<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบรกกำนันสุเทพ เดินสายหาพวก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โปรยยาหอมสนับสนุนทุกพรรค ชี้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; เหยียบเบรก สุเทพสวมรองเท้าคู่เก่าเดินหาสมาชิก ลั่นยังไม่ปลดล็อกห้ามขยับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วคำสั่งหัวหน้า คสช.ไม่ขัด รธน. &amp;ldquo;เด็ก ปชป.&amp;rdquo; น้อมรับแต่โอดครวญ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; รับกฎหมายลูก 2 ฉบับถึงมือแล้ว ย้ำเลือกตั้ง ก.พ. 62 แน่ไม่ต้องมาเซ้าซี้ เตือนใช้กฎหมายเด็ดขาดฟันโลกโซเชียลสร้างความวุ่นวาย
เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกในกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ว่า วันนี้มีพรรคตั้งใหม่หลายสิบพรรค ซึ่งก็เป็นไปตามกติกาหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งเรื่องคุณสมบัติ สมาชิกพรรค เงินสนับสนุนพรรค ถือเป็นสิ่งที่ควรเป็น ควรเกิดขึ้นกับการเมืองไทย ไม่ใช่ต้องการไปลดสมาชิกพรรคของเขา เพื่อสนับสนุนพรรคที่สนับสนุนรัฐบาล นั่นเป็นคนละเรื่องกัน จริงๆ แล้วถ้าใครจะเป็นตัวแทนประชาชน จะต้องมีความชัดเจนเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมาชิกพรรค การใช้จ่ายอะไรต่างๆ เพื่อได้มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล
&amp;ldquo;ไม่ว่าจะพรรคใคร พรรคของนายสุเทพหรืออะไรต่างๆ ถ้าตั้งใจจริง ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ จะแสดงความยินดีด้วย พรรคใดก็ได้ ใครก็ได้ ที่นำพาประเทศชาติของเราให้เข้มแข็ง เป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติ นั่นคือสิ่งที่ผมสนับสนุนทุกพรรค ซึ่งเคยบอกไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเขามาสนับสนุนผม รัฐบาล คสช. แล้วผมต้องสนับสนุนเขากลับ แต่ผมสนับสนุนทุกพรรค ถ้าสร้างสรรค์&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนลืมไปหรือไม่ ไม่ว่าพรรคใดก็ตาม จะเป็นพรรคเก่าหรือใหม่ ทั้งพรรคที่สนับสนุนตนเอง หรือตนเองสนับสนุนพรรคนั้น ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ประชาชนจะเป็นผู้กาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งไม่ได้เข้าไปกับประชาชนทุกคนด้วยในการเลือกตั้ง เข้าคูหาก็ไม่ได้เข้ากับเขา จึงบังคับวิธีไม่ได้ ต่อให้คนชอบตนเองทั้งประเทศ แต่เวลาเลือกตั้งเขาไม่ได้เลือกตนเองใช่ไหม เขาเลือก ส.ส. แล้วตนเองเป็น ส.ส.ได้หรือไม่ ทำไมมามองกันแต่ตรงนี้จนวุ่นวายไปหมด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมลงเลือกตั้งไม่ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องของกลไกในรัฐธรรมนูญ และกลไกการเลือกตั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส.และ ส.ว. ทั้งหมดเขียนไว้อยู่แล้วว่าใครจะเป็น อะไรตรงไหนบ้าง มันต้องอยู่ในกรอบนี้ ใครจะไปใครจะมา ประชาชนเป็นผู้ตัดสินทั้งสิ้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ เผยอีกว่า วันนี้เรากำลังสร้างการรับรู้ว่าจะมีประชาธิปไตยสากล จะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังคงตีกันไปมาเช่นนี้ แล้วใครจะเชื่อมั่นเชื่อถือเรา วันนี้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ การลงทุนเกิดขึ้นมากมายพอสมควร เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว เราจะทำลายกันไปทำไม วันนี้จะเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันเลือก เหลือเวลาอีกหลายเดือน ทุกคนก็ทำเหมือนเป็นยกสุดท้าย สื่อโซเชียลมีเดีย ก็ประโคมปี่กลองเชิดกันใหญ่ ต้องน็อกกันให้ได้ แล้วอย่างนี้ประเทศชาติจะไปตรงไหนกัน ขอถามหน่อย ทำไมเราไม่ทำให้บ้านเมืองมีความสุขสงบเรียบร้อย ให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่ละเมิดผู้อื่น หรือให้ร้ายกล่าวว่าโดยไม่มีข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้ต้องเตือนประชาชน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อย่ากล่าวให้ร้ายกันต่อไปอีกเลย วันข้างหน้ามีการเลือกตั้งจะเกิดเหตุการณ์ยิ่งกว่านี้หรือไม่ ถ้าตีกันตั้งแต่วันนี้ มันไม่ใช่ ทุกคนต้องการอย่างนั้นหรือไม่ ขอถามสื่อโซเชียลฯ ต้องการแบบนี้หรือไม่ ถ้าต้องการกันแบบนี้ ท่านก็ทำกันต่อไป ผมก็ทำเท่าที่ผมทำได้ บางเรื่องกฎหมายก็ใช้ไม่ได้ทุกตัว เพราะจะเดือดร้อนกับคนอื่นที่เกี่ยวข้องกันไปหมด อย่าลืมว่ามีคนสนใจการเมืองส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่ได้สนใจ หากแต่ทำมาหากินเลี้ยงชีพกันต่อไป ไม่สงสารเขาหรือ ถ้าเกิดความวุ่นวายแล้วเขาหากินกันไม่ได้ จะทำอย่างไร ไม่มองอนาคตกันบ้างหรือ จะตีกันตั้งแต่วันนี้กันหรืออย่างไร เอาประเทศชาติมาก่อน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ ยังย้ำอีกครั้งในเรื่องนี้ว่า ถ้ายังมีปัญหาส่วนนั้นส่วนนี้ ยังขัดแย้งแบบนี้ หรือด่ากันไปว่ากันมา บิดเบือนกันอยู่แบบนี้ ซึ่งนับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะเลือกตั้งกันไหวหรือไม่ เป็นเรื่องของสื่อโซเชียลฯ เลือกได้ไม่ได้ไม่ใช่เรื่องของตนเอง เพราะเพียงแต่ดูแลความปลอดภัย ชีวิตทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก แต่ใครที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงปลอดภัย ไปสู่การเลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องถูกดำเนินการลงโทษโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นก็พูดกันเลอะเทอะไปเรื่อย จำเป็นต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ได้
&amp;ldquo;ป้อม&amp;rdquo;เบรกลุงกำนัน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงประเด็นนายสุเทพประกาศจะใช้รองเท้าคู่เดิมเดินสายไปหามวลชนว่า ถ้าเดินคนเดียวก็เดินได้ แต่ถ้าจะเดินไปเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองยังทำไม่ได้ และยังไม่เห็นคำขออนุญาตดำเนินการทางการเมืองจากพรรค รปช. ซึ่งนายสุเทพจะทำกิจกรรมทางการเมืองก่อนพรรคอื่นไม่ได้ หากนายสุเทพอยากไปคนเดียวก็ไปได้ แต่อย่าไปในเชิงการเมือง เพราะ คสช.ยังไม่ปลดล็อกให้ทำกิจกรรม&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หากนายสุเทพเดินเท้าไปคนเดียวแล้วมีผู้ที่ชื่นชอบมาให้การสนับสนุนทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำไม่ได้ หากต้องการเดินเข้าหามวลชนจะทำได้ก็ต่อเมื่อปลดล็อกทางการเมือง ส่วนจะอนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เมื่อใดนั้น ขอให้ได้คุยกับพรรคการเมืองในเดือน มิ.ย.ก่อน &amp;nbsp;ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะพูดคุยวันไหน แต่น่าจะปลายเดือน มิ.ย.
พล.อ.ประวิตรยังปฏิเสธความรู้จักกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งระบุว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัย ว่าพรรคนี้อยู่ที่ไหน ของใคร ไม่รู้จัก เป็นรัฐบาล ยังไม่รู้เรื่องเลย ถ้าเขาจะสนับสนุนก็ว่ากันไป&amp;nbsp;
พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงพรรค รปช.ว่าถือเป็นเรื่องดี ทำให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ส่วนที่นายสุเทพระบุว่าจะเดินเท้าไปทั่วประเทศนั้น ตอนนี้ยังไม่เดิน คงเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้วในตอนนั้น
พล.อ.วัลลภยังกล่าวถึงการใช้โซเชียลมีเดียบิดเบือนโจมตีรัฐบาลจำนวนมากในระยะนี้ว่า สมช.ยังติดตามต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มที่ทำดังกล่าวมีความเชื่อมโยงทั้งจากในและนอกประเทศ ซึ่งช่วงใกล้เลือกตั้งจะมีการกระทำในลักษณะนี้มากขึ้น&amp;nbsp;
ด้าน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.กองทัพภาค 4) กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องดี เพราะถือว่าทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการ ตามกฎและระเบียบ ใครจะตั้งพรรคอะไรก็ตั้งไป แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถือว่าให้มาเล่นการเมืองข้างบน ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลได้ เพราะทหารจะเป็นกลาง ดูแลทุกพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร เพราะคำลวงย่อมไร้ผลสำหรับคนไม่เชื่อ แต่คนที่เคยเชื่อจำนวนหนึ่งคงเจ็บปวดบ้าง เพราะรู้สึกเหมือนลุงกำนันที่เคยเดินเป่านกหวีดพูดกลับไปกลับมา แล้วจะใช้น้ำตาล้างสมองคน คงสำเร็จไม่ทุกราย&amp;nbsp;
