3-4 นาที พอเดินมาดูก็พบว่าคออ่อน ตาลอยแล้ว ไม่ได้เรื่องอื่นใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แอน (นามสมมุติ) กล่าวอีกว่า ตอนนี้น้องสมาร์ทก็ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ล่าสุดแพทย์ตรวจพบว่ามีเลือดออกที่จอประสาทตา ไม่มีทางรักษาได้ และอาจจะส่งผลให้ตาบอดในอนาคต ส่วนอาการเลือดคั่งในสมองอาจส่งผลให้เด็กพิการทางสมองได้ ยังคงให้ยารักษาต่อไปพร้อมกับทำกายภาพบำบัด ในเรื่องพัฒนาการต้องเริ่มใหม่ ตั้งแต่การฝึกดูดนม ฝึกกลืน คว่ำชันคอ แต่ตนก็ยังไม่สิ้นหวังจะรักษาลูกให้ดีที่สุด และเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.คมน์สรณ์&amp;nbsp;มาบำรุง ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี และในวันพฤหัสบดี ที่ 29 ส.ค 62 เวลา 13.00 น. ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการน้องสมาร์ทที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี เพื่อสอบถามสาเหตุจากแพทย์ผู้รักษา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปด้วย เพื่อประชุมกับทีมแพทย์สรุปสาเหตุ ที่พบเลือดบริเวณรอบๆ สมองและด้านในสมองเกิดจากสาเหตุใด เพื่อให้ตำรวจสรุปสำนวนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44494</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปทุมธานี, มูลนิธิปวีณา, มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี, สภ.เมืองจันทบุรี, เด็กเลือดคั่งในสมอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d665714016fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
