<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้น ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 &amp;nbsp;ต.ค. 64 - &amp;nbsp;ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า 18 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;มาพร้อมกับข่าวร้ายกับการจากไปของพี่ชายที่ รักและเคารพนับถือ ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล ผู้ซึ่งชีวิตมีแต่งาน ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง มูลนิธิปิดทองหลังพระ ฯลฯ และก่อนหน้านั้นคือ คุณชาย ดิสนัดดา เป็นราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รู้สึกเศร้าจนไม่อยากเขียนอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.จ. จุลเจิม ยุคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ &amp;nbsp;เสียชีวิตในวัย &amp;nbsp;81 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต โดยก่อนหน้านี้ได้เข้ารับการรักษา ที่ รพ.ศิริราช มาระยะหนึ่ง
ทางด้านการศึกษาม.ร.ว.ดิศนัดดา จบการศึกษาปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ จาก Indiana University (Bloomington) ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับพระราชทานปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ประจำปี 2558-2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำงานได้ถวายงานรับใช้ในฐานะเลขานุการส่วนพระองค์ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรองประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล, มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d31f788fd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2019 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;นำศาสตร์พระราชา&quot; สู่จังหวัดชายแดนใต้  ผ่านการพัฒนา&quot;ทุเรียน&quot; คุณภาพระดับส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุเรียนใต้สูงมาก ต้องปีนป่ายขึ้นไปตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แนวพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทางมูลนิธิปิดทองหลังพระ&amp;nbsp;และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ ได้สืบสานแนวพระราช ดำริ มาอย่างต่อเนื่อง และนำไปขยายผลสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน&amp;nbsp;โดยสร้างกระบวนการทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาของตนเองและชุมชนสร้างผู้นำใหม่ในพื้นที่ ทำให้แผนงานพัฒนาชุมชนเกิดจากความต้องการของชาวบ้านจริง สามารถเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาของหน่วยงานต่างๆ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อไม่นานนี้ สถาบันส่งเสริมและพัฒนาปิดทองหลังพระ นำคณะสื่อมวลชนพื้นที่ในอ.กรงปีนัง จ.ยะลา หนึ่งในพื้นที่ของโครงการทุเรียนคุณภาพ &amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนใต้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อเนื่องรุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp; โดยได้ดำเนินงานตามมติของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบแห่งใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแก้ไขปัญหาเร่งด่วน (Quick Win)&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของชาวบ้านและหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุเรียนจากสวนในอำเภอกรงปีนัง สีเหลืองนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเป็นผลมาจากความสำเร็จในการนำร่องโครงการเมื่อปีที่แล้ว &amp;nbsp;ในพื้นที่ต้นแบบบ้าน กม. 26 ใน ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ที่มีเกษตรกรเข้าร่วม 18 ราย ทุเรียนจำนวน 324 ต้น จำนวนผลผลิต 35 ตันสร้างรายได้รวม 2.7 ล้านบาท มีรายได้เพิ่มตันละประมาณ 3.5 เท่า ทำให้ในปีนี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;664&amp;nbsp;ราย จาก&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ตำบล จำนวน&amp;nbsp;22,508&amp;nbsp;ต้น แบ่งเป็น จังหวัดยะลา&amp;nbsp;382&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp; ทุเรียน 13,831&amp;nbsp;ต้น จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;185&amp;nbsp;ราย ทุเรียน 3,997&amp;nbsp;ต้น และจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;97&amp;nbsp;ราย ทุเรียน &amp;nbsp;4,680&amp;nbsp;ต้น โดยมีการทำประชาคมให้เกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้งคัดเลือก อาสาทุเรียนคุณภาพ 91&amp;nbsp;คน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่แบบพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนแนวนโยบายการพัฒนาศักยภาพประชาชนในพื้นที่อย่างทั่งถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และเลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่เป็นแบบพหุวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต แก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างคนจน คนรวย และ เมืองกับชนบท อย่างเป็นธรรม จึงได้นำศาสตร์พระราชาเข้ามาช่วย ซึ่งเป็นการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประณีต ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวิธีการดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง อย่างการพ่นน้ำทุเรียน ที่ต้องพ่นให้ทั่วถึง ซึ่งต้นทุเรียนในภาคใต้มีความสูงถึง 15 เมตร ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลเอาใจใส่อย่างดี &amp;nbsp;เป็นการเพิ่มคุณภาพจากต้นทุเรียนเดิมของชาวบ้าน &amp;nbsp;วิธีการนี้นำร่องไปแล้วที่อ.บันนังสตา และขยายไปยังพื้นที่ อ.กรงปินังเป็นปีแรก มีเกษตรเข้าร่วม 43 ราย ต้นทุเรียนที่ผ่านการคัดเลือก 870 ต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ม.ร.ว.ดิศนัดดา กำลังบรรยายความเป็นมาของสวนทุเรียนชายแดนใต้ และการเข้าไปช่วยเหลือพัฒนาของปิดทองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สิ่งที่ปิดทองฯ ได้เรียนรู้จากชาวบ้านคือ 1.ขาดองค์ความรู้ คือ ทำตามมีตามเกิด ไม่มีองค์ความรู้ในการปลูก 2.ขาดตลาด คือ พ่อค้าคนกลางไปซื้อถึงสวน ดังนั้นเมื่อพ่อค้าเรียกราคา ต้องการกำไร จึงทำให้เกิดการกดราคา ไม่สนใจต้นทุน ถูกเรียกราคาเท่าไหร่ชาวบ้านก็ต้องขาย ไม่ใช่แค่ยะลา แต่รวมไปถึงปัตตานีและนราธิวาสด้วย 3. ขาดเงินลงทุน&amp;nbsp; ผลผลิตแต่ละปีไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีหนอนเจาะทุเรียน และ 4.