<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขบวนชุมชนและ พอช.ร่วมขับเคลื่อนบ้านมั่นคงปี 2564  เป้าหมาย 21,200 ครัว  จับมือมูลนิธิยุวพัฒน์พัฒนาคนรุ่นใหม่เริ่มในศูนย์เด็กเล็กนำร่อง 11 พื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผู้ร่วมประชุม &amp;lsquo;การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขบวนที่ดินและที่อยู่อาศัย ปี 2564&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช./ ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศและ พอช.ร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยปี 2564&amp;nbsp; รวม 21,200 ครัวเรือน&amp;nbsp; แยกเป็นโครงการบ้านมั่นคงเมือง 3,100 ครัวเรือน&amp;nbsp; บ้านมั่นคงชนบท 3,100 ครัวเรือน&amp;nbsp; และบ้านพอเพียงชนบท 15,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; เน้นการทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; และแก้ปัญหาทั้งเมือง&amp;nbsp; ขณะเดียวกันจะร่วมกันสร้างเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ&amp;nbsp; คิดเป็น&amp;nbsp; ทำเป็น&amp;nbsp; โดยส่งเสริมการพัฒนาตั้งแต่เด็กในศูนย์เด็กเล็กชุมชนผ่านโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; นำร่อง 11 พื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เริ่มต้นปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคม&amp;nbsp; สำนักบ้านมั่นคงและที่ดิน &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เรื่อง &amp;lsquo;การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขบวนที่ดินและที่อยู่อาศัย ปี 2564&amp;rsquo; ที่โรงแรมพันทิพย์&amp;nbsp; และที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 5 ภูมิภาค&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่และผู้บริหารสถาบันฯ เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 150 คน &amp;nbsp;โดยมีนายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการสถาบันฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและข้อเสนอแนะจาก ปธ.กมธ.ที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง 5 ภูมิภาคต่างได้รับผลกระทบจากการพัฒนา&amp;nbsp; ผลกระทบจากนโยบายรัฐ&amp;nbsp; และภัยพิบัติต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp; การพัฒนาคลองแม่ข่า&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;ส่งผลกระทบเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาฝุ่นควันสูงสุดของประเทศ &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; ผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp; รถไฟรางคู่&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สองข้างทางรถไฟจะได้รับผลกระทบจากการรื้อย้าย&amp;nbsp; ปัญหาภัยพิบัติจากน้ำท่วมทำให้บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; ผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยจากโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง (จ.พระนครศรีอยุธยา) รถไฟรางคู่ (อ.หัวหิน &amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์)&amp;nbsp; พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนบางไทร-บางบาล (จ.พระนครศรีอยุธยา)&amp;nbsp; กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก&amp;nbsp; ผลกระทบจากการขยายเมือง &amp;nbsp;ราคาที่ดินสูง &amp;nbsp;การไล่รื้อชุมชนเร่งด่วน &amp;nbsp;พื้นที่รับน้ำจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp; พื้นที่พัฒนา EEC &amp;nbsp;&amp;nbsp;การขยายตัวของแนวเขตรถไฟฟ้าความเร็วสูงและสนามบิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาที่ดินราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ &amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี&amp;nbsp; ราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การใช้ทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันดามัน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในที่ประชุม&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเสนอสาระสำคัญในการผลักดันให้ภาครัฐกระจายอำนาจสู่ภาคประชาชน &amp;nbsp;เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการที่ดิน &amp;nbsp;ทั้งในเชิงโครงสร้างและความชอบธรรมทางกฎหมาย &amp;nbsp;คือ 1.