เต้นได้ทียกหางตัวเอง
นายณัฐวุฒิยังกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อยากให้สังคมไทยสรุปบทเรียนว่า ในความขัดแย้งกว่า 10 ปี ถึงที่สุดทุกฝ่ายก็ต้องมาพบกันในสนามเลือกตั้ง กลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งพรรคการเมือง ชื่อพรรคการเมืองใหม่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ตั้งพรรคมาตุภูมิ กลุ่ม กปปส.ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย รัฐบาล คสช.ถูกพูดถึงว่ากำลังตั้งพรรคพลังประชารัฐ แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบอยคอตมา 2 ครั้งก็ยังร้องโหยหวนหาการเลือกตั้ง ถ้าวิธีการนอกระบบไปต่อได้จริงไม่มีทางที่คนเหล่านี้จะถอยกลับมา ส่วนพรรคเพื่อไทยและ นปช.ไม่เคยปฏิเสธสิ่งนี้ ข้อเรียกร้องทุกครั้งในการต่อสู้คือเลือกตั้ง แม้กติกาและกลไกอำนาจจ้องเล่นงานก็พร้อมลงสนาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนบางกลุ่มพอเห็นว่าแพ้แน่ ก็อ้างโน่นอ้างนี่แล้วล้มกระดาน พอกติกาได้เปรียบและฝ่ายตรงข้ามบอบช้ำก็เปิดตัวลงแข่ง ผมคิดว่าประชาชนคนธรรมดาใจถึงกว่ามาก แพ้ชนะไม่รู้ แต่ขอสู้ในระบบที่ทุกคนมี 1 เสียงเท่าเทียมกัน เพราะการรักษาหลักการที่ถูกต้องคือชัยชนะที่แท้จริงของประเทศ ถ้าไม่ตกผลึกร่วมกันในเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นช่องทางที่จะออกจากวิกฤติได้&amp;quot; แกนนำ นปช.กล่าว
ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อปรากฏการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 2 บอกอะไรการเมืองไทย ว่าคำประกาศของนายสุเทพเป็นคำตอบในตัวว่าการปฏิรูปประเทศยังไม่เสร็จ จึงเป็นภาระหน้าที่ต้องผลักดันให้เสร็จตามเจตจำนงเมื่อครั้งกำเนิดมวลมหาประชาชน แต่น่าเสียดายที่มีการมอง ปรากฏการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 2 มีการเลือกจับบางประเด็น และตีความว่ากำนันสุเทพตระบัดสัตย์หรือไม่ &amp;nbsp;ทั้งที่จริงถ้าฟังอย่างไม่มีอคติ ก็ยังยืนอยู่ในจุดยืนเดิมที่ประกาศไว้ คือไม่เข้าสู่การเมืองไม่รับตำแหน่งใดๆ ในทางการเมือง ซึ่งไม่ต้องไปตีความให้เสียเวลา ถ้าถึงวันที่กำนันสุเทพก้าวข้ามเขตแดนนี้ คำว่าตระบัดสัตย์ถึงจะฟังขึ้น
&amp;ldquo;ผมไม่แปลกใจ และคาดการณ์ไม่ผิดที่จะมีถ้อยคำเหน็บแนม ถากถางกระทั่งเย้ยหยันสารพัดพุ่งไปที่กำนันสุเทพ โดยเฉพาะจากกลุ่มก้อนนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค แต่ที่แปลกใจค่อนข้างมาก ไม่เห็นกำนันสุเทพตอบโต้ เอาคืนในแบบที่เราเคยเห็นหรือแบบที่นักการเมืองถนัดและทำกันอย่างเมามันในขณะนี้ แม้แต่พรรค รปช.ก็เช่นกัน ไม่เห็นผู้ก่อตั้งพรรคคนใดออกมาชี้หน้า ท้าทายปั้นสำนวน สร้างโวหารสาดใส่ พรรคการเมืองอื่นหรือผู้วิจารณ์แม้แต่ครั้งเดียว&amp;rdquo; นายสุริยะใสระบุ
นายสุริยะใสยังระบุว่า วันเปิดตัวผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนพรรคของ รปช. ได้เห็นสิ่งใหม่ที่เป็นนวัตกรรมทางการเมืองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับพรรคการเมืองทั่วไป ที่เริ่มต้นก็ประกาศชื่อหัวหน้า ชื่อเลขาธิการ หรือเจ้าของพรรคตัวจริงกันเลย แต่ รปช.สร้างข้อตกลงใหม่ๆ ให้สมาชิกเป็นผู้ชี้ขาดโดยตรง ทั้งตำแหน่งผู้บริหารพรรค นโยบายพรรค การสรรหาผู้สมัครฯ หรือแม้แต่การสร้างโรงเรียนการเมืองของพรรค เพื่อหลอมรวมอุดมการณ์ของพรรค และวินัยหรือจริยธรรมในพรรค
&amp;ldquo;กำนันสุเทพและขบวน รปช.จะประสบความสำเร็จ ในการเลือกตั้งหรือไม่ อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่ากับการสร้างพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน เป็นพื้นที่เป็นช่องทางให้ประชาชนใกล้ชิดและเข้าถึงอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง นี่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สร้างความหวัง การเมืองแบบนี้ชนะตั้งแต่ต้นไม่มีคำว่าแพ้ เพราะไม่ได้ไปแข่งกับใคร แต่ช่วยกันทำให้การเมืองดีขึ้น อย่างที่ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ พูดไว้นั่นเอง&amp;rdquo; นายสุริยะใสกล่าว
