<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปิดทองฯแก้ปัญหาชุมชน-คนตกงานจาก&quot;โควิด&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงการระบาดของโควิด -19 นับว่าเป็นวิกฤตซ้ำซ้อน &amp;nbsp;เพราะเจอทั้งปัญหาโรคระบาด &amp;nbsp;และวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ &amp;nbsp;โดยคาดว่าผลกระทบจากโควิด -19จะทำให้มีคนไทยตกงานประมาณ 8.3 ล้านคน นอกจากนี้ ปีนี้ยังมีปัญหาภัยแล้ง &amp;nbsp;รุนแรง ตามพื้นที่ต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งทำให้ผู้ตกงาน &amp;nbsp;ซึ่งต้องกลับคืนถิ่น &amp;nbsp;ไม่สามารถหาทางประกอบอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ &amp;nbsp; หรือแม้แต่ทำการเกษตรเพื่อยังชีพ ซึ่งปัญหาหลัก นอกเหนือจากภัยแล้งนั้นก็คือ การขาดแหล่งน้ำ ขาดการกระจายแหล่งน้ำ และขาดการเข้าถึงแหล่งน้ำ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญมายาวนาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นที่ประกาศล็อกดาวน์ประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทางผู้บริหารของมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ &amp;nbsp;ได้เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการล็อกดาวน์ &amp;nbsp;โดยเฉพาะปัญหาการตกงานของคนจำนวนมาก ที่จะต้องเดินทางกลับชนบท &amp;nbsp; แต่ในพื้นที่ต่างๆ ก็ยังไม่มีอะไรที่จะมารองรับคนกลุ่มนี้ได้ &amp;nbsp;คณะกรรมการของมูลนิธิปิดทองฯ &amp;nbsp;จึงได้หาทางออก โดยเชิญชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มาหารือ &amp;nbsp;ทำให้มีข้อสรุปว่าต้องมีโครงการพิเศษ เพื่อช่วยกู้วิกฤตเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ทันต่อสถานการณ์ และปัญหาที่เกิดขึ้น &amp;nbsp; ซึ่งก็คือ&amp;quot; โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐานรากเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะว่างงานของ COVID-19 ใน 3 จังหวัดพื้นที่ต้นแบบภาคอีสาน &amp;nbsp;อุดรธานี ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ &amp;nbsp;และสำเร็จเป็นรูปแบบการทำงานที่เรียกว่า &amp;ldquo;4 ประสาน 3 ประโยชน์&amp;rdquo; ภายใต้กรอบระยะเวลาด่าเนินโครงการจ่านวน 3 เดือน ระหว่างเดือนเมษายน &amp;ndash; มิถุนายน เพื่อเป็นต้นแบบของการขยายการด่าเนินโครงการส่าหรับรองรับสถานการณ์ลักษณะนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสิทธิ์ โอสถานนท์ ที่ปรึกษาปิดทองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราประชุมกันวันที่ &amp;nbsp;13 มีนาคม &amp;nbsp;และคิดกันว่า ปิดทอง ฯน่าจะทำโมเดล แก้ปัญหานี้ขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบ ให้หน่วยงานต่างๆ นำไปขยายผลต่อไป พอถึงวันที่ &amp;nbsp;17 &amp;nbsp;มีนาคม ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานมูลนิธิฯ ได้เชิญฝ่ายบริหารปิดทอง ทั้งหมดมาพูดคุยและ ได้ข้อสรุป และโจทย์ของเราคือ ต้องทำงานให้สำเร็จเห็นผลภายในระยะ 3เดือน คือเมษายน-มิถุนายน หรืออย่างช้าไม่เกินเดือน กรกฎาคม&amp;quot; ประสิทธิ์ โอสถานนท์ ที่ปรึกษาสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามเป้าหมายของโครงการฯ นั้นคือ การพัฒนาแหล่งน้ำไปพร้อมกับช่วยเหลือคนตกงาน &amp;nbsp; นายประสิทธิ์กล่าวว่า ได้เลือกจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแห่งแรกในการทำโครงการ จากทั้งหมด 3จังหวัด เพราะเห็นว่ากาฬสินธุ์ มีความพร้อม และปิดทองฯเคยทำโครงการในจังหวัดนี้มาแล้ว &amp;nbsp;ส่วนโครงการพัฒนาในจังหวัดกาฬสินธุ์มีทั้งหมด &amp;nbsp;37โครงการ &amp;nbsp;ใน &amp;nbsp;13อำเภอ &amp;nbsp;เป็นทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ และอาชีพ ใช้งบประมาณลงทุน 21.3ล้านบาท ครอบคลุม 2,110 ครัวเรือน และพื้นที่ 9,820 ไร่ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้ 13.8 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าจะทำให้เกษตรกร มีรายได้รวมประมาณ 68.7ล้านบาท &amp;nbsp;และจ้างงานผู้ตกงานได้ทั้งหมด 37 คน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครพัฒนาโครงการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคาดหวังว่า คนที่ตกงาน และเคยทำงานในเมือง จะเกิดการปรับเปลี่ยนความคิด กลับมาทำอาชีพเกษตร ที่บ้านเกิดอีกด้วย&amp;quot;นายประสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การซ่อมแซม&amp;quot;ฝายทดน้ำห้วยปอ &amp;quot;ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 บ้านบัวสามัคคี ต.แชงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เป็น 1 ใน37โครงการพัฒนาแหล่งน้ำจังหวัด ถือว่าเป็นโครงการนำร่อง &amp;nbsp;โดยฝายแห่งนี้มีขนาดหน้ากว้าง &amp;nbsp;18เมตร จุน้ำได้ประมาณ 36,000 ลูกบาศก์เมตร &amp;nbsp;มีอายุกว่า30 ปี สร้างโดยงบประมาณของกรมชลประทาน แต่ในช่วง 10ปีที่ผ่านมา ฝายเกิดขำรุดทั้งด้านหน้าและด้านข้างน้ำรั่วซึม เก็บน้ำได้ไม่จุ &amp;nbsp;ซึ่งท้องถิ่นไม่มีงบฯมากพอที่จะซ่อมแซมฝายได้ครบถ้วนสมบูรณ์ &amp;nbsp;แต่ปัญหาที่สำคัญกว่าการชำรุดนั้นก็คือ ฝายแห่งนี้ ขาดท่อส่งต่อน้ำ หรือกระจายน้ำไปสู่ชุมชน ทำให้ชุมชนไม่ได้ใช้่ประโยชน์ได้เต็มที่ โดยทางปิดทองฯลงทุนวัสดุ อุปกรณ์ &amp;nbsp;การจ้างแรงงานบางส่วน &amp;nbsp;ทำให้ฝายสามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นเป็น 6หมื่นลูกบาศก์เมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากน้้นยังมีการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เข้าสู่แปลงเกษตร ของชาวบ้าน &amp;nbsp;ซึ่งมี 2 หมู่บ้าน พื้นที่ประมาณ &amp;nbsp;91 ไร่ ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี จากเดิมที่ทำได้เพียงหน้่าฝนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธนิกา โตครเสนา ผู้ใหญ่บ้านบัวสามัคคี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธนิกา โตครเสนา ผู้ใหญ่บ้านบัวสามัคคี หมู่ 12 ต.แซงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การซ่อมฝายห้วยปอ จะต้องใช้งบฯประมาณ 2แสนบาท &amp;nbsp;ซึ่งอบต.ไม่มีงบฯเพียงพอ อย่างมากมีแค่ 5หมื่น &amp;nbsp;พอปิดทองฯเข้ามา ก็ให้โจทย์ชุมชน คิดออกแบบฝายที่จะซ่อมว่าต้องทำอย่างไร และให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของฝาย ซึ่งช่วงนั้นเกิดโควิด เกิดความตื่นตระหนกในชุมชน เพราะมีหลายคนที่ไปทำงานในเมืองตกงานต้องกลับมาบ้าน &amp;nbsp;ซึ่งในการซ่่อมฝาย ได้พยายามทำให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของฝาย และออกมาร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันซ่อมแซม ซึ่งปรากฎว่ามีชาวบ้าน 40 คนที่ออกมาช่วยทำ &amp;nbsp;นับได้ว่าโควิดเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ทำให้่ชุมชนรวมใจ เกิดความเข้มแข็งขึ้น
&amp;nbsp;
ผู้ใหญ่ยังเล่าอีกว่า เมื่อซ่อมฝายแรกสำเร็จมีน้ำเข้าถึงแปลงเกษตร ส่งผลดีกับการเพาะปลูก ทำให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์ของโครงการ เริ่มเข้ามาให้ความร่วมมือมากขึ้น ในด้านต่าง ๆ ทั้งการสละแรงงาน สละเงินทุนสบทบ ร่วมกันปรับปรุงฝายตัวอื่น ๆ จาก 1 ฝาย เพิ่มเป็น 5 ฝาย จนชาวบ้านในอำเภอใกล้เคียงเข้าร่วมช่วยทำฝายเพิ่มอีก 2 ฝาย จนทำให้ห้วยปอมีฝายครบตลอดลำน้ำ รวม 7 ฝาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิพงษ์ องคะศาสตร์ อดีตวิศวกร โรงงาน ที่ตกงานเพราะโควิด ได้เข้าทำงานในโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐานราก ของปิดทองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านคนตกงานเพราะโควิด และได้รับการจ้างงานเป็นอาสาพัฒนา ในโครงการฯ นายวุฒิพงษ์ องคะศาสตร์ พนักงานประสานงานโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐานราก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด -19 จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เดิมเป็นวิศวกรโรงงานแถวอยุธยา พอเกิดโควิด ทำให้โรงงานปิด ตกงาน กลับมาบ้านเกิด ต่อมาได้สมัครเข่้าร่วมโครงการกับปิดทองฯ ไม่เคยทำงานเชิงพัฒนาพื้นที่มาก่อน แรกๆงง ไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหนอย่างไร แต่พอได้ทำ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดหลายอย่าง มองเห็นแง่ดีของโครงการ ที่เห็นได้ช้ดคือ การพัฒนานี้ ทำให้ชุมชนรู้ความต้องการของตนเอง &amp;nbsp;และทำให้เกิดการรวมตัวของชุมชน เกิดความเข้มแข็ง ส่วนน้องๆที่มาทำงานด้วยกัน โดยเฉพาะเด็กที่เพิ่งจบปริญญาตรี ที่เรียกกันว่า&amp;quot;รุ่นโควิด&amp;quot; ก็มาทำงานซ่อมฝาย ได้เรียนรู้การทำงานกับคนอื่น ต่อสู้อุปสรรคต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;quot; การทำงานพัฒนาฝาย ครั้งนี้ ทำให้ผมได้แง่คิดว่า ในเมื่อบ้่านเรามีน้ำแล้ว เราจะไปทำงานในเมืองอีกทำไม ซึ่งผมอาจจะหันมาทำอาชีพเเกษตรเต็มตัว&amp;quot; วุฒิพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กาฬสินธุ์ นับว่าเป็นจังหวัดที่มีGDPเกือบเป็นที่โหล่ของประเทศ อยู่อันดับ 75 &amp;nbsp;จาก 77 จังหวัด แต่ต่อมามีการปรับปรุงตัวเลขอยู่ในอันดับที่ &amp;nbsp;61 &amp;nbsp;ทั้งที่กาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดที่มีดินดำ เป็นแหล่งปลูกข้าว มัน อ้อย &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเป็นเวลานับร้อยๆปี ซึ่งชาวบ้านไม่เคยเปลี่ยนวิถีการเลี้ยงชีพ เมื่อไปถามว่าทำไมปลูกแต่แค่นี้ ก็จะได้รับคำตอบว่า &amp;quot;จักแล้ว&amp;quot; ที่แปลว่า&amp;quot;ไม่รู้ซิ&amp;quot; &amp;nbsp;แสดงว่ายังไม่มีการพัฒนาไปถึงไหน ซึ่งพอเกิดสถานการณ์โควิดระบาด พบว่ามีคนที่ตกงานกลับเข้ามาในจังหวัดประมาณ 3.7หมื่นคน ซึ่งพอรัฐบาลประกาศคลายล็อก &amp;nbsp;ทำให้มีคนกลับไปทำงานประมาณ 20% หรือราว 6-7พันคน &amp;nbsp;ปัญหามีอยู่ว่าทำอย่างไรที่จะให้กลุ่มคนที่เหลือ ไม่ได้กลับไปทำงานในเมืองมีอาชีพทำกินในบ้านของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;nbsp;ปัญหาหลักการพัฒนาของกาฬสินธุ์นั้นก็คือ มีน้ำ มีที่กักเก็บน้ำ แต่น้ำเข้าไม่ถึงชุมชน ทำให้การเพาะปลูกทำได้จำกัด ไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งการเข้ามาของปิดทองฯ ถือว่า สร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนต่างๆ และยังยกให้ 37 โครงการ ที่กาฬสินธุ์ เป็นโมเดล ต้นแบบ ในจังหวัดอื่นๆมาดำเนินการตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวทางพัฒนาต่อไปทางจังหวัดจะร่วมกับเอกชน ในการพัฒนาสินค้า ทำให้กาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดท่องเที่ยว เชิงวิถีชีวิตชุมชน เพราะที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งไดโนเสาร์ &amp;nbsp;ซึ่งในเอเชียมี 2แห่งเท่านั้นคือที่กาฬสินธุ์และที่จีน และถ้าเราทำภาคเกษตรให้ดี ในวิถีชุมชน ภูมิปัญญาดั้งเดิม ผนวกกับมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ก็น่าจะดึงดูดการท่องเที่ยว ชีวิตผู้คนที่นี่ก็น่าจะเปลี่ยนแปลง ความเป็นอยู่ดีขึ้น &amp;quot;ผู้ว่าฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพบ้านใน 2หมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์จากฝายฯมีท่อส่งน้ำเข้าไปถึงชุมชนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความสำเร็จของโครงการใน &amp;nbsp;3 จังหวัด อุดรธานี ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ มีการจ้างคนตกงาน สรุป ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2563 รวม 358 ราย แบ่งเป็น อุดรธานี 83 ราย ขอนแก่น 145 ราย และกาฬสินธุ์ 130 ราย เกิดโครงการ ทั้งด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและสร้างอาชีพรวม 107 โครงการ ใน 43 อำเภอ ครัวเรือนรับประโยชน์ 5,320 ครัวเรือน พื้นที่รับประโยชน์ 30,990 ไร่ ปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น 23.7 ล้านลูกบาศก์เมตร งบประมาณลงทุนประมาณ 48.8 ล้านบาท คาดการณ์รายได้เกษตรกร 217 ล้านบาท เฉลี่ยรายได้เพิ่มขึ้น 7,000 บาท/ไร่ หรือ 3,400 บาทต่อเดือน คิดเป็นรายได้ต่อปีเทียบเงินลงทุนเท่ากับ 4.45 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71124</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ประสิทธิ์ โอสถานนท์, ฝายห้วยปอ, มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ, โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐานรากเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะว่างงานของ COVID-19 ใน 3 จังหวัดพื้นที่ต้นแบบภาคอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f094ec91bddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร” จาก &quot;ท้องน้ำพระมหากษัตริย์&quot; สู่กินดีอยู่ดีเกษตรกร-อีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี เป็นโครงการพระราชดำริในหลวง ร.9 ที่ทรงพระราชทานไว้อำนวยประโยชน์แก่ชาวไทยทุกพื้นที่ครอบคลุมการแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติทั้งดิน น้ำ และป่า สร้างชีวิตสร้างผลผลิตให้ดีขึ้น ช่วยให้ชาวบ้านรอดพ้นทุกข์จากภัยน้ำท่วมและมีน้ำกินน้ำใช้อย่างมีความสุข &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมีโอกาสศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บคลองหลวง รัชชโลทร โดยมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ &amp;nbsp;เมื่อวันก่อน ยิ่งทำให้ภาพพ่อหลวงทรงงานหนักเพื่อคนไทยชัดขึ้นในหัวใจสมกับชื่อ &amp;quot; อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร&amp;rdquo; ที่มีความหมายลึกซึ้งว่า &amp;quot;ท้องน้ำของพระมหากษัตริย์&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร สร้างอาชีพปลูกผักไฮไดรโปนิกส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่างขนาดใหญ่นี้เป็นเขื่อนดินสูง 21.85 เมตร กว้าง 8 เมตร ความยาวสันเขื่อน 