<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ชวนบริจาคเครื่อง &quot;VDO Laryngoscope&quot;อุปกรณ์ช่วยหมอ พยาบาล ลดเสี่ยงโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11พ.ค.63-มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดตั้งขึ้นอันเนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร์ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า &amp;ldquo;ให้ทำงานวิจัย ค้นคว้าพัฒนาวัสดุฝังในทางการแพทย์ สำหรับใช้ในมนุษย์ และให้ทำวิจัยใช้ในสัตว์ให้มาก ซึ่งท้ายสุดก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนษย์&amp;rdquo; ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้ใช้เป็นแนวทางและได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานตามพระราชประสงค์ และตามแนวพระราชดำรัส &amp;nbsp;ในการทำงานวิจัย ค้นคว้าพัฒนาวัสดุฝังในทางการแพทย์ สำหรับใช้ในมนุษย์ และให้ทำวิจัยใช้ในสัตว์ &amp;nbsp;ตลอดจน สนับสนุนการศึกษา คิดค้น พัฒนาเครื่องมือแพทย์ตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 &amp;nbsp;ที่ได้มาตราฐานสากล &amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ เทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ที่เกิดจากการพัฒนาและเทคโนโลยี่ที่เกี่ยวข้อง สู่การผลิต และบุคคลากรทางการแพทย์ นำไปใช้งานในภาคบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และดำเนินการด้านสาธารณสุขใดๆหรือร่วมมือกับราชการ หน่วยงานและองค์กรต่างๆเพื่อสาธารณประโยชน์ของประเทศโดยรวม
ล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ทำโครงการจัดหาเครื่อง VDO Laryngoscopeให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนและจำเป็นต้องใช้เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเชื้อ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;COVID-19 &amp;nbsp;จำนวน 22 &amp;nbsp;แห่ง &amp;nbsp;เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร์ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และเพื่อให้บุคคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงปฎิบัติหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID -19 มีความปลอด ภัยอย่างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเครื่อง VDO Laryngoscope &amp;nbsp;มีความสำคัญต่อบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ และบุคคลากรทางการแพทย์ สาขาอื่นๆต่างก็ทำงานกันอย่างเต็มที่และมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ COVID-19 ถ้าไม่มีอุปกรณ์สำหรับป้องกันได้ดีเพียงพอในขณะที่ปฎิบัติงาน โดยเฉพาะทันตแพทย์ ศัลยแพทย์ช่องปาก และแม็กซิลโลเฟเชี่ยล และ วิสัญญีแพทย์ ซึ่งการปฎิบัติงานต้องมีการสัมผัส กับช่องปากของ ผู้ป่วย ซึ่งเป็นแหล่งสะสม ของ เชื้อ COVID -19 ที่จะออกมากับน้ำลายและละอองฝอยแล้วแพร่กระจายให้กับบุคคลที่อยู่ใก้ลเคียง นอกจากนี้ในการวางยาสลบในผู้ป่วยก่อนจะรับการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ จะใช้ Laryngoscope มาช่วยในการใส่ท่อหายใจ (endotracheal tube) ในระหว่างที่ดำเนินการนี้ วิสัญญีแพทย์จะต้องก้มลงใก้ลชิดกับช่องปากของผู้ป่วยเพื่อจะได้มองเห็นเส้นสายเสียง (vocal cord) โดยตรงก่อนที่จะใส่ท่อหายใจ ในจังหวะนี้มีความเสี่ยงสูงมากต่อการสัมผัสกับน้ำลายหรือละอองฝอยของผู้ป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งในกรณีที่ผู้ป่วยอุบัติเหตมีการบาดเจ็บที่ใบหน้าและกระดูกใบหน้าแตกหักการใส่ท่อช่วยหายใจยิ่งทำได้ยากลำบากเพราะมีเลือดออกที่บริเวณใบหน้าและช่องปาก เพื่อลดความเสี่ยงลงบางส่วนและช่วยให้วิสัญญีแพทย์ทำงานได้สะดวกและรวดเร็ว ในปัจจุบันมีเครื่องมือ VDO laryngoscope ที่จะช่วยให้วิสัญญีแพทย์สามารถใส่ท่อหายใจได้อย่างรวดเร็วและไม่จำเป็นต้อง เข้าใก้ลช่องปากผู้ป่วยมากเกินไปเป็นการลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางมูลนิธิฯเห็นความเสี่ยงของวิสัญญีแพทย์เป็นอย่างมากจึงได้ทำโครงการดังกล่าวเพื่อจัด หา &amp;nbsp;VDO laryngoscope บริจาคให้กับโรงพยาบาลที่ทำเรื่องเข้ามาจำนวน 22 &amp;nbsp;แห่ง ได้แก่
1.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ. จังหวัด ชัยภูมิ
2..&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลแหลมสิงห์ จังหวัด จันทบุรี
3.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลกำแพงเพชร&amp;nbsp;
4.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลสมุทรปราการ
5.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;