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการที่ดิน &amp;nbsp;ทั้งในเชิงโครงสร้าง &amp;nbsp;ความชอบธรรมทางกฎหมาย &amp;nbsp;และการปฏิบัติการร่วมในพื้นที่&amp;nbsp; 2.บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐ คลี่คลาย ยุติปัญหาที่ดินรัฐทับซ้อนกัน&amp;nbsp; 3.ชุมชนดั้งเดิม มีสิทธิในการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; และ 4.ปรับปรุงข้อกฎหมาย &amp;nbsp;ข้อบังคับที่ล้าสมัย &amp;nbsp;และจำกัดสิทธิ &amp;nbsp;เสรีภาพของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 249,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; มีภารกิจสำคัญประการหนึ่ง&amp;nbsp; คือการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศให้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนในที่ดินบุกรุกทั้งรัฐและเอกชน&amp;nbsp; หรือที่ดินเช่าที่ไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนให้ชาวชุมชนรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดหาที่ดินใหม่หรือเช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนด้านความรู้&amp;nbsp; สินเชื่อ&amp;nbsp; และงบอุดหนุนบางส่วน&amp;nbsp; โครงการที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;โดย พอช. เริ่มโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ในปี 2546 เริ่มจากโครงการนำร่อง 10 โครงการแรกในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ในช่วงแรก พอช.จะทำโครงการบ้านมั่นคงทีละโครงการ หรือตามความพร้อมของชุมชน แต่ในปีต่อมาจึงเริ่มทำหรือสนับสนุนการแก้ไขปัญหาทั้งเมือง โดยการสำรวจข้อมูลชุมชนแออัด ข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยทั้งเมือง แล้วนำมาวางแผนแก้ไขปัญหาทั้งเมือง ทำให้แก้ไขปัญหาได้เร็ว โดยใช้กลไกความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจึงขยายไปทำโครงการต่างๆ เช่น โครงการบ้านมั่นคงชนบท โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม มีฐานะยากจน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;2546 ที่ พอช.เริ่มทำโครงการบ้านมั่นคงจนถึงปัจจุบัน พอช.ได้สนับสนุนการแก้ปัญหาให้ประชาชนผู้ยากไร้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยทุกประเภทไปแล้วกว่า 3,000 ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ ประมาณ 249,000 ครัวเรือน (บ้านมั่นคงในเมืองและชนบท 116,719 ครัวเรือน, บ้านพอเพียงชนบท 69,425 ครัวเรือน, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร 2,972 ครัวเรือน, ซ่อมสร้างบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ 11,388 ครัวเรือน, ซ่อมสร้างบ้านในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ 48,992 ครัวเรือน ฯลฯ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยปี 2564&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 &amp;nbsp;พอช.ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนเมืองที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อแจกจ่ายอาหารช่วยเหลือชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 27 เมือง&amp;nbsp; 16 จังหวัด&amp;nbsp; รวม 69 จุด&amp;nbsp; จัดทำอาหารแจกจ่ายทั้งหมดประมาณ 300,000 กล่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; รวม 234 เมือง&amp;nbsp; 1,557 ตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; การปลูกผัก &amp;nbsp;เพาะเห็ด &amp;nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; กบ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดรายจ่าย&amp;nbsp; เพิ่มรายได้&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในปี 2564&amp;nbsp; พอช.มีเป้าหมายในการสนับสนุนให้ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ชาวชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัยได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ปลอดภัย&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp; โดยแยกเป็น 1.