3,829 เมตร เก็บกักน้ำได้ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานได้ถึง 44,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 11 ตำบลในอำเภอเกาะจันทร์และอำเภอพนัสนิคม รวมถึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ วันนี้ชาวบ้านบริเวณรอบอ่างและในพื้นที่มีการรวมกลุ่มอาชีพทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ ประมง และแปรรูปผลผลิตมากมาย เกิดชุมชนเข้มแข็งสืบสานแนวพระราชดำริด้วยความเชื่อมั่นในหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วุฒิชัย นรสิงห์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วุฒิชัย นรสิงห์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร สร้างขึ้นตามพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2525 ทรงมีวัตถุประสงค์หลักแก้ไขขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัยในฤดูน้ำ ต่อมาปี 2559 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร ตัวเขื่อนหลักมีระดับเก็บกักปริมาณน้ำ 98 ล้าน ลบ.ม. มีระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายและฝั่งขวาความยาวฝั่งละ 28 กิโลเมตร แม้ระบบส่งน้ำสองฝั่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง ก็ยังเกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร เพิ่มพื้นที่ชลประทานในฤดูฝนกว่า 44,000 ไร่ ครอบคลุม 2 อำเภอ 11 ตำบล และส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกในฤดูแล้ง 8,500 ไร่ นอกจากนี้ ยังส่งเพื่อการอุปโภคบริโภคเกือบ 12 ล้านลบ.ม.ต่อปี สนับสนุนอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์และรักษาสมดุลระบบนิเวศ อ่างนี้ยังจัดสรรน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบ้านบึงประมาณ 13 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี สำหรับผลิตน้ำประปาให้ประชาชน คิดเป็นมูลค่า 7 ล้านบาทต่อปี แล้วยังมีการทำประมงในอ่างเก็บน้ำ สร้างรายได้ให้ชาวประมงรอบอ่าง มีการตั้งกลุ่มแพปลา 3 กลุ่มรับซื้อปลาจากอ่างมูลค่า 4 ล้านบาทต่อปี&amp;quot; วุฒิชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ท้องน้ำของพระมหากษัตริย์แก้ขาดแคลนน้ำและหยุดอุทกภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562) ผอ.โครงการส่งน้ำฯ ให้ข้อมูลว่า ปริมาณน้ำเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 61 ต่างกัน 35 ล้านคิวจากภาวะฝนทิ้งช่วง ปีนี้ปริมาณฝนภาคตะวันออกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 50 โดยมีปริมาณน้ำเข้ามาเพิ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกันยายน ฝนตกในพื้นที่เป็นหางของพายุโพดุล ยืนยันว่าไม่มีปัญหาการบริหารจัดการน้ำในอ่าง ล่าสุดเรียกประชุมกลุ่มบริหารการใช้น้ำเกษตรอำเภอท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความร่วมมือเกษตรกรลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวต่อเนื่อง เพราะน้ำจำกัดและปลูกพืชใช้น้ำน้อย โดยวางแผนจัดสรรน้ำรับมือจะสำรองน้ำไว้ 11 ล้าน ลบ.ม. สำหรับเพาะปลูกนาปีช่วงต้นเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp; จัดสรรน้ำไว้กินไว้ใช้ช่วงฤดูแล้ง 5 ล้าน ลบ.