ขาดการบริหารจัดการ &amp;nbsp;ดังนั้นในการทำงานตรงนี้จึงต้องเริ่มจากการทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อใจ เพราะมีเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยที่ยืนมือมาให้ความช่วยเหลือ และหายไป อย่าง การเอาต้นกล้ามาให้ แต่ไม่สอนวิธีการปลูก การดูแล หรือช่องทางการค้า ก็เท่ากับสูญเปล่า เราจึงต้องเลือกคนในพื้นที่ที่พร้อมมาเรียนรู้งานกับเรา และนำไปบอกชาวบ้าน ซึ่งจะได้ผลมากกว่า&amp;quot;เลขามูลนิธิปิดทอง &amp;nbsp;ฯ กล่าว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขแทร็คที่ต้นทุเรียนในโครงการฯต้องมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความช่วยเหลือของปิดทอง ฯ ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวว่า คือการสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ยบำรุงต้นใบผลสารป้องกันโรคและแมลงเครื่องพ่นแรงดันสูงระบบกระจายน้ำในแปลง เป็นการช่วยเหลือในลักษณะยืมและเก็บเงินคืนภายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตในรูป กองทุนกลุ่มทุเรียนคุณภาพ และสรรหาคนที่รู้เรื่องของทุเรียนไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดชุมพร ระยอง หรือจันทบุรี มาฝึกฝนและให้ความรู้กับชาวบ้าน และส่งชาวบ้านไปเรียนที่สวนจริงอย่างสม่ำเสมอ &amp;nbsp; และที่สำคัญคือการตรวจเช็คต้นทุเรียนทุกต้นโดยอาสาทุเรียน ซึ่งมีการติดเลขแทร็คกับต้นทุเรียน เพื่อให้รู้ต้นนี้จะออกผลกี่ลูก กี่กิโลกรัม ในอนาคตคาดว่าจะมีการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นในการติดตามผลทุเรียนในแต่ละต้นด้วย &amp;nbsp;ในขณะที่ภาคเอกชนอย่าง&amp;nbsp;CP&amp;nbsp;นอกจากส่งนักวิชาการมาร่วมให้ข้อมูลอบรมเกี่ยวทุเรียนคุณภาพที่ตลาดต้องการแล้วยังรับไปจัดจำหน่ายให้
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลทุเรียนจากสวน ยูโซะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในการทำโครงการนี้ ต้องมองที่ตลาดเป็นตัวตั้ง ปิดทองฯ เป็นตัวกลาง และมองมาที่เกษตร เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตทุเรียนคุณภาพทั้ง ในเรื่องของ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp; ไปขายต่อให้ผู้บริโภคที่ต้องการในราคาที่ต้องสูงขึ้น โดยจะเน้นไปที่การส่งออกไปยังประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งซีพี ได้รับซื้อทุเรียนในโครงการในราคากิโลละ 101 บาท ซึ่งมากกว่าตลาดที่ซื้อในราคาประมาณ 45-80 บาท &amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้คาดว่าจำนวนผลผลิตจะได้ประมาณกว่า 2.4 พันตัน คาดการณ์รายได้ไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาท แบ่งเป็นทุเรียนที่เป็นเกรด A B C ปริมาณกว่า 1.7พันตัน ตกเกรด 488.04 ตัน ลูกตำหนิ 244.02 ตัน นอกจากการพัฒนาเกษตรกรแล้ว ตนก็คิดและหวังจะทำให้มุสลิมภาคใต้ ใช้ศาสตร์พระราชา การทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประณีต เป็นแม่แบบในการแก้ไขปัญหามุสลิมโลก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 10-20 ปี โดยมีหัวใจสำคัญก็คือการสร้างคน เพื่อมาทำงานต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; เลขาธิการปิดทองฯ&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชิน&amp;nbsp;ห้องสุวรรณ&amp;nbsp; เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมโครงการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเกษตรกร นายสุชิน&amp;nbsp;ห้องสุวรรณ&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียนต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และอาสาทุเรียนในโครงการฯ เล่าว่า &amp;nbsp;ทุเรียนที่นี่ ไม่เหมือนที่อื่น เพราะการออกผลในแต่ละปีไม่สม่ำเสมอ บางปีดกบางปีก็ไม่ดก ราคาขายก็จะไม่ได้มากเคยขายได้กิโลกรัมละ 8 -85 บาท ดังนั้น เมื่อมีโครงการทุเรียนคุณภาพเข้า มา ก็ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมเพื่อเป็นตัวแทนเกษตรกรด้วย โดยเราต้องทำตามกระบวนการและวิธีใส่ปุ๋ยตามสูตรของโครงการฯ อย่างเคร่งครัด และดูแลสวนของเกษตรที่เข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp;ซึ่งสวนของตนมีต้นทุเรียนที่ได้คัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 20 ต้น &amp;nbsp;ผลผลิตล็อตแรกเพิ่งขายไป 407 กิโลกรัม &amp;nbsp;คัดเป็นเกรด A, B &amp;nbsp; 293 กิโลกรัม เกรด C &amp;nbsp;52 กิโลกรัม และตกไซต์อีก 62 กิโลกรัม &amp;nbsp;ได้เงิน 36,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าใน 3 เดือนตั้งแต่กรกฎาคม-กันยายน จะมีผลผลิตออกอีกหลายรุ่น &amp;nbsp;แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย &amp;nbsp;นอกจากนี้ก็ยังมีผลไม้อื่นๆ อาทิ เงาะ มังคุด ที่จะมาเสริมรายได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูโซะ ดอเลาะบองอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายยูโซะ ดอเลาะบองอ ตัวแทนเกษตรกร อ.กรงปินัง จ.ยะลา เล่าว่า สวนทุเรียนของตนมี 6 ไร่ มีประมาณ 60 ต้น และได้เข้าร่วมโครงการ 20 ต้น ซึ่งใน 1 ต้น มีผลผลิตประมาณ 150 กิโลกรัม &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าการดูแลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม &amp;nbsp;จากที่เข้าสวนมาดูแลเฉพาะในช่วงต้นออกผล ใส่ปุ๋ยไม่ถูกวิธี ใส่ครั้งเดียวบ้าง &amp;nbsp;แต่พอเข้าเริ่มโครงการฯกับปิดทอง &amp;nbsp;ก็ดูแลเอาใจใส่มากกว่าเดิม เข้าสวนทุกวัน &amp;nbsp;ทั้งใส่ปุ๋ยตามสูตรบำรุงดอก บำรุงต้น และบำรุงผล การตัดแต่งกิ่ง การรดน้ำให้ทั่วต้น &amp;nbsp;ซึ่งทำให้ผลทุเรียนมีเนื้อเยอะขึ้น &amp;nbsp;ลูกสวย รสชาติอร่อย และน้ำหนักดีขึ้น แม้ว่าจะเหนื่อยกว่าเมื่อก่อน แต่ก็อดทนได้เพราะอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุลกิฟลี สะกะแย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุลกิฟลี สะกะแย อาสาทุเรียนใน อ.กรงปินัง จ.ยะลา เล่าเสริมว่า การได้เข้าไปเรียนรู้การปลูกทุเรียนในพื้นที่อื่น ทำให้ตนเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน อย่างที่จ.ระยอง ต้นทุเรียนเตี้ยประมาณ 8-10 เมตร แต่ที่จ.ยะลาต้นทุเรียนจะสูง 15-30 เมตร บางต้นก็สูงไปเลยไม่มีกิ่ง เวลาเก็บผลก็จะต้องปีนกิ่งซึ่งจะลำบาก ความรู้ที่เรานำมาใช้คือ การปรับแต่งกิ่งไม่ให้สูงเกินไป &amp;nbsp;ซึ่งการไปดูแลสวนทุเรียนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯต้องออกไปดูแลทุกวัน &amp;nbsp; ปัญหาก็มีบ้าง อย่างบางคนอาจจะไม่เชื่อสูตร ที่เรียนมาก็ต้องมีการทำความเข้าใจ และชี้ให้เห็นประโยชน์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้งในพื้นที่คัดทุเรียนจากสวนก่อนส่งออกนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นทุเรียนภาคใต้ต้องปีนเก็บอย่างระมัดระวัง เพราะต้นสูงมากกว่าต้นทุเรียนภาคอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล, มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ, สวนทุเรียน3จังหวัดชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3b07398981d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 05:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 05:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ประตูความไว้ใจ 7หมู่บ้าน 3จังหวัดชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.