บ้านมั่นคงเมือง &amp;nbsp;รวม 3,100 ครัวเรือน &amp;nbsp;(สนับสนุนสินเชื่อระยะยาว&amp;nbsp; ดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp; ไม่เกินครัวเรือนละ 360,000 บาท&amp;nbsp; และอุดหนุนอื่นๆ)&amp;nbsp; 2.บ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; รวม 3,100 ครัวเรือน&amp;nbsp; (สนับสนุนการสร้างบ้านและพัฒนาด้านต่างๆ ไม่เกินครัวเรือนละ 72,000 บาท)&amp;nbsp; และ 3.บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวม 15,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; (สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ฐานะยากจน&amp;nbsp; ไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; อ.เมือง จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; จะได้รับการซ่อมสร้างใหม่ตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;6 เปลี่ยน&amp;nbsp; 8 ทิศ&amp;nbsp; 9 เนื้อหา&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปี 2564 พอช.สนับสนุนให้ขบวนองค์กรชุมชนพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศโดยใช้แนวทาง &amp;lsquo;6 เปลี่ยน 8 ทิศ&amp;nbsp; 9 เนื้อหา&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;6 เปลี่ยน&amp;nbsp; : เปลี่ยนทิศทางการพัฒนาเมืองและชนบท&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.เปลี่ยนจากไม่ทำร่วมกับใคร เป็นการสร้างความร่วมมือ 2.เปลี่ยนจากการทำโครงการบ้านมั่นคงเดี่ยว เป็นทำทั้งเมือง/ตำบล 3.เปลี่ยนวิธีคิดจากการทำเพียงบ้าน (ด้านกายภาพ) เป็นการสร้างบ้านที่มากกว่าบ้าน (มีการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจในชุมชน เพื่อให้ลูกหลานมีงานทำ มีรายได้ ไม่ต้องดิ้นรนไปทำงานที่ต่างจังหวัด) 5.เปลี่ยนจากการเป็นเครือข่ายเฉพาะชุมชนบ้านมั่นคง ขยายครอบคลุมชุมชนคนจนที่มีอยู่ในเมือง 6.เปลี่ยนจากการถูกออกแบบให้ กำหนดให้เป็นการร่วมกันออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;8 ทิศ &amp;nbsp;: &amp;nbsp;ทิศทางการพัฒนาเมืองและชนบท &amp;nbsp;คือ 1.พัฒนาองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีสมดุล&amp;nbsp; มีส่วนร่วม มีแผน มีระบบ ตื่นตัวในการเรียนรู้ 2.วางผังวางแผนการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า 3.การฟื้น/ สร้างกองทุนชุมชน กองทุนเมือง ให้เป็นสถาบันการเงินของชุมชนที่มีความเข้มแข็ง 4.มีแผน แนวคิดในการพัฒนาอาชีพ รายได้ สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง 5.ส่งเสริมบทบาท เปิดพื้นที่ให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ 6.ส่งเสริมผู้หญิงให้มีบทบาทในการทำงานพัฒนา 7.สร้างชุมชนแห่งสวัสดิการและการอยู่ร่วมกัน 14.การมีส่วนร่วมการพัฒนาเมืองและท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;9 เนื้อหา : แนวทางการทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1.ที่ดิน&amp;nbsp; ผลักดันนโยบายที่ดิน&amp;nbsp; สร้างความร่วมมือในที่ดินรัฐเพื่อผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; 2. ข้อมูลเมือง/ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดทำฐานข้อมูล&amp;nbsp; โดยการสำรวจข้อมูลเมืองทุกเรื่อง&amp;nbsp; โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จัดทำระบบข้อมูล&amp;nbsp; 3.กองทุน&amp;nbsp; สร้างการออมทรัพย์&amp;nbsp; กองทุนชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็ง&amp;nbsp; 4.เครือข่าย&amp;nbsp; เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนระหว่างเมือง&amp;nbsp; ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เดือดร้อนและขบวนองค์กรชุมชนเป็นหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ ช่วยหนุนเสริม&amp;nbsp; 5.ระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ถนน&amp;nbsp; 6.พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; วิเคราะห์ต้นทุนเมือง&amp;nbsp; วางแผนพัฒนากลุ่ม&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; ครอบคลุมทุกด้าน&amp;nbsp; 7.พัฒนาคุณภาพองค์กร&amp;nbsp; พัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เสริมสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมการพัฒนาและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; 8.