ม. ส่วนน้ำเพื่อเกษตรกรรม 25 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม อุปสรรคขณะนี้งานก่อสร้างระบบส่งน้ำยังไม่เสร็จ ปัจจุบันโครงการส่งน้ำและระบายน้ำลงสู่คลองหลวงเป็นคลองธรรมชาติผ่านอาคารระบายน้ำลงสู่ลำน้ำเดิมเกิดการสูญเสียน้ำระหว่างทางมาก หากระบบเสร็จจะสามารถส่งน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางการพัฒนาที่รุดหน้า ท้องน้ำของพระมหากษัตริย์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งจัดสรรน้ำให้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เตรียมขยายผลต่อยอดโครงการ ทำให้การใช้น้ำมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น วุฒิชัย กล่าวว่า จะติดตั้งฝายพับได้สูง 1 เมตร ตลอดความยาวสันฝายของอาคารระบายน้ำล้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 27 ล้าน ลบ.ม. รวมเก็บน้ำได้ 125 ล้าน ลบ.ม. ทั้งยังเพิ่มพื้นที่ชลประทานเป็น 70,000 ไร่ จะเริ่มก่อสร้างปีหน้า แล้วเสร็จกลางปี 2564&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ปี 64 ภาคอุตสาหกรรมเสนอความต้องการใช้น้ำ 30 ล้านคิวต่อปี ฤดูฝน 20 ล้านคิว ที่เหลือเป็นฤดูแล้ง ทั้งนี้ รัฐบาลได้วางโครงข่ายใยแมงมุมเพื่อจะกระจายน้ำ ฉะนั้น อ่างเก็บน้ำคลองหลวงจะพิจารณาข้อเสนอนี้หลังงานเพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำแล้วเสร็จ เพราะอ่างนี้ในหลวง ร.9 มีพระราชดำริจัดสร้างเพื่อช่วยเหลือราษฎร หยุดน้ำท่วม แก้น้ำแล้ง หากน้ำต้นทุนเพียงพอพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรม&amp;quot; วุฒิชัย เน้นย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประจวบ สืบญาติ ราษฎรผู้เสียสละที่ดินสร้างอ่างเก็บน้ำ ภาคภูมิใจได้ตอบแทนคุณพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร สำเร็จได้ เพราะมีเจ้าของที่ดินที่ยอมเสียสละที่ดินเพื่อสร้างอ่าง&amp;nbsp; ประจวบ สืบญาติ ราษฎรผู้เสียสละที่ดิน กล่าวว่า หน้าน้ำที่นี่จะมีน้ำหลากเข้าท่วมทุกปี เมื่อโดนเวนคืน พื้นที่ก่อสร้างอ่างฯ 300 ไร่ ถามว่าเสียดายไหม ก็เสียดาย แต่ไม่ได้ค้าน เพราะมองเห็นความสำคัญของอ่างช่วยพื้นที่ ช่วยชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณกษัตริย์ที่ทรงสร้างบ้านเมือง อ่างเก็บน้ำทำให้พื้นที่เจริญ ดีใจที่ได้เห็น และปลื้มใจที่ได้รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึง 2 ครั้ง และรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้อ่างเก็บน้ำพลิกฟื้นชีวิตเกษตรกร กินดีอยู่ดีตลอดปี บุญมี สังวร เกษตรกรบ้านหนองพังพอน ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ ที่น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรัชกาลที่ 9 มาใช้ เล่าว่า เมื่อก่อนหน้าน้ำ น้ำท่วมถึงเอว น้ำมาปลากัดกินรวงข้าวเสียหาย ปลาก็เลี้ยงไม่ได้ ท่วมปีละ 2-3 ครั้ง แต่เมื่ออ่างเก็บน้ำคลองหลวงเกิด น้ำไม่ท่วมอีกเลย มีน้ำกินน้ำใช้พอเพียง ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามที่พ่อหลวงแนะนำ แบ่งพื้นที่ 20 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกผัก ทำนา ทำให้มีรายได้ทุกวันจากการเก็บผักขาย ส่วนบ่อปลา มี 4 บ่อ ทำบ่อตกปลาฟิชชิ่งปาร์กด้วย มีปลาดุก ปลานิล ปลาสวาย ปลาจะละเม็ด ปลาบึก ปลา ไม่มีหนี้สิน รายได้เฉลี่ย 1,500 บาทต่อวัน แม้วันนี้พระองค์จะไม่อยู่แล้ว แต่อ่างเก็บน้ำให้ประโยชน์และหลักเศรษฐกิจพอเพียงยังส่งต่อลูกหลานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บุญมี&amp;nbsp; สังวร เกษตรกรผู้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำเกษตร สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่างเก็บน้ำของพระราชายังสร้างสารพัดอาชีพให้ชาวชลบุรี ทั้งปลูกมะนาว เลี้ยงไส้เดือนดิน แปรรูปสมุนไพร&amp;nbsp; ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์&amp;nbsp; มีกลุ่มสตรีทำคุกกี้มะมาว ฟักข้าว เค้ก เรื่องราวแจ่มชัดเมื่อได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาที่บ้านหนองมะนาว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; กันนิกา ทีปรากร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.