<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนคนสูบบุหรี่เสี่ยงติดโควิดเพิ่มเป็น 2 เท่าของคนไม่สูบ ป่วยโควิดแล้วยังเสี่ยงเสียชีวิตถึง30% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดแถลงข่าวเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี ผ่านโปรแกรม ZOOM ทางออนไลน์ เพื่อเชิญชวนคนไทยที่สูบบุหรี่ โดยใช้โอกาสที่โควิด-19 ระบาดหนักนี้ มุ่งมั่นที่จะเลิกสูบบุหรี่ให้ได้ โดย นพ.แดเนียล เคอร์เทส ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดประเด็นการรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคมปีนี้คือ Commit to quit หรือ มุ่งมั่นที่จะเลิกสูบ ซึ่งขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ได้กำหนดเป็นคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2564 ไว้ว่า &amp;ldquo;เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้&amp;rdquo; การเลิกสูบบุหรี่นั้นจะช่วยรักษาชีวิต และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงเมื่อติดโควิด-19 ซึ่งทราบกันดีว่าการเลิกสูบบุหรี่ไม่ง่าย แต่ในภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ขอเชิญชวนให้ผู้สูบบุหรี่ทุกท่านเข้ารับคำปรึกษาเพื่อการเลิกสูบบุหรี่และมุ่งมั่นที่จะเลิกสูบบุหรี่ โดยใช้วิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถรับบริการเลิกบุหรี่ได้จากสถานพยาบาลของรัฐ เอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคมที่ให้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ในช่วงที่โควิด - 19 กำลังระบาดรุนแรงนี้ การเลิกสูบบุหรี่จะส่งผลดีต่อชีวิตอย่างยิ่ง ช่วยทำให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ได้ ในขณะที่คนที่ยังสูบบุหรี่อยู่นั้น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตของตัวเอง &amp;nbsp;เสี่ยงพิการ หรือป่วยติดเตียงไปชั่วชีวิตจากผลแทรกซ้อนของการติดโควิด-19 ที่เกิดได้ในทุกระบบสำคัญของร่างกาย โดยทั่วไปคนที่สูบบุหรี่รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด- 19 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ คนที่สูบบุหรี่เมื่อติดเชื้อแล้วจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลแทรกซ้อนที่นำพาความพิการแบบถาวรหลากหลายรูปแบบมาสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาต มีหลอดเลือดสมองอุดตันในหลอดเลือดขนาดใหญ่ ซึ่งปกติจะพบน้อย แต่ในผู้ป่วยที่สูบบุหรี่และติดเชื้อไวรัสชนิดนี้กลับพบได้มากถึง &amp;nbsp;44% และเมื่อเป็นโควิด-19 แล้ว จะเสียชีวิตสูงถึง 30% และกลายเป็นอัมพาต ต้องนอนติดเตียงชั่วชีวิตถึง 27% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนที่สูบบุหรี่และติดโควิด-19 ยังเพิ่มความเสี่ยงของอุดตันของหลอดเลือดแดงส่วนปลายมือปลายเท้า เกิดภาวะขาดเลือด เสี่ยงต่อการถูกตัดมือตัดเท้า ไม่เพียงแค่นั้น คนที่สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าแล้วติดโควิด-19 ยังมีโอกาสเป็นปอดบวมชนิดรุนแรงได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และเมื่อเป็นแล้วมีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้นเกิน 2 เท่า แม้รอดชีวิตมาได้ ปอดของคนเหล่านี้ก็จะทำงานได้น้อยลงจากการที่เนื้อปอดถูกแทนที่ด้วยเยื่อพังผืดแทน ซึ่งความเสี่ยงในส่วนนี้มีมากกว่าคนที่ไม่สูบถึง 14 เท่าทีเดียว ดังนั้น การติดเชื้อ โควิด-19 ที่ว่าร้ายแรงแล้ว ผลแทรกซ้อนจากการติดเชื้อนี้กลับน่ากังวลกว่าเสียอีก &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้ทุกคนสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงของตนเองได้ง่ายๆ เพียงแค่เลิกสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจังเท่านั้น&amp;rdquo; รศ.นพ.