กฎหมาย&amp;nbsp; กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&amp;nbsp; ผังสีที่ดิน/เมือง&amp;nbsp; การขอทะเบียนบ้าน&amp;nbsp; 9.นวัตกรรม/เทคโนโลยี &amp;nbsp;&amp;nbsp;แสดงข้อมูลบนแผนที่&amp;nbsp; ใช้โปรแกรมภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp; ภาพถ่ายทางอากาศ&amp;nbsp; โดรน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;การพัฒนาชุมชนต้องเริ่มจากเด็กเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 15 ธันวาคม ซึ่งเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเป็นวันสุดท้าย &amp;nbsp;มีการแนะนำโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่บูรณการการเรียนรู้ผ่านการเล่นโดยเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้&amp;nbsp; โดย นพ.สันติ ลาภเบญจกุล&amp;nbsp; จากมูลนิธิยุวพัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและที่ดิน&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เกริ่นนำว่า ขบวนองค์กรชุมชนจะก้าวเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาชุมชนทุกด้าน&amp;nbsp; ทั้งด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; การสร้างคน&amp;nbsp; การสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีคุณภาพ&amp;nbsp; โดยต้องเริ่มตั้งแต่เด็กเล็ก&amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่เอาเด็กไปไว้ในศูนย์เด็กเล็กเพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาเลี้ยง&amp;nbsp; แต่จะต้องพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชนขึ้นมาให้มีคุณภาพ&amp;nbsp; โดยขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่นจะต้องเป็นผู้ทำ&amp;nbsp; ไม่ต้องรอนโยบายจากรัฐ&amp;nbsp; และขยายไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างเยาวชน&amp;nbsp; คนรุ่นใหม่ขึ้นมาให้มีคุณภาพ&amp;nbsp; คิดเป็น&amp;nbsp; ทำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สันติ ลาภเบญจกุล &amp;nbsp;มูลนิธิยุวพัฒน์&amp;nbsp; กล่าวถึง การทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กในตลอด 10 ปีที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;มีทั้งกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จและไม่สำเร็จ &amp;nbsp;เพราะปัญหาสำคัญคือการพัฒนาเด็กที่ยังไม่เปิดให้เด็กเรียนรู้ &amp;nbsp;คิด วางแผน ออกแบบ และทำกิจกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ในมิติใหม่ของการพัฒนาเด็ก &amp;nbsp;พัฒนาเด็กเพื่อเป็นรากฐานที่แข็งแรงของสังคมตั้งแต่ปฐมวัยนั้น&amp;nbsp; จะต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี &amp;nbsp;ซึ่งเด็กช่วงอายุนี้ &amp;nbsp;หากถูกเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงดูจะมีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิต และหลีกเลี่ยงการก่อปัญหาในสังคม &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การท้องก่อนวัยอันควร &amp;nbsp;การไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด &amp;nbsp;การไม่ก่ออาชญกรรม ซึ่งเป็น 3 ปัญหาสำคัญของสังคมในปัจจุบัน&amp;rdquo; นพ.สันติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นพ.สันติ ลาภเบญจกุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในกลุ่มเด็กช่วงอายุ 2-4 ขวบ &amp;nbsp;ที่มักจะนำไปฝากเลี้ยงในสถานที่รับเลี้ยงศูนย์เด็กต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นทั่วประเทศนั้น &amp;nbsp;มักถูกเลี้ยงโดยการให้นอน &amp;nbsp;ให้ดูทีวี &amp;nbsp;ให้เล่นโทรศัพท์ ซึ่งสูญเสียเวลา 6-7 ชั่วโมงที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ที่ถูกต้องสำหรับเด็ก &amp;nbsp;จึงเป็นที่มาของการจะเปลี่ยนเวลา 6-7 ชั่วโมงนี้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเด็กมากขึ้น &amp;nbsp;ด้วยรูปแบบแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็ก ในรูปแบบ Active Learning โดยส่งเสริมให้เด็กอยู่กันเป็นกลุ่มเพื่อให้เขารู้จักแบ่งปันกัน &amp;nbsp;ช่วยเหลือกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สันติยกตัวอย่างพื้นที่รูปธรรมที่ตำบลลำสนธิ (ศูนย์เด็กเล็กเขาน้อย) อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรีว่า เป็นพื้นที่ที่มีคนยากจนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสภาพเดิมของศูนย์เด็กเล็กที่นี่ &amp;nbsp;เด็กอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย &amp;nbsp;จัดสถานที่การเรียนรู้ &amp;nbsp;ของเล่น หรือกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมกับวัย &amp;nbsp;แต่เมื่อมูลนิธิได้เข้าไปหนุนเสริมก็ได้ปรับสภาพแวดล้อม &amp;nbsp;สถานที่ภายในศูนย์ใหม่ &amp;nbsp;ประดิษฐ์ของเล่นจากสิ่งของที่มีโดยคนในชุมชน ให้เด็กๆนำหนังสือนิทานเพื่อกลับไปให้พ่อแม่เล่าให้ฟัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งเสริมให้นักโภชการที่มีอยู่ในท้องถิ่นลงไปออกแบบเมนูอาหารร่วมกับโรงเรียน จัดกิจกรรมให้กับเด็กในแต่ละวัน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ช่วงเช้ากิจกรรมออกกำลังกายเบาๆ ดื่มน้ำตอนเช้า &amp;nbsp;ทานอาหารก่อนล้างมือ &amp;nbsp;สานสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กด้วยการกอด &amp;nbsp;ฝึกระเบียบวินัยในการต่อแถวเข้าห้องน้ำ &amp;nbsp;หากิจกรรมที่ให้เด็กเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้ใหญ่ &amp;nbsp;เช่น ข้าวคืออะไร&amp;nbsp; มีอะไรบ้าง วัฒนธรรมไทยคืออะไร&amp;nbsp; มีอะไรบ้าง ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังมีมุมเล่นเสรี &amp;nbsp;มุมศิลปะ &amp;nbsp;มุมหนังสือ &amp;nbsp;เวลา 7.00 &amp;ndash; 12.00 น. จะให้เด็กวางแผนกันว่าวันนี้เด็กจะทำกิจกรรมอะไร? &amp;nbsp;เรียนรู้อะไร?&amp;nbsp; ลงมือปฏิบัติโดยให้เด็กใช้เวลากับการเล่น 1.30 ชั่วโมงต่อวัน &amp;nbsp;หลังจากนั้นให้เด็กๆ มารวมกลุ่มกัน เล่าให้กันฟังว่าไปเล่นอะไรมา &amp;nbsp;และถามตอบกันไปมา&amp;nbsp; โดยเด็กๆ จะอธิบายตามที่เขาเข้าใจในภาษาของเขา &amp;nbsp;จนมูลนิธิพัฒนาเป็นหลักสูตร ICAP &amp;nbsp;โดยมีผลการศึกษาพบว่า&amp;nbsp; การทำกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; ดังกล่าว&amp;nbsp; ทำให้ค่า EF ของเด็กลำสนธิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กทั่วประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สันติยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนองค์กรชุมชนร่วมพัฒนาเด็กผ่าน &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ซึ่งเข้าร่วมงานในวันนี้&amp;nbsp; กล่าวเสริมว่า การเลี้ยงเด็กที่ดีและเหมาะสมสำหรับเด็กนั้นควรจะเป็นอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งเด็กไทยช่วงแรกเกิดนั้นมีระดับไอคิวที่ไม่แตกต่างกับเด็กในต่างประเทศ &amp;nbsp;แต่เมื่อโตขึ้นเด็กไทยกับเด็กต่างประเทศจะมีระดับไอคิวที่เริ่มไม่เท่ากัน &amp;nbsp;เนื่องจากการได้รับการดูแลจากครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;ขาดความรักความอบอุ่นในครอบครัวอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;มีกระบวนการดูแลให้ความรู้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน &amp;nbsp;โภชนาการทางอาหารที่ไม่เหมือนกัน&amp;nbsp; รวมทั้งการฝากเลี้ยงดูเด็กเล็กในศูนย์ต่างๆ ที่มีระบบการจัดการตามช่วงเวลา&amp;nbsp; ไม่ได้ส่งเสริมให้เด็กได้เล่น ได้แสดงออก ออกแบบสิ่งที่เขาอยากจะทำได้เต็มที่ &amp;nbsp;ส่งผลให้ระดับไอคิวเด็กจะเริ่มต่ำลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่เข้าการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp; มีความสนใจที่จะนำโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่บูรณการการเรียนรู้ผ่านการเล่นโดยเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของมูลนิธิยุวพัฒน์ไปพัฒนาศูนย์เด็กเล็กของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 11 พื้นที่ &amp;nbsp;โดยจะเริ่มในช่วงต้นปี 2564 ระยะเวลา 2 เดือน &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ศูนย์เด็กเล็กที่ดำเนินการโดยท้องถิ่น พื้นที่บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์เด็กเล็ก อบต.ไทรใหญ่ จ.นนทบุรี&amp;nbsp; ศูนย์เด็กเล็ก ตำบลตำมะลัง จ.