เกาะจันทร์ กล่าวว่า บ้านหนองมะนาวมี 289 ครัวเรือน ประชากร&amp;nbsp; 1,200 คน กรมชลประทานได้เข้ามาส่งเสริมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับกรมพัฒนาชุมชนเพื่อพัฒนาเป็นหมู่บ้านต้นแบบ ชาวบ้านรวมกลุ่มขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเป็นรูปธรรมปี 62 จนได้รับรางวัลพระราชทาน เรามีการปลูกและขยายพันธุ์มะนาว ด้วยวิธีปลูกในขอบซีเมนต์ บังคับไม่ให้ออกลูกในช่วงราคาตกต่ำ บางครัวเรือนขยายพันธุ์มะนาวขายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากนี้ ยังได้งบปลูกมะนาวในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ 10 ไร่ จำนวนเกือบ 200 ต้น ผลผลิตสมาชิกมาแปรรูปเป็นมะนาวดองและมะนาวสามรส ทำตามยอดสั่งซื้อแทบไม่ทัน ถือเป็นรายได้เสริมจากการทำเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ปัจจุบันมีกลุ่มแปรรูป 10 กลุ่ม อยู่ภายใต้กองทุนแปรรูปสมุนไพร ชีวิตดีขึ้น หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงได้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองหลวงปลูกพืชผัก ปลูกมะนาว มีน้ำประปาใช้ น้ำจากอ่างใช้ปลูกดอกพุด เป็นอีกอาชีพใหม่ เวลานี้ขยายไปกว่า 10 ครัวเรือน เก็บได้ทุกวัน วันละ 20 กิโลกรัม เราโชคดีที่มีกษัตริย์นักพัฒนา คิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ถ้าไม่มีอ่างก็คงไม่ลืมตาอ้าปากกันได้&amp;quot; ผู้ใหญ่บ้านหญิงนักพัฒนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เยี่ยมชมศูนยเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาที่บ้านหนองมะนาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต่างกับครอบครัว สุวิทย์ แซ่ฉื่อ อดีตหัวหน้างานบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่หันหลังให้โรงงานมาทำเกษตรผสมผสานในตำบลเดียวกัน รวมถึงปลูกดอกพุด ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาไม่เหมือนเมื่อก่อน บอกว่าอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทรเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญของชาวบ้านเมื่อขาดฝน หากระบบคลองส่งน้ำเสร็จจะส่งน้ำครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น พื้นที่ 6 ไร่ ตนปลูกไผ่ ทำนา ปลูกมะม่วง ส้มโอ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา และเมื่อ 2 ปีก่อนเริ่มปลูกดอกพุด เก็บขายได้ทุกวัน กิโลกรัมละ 100 บาท เฉลี่ยได้ 5-10 กิโลกรัม รอบพื้นที่ยังเป็นไม้ป่า ตัดสินใจไม่ผิดที่ยึดเศรษฐกิจพอเพียง แน่นอนว่าชาวไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51997</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท้องน้ำของพระมหากษัตริย์, มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ, อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร จ.ชลบุรี, แก้น้ำท่วมน้ำแล้ง, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191208/image_big_5dec69fe2aba2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