คำสั่งหัวหน้า คสช.ไม่ขัด รธน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 140 และมาตรา 141 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสอง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 45 หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประเด็นที่หนึ่งในมาตรา 140 นั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 45 ส่วนประเด็นที่สอง มาตรา 141 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสองนั้น ก็มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพราะทั้งสองประเด็นดังกล่าวไม่เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล
นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า มีความเห็นสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำสั่งที่ 53/2560 ไม่ใช่ประเด็นสร้างผลกระทบใดกับพรรคการเมือง ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการรีเซตสมาชิกพรรค และอาจมีผลกระทบกับการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. หรือ ไพรมารีโหวตนั้น เป็นคนละประเด็น&amp;nbsp;
นายอุดมกล่าวต่อว่า เรื่องไพรมารีโหวต สำหรับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะมีสมาชิกพรรคที่ยืนยันเป็นจำนวนที่มากพอ แต่หากจะมีปัญหา คือ พรรคการเมืองขนาดเล็ก เพราะก่อนมีกฎหมายใหม่ พรรคมีสมาชิกหลักร้อย แต่เมื่อต้องยืนยันสมาชิกพรรคตามกฎหมายใหม่ อาจไม่มีผู้ใดยืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะส่งผลให้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองและไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ตามกฎหมายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเด็นที่นักการเมืองยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นเพียงการสร้างประเด็นทางการเมือง ที่หลายฝ่ายมองว่า คสช.ไม่ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 &amp;nbsp;เพราะกระทบรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิเสรีภาพนั้น อาจมองเช่นนั้นได้ แต่ต้องทำความเข้าใจว่ารัฐบาล คสช.เป็นรอยต่อก่อนมีรัฐบาลใหม่ ดังนั้นการตรากฎหมายบางครั้งอาจมีเงื่อนไขที่ใช้เวลา ซึ่งมาตรา 44 เป็นเครื่องมือตัดสินใจ และเป็นกลไกทำให้การออกกฎหมายฉับไวมากขึ้น&amp;rdquo; นายอุดมกล่าว
ปชป.น้อมรับคำตัดสิน
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า พรรคได้ทำหน้าที่ในการปกป้องสมาชิกพรรคและสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่สุดความสามารถแล้ว เพราะเห็นว่าคำสั่งที่ 53/2560 ของ คสช.ไม่เป็นธรรมต่อสมาชิก ปชป. เพื่อขอพึ่งบารมีศาลในการปกป้องสิทธิของประชาชน แต่วันนี้ทุกอย่างยุติลงแล้วด้วยคำวินิจฉัยนี้ ซึ่งพรรคก็น้อมรับ สมาชิกพรรคที่สิ้นสมาชิกภาพตามคำสั่งของ คสช. แต่เราเชื่อว่าจะไม่สิ้นสุดความผูกพันระหว่างพี่น้องประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อศาลตัดสินออกมาเช่นนี้แล้ว เราก็เคารพ และต้องว่าตามที่ศาลสั่ง แม้ว่าเดิมพรรคมีสมาชิกพรรค 2.4 ล้านคน ถ้าไม่มีคำสั่งที่ 53/2560 ก็ยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือยังมีสิทธิ์เป็นสมาชิกพรรคต่อได้อีก 4 ปี แต่เมื่อมีคำสั่งนี้ออกมา และไม่สามารถยืนยันตนได้ภายในวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา สมาชิกภาพก็สิ้นสุดลง ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะคืนความเป็นสมาชิกพรรคได้อีกเมื่อใด จึงเป็นภาระอย่างยิ่งต่อสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อศาลชี้ว่าไม่เป็นภาระทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นภาระ เราก็ยินดีน้อมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการประกาศใช้กฎหมายลูก 2 ฉบับ หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งเรื่องมาแล้ว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ว่าเสนอมาแล้วเมื่อไม่ขัดแย้ง ก็ต้องดำเนินการเลือกตั้งทันที โดยกฎหมายได้เขียนไว้อยู่แล้ว คำสั่ง ม.44 ก็มีอยู่ เลือกตั้งก็ต้องเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.2562 ไม่ต้องมาถามตรงนี้ มันเป็นตามขั้นตอนอยู่ เลือกตั้งอย่างไรก็ ก.พ. พูดยืนยันแบบนี้