สตูล&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เด็กเล็กในโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พื้นที่ตำบลคลองหินปูน จ.สระแก้ว&amp;nbsp; เครือข่ายที่อยู่อาศัยสร้างบ้านแปงเมือง จ.พะเยา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายที่อยู่อาศัย จ.ลำปาง&amp;nbsp; เครือข่ายที่อยู่อาศัย จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยมูลนิธิยุวพัฒน์จะหนุนเสริมชุดความรู้สำหรับพัฒนากระบวนการเรียนรู้เด็กเล็ก&amp;nbsp; พัฒนาบุคลากรในศูนย์เด็กเล็ก&amp;nbsp; รูปแบบกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุนเสริมการเลือกอุปกรณ์ &amp;nbsp;สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกแบบสถานที่สำหรับเด็ก &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนเครือข่ายบ้านมั่นคงจะกำหนดให้การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กเป็นหนึ่งในเนื้อหาของการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนบ้านมั่นคง&amp;nbsp; การคัดเลือกพื้นที่ปฏิบัติการรูปธรรม &amp;nbsp;และเชื่อมโยงการเรียนเพื่อขยายผลกับสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;และท้องถิ่น&amp;nbsp; และนำไปขยายผลในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86959</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านมั่นคง, พอช., มูลนิธิยุวพัฒน์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8a8f5d4cad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รำไท้เก๊กเพื่อการกุศล&quot; ได้บุญแข็งแรงทั้งกาย-ใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ทั้งทำบุญและสุขภาพดีในคราวเดียวกัน สำหรับ &amp;ldquo;กิจกรรมรำไท้เก๊กเพื่อการกุศล&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นโดยห้างสรรพสินค้า &amp;ldquo;เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์&amp;rdquo; เป็นครั้งแรก ส่วนหนึ่งเพื่อส่งเสริมสุขและการแบ่งปัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ทว่าก็อุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยกลุ่มวัยเก๋ารักสุขภาพที่สนใจมาร่วมกิจกรรมกันไม่น้อย ที่สำคัญแต่ละคนก็ได้เตรียมสิ่งของเพื่อนำมาบริจาคให้กับ &amp;ldquo;มูลนิธิปันกัน&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนการศึกษาของน้องๆ ที่ขาดโอกาส ภายใต้ &amp;ldquo;มูลนิธิยุวพัฒน์&amp;rdquo; และอย่างที่รู้กันดีว่า ประโยชน์ของท่ากายบริหารดังกล่าวไม่เพียงเหมาะกับผู้สูงวัย แต่ยังช่วยฝึกสมาธิไปในคราวเดียวกัน ไม่รอช้า มีคำบอกเล่าจากวัยเก๋าที่มาร่วมกิจกรรม อธิบายถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วย &amp;ldquo;การรำไท้เก๊ก&amp;rdquo; ซึ่งได้จากงานที่จัดขึ้นไว้น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;สุณีย์ วัชรินทร์ธาดา (ซ้าย), อุทุมพร รักษา ทิพย์ (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มกันที่ คุณป้าสุณีย์ วัชรินทร์ธาดา วัย 73 ปี ที่ปกติเคยออกกำลังกายด้วยไท้เก๊กมาก่อนแล้ว บอกว่า &amp;ldquo;ส่วนตัวก็เคยรำไท้เก๊กมาก่อนแล้ว แต่ปัจจุบันออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกด้วยเช่นกัน อันที่จริงแล้วทุกการออกกำลังกายก็ดีต่อสุขภาพค่ะ แต่ในส่วนความแตกต่างระหว่างไท้เก๊กและแอโรบิกคือ ไท้เก๊กนั้น คนทุกเพศทุกวัยสามารถเล่นได้หมดค่ะ และก็ไม่ได้หนักจนเกินไปสำหรับผู้อายุสูง หรือเป็นกายบริหารที่เบาๆ ช้าๆ แต่ได้เหงื่อ และยังช่วยทำให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีค่ะ รวมถึงจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ฝึกไท้เก๊กบ่อยๆ ก็ทำให้อาการหายปวดหัวดีขึ้นค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งคนรักสุขภาพซึ่งอยู่ย่านรัตนาธิเบศร์ ที่มาเอกเซอร์ไซส์เต้นแอโรบิก ซึ่งจัดโดยห้างเซ็นทรัลเป็นประจำ อย่าง คุณป้าอุทุมพร รักษาทิพย์ บอกว่า กิจกรรมรำไท้เก๊กที่จัดขึ้นได้ทั้งสุขภาพดี และได้ทำบุญในคราวเดียวกัน &amp;ldquo;คิดว่ากิจกรรมรำไท้เก๊กที่จัดขึ้นทำให้เราได้มีสุขภาพที่ดีค่ะ เป็นท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับคนสูงวัยมาก แม้ว่าจะเป็นท่ากายบริหารที่ช้า