6.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลสมุทรสาคร.&amp;nbsp;
7.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลชลบุรี
8.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลตรัง
9.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
10.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลศรีสะเกษ.&amp;nbsp;
11.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
12.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว&amp;nbsp;
13.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลแม่สอด อำเภอแม่สอด. จังหวัดตาก
14.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลนครพนม
15.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัด นครศรีธรรมราช
16.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลสตูล&amp;nbsp;
17.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลปัตตานี
18.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัด ชุมพร
19.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคิร๊ขันธ์
20.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลขอนแก่น
21.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลยโสธร
22.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุด VDO laryngoscope จำนวน 22 ชุด มีมูลค่ารวม 2.2 &amp;nbsp;ล้านบาท หรือชุดละ 1 แสนบาท &amp;nbsp;ทางมูลนิธิฯ จึงขอให้ผู้มีจิตศรัทธา และเห็นในประโยชน์จากเครื่องมือแพทย์ดังกล่าว ที่มีต่อสถานพยาบาลต่างๆ ช่วยกันร่วมบริจาค &amp;nbsp; ได้ที่มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทยไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เลชที่บัญชี 080-011168-4 ส่งหลักฐานการโอนเงิน (Pay in) พร้อมใบแสดงความจำนงมาที่ โทรสารหมายเลข 02-564-6962 กรณีจ่ายเป็นเช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค ส่งทางไปรษณีย์ พร้อมใบแสดงความจำนงมาที่มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทยไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;เลขที่ 111 ห้อง 307-309 ชั้น 3 อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทร.02564 6960-1 โดยเงินที่บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เพียงเขียนชื่อและนามสกุล พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ส่งมาทางแฟ็กซ์หมายเลข 0-2564-6962&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65633</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;VDO Laryngoscope, มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb90719dfa71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย&quot; ฯมูลนิธิสุดท้ายของ&quot;ในหลวงรัชกาลที่ 9&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับเป็นมูลนิธิสุดท้ายที่อยู่ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาของมูลนิธิฯก่อกำเนิดจาก ความห่วงใยในสุขภาพของพสกนิกรของในหลวงรัชกาลที่ 9 นับตั้งแต่พระองค์ขึ้นครองราชย์ ในปี2493 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสร้างอาคารมหิดลวงศานุสรณ์ สำหรับใช้ในกิจการทางด้านวิทยาศาสตร์และผลิตวัคซีน บี.ซี.จี. ขึ้นใช้เองแทนการสั่งซื้อจากต่างประเทศพระราชทานทุน &amp;nbsp;ปี2495 ประเดิมสำหรับจัดตั้งทุน &amp;ldquo;โปลิโอ สงเคราะห์&amp;rdquo; ขึ้น พระราชทานแก่ รพ.พระมงกุฎเกล้า และมหาวิทยาลัยมหิดล (รพ.ศิริราช) เพื่อนำไปสร้างตึกและจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องเวชภัณฑ์สำหรับใช้ในการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาต พอมาถึงปี 2501 เกิดอหิวาตกโรคระบาดอย่างรุนแรง พระองค์ได้พระราชทานทุนประเดิมก่อตั้งทุนปราบอหิวาตกโรค โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับผลิตวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงเห็นปัญหาการเข้าถึงการรักษาทางทันตกรรมของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน จนเมื่อเดือนตุลาคม &amp;nbsp;2546 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึงปัญหาการสูญเสียฟันในผู้สูงอายุว่า &amp;ldquo;เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นที่มา ทำให้เกิดโครงการฟันเทียมพระราชทาน โดยสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ให้บริการทำฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุ จำนวนกว่า 10,000 &amp;nbsp;ราย ตั้งแต่ปี 2548 