สำหรับความคืบหน้ากฎหมายการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 6 ฉบับนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ สนช. ส่วนจะเลือกตั้งได้หรือไม่ได้นั้น ถ้าเรียบร้อยทุกอย่างก็เลือกตั้งได้&amp;nbsp;
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวประเด็นนี้ว่า ได้พยายามเร่งแก้ไขกฎหมายทั้ง 6 ฉบับให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งหากกฎหมายเสร็จเร็ว มีช่องให้เลือกตั้งท้องถิ่น ก็น่าจะทำได้ เพราะไทม์ไลน์ของเลือกตั้งใหญ่นั้นมีแน่นอนอยู่แล้ว ใน 45 วันก็พร้อมทำได้เลย โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นน่าจะเป็นก่อนสิ้นปี เพราะโรดแมปกำหนดว่าการเลือกตั้งใหญ่ต้องมีขึ้นในต้นปีหน้า&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่เกรงว่าหากเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้งใหญ่ในเวลาใกล้กัน แล้วจะเกิดความวุ่นวาย นั่นก็เป็นแนวความคิด ดังนั้นต้องมีระยะที่พอดี แต่ก่อนอื่นต้องดูความพร้อมของกฎหมาย ถ้าเสร็จเร็ว และมีช่วงว่างมาก แล้วห่างกันซักหน่อยหนึ่งก็น่าจะดี ไม่วุ่นวาย ประชาชนจะได้ไม่สับสน ทั้งนี้ โดยส่วนตัวคิดว่ามีความพร้อม และหากเลือกได้บางส่วนอย่างที่ว่าไว้ ถ้าทำได้ก็ทำ&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์ระบุ
ไม่ให้ราคาอนาคตใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคุกคามสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ว่า ขอถามว่าเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ใครจะไปแตะต้องเขาได้ และไม่ได้ให้นโยบายว่าจะต้องไปติดตาม แต่ถ้าเขามีปัญหา ก็ต้องมีคนไปเตือน หรือแจ้งว่าไม่ควรทำ เพราะวันข้างหน้าก็ผิดกฎหมายได้ ถ้าเขาไม่เตือนจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาก็ออกมาด่าไปเรื่อย โขมงโฉงเฉง บางคนก็บอกว่ารัฐบาลไม่เอาจริง ทำไมปล่อยให้คนพวกนี้ด่าอยู่ได้
&amp;ldquo;นี่แหละรัฐบาล ไม่ได้พยายามใช้กฎหมายเต็มที่ แต่ก็อาจจำเป็นถ้าสถานการณ์รุนแรงมากกว่านี้ คนบางคนไม่ควรมีสิทธิ์มาพูดในสื่อโซเชียลฯ อีกแล้ว ผมถามว่าจะไปขยายความให้เขาทำไม ในเมื่อความผิดชัดเจนอยู่หลายคน อย่ามองแค่ประเด็นความเป็นเด็ก เป็นนักศึกษา แล้วผิดมากี่ครั้ง สังคมเขาเบื่อหน่ายหรือไม่ ถ้าสังคมเห็นชอบดีงาม จะทำอะไรก็ทำ ผมไม่ยุ่ง แต่บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ขอฝากไว้ด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมอ่านแถลงการณ์หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ว่า ต้องถามว่ามากันกี่คน ถ้ามาจำนวนมากก็ไม่สามารถทำได้ และถ้าเป็นเรื่องของการเมืองก็ไม่ควรมาเกิน 5 คน ถ้ามาไม่เกิน 5 คนฝ่ายความมั่นคงก็ไม่ต้องไปจับตาอะไร&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หากแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาอ่านแถลงการณ์เพียง 3 คน แต่มีประชาชนมาดู มาให้กำลังใจ ทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้ เพราะถือว่ามีส่วนร่วมด้วย ส่วนตำรวจจะจับกุมทันทีเลยหรือไม่นั้น ไม่รู้&amp;nbsp;
พล.อ.วัลลภกล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องดูกรอบของกฎหมาย ถ้าเป็นการทำโดยบริสุทธิ์สุจริตก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะขัดต่อคำสั่งหัวหน้า คสช.หรือไม่ ไม่แน่ใจ แต่ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลตามปกติ เช่นที่เคยดูแลการชุมนุมในครั้งก่อนๆ&amp;nbsp;
ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบในหลักการร่างยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ แต่เนื่องจากที่ประชุมมีข้อสังเกตและความเห็นหลายประการ ที่ประชุมจึงมอบหมาย สศช.ให้รวบรวมความเห็นของ ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ครบภายในเวลา 18.00 น. จากนั้นให้ปรับแก้ก่อนส่งให้ สนช.พิจารณา โดยไม่ต้องนำกลับมาเข้าที่ประชุม ครม.อีก