แต่เมื่อออกกำลังแล้วช่วยทำให้หายใจได้โล่งขึ้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการฝึกลมหายใจเข้า-ออกได้เป็นอย่างดี และหลังจากฝึกก็ทำให้มีสมาธิมากขึ้นค่ะ ที่สำคัญยังได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังได้ช่วยทำบุญกับน้องๆ ด้อยโอกาสจากมูลนิธิยุวพัฒน์ด้วยค่ะ เพราะได้นำเอาปิ่นโตและแก้วน้ำเป็นชุดมาบริจาคให้กับ &amp;ldquo;มูลนิธิปันกัน&amp;rdquo; ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ป้าติ้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน คุณป้าติ้ง วัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจร้านเพ็ตช็อป ที่ชื่นชอบการออกกำลังทั้งแอโรบิก ปั่นจักรยาน วิ่ง และมีประสบการณ์ออกกำลังด้วยท่ารำไท้เก๊กมาก่อนหน้า บอกว่า &amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เคยรำไท้เก๊กมาก่อนค่ะ จึงมาร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ส่วนประโยชน์ของท่ากายบริหารนี้ คิดว่าเป็นสิ่งที่เหมาะกับคนสูงวัย เพราะไม่ใช่การออกกำลังกายที่ฮาร์ดคอร์สำหรับคนวัยเก๋า และเท่าที่ศึกษามาเขาบอกว่ามีประโยชน์ในแง่ของการฝึกสมาธิ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เรียกได้ว่าเป็นความแข็งแรงที่ซ่อนอยู่ในท่วงท่านุ่มนวลค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ คุณป้าวัลดา มันไทรทอง ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายอย่าง การรำชี่กง แต่ก็อยากมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรำไท้เก๊ก ว่าจะแตกต่างกันอย่างไร จึงมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ที่สำคัญไม่ลืมนำกระติกน้ำดื่มมาร่วมทำบุญหย่อนกล่องรับบริจาคเช่นเดียวกัน บอกว่า &amp;ldquo;นอกจากประโยชน์ด้านร่างกายจากการรำไท้เก๊กที่ใช้อุปกรณ์น้อย และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีสมาธิแล้ว ยังพบว่ามันช่วยทำให้ฝึกสมองป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จากการจำท่าของการฝึกที่มีอยู่หลายท่าทางค่ะ และยังทำให้เรามีเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ ที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายเหมือนกันกับเราค่ะ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความสามัคคีในการรวมกลุ่มออกกำลังกาย และการร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ ไปสู่ผู้อื่นค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ชนาภา คงสว่าง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ครูอ๋อง-ชนาภา คงสว่าง ครูสอนออกกำลังกาย บอกว่า &amp;ldquo;ประโยชน์ของการรำไท้เก๊กสำหรับผู้สูงอายุนั้น เนื่องจากเราจะสังเกตได้ว่าการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้สูงอายุจะค่อนข้างช้า และกระดูกก็ไม่ค่อยดีแล้ว ดังนั้นการเคลื่อนช้าๆ แบบนี้ก็จะทำให้ข้อต่อต่างๆ ไม่เป็นอันตราย รวมถึงเรื่องลมหายใจที่เราหายใจเข้า-ออกลึกๆ ยาวๆ นั้น ก็จะช่วยทำให้ระบบหายใจของผู้สูงอายุทำงานได้ดีขึ้น ส่วนบางคนอาจจะป่วยโรคความดันโลหิต และโรคต่างๆ การหายใจเข้า-ออกลึกๆ ช้าๆ ก็จะช่วยปรับความดันโลหิต และยังทำให้การทำงานของหัวใจดีขึ้น ปอดดีขึ้น และข้อต่อต่างๆ ดีขึ้น และกล้ามเนื้อที่เคยไม่แข็งแรงก็จะแข็งแรงขึ้น ด้วยการออกกำลังกายแบบเบาๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทำท่าออกกำลังกายให้หนักมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนระยะเวลาที่เหมาะกับการรำไท้เก๊ก คือ 15-20 นาทีก็ได้ ถ้าได้ทุกวันก็จะดี ส่วนข้อจำกัดก็มีอยู่บ้าง เช่น ผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าหรือกระดูกยังอักเสบอยู่ หรือพึ่งจะผ่าตัดใหม่ๆ ไม่แนะนำ เพราะไท้เก๊กเป็นการออกกำลังกายที่ต้องขยับข้อต่ออยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคดันโลหิตที่รักษามานาน และกินยาโรคประจำตัวอยู่ ไม่แนะนำ เพราะขณะออกกำลังกายจะต้องหายใจเข้า-ออกช้าๆ และต่อเนื่อง ดังนั้นหากเกิดการติดขัดของลมหายใจอาจทำให้ผู้สูงอายุเป็นลมได้ค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มูลนิธิยุวพัฒน์, รำไท้เก๊ก, วัลดา มันไทรทอง, สุณีย์ วัชรินทร์ธาดา, อุทุมพร รักษาทิพย์, เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c6406a4da804.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