สุทัศน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี &amp;nbsp;กล่าวถึงความสูญเสียทางสุขภาพและเศรษฐกิจของคนไทยเกิดขึ้นทั้งระดับมหภาคและครัวเรือน ซึ่งในปี 2562 พบคนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่ถึง 70,953 คน เป็นผู้เสียชีวิตจากควันบุหรี่มือสองจำนวน 9,435 คน และยังพบว่าคนไทยที่สูบบุหรี่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 22 ปี ซึ่งก่อนเสียชีวิตรัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเฉพาะกรณีป่วยต้องนอนโรงพยาบาลสูงถึง 38,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้บุหรี่ยังทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม พบกลุ่มคนยากจนที่สุดต้องเสียเงินไปกับบุหรี่ถึงเกือบ 20% ของรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ หรือสายเลิกบุหรี่ 1600 กล่าวว่า การเลิกบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและความรุนแรงของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ดังนั้นผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 จะช่วยสนับสนุนการเลิกสูบบุหรี่ โดยกาให้คำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์ฟรีทุกเครือข่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระหว่าง 09.00-20.00 น. จะมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทั้งแบบสั้น (ไม่เกิน 5 นาที) ในกรณีที่ท่านยังไม่พร้อมเลิก และให้คำปรึกษาแบบเข้มข้น (ประมาณ 20 นาที) เพื่อช่วยให้กำหนดแผนการเลิกและลงมือเลิกอย่างมั่นใจ จากนั้นจะได้รับคำปรึกษาทางโทรศัพท์ป้องกันการสูบซ้ำ อีก 6 ครั้ง (ใช้เวลาครั้งละ 5-15 นาทีแล้วแต่กรณี) จนกระทั่งสามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ สามารถเลือกใช้บริการ รับคำปรึกษาด้วยข้อความสั้นแบบมีการตอบกลับ เรื่องการปฏิบัติตัวในช่วงเลิกบุหรี่และข้อความให้กำลังใจ จากสายด่วนเลิกบุหรี่ วันละ 2 ข้อความ เป็นระยะเวลา 6 เดือน จากการวิจัยการรับข้อความสั้นช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ต่อเนื่องมากถึง 21% แต่หากได้รับคำปรึกษาทางโทรศัพท์ร่วมด้วย ความสำเร็จของการเลิกบุหรี่จะสูงขึ้นเป็น 38%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้สูบยังติดต่อสายเลิกบุหรี่ ผ่าน Social Media เพื่อการนัดหมายขอรับคำปรึกษาได้ทั้งทางโทรศัพท์ ข้อความสั้น หรือ Line Chat รวมถึงเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ผ่านช่องทาง Social Media ต่าง ๆ ได้แก่ แอปพลิเคชันไลน์ quitline1600, Facebook สายเลิกบุหรี่ 1600, YouTube thailandquitline และ www.thailandquitline.or.th โดยการบริการทุกชนิดข้างต้น ทุกกรณี ประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด &amp;nbsp;สุดท้าย ข้อมูลสำคัญคือ โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรในสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ รวมถึง อสม. และผู้นำชุมชนในโรงเรียน วัด หรือสถานประกอบการ &amp;nbsp;ใช้เป็นช่องทางในการติดต่อ สายเลิกบุหรี่1600 เพื่อรายงานและส่งต่อข้อมูลผู้อยากเลิกบุหรี่ โดยใช้ร่วมกับแอปพลิเคชัน U-Refer ซึ่งเป็นระบบการส่งต่อแบบ Realtime และไม่เสียค่าใช้จ่าย ศึกษาข้อมูลได้ที https://youtu.be/pImuJpKCBWg&amp;rdquo; &amp;nbsp;รศ.ดร.จินตนา กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เรียกร้องให้ผู้สูบบุหรี่ทุกคนทำสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ปลอดบุหรี่ เพื่อทำให้มีโอกาสเลิกสูบบุหรี่ได้มากขึ้นว่า การสำรวจครั้งล่าสุดปี 2557 พบว่า มีคนไทยที่เป็นความดันสูงหรือเบาหวานที่ยังสูบบุหรี่มากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งคนที่มีโลกประจำตัวทั้ง 2 โรคนี้ที่สูบบุหรี่ จะเร่งให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมอง และไตเสื่อมเร็วขึ้น และโดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ผู้ที่มีโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงยิ่งต้องเลิกสูบบุหรี่ หรือลดความเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงหากติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;จึงขอให้ตัดสินใจมุ่งมั่นที่จะเลิกสูบบุหรี่ โดยขอให้แจ้งแก่แพทย์เวลามาติดตามรักษาโรคประจำตัวว่า ต้องการที่จะเลิกสูบบุหรี่ เพื่อขอให้แพทย์ช่วยแนะนำวิธีปฏิบัติ รวมทั้งอาจให้ยารักษาเลิกบุหรี่ ขณะเดียวกัน ผู้สูบบุหรี่ต้องเริ่มต้นด้วยการไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ในรถ ซึ่งจะทำให้การเลิกสูบบุหรี่ง่ายขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากต้องการร่วมรณรงค์หรือขอสื่อรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพื่อขอรับสื่อได้ที่ www.smokefreezone.or.th &amp;nbsp;หรือติดต่อที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2278-1828 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103686</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนสูบบุหรี่ติดโควิด, มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา, วันงดสูบบุหรี่โลก, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7552505941.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอประกิต&#039;โวยรัฐบาลเลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่ 40% เข้าข้างธุรกิจยาสูบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62- ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ขยายเวลาการปรับภาษีบุหรี่ซิกาแรตเป็นอัตราเดียวที่ 40% ออกไปอีก 1 ปี &amp;nbsp;โดยมีผลในเดือนต.ค.2563 จากเดิมที่ครม.เห็นชอบเมื่อเดือนก.ย.2560 ที่มีการปรับอัตราภาษีบุหรี่ชิกาแรตราคาไม่เกิน 60 บาท คิดภาษี 20% และราคาเกิน 60 บาท คิดภาษี 40% โดยเปลี่ยนเป็นภาษีอัตราเดียวที่ 40% โดยมีเหตุผลว่าต้องการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งหมด ตามคำเรียกร้องของบริษัทบุหรี่และชาวไร่ยาสูบ เนื่องจากการขึ้นภาษีทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประกิตกล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูบบุหรี่ 10 .7 ล้านคน กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคจากการสูบบุหรี่ที่ยังมีชีวิตอยู่หนึ่งล้านคน และข้อมูลในปี 2557 &amp;nbsp;มีคนไทยที่ป่วยด้วยโรคจากการสูบบุหรี่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 580,794 &amp;nbsp;ครั้ง &amp;nbsp;แต่ละครั้งเฉลี่ยอยู่โรงพยาบาลครั้งละ 6 วัน &amp;nbsp;โดยตัวเลขนี้นับเฉพาะผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วย 3 กองทุนของรัฐคือ ที่ใช้สิทธิ์บัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการเท่านั้น ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายมากกว่ารายได้จากธุรกิจยาสูบ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเลื่อนปรับภาษีบุหรี่ ทำให้เสียโอกาสในการใช้เครื่องมือในการควบคุมยาสูบ เรียกร้องรัฐบาลให้ชดเชยการเลื่อนการขึ้นภาษียาสูบครั้งนี้ ด้วยการแสดงความจริงใจในการสนับสนุนการควบคุมยาสูบ &amp;nbsp;ผมเข้าใจที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบ แต่เมื่อรัฐบาลตัดสินใจในนโยบายที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจยาสูบ ก็ย่อมหมายถึงผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน เพราะเรื่องยาสูบกับสุขภาพเป็นเหมือนเกมผลรวมเป็นสูญ (Zero Sum Game) คือเมื่อฝ่ายธุรกิจยาสูบได้ ก็คือสุขภาพของประชาชนที่จะเสีย รัฐบาลจึงต้องแสดงความจริงใจในการให้ความสำคัญกับการปกป้องสุขภาพ ไม่ยิ่งหย่อนกว่าการปกป้องธุรกิจยาสูบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ขณะนี้การควบคุมยาสูบดำเนินการ ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 &amp;nbsp;กำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมยาสูบจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ ซึ่งที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก ได้ระบุว่า โครงสร้างการควบคุมยาสูบโดยภาครัฐในระดับพื้นที่ของไทยยังถือว่าอ่อนแอ เนื่องจากพบว่า มีผู้ที่ทำงานด้านการควบคุมยาสูบอย่างเต็มเวลาเพียงจังหวัดละ 1 คนเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลแผนการควบคุมสุราควบคู่ไปด้วย ทำให้แผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบที่ผ่าน ครม. และจังหวัดต่างๆ ขาดบุคลากรที่จะดำเนินการตามแผนการควบคุมยาสูบในจังหวัดต่างๆ จึงมีความคืบหน้าล่าช้ากว่าที่ควร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ภาษีบุหรี่ซิกาแรต, มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf49f3a51e00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอประกิต&quot; หนุนขึ้นภาษีบุหรี่ นำเงินเข้ากองทุนบัตรทอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;2ต.