ดิศนัดดา &amp;nbsp;ดิศกุล&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการรายงานการดำเนินงานประจำปี2560 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ&amp;nbsp; นอกจากจะรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานใน 7พื้นที่ ใน 9จังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่ใหม่ล่าสุดคือ 3จังหวัด ขายแดนภาคใต้&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพื้นที่ความไม่สงบมายาวนานกว่า 10ปี&amp;nbsp; โดยในช่วงปี2559-2560 ปิดทอง ได้เริ่มเข้าไปทำโครงการพัฒนาสภาพชีวิตความเป็นอยู่ชองประชาชน 7 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ใน 3จังหวัดชายแดนใต้ที่จะเป็น&amp;quot;พื้นที่ต้นแบบ&amp;quot;การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp; แบ่งเป็น ปัตตานี 3 หมู่บ้าน ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 2หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า การขยายพื้นที่ใหม่ไปยัง 3จังหวัดชายแดนใต้ สืบเนื่องจากข้อมูลพบว่า ชาวบ้านยังยากจน มีหนี้สินอยู่อย่างยากลำบาก&amp;nbsp; 7หมู่บ้านมีหนี้สิน ทั้งสิ้นกว่า 73.6ล้านบาท หรือเฉลี่ยครัวเรือนละ 60,652 บาท มีเงินออมเฉลี่ยครัวเรือนละเพียง1,700 บาทเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งในพื้นที่ทำให้การพัฒนาบางด้านหยุดชะงัก จึงเกิดพื้่นที่รกร้างแห้งแล้ง ทิ้งนาไปเนิ่นนาน ไม่มีใครทำนา&amp;nbsp; ประชาชนไม่ได้ประกอบอาชีพอย่างเต็มศักยภาพ การดำเนินการงาน ปิดทอง ได้ร่วมมือกับส่วนราชการทุกจังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เข้าไปดำเนินงานพื้นที่ 7 หมู่บ้านที่ประชาชน มีความพร้อม ความต้องการความช่วยเหลือเขา ซึ่งปัญหาหนี้สินของชาวบ้าน 7 หมู่บ้านมีหนี้สินรวมกันกว่า 73.6 ล้านบาท&amp;nbsp; หรือครอบครัวหนึ่งๆจะมีหนี้เกิน 6หมื่นบาท ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้พวกเขาหลุดจากภาระหนี้สิน&amp;nbsp; ถ้าไม่มีการร่วมกันพัฒนาอย่างตรงจุด นั่นคือ การรู้ถึงปัญหาความต้องการของเขา&amp;nbsp; การพัฒนาอาชีพที่ตรงตามความสามารถของชาวบ้าน และการให้เขาผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ที่สำคัญ ทางการที่เข้าไปไม่เคยถามชาวบ้านว่าความต้องการของเขาคืออะไร ปัญหาของเขาคืออะไร&amp;nbsp; แต่เป็นการคิดเองและยัดเยียดให้ชาวบ้าน ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐเข้าไปแนะนำให้ชาวบ้านทำโน่นทำนี่ เสร็จแล้วก็ออกไป&amp;nbsp; ไม่รับรู้ว่าจะมีตลาดรองรับหรือไม่ และไม่มีการถ่ายทอดความรู้ให้จริงๆจังๆ ดังนั้นคนใน3จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp; จึงไม่ไว้ใจคนนอก &amp;quot;ประธานมูลนิธิปิดทองกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวอีกว่า ในการเข้าไปดำเนินโครงการในพื้้นที่ไม่ไว้วางใจคนนอก&amp;nbsp; ทำให้ปิดทองฯให้ทางชุมชนเลือกคนที่สมัครใจ เป็นตัวแทนมาเรียนรู้ ฝึกงานการพัฒนาเวลา&amp;nbsp; &amp;nbsp;3เดือน โดยส่งไปอบรมพื้นที่โครงการของปิดทองที่ยอดดอย อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เพื่อให้เขานำความรู้กลับมาที่ชุมชนและบริหารจัดการกันเอง&amp;nbsp; แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ ทำให้ตัวแทนชุมชน ใช้เวลาพัฒนา นานกว่าพื้นที่อื่นๆ ส่วนหนึ่งมาจาก ปิดทองฯไม่ได้ส่งคนลงไปประกบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ไม่ส่งคนของเราไปก็เพราะ คนใต้เขาไม่ไว้ใจเรา แม้กะทั่งผมเองเขาก็ไม่ไว้ใจ เราจึงต้องเลือกคนที่เขาเชื่อถือ มาให้ฝึกหัด แล้วก็ให้พวกเขาช่วยกันเอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไปขยายความรู้ต่อให้คนในชุมชนของเขา&amp;nbsp; แตกต่างจากที่อื่นด้วยภูมิสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตและความเคยชิน แม้กระทั่งฟ้าฝน ฝน 8แดด 4 ทำให้งานพัฒนางานที่ 3จังหวัดชายแดนใต้กว่าจะเห็นผลช้ากว่าที่อื่น อย่างเช่น ฝาย ที่ปิดทองเคยไปทำในจังหวัดอื้่น ไม่เกิน 84 วันก็เสร็จ แต่ที่ฝายสาโค สุไหงปาดี&amp;nbsp; นราธิวาสต้องใช้เวลาถึง 8เดือน ผมเองยังต้องปรับตัวให้เข้ากับคนใต้&amp;nbsp; &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันโครงการพัฒนาที่ 7หมู่บ้านใน 3จังหวัดชายแดนใต้ มีความก้าวหน้า&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างฝายสากอแล้วเสร็จแล้ว และพร้อมที่จะช่วยเรื่องการเกษตรพี่น้องในพื้นที่ได้&amp;nbsp; ไม่ต่ำกว่า 2พันไร่&amp;nbsp; และขั้นต่อไป ปิดทองจะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องชนิดของพืชที่เพาะปลูก การหาตลาด และการประมาณการรายได้&amp;nbsp; ที่ชาวบ้านจะได้รับในอีก 4เดือนข้างหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บ้านจำปูนอ.รามัน&amp;nbsp; จ.ยะลา เกิดความร่วมมือ จากพื้นที่ จำนวน35 โครงการ ทั้งโครงการปศุสัตว์ การปลูกผัก&amp;nbsp; และในวันนี้ชุมชนยอมรับการเข้ามา ช่วยเหลือพัฒนาของปิดทองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอเซ็บ สาและ (ที่2จากซ้าย) ผู้นำหมู่บ้านจำปูน และนางสาววสุพิชญนันทน์ จิตนุพงศ์ (ที่2จากขวา) ปลัด อ.รามัน จ.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กอเซ็บ สาและ ผู้นำชุมชน บ้านจำปูน กล่าวว่า หลักการที่ปิดทองฯมอบให้กับบ้านจำปูน ถือว่าสอดคล้องกับศาสนาของเรา&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เริ่มแรกที่ปิดทอง&amp;nbsp; เข้ามาต้องยอมรับว่าไม่ไว้ใจ ม.ร.ว.ดิศนัดดา และคิดว่าเป็นคนใหญ่คนโต ถึงขนาดคิดว่าเวลาที่มาที่หมู่บ้านคงมีชบวนแห่มาด้วย แต่พอถึงเวลาจริงๆคุณชายมาแบบไม่มีขบวนอะไระเลย เป็นคนธรรมดามากๆ&amp;nbsp; แต่จริงๆแล้วภาคใต้เรา ไม่ใช่ไม่ไว้ใจคน แต่ทางเบื้องบนต้องไว้ใจเรา และเราพร้อมทุกอย่างที่จะไว้ใจเขา และจะทำงานร่วมกันได้ ส่วน ในแง่ศาสตร์ของพระราชา ที่ปิดทองนำมา ถือว่าเป็นหลักที่สอดคล้องกับศาสนามุสลิม เพราะองค์ศาสดาได้สั่งสอนชาวมุสลิมไว้ 4อย่าง 1.พูดจริง ทำจริง 2.บอกต่อ 3.มีความเชื่อถือได้ 4.มีความเก่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำบ้านจำปูน ยอมรับว่าพื้นที่จำปูน เป็นพื้นที่ค่อนข้างเสี่ยงภัย ในช่วง&amp;nbsp; 4ปี ที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานเข้าไปที่หมู่บ้าน ไปแนะนำเรื่องการพัฒนาเรื่องโน้นเรื่องนี้&amp;nbsp; แต่พอปิดทองเข้าไป ชาวบ้านรู้สึก รู้ซึ้งในความละเอียดอ่อน ในความแตกต่างการทำงานระหว่างปิดทองกับหน่วยงานที่ผ่านๆมา&amp;nbsp; โดยตัวของม.ร.ว.