&amp;ldquo;ครม.ใช้เวลาพิจารณายุทธศาสตร์ชาตินานถึง 40 นาที โดยนายกฯ ซักอย่างละเอียด เช่น ดัชนีชี้วัดการทำงานของรัฐบาลในวันข้างหน้า ต้องต่างไปจากอดีตที่เมื่อพรรคการเมืองเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว จะเสนอนโยบายขายฝันให้ประชาชน ซึ่งต่อไปจะทำไม่ได้ พรรคการเมืองต้องนำแผนแม่บท แผนของหน่วยงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติมาพิจารณา ทุกรัฐบาลต้องดำเนินการตามแผนแม่บทนั้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้แปลร่างยุทธศาสตร์ชาติเป็นภาษาอังกฤษด้วย&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10774</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย, ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1696d567f4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่เมินสุเทพตั้งพรรครปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เมินตอบ &amp;ldquo;กำนัน&amp;rdquo; ตั้งพรรค ส่วน &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ชี้เป็นเรื่องที่ดี อภิสิทธิ์ยังกั๊กจับมือ &amp;nbsp;ลั่นต้องขอดูอุดมการณ์ก่อน ส่งกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ว.ถึงมือนายกฯ แล้ว กกต.ย้ำห่วงไพรมารี พีระศักดิ์แย้มข่าวร้ายหย่อนบัตรท้องถิ่นอาจช้ากว่าเลือกตั้งใหญ่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นในกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โดยเมื่อถูกถามได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า แล้วแต่เขาว่าเขาจะคิดอย่างไร แต่ส่วนตัวเห็นว่านายสุเทพมาตั้งพรรคการเมืองก็ดี มาร่วมมือกันหลายส่วน &amp;nbsp;พร้อมปฏิเสธไม่เห็นภาพนายสุเทพหลั่งน้ำตา&amp;nbsp;
ส่วนกรณีนายสุเทพบอกว่า ต้องยอมตระบัดสัตย์เพราะมาทำงานเพื่อประชาชน พล.อ.ประวิตรระบุว่า เขาคิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แล้วแต่เขา เมื่อซักต่อว่าสะท้อนใจหรือไม่ที่คนระดับนายสุเทพต้องมาหลั่งน้ำตาเพื่อมาทำงานทางการเมือง รองนายกฯ กล่าวว่าไม่ตอบ ไปซับอะไรเขา ก็เขาร้องไห้ เราจะไปรู้ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องซับน้ำตาให้นายสุเทพหรือไม่ เพราะเคยเป็นกองหนุนของรัฐบาลมาตั้งแต่สมัยเป็น กปปส. ลงเรือลำเดียวกันมาตั้งแต่ปี 2557 พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยเสียงดังว่า &amp;quot;อะไรวะ ไม่มีไร &amp;nbsp;ตอนหลังก็ไม่ได้มาทำอะไรร่วมกันแล้ว คสช.ก็ไปทำงานของ คสช.เอง&amp;quot;&amp;nbsp;
ส่วนที่มองกันว่านายสุเทพตั้ง รปช.ขึ้นมามีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ทราบ ต้องไปถามเขา ถามตนเองไม่ได้ ส่วนจะถือเป็นเรื่องที่ดีใช่หรือไม่ คุณคิดอย่างไรก็แบบนั้นนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบเรื่องนี้ว่าไม่มอง ทำไมต้องมอง ส่วนจะดีหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เพราะไม่ใช่เรื่องของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าคนที่มีตำแหน่งในรัฐบาลสามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าไปเป็นได้ แม้แต่ข้าราชการก็ไปเป็นสมาชิกพรรคได้ แต่ห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรค เว้นแต่รัฐมนตรีที่สามารถเป็นได้เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ตำแหน่งในรัฐบาล แต่เมื่อยุบสภาเขาก็ไปเลือกตั้ง &amp;nbsp;ถ้าลาออกก็คงกลับไปเลือกตั้งไม่ทัน ส่วนที่มีกระแสข่าวคนในรัฐบาลนี้ไปร่วมพรรคดังกล่าว ไม่ทราบ หากมีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนเรื่องความเหมาะสมก็แล้วแต่ทัศนะของใครอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าช่วงใกล้เลือกตั้งรัฐบาลจะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการหรือไม่ นายวิษณุยืนยันว่าไม่ใช่ &amp;nbsp;รัฐบาลและ คสช.จะอยู่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่ถวายสัตย์ ส่วนจะมีใครอยู่เกินหรือไม่นั้น คนที่ได้เป็นอะไรต่อเขาอาจอยู่เกินได้ภายใต้โฉมหน้ารัฐบาลใหม่