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การใส่ฟันเทียมทั้งปาก ผู้สูงอายุบางราย มีปัญหาฟันเทียมชิ้นล่างหลุดหลวมง่าย เนื่องจากบริเวณสันกระดูกขากรรไกร มีการละลายยุบตัวลง &amp;nbsp;ปัญหานี้แก้ไขได้โดยการใส่รากฟันเทียม จำนวน 2 ราก ที่บริเวณสันกระดูกขากรรไกรล่าง&amp;nbsp; ซึ่งทำได้ไม่ยากและมีความเสี่ยงน้อยเหมาะกับผู้สูงอายุ นอกจากนี้การฝังรากฟันเทียมยังช่วยชะลอ ทำให้การละลายตัวของกระดูกลดลง &amp;nbsp;มีผลดีฟันเทียมไม่ขยับเวลาเคี้ยวอาหาร ทั้งนี้ การฝังรากฟันเทียมเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงทราบปัญหา &amp;nbsp;ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ &amp;nbsp;โดยทรงมีพระราชดำรัสแก่คณะทันตแพทย์ ที่ถวายการรักษารากฟันเทียมว่า &amp;ldquo;สามสิบบาท รักษาได้หรือไม่&amp;rdquo;คณะทันตแพทย์ที่ถวายการรักษา จึงได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการพัฒนา &amp;ldquo;รากฟันเทียม&amp;rdquo; ที่ได้มาตรฐานสากลขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และรากฟันเทียมที่พัฒนาขึ้นได้นำมาใช้ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ 2 โครงการ คือ โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 &amp;nbsp;พรรษา 5 ธันวาคม &amp;nbsp;2550 และโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงติดตามความก้าวหน้าในการผลิตและการใช้รากฟันเทียมมาโดยตลอด และได้พระราชทานชื่อรากฟันเทียมที่ใช้ใน โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 นี้ว่า &amp;ldquo;ฟันยิ้ม&amp;rdquo; ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2554 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อรากฟันเทียมดังกล่าวว่า &amp;ldquo;ข้าวอร่อย&amp;rdquo; พระองค์ทรงชื่นชมและพอพระทัยที่ประเทศไทยสามารถผลิตวัสดุอุปกรณ์ขึ้นใช้เองภายในประเทศตามที่พระองค์ทรงสอนและ ทรงแนะนำทันตแพทย์เสมอ ให้รู้จักพึ่งพาตนเอง อย่าสนใจแต่การรักษาเพียงอย่างเดียว &amp;nbsp;ต้องสนใจการศึกษาวิจัย ประดิษฐ์วัสดุอุปกรณ์ขึ้นใช้เอง ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดังพระราชกระแสรับสั่งว่า &amp;ldquo;ให้ทำงานวิจัย ค้นคว้า พัฒนาวัสดุฝังในทางการแพทย์สำหรับใช้ในมนุษย์ และให้ทำวิจัยสำหรับใช้ในสัตว์ให้มาก ซึ่งท้ายที่สุดก็จะ เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นในปี 2557จึงมีการก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย &amp;nbsp;ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิจัย ค้นคว้า พัฒนา และผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่เทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ที่เกิดจากการพัฒนาสู่บุคลากรทางการแพทย์ นำไปสู่การใช้งานในภาคบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณสุขอย่างทั่วถึง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเครื่องมือแพทย์ไทย เพื่อใช้งานภายในประเทศ อันเป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร. 9 อย่างแท้จริง เพื่อลดการนำเข้า และให้ประชาชนได้เข้าถึงการรักษาอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะ 5ปี หลังก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ทางมูลนิธิฯมีผลงาน สนับสนุนการพัฒนาผลิตเครื่องไบโอพลาสมา( &amp;nbsp; bioplasma )สำหรับดูแลแผลเบาหวานและแผลเรื้อรัง เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ และ ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ซึ่งผลิตโดยภูมิปัญญาของคนไทย ที่ผ่านมามีการบริจาคเครื่องดังกล่าวให้กับทางรพ.ศิริราชฯ ไว้ใช้งาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องไบโอพลาสมา ใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีแผลเรื้อรัง ผลงานประดิษฐ์ของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องไบโอพลาสมา ที่ผลิตในประเทศมีต้นทุนตกเครื่องละประมาณ 5แสนบาท ซึ่งมีประสิทธิภาพการใช้งานเทียบเท่ากับเครื่องที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีราคาตกเครื่องละ 2-3 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังโครงการผลิต &amp;nbsp;แผ่นเหล็กดามกระดูก สำหรับสัตว์เล็กเช่นสุนัข แมว &amp;nbsp;เพื่อทำโครงการคุณทองแดงช่วยเพื่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันตแพทย์วิจิตร &amp;nbsp;ธรานนท์ กรรมการมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;ทั้งสองโครงการข้างต้นทางมูลนิธิฯได้ถวายให้ในหลวง ร.9แล้ว ก่อนที่พระองค์ท่านจะเสด็จสวรรคต เนื่องจาก