ดิศนัดดา ได้มาที่หมู่บ้านด้วยตัวเอง และตรงจุดนี้เองที่ทำให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน&amp;nbsp; และชาวบ้านประสบความสำเร็จ และแม้ว่าจะสำเร็จไม่ถึง 100 % แต่ผลอย่างหนึ่งที่เห็นชัดก็คือ การทำให้เด็กวัยรุ่นบางกลุ่มในชุนชน ที่ไม่ได้ทำงานทำการอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน&amp;nbsp; ได้แต่ขอเงินจากพ่อแม่ไปวันๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดแบบบ้านๆ ก็เหมือนขยะในหมู่บ้าน แต่ทางชุมชนได้เลือกเด็ก 3 คนนี้ เป็นตัวแทนไปฝึกอบรมการพัฒนากับปิดทองที่ จ.น่าน&amp;nbsp; ซึ่งพอเด็กกลุ่มนี้กลับมา สังคมก็ให้การยอมรับ&amp;nbsp; เพราะปัจจุบันเขาสามารถนำชุมชนทำงานในเรื่องของการประกอบอาชีพ ได้อย่างดี&amp;nbsp; เป็นผลงานที่ดีเกินความคาดหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กอเซ็บ เล่าถึงความประทับใจการทำงานของปิดทองอีกว่า&amp;nbsp; เดิมทีอาชีพหลักของหมู่บ้านคือการทำยางพารา&amp;nbsp; รองลงมาการทำนา&amp;nbsp; ปลูกผัก ปลูกแตงโม และมีพื้นที่ชาวบ้านผลิตพืชผลเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp; 15ไร่&amp;nbsp; สมัยก่อน ก็มีหน่วยงานรัฐเข้ามาที่หมู่บ้าน มาแนะนำการทำอาชีพต่างๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วิธีการทำงานของเจ้าหน้ารัฐกับปิดทองมีความแตกต่างกัน&amp;nbsp; ชาวบ้านไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใด ที่เดินเข้าไปแต่ละบ้าน ครบหมดทุกบ้าน และเดินตระเวณไปรอบหมู่บ้าน ไปสำรวจดูแหล่งน้ำ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการเดินร่วมกับน้องๆทั้งวัน โดยที่ ไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดนี้เป็นความจริงใจที่ชาวบ้านเห็นและเอาชนะใจชาวบ้านได้&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ปิดทองยังหาวิธีที่จะเข้าถึงความต้องการของชาวบ้าน&amp;nbsp; จนเกิดการระเบิดจากข้างใน ด้วยเหตุนี้ ขาวบ้านจึงมองปิดทองฯในแง่บวก และพร้อมที่จะเดินพัฒนาไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้ามาของปิดทองฯ แบบไม่มีพิธีรีตอง และจริงใจ จึงทำให้เราส่งเด็กของเราไปอบรมที่น่าน ซึ่งจริงๆแล้ว อย่าว่าแต่ไปเชียงใหม่ หรือน่านเลย แม้แต่นครศรีธรรมราช พวกเราบางคนก็ไม่เคยไป&amp;nbsp; การได้ไปเห็นเขาหัวโล้น ที่เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ&amp;nbsp; ตอนแรกผมก็คิดว่าจะทำไปจริงหรือ&amp;nbsp; แต่เด็กของเราก็ไปเห็นมาแล้ว บอกว่าทำได้จริง&amp;nbsp; ผมก็เปลี่ยนความคิดแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านจำปูนในวันนี้ กอเซ็บ กล่าวว่า จากเดิมที่บางคนในหมู่บ้าน วันๆไม่ค่อยทำอะไร เพราะปลูกอะไรก็ไม่ค่อยได้ผล&amp;nbsp; ตอนนี้ก็ขยันขันแข็งกันมากขึ้น อยู่ในพื้นที่ไร่นา ไม่ค่อยมีเวลาไปร้านน้ำชา หรือใช้เวลาจับกลุ่มคุยกันเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ ยังมีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านบางคน&amp;nbsp; ที่ชาวบ้านนับถือ ยังทำไร่ทำนาตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp; และคอยกระตุ้นให้คนในหมู่บ้านมาดำเนินตามหลักศาสตร์พระราชาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แต่ก่อนเราพึ่งรายได้จากยางพาราเป็นหลัก แต่ที่รู้ๆตอนนี้ยางราคาไม่ค่อยดี ผักที่ปลูกจึงเป็นรายได้เสริมที่ดี อย่างผักบุ้ง ผักอายุสั้น 18วันก็เก็บได้&amp;nbsp; จากเดิมที่ชาวบ้านต้องซื้อผักบุ้งมากิน&amp;nbsp; และขาวบ้านยังต้องซื้อน้ำกินอีกด้วย&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันเกษตรกร อาศัยน้ำที่ทางโครงการได้ขุดเจาะ น้ำบาดาล เพื่อสูบเข้าแปลงเกษตร และยังนำมากรองดื่มได้ เพราะน้ำสะอาดมาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแตงโม&amp;nbsp; ฟักทอง ก็จะขายดี น่าจะขายได้ในช่วงเดือนถือศีลอดพอดี อีกอย่างคือ พริก ที่เคยซื้อกิน ตอนนี้ก็ปลูกเอง มาตากแห้งเอง และอนาคตผมยังหวังอีกอย่าง มูลสัตว์ ผมอยากแปรรูปให้มาเป็นก๊าซหุงต้ม เป็นการลดต้นทุน เป็นการเน้นการประหยัดให้ชาวบ้าน อนาคตเราจะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนใกล้ ซึ่งตอนนี้ยอมรับว่าเพื่อนบ้านอิจฉาว่าทำไมบ้านจำปูน มีดีอะไร โครงการปิดทองถึงได้ลงมาช่วย และทำไมยังไม่ออกเสียที จะได้ไปหมู่บ้านเขาบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวสุพิชญนันทน์ จิตนุพงศ์ ปลัด อ.รามัน จ.ยะลา&amp;nbsp; ที่ดูแลพื้นที่โครงการปิดทองฯที่หมู่บ้านจำปูนกล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่อแรกๆที่ปิดทอง ติดต่อเข้ามา ว่าจะพัฒนาที่หมู่บ้านจำปูน&amp;nbsp; ก็คิดว่าจะเหมือนหน่วยงานอื่นๆ และยอมรัว่าไม่รู้จักว่าปิดทองคือหน่วยงานอะไร&amp;nbsp; และคิดว่าอย่างมาก เข้ามาไม่เกิน 10 วัน ก็คงจะออกไป เหมือนหน่วยงานอื่นๆที่ผ่านมา&amp;nbsp; แต่ในที่สุดปิดทองฯ ก็ทำให้ชาวหมู่บ้านจำปูนยอมรับ สูตรความสำเร็จ น่าจะอยู่ที่เมื่อลงพื้นที่ ก็ทำอย่างจริงใจ&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าเราทำจริง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงชาวบ้าน จะต้อนรับปิดทองแล้ว แต่ทาง ม.ร.ว.ดิศนัดดา&amp;nbsp; ก็ยังให้ถามให้มีการถามย้ำก่อนชุมชนจะลงมือเข้าร่วมโครงการกับปิดทองฯจริงๆ ว่าเอาจริงหรือเปล่า ถ้าไม่เอาด้วยปิดทองฯก็จะถอนตัว&amp;nbsp; พอเราประชุมหมู่บ้าน ปรากฎ 109ครัวเรือน หรือเกิน 70%&amp;nbsp; สนับสนุนให้ปิดทองทำต่อ ซึ่งตรงจุดนี้ เราเห็นแล้วว่า ชาวบ้านได้ระเบิดจากข้างในแล้ว &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดหญิง อ.รามัน กล่าวอีกว่า ส่วนการส่งเสริมของส่วนราชการมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับอำเภอ&amp;nbsp; นอกจากนี้ ก็มีส่วนราชการอื่นๆ นอกจากมหาดไทยมา ช่วยมีทั้งปศุสัตว์ เกษตร&amp;nbsp; พัฒนาที่ดิน มาช่วยขับเคลื่อน&amp;nbsp; และองค์กรปกครองท้องถิ่น ช่วยประสานการดำเนินงาน ส่วนในแง่การปฎิบัติการ ก็จะมีการตั้งคณะทำงานอีกชุด มีปลัดอำเภอ เป็นหัวหน้า ที่จะดำเนินการโครงการให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp; ซึ่งคณะทำงานชุดหลัง มีผู้นำชุมชน อย่างกอเซ็บ ปราชญ์ชุมชน และชาวบ้านเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในฐานะปลัดอำเภอ เราต้องบอกชาวบ้านตลอดว่า ทีมที่มามาช่วยชาวบ้าน เข้ามาช่วยนะ&amp;nbsp; เป็นการนำศาสตร์พระราชาเข้ามา&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่า กว่าจะเริ่มเห็นผล กว่าจะถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ก็มีการเปลี่ยนผู้นำ เปลี่ยนนายอำเภอไป 3คน&amp;nbsp; &amp;quot;นางสาวสุพิชญนันทน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5237</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, จังหวัดยะลา, ปิดทอง, มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ, หมุ๋บานจำปูน, เปิดประตู่ไว้วางใจ3จังหวัดชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aad968a9a33b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