ลั่นต้องส่องอุดมการณ์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงอุดมการณ์ของ รปช.ไม่แตกต่างจาก ปชป.ว่า จุดยืนพรรคในการปฏิรูปชัดเจน และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากหลายคนของ รปช. และ 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ทำใน 3-4 ข้อของการปฏิรูป เช่น การกระจายอำนาจ ปัญหาการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าพรรคใหม่ยืนยันหลักการเหล่านี้ ต้องดูท่าทีในการกำหนดนโยบายว่าจะเหมือนหรือแตกต่างจาก ปชป.หรือ คสช.อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า ปชป.ไม่มีสาขาแน่นอน พรรคไม่มีแนวคิดเรื่องพรรคสาขาหรือนอมินี และเชื่อว่านายสุเทพไม่ประสงค์เป็นสาขาของใคร และเป็นเรื่องปกติที่ทุกพรรคการเมืองต้องแย่งฐานเสียงกันเอง โดยเฉพาะพรรคที่มีแนวความคิดคล้ายกัน ส่วนจะทำงานร่วมกันหรือไม่นั้นต้องดูว่าแนวคิด นโยบายคล้ายกันหรือไม่ ถ้าคล้ายก็ร่วมงานกันไม่ยาก ต้องรอดูและให้เวลาเขาทำงานก่อน และประเด็นสำคัญคือต้องดูว่าไปสนับสนุนบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ ตอบชัดเจนคงยากต้องดูต่อไป เพราะยังมีเงื่อนไขอีกหลายอย่าง เช่น กระบวนการการเลือกตั้ง ท่าทีที่แสดงต่อสาธารณะ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป.ภาคตะวันออก กล่าวถึงกรณีนายธวัชชัย อนามพงษ์ &amp;nbsp;อดีต ส.ส.จันทบุรี ปชป.ไปร่วมงานเปิดตัว รปช.และประกาศร่วมงานการเมืองกับนายสุเทพ ว่ามีผลกระทบกับพรรคบ้าง แต่คงไม่กระทบอะไรมากนัก และคิดว่าพอหาคนมาลงแทนได้ เพราะฐานเสียง จ.จันทบุรีประชาชนมีความมั่นคงและไว้ใจ ปชป.มาตลอด เราต่อสู้มาตั้งแต่มีคู่ต่อสู้เช่นนายประวัฒน์ อุตโมท อดีต ส.ส.ชาติพัฒนาที่ถือว่าเข้มแข็งที่สุดมาแล้ว แต่คนจันทบุรีก็ไว้ใจเลือกคนของพรรคมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณธวัชชัยก่อนมาอยู่กับเรา ท่านก็ย้ายมาหลายพรรคแล้ว แต่หากท่านตัดสินใจไปจากพรรค เพราะเหตุผลทางอุดมการณ์ที่ตรงกับ รปช. โดยไม่มีเหตุผลเรื่องผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน&amp;rdquo; นายสาธิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การตั้งพรรค รปช.ถือเป็นการเปิดตัวแนวร่วมใหม่ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอีกพรรค ซึ่งการตั้งพรรคลงแข่งขันกันตามกติกาประชาธิปไตยย่อมดีกว่าการชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลขัดขวางกันเลือกตั้ง ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่อล้มรัฐบาลไปสู่การรัฐประหาร ส่วนจะเป็นพรรคที่สานต่อแนวทางของ กปปส.หรือไม่ &amp;nbsp;ดูจากสมาชิกที่รวมตัวกัน กปปส.ก็มากันเพียบ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การตั้งพรรคควรเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ประชาชนก็แปลกใจที่นายสุเทพร้องไห้อีกแล้ว เหมือนเป็นทางถนัดของนายสุเทพที่ให้น้ำตานำทาง ทำให้อดนึกถึงนักการเมืองบางคนที่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จในสภาไม่ได้หรือไม่&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าวและว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาพรรคใดแพ้ก็ต้องยอมรับและทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ควรใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายล้มโต๊ะชัตดาวน์ประเทศให้เสียหายอีก
กม.ลูกถึงมือประยุทธ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น นายวิษณุกล่าวถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ร่างดังกล่าวยังมาไม่ถึงรัฐบาล เพราะศาลยังไม่ส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดังนั้นต้องใช้เวลา แต่สำหรับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เชื่อว่าจะส่งให้นายกฯ ลงนามเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายได้ในวันที่ 4 มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าไปขีดเส้นตายแบบนั้นเลย เดี๋ยวพวกคุณก็เอาไปพาดหัวว่า เอาละโว้ย ลงนามแล้วโว้ย เจ้าหน้าที่เขาแจ้งผมมาว่าได้ตรวจสอบเสร็จเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา และเสนอนายกฯ วันนี้ (4 มิ.ย.) และนายกฯ ก็คงไม่ได้ตรวจอะไรอีก 7 วันหรอก ไม่ต้องกลัว&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุยังกล่าวถึงการกำหนดเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ ทำได้ตามปกติ แต่ตอนนี้ที่ลังเลคือจะเป็น กกต.ชุดเก่าหรือใหม่ที่จะมาทำหน้าที่ ส่วนจะคืบหน้าอย่างไรแล้วไม่ทราบ และไม่มีหน้าที่ต้องมารายงาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.