มูลนิธิฯก่อกำตั้งขึ้นจากแนวพระราชดำริ และกระแสพระราชดำรัส &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯพยายามสานต่อพระราชปณิธานฯ ด้วยการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่เป็นของคนไทยขึ้นมา โดยเฉพาะการผลิตเลนส์แก้วตาเทียม สำหรับผู้เป็นต้อกระจก &amp;nbsp;เนื่องจากผู้สูงอายุเกือบทุกคนจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม &amp;nbsp;เพราะเลนส์ดวงตาเสื่อมสภาพจากปัญหาต้อกระจก ซึ่งปัจจุบันคนไทยต้องใช้เลนส์แก้วตาเทียมปีละประมาณ2-3แสนดวง เลนส์ที่ใช้เปลี่ยนเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าปีละ 900-1,000 ล้านบาท &amp;nbsp;ทำให้มูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะผลิตเลนส์แก้วตาเทียมโดยคนไทยขึ้นมาเอง ซึ่งต้องใช้เงินทุนประมาณ 250-300 ล้านบาท &amp;nbsp;แต่โครงการก็ยังไม่ได้ขยับเขยื้อน เนื่องจาก ติดขัดปัญหาขาดแคลนเงินทุนดำเนินการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันตแพทย์วิจิตร ธรานนท์ กรรมการมูลนิธิฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่สามารถผลิตเลนส์แก้วตาเทียมได้ แต่มูลนิธิฯ ก็พยายามสานต่อพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยสุขภาพคนไทย ด้วยการทำโครงการการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมให้กับผู้สูงอายุด้อยโอกาส โดยร่วมมือกับมูลนิธิเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม แก่กลุ่มผู้สูงอายุด้อยโอกาส จำนวน 200 ดวง โดยใช้เงินงบประมาณ 3-4ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราพบว่ามีผู้สูงอายุ ต้องเปลี่ยนเลนส์เพราะเป็นต้อกระจกประมาณปีละ 200,000 ดวง แต่ก็มีผู้สูงอายุอีกเป็นจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงบริการผ่าตัดต้อกระจก ทำให้ตาบอด เพราะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ไม่สามารถเดินทางเข้ามารับบริการ แม้เขาจะมีสิทธิ์บัตรทอง 30บาทรักษาทุกโรค ทางมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย และทางมูลนิธิเมตตาประชารักษ์ วัดไร่ขิง จึงร่วมมือกัน จัดหน่วยผ่าตัดเคลื่อนที่ออกไปให้บริหารเปลี่ยนเลนส์แก้วตา ในถิ่นกันดาร เช่น โรงพยาบาลที่อยู่ติดชายแดน หรือโรงพยาบาลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;quot;ทันตแพทย์วิจิตรกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีลงนาม เซ็น MOU ระหว่างมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย กับ มูลนิธิเมตตาประชารักษ์ ทำโครงการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม สำหรับผู้สูงอายุ ที่ด้อยโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทำนุ ธรรมมงคล ประธานมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาส &amp;nbsp; นับว่าเป็นการดำเนินโครงการตรงตามแนวพระราชดำริของในหลสงรัชกาลที่ 9 ที่ให้มูลนิธิฯมีส่วนช่วยเหลือปัญหาสาธารณสุขของประชาชน โดยเป็นการร่วมมือทั้งภาครัฐ และเอกชน หรือองค์กรต่างๆ พร้อมกับทรงมีพระราชดำรัส ให้มูลนิธิฯ มุ่งมั่นทำงานวิจัย ค้นคว้า พัฒนาวัสดุฝังในทางการแพทย์สำหรับใช้ในมนุษย์ และให้ทำวิจัยสำหรับใช้ในสัตว์ให้มาก และทรงรับสั่งว่าท้ายที่สุด ประโยชน์ก็จะเกิดต่อมนุษย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางมูลนิธิฯ อยากให้ภาครัฐ เอกชน ประชาชน เข้ามาช่วยเหลือส่งเสริม และต่อยอดผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์ ฝีมือคนไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานมูลนิธิฯกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนใจสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สามารถร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่บัญชีมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธนาคารกรุงเทพ สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;เลขที่080-011168-4 &amp;nbsp;ยอดเงินที่บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียด โทร. &amp;nbsp;0-2564+6960-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47924</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำนุ ธรรมมงคล, ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์, มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย, มูลนิธิเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง), เครื่องไบโอพลาสมา, ในหลวงร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da276081e61f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