กล่าวถึงการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ &amp;nbsp;53/2560 ว่า หากศาลมีคำวินิจฉัยแล้วคงมีผลกระทบโดยเฉพาะพรรคการเมือง แต่ก็ยังไม่รู่ว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมา กกต.และ สนช.ได้ส่งความเห็นถึงศาลแล้ว และก่อนหน้านี้ กกต.ยังเคยทำหนังสือถึง คสช.หลายฉบับเพื่อให้ผ่อนปรนเรื่องที่อาจเป็นปัญหา อาทิ เรื่องทุนประเดิม เรื่องการเก็บค่าบำรุงพรรค แต่ไม่ได้บอกว่าคำสั่งดังกล่าวผิดหรือไม่ผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า หากคำวินิจฉัยของศาลไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 กระบวนการจัดการเลือกตั้งก็เดินหน้าต่อไป แต่ยังมีความกังวลโดยเฉพาะเรื่องการทำไพรมารีโหวต โดยเข้าใจว่าสามารถทำได้ แต่อยากให้เลื่อนการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เร็วขึ้นเพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น ซึ่งมีหลายฝ่ายเสนอความเห็นว่าในการประชุมร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ กกต.นั้น ควรให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน ภายหลังจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ เพราะจะเป็นผลดีต่อพรรคการเมืองที่จะมีเวลามากขึ้นในการปรับตัว เนื่องจากไม่รู้ว่าพรรคการเมืองต้องใช้เวลาเท่าไหร่ทำไพรมารีโหวต แต่ละพรรคมีความพร้อมแตกต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้แล้วจะมีการประชุมร่วมกันระหว่าง ครม.กับ กกต. ตามข้อ 8 คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ซึ่งตอนนั้นอาจมีการปลดล็อกเกิดขึ้น&amp;rdquo;
เลือกตั้งท้องถิ่นยังยาว
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ กรธ.ว่าเป็นต้นคิดให้นำระบบไพรมารีโหวตมาใช้จนเป็นภาระของพรรคการเมืองว่า กรธ.ไม่ได้เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ แต่เป็นการเพิ่มเติมในชั้นของ สนช.ที่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน เพื่อหวังให้ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
&amp;ldquo;ยืนยันว่า กรธ.ไม่ได้อยากเห็นการปฏิรูปที่เป็นการสร้างภาระให้พรรคการเมือง แต่เมื่อมีการกำหนดไว้ในกฎหมายลูกแล้วก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หากไม่ดำเนินการก็จะเกิดปัญหาฟ้องร้องกันได้&amp;rdquo; นายอุดมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 กล่าวถึงความคืบหน้าในการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า &amp;nbsp;กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นอยู่ในขั้นตอนของการปรับแก้เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายต่างๆ &amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องรวมถึงรัฐธรรมนูญด้วย ขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนจึงจะเสร็จ ส่วนจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่นั้นยังกำหนดไม่ได้ ขึ้นอยู่ที่ว่ากฎหมายจะเสร็จก่อนหรือหลัง ถ้าเสร็จเร็วก็เลือกเร็ว อาจเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนก็ได้ แต่ถ้าหากกฎหมายเสร็จช้า จะเลือกตั้ง ส.ส.ก่อนก็ไม่น่ามีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในวันที่ 7 มิ.ย.ว่า การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามขั้นตอนของทุกครั้งที่มีการชุมนุม โดยเน้นการทำความเข้าใจพูดคุย ซึ่งกองทัพต่อจากนี้ไปก็ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องการบรรเทาภัยพิบัติ และดูแลความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก ในส่วนเรื่องความมั่นคงนั้นยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดบางกรณี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10683</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ตึกไทยคู่ฟ้า, ธวัชชัย อนามพงษ์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พีระศักดิ์ พอจิต, มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย, ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย, วิษณุ เครืองาม, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b154827bb077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