ค.61-นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีมีการยกร่างพ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการภาครัฐ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ...ที่จะขึ้นภาษีบุหรี่ซองละ 2 บาท ว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะการขึ้นภาษีเป็นมาตรการที่ช่วยลดจำนวนนักสูบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่ม คนมีรายได้น้อย จากข้อมูลหากขึ้นภาษีบุหรี่ขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จะทำให้นักสูบในวัยผู้ใหญ่ลดจำนวนมวนที่สูบลงได้ 4 เปอร์เซ็นต์ เด็กลดจำนวนมวนที่สูบลง 8-10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีที่มีผู้คัดค้านไม่ให้ขึ้นภาษีโดยระบุว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจ และเป็นการซ้ำเติมผู้บริโภคและเกษตรกรชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การจะลดจำนวนนักสูบลงก็ต้องมีผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลต้องชั่งน้ำหนัก ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นกับเศรษฐกิจยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกหรือไม่ แล้วกรณีที่เป็นผลกระทบกับสุขภาพนั้นเสียแล้วซ่อมได้ไหม ซ่อมแล้วเหมือนเดิมหรือไม่ และถ้าบุหรี่มีราคาแพงขึ้นคนไม่สูบแง่เศรษฐานะของคนนั้นก็ดีขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงกับโรคที่เกิดจากบุหรี่ ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกประเมินว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยจากบุหรี่ที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 1 ล้านคน เสียชีวิตปีละประมาณ 5 หมื่นคน แต่ก่อนจะเสียชีวิตต้องนอนป่วยหนักอยู่กว่า 3 ปี เป็นภาระทั้งของผู้ป่วย ระบบสุขภาพและฐานะของครอบครัวเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสมหรือไม่เพราะเพิ่งมีการขึ้นภาษีครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2560 เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า มีความเหมาะสมแล้ว เพราะในหลายประเทศเขียนไว้ในกฎหมายเลยว่าต้องมีการเพิ่มภาษีบุหรี่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และอย่างที่ออสเตรเลียมีการขึ้นภาษีบุหรี่ 6 เดือนครั้ง ส่วนของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 ถึงปัจจุบันมีการขึ้นภาษีไป 12 ครั้ง เฉลี่ยขึ้นภาษี 2 ปีต่อ 1 ครั้ง แต่ในความเป็นจริงบางครั้งเว้นไป 3,4 ปี ก็ค่อยมีการขึ้นภาษีก็มี ดังนั้นคิดว่าการขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่สมควรที่จะทำ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวแวดวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเก็บภาษีบุหรี่เพิ่มซองละ 2 บาท มาให้กองทุนบัตรทอง เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพราะไม่ต่างจาก พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาจจัดเก็บภาษีการค้าปลีกยาสูบมวนละ 10 สตางค์ ซึ่งคิดว่าร่างกฎหมายไม่ต่างกันมาก และการนำเอาเงินมาช่วยในเรื่องของกองทุนสุขภาพก็มองว่าเกิดประโยชน์ เพราะอย่างไรในช่วง ก.ย. 2562 บุหรี่ทุกยี่ห้อราคาขายปลีกจะต้องขยับราคาเกินกว่า 60 บาทแน่นอน เนื่องจากอัตราภาษีตามมูลค่าจะเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 40 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาต้องขยับราคาอยู่แล้ว เชื่อว่าทางควบคุมยาสูบคงเห็นด้วยแน่นอน แต่สิ่งที่คิดว่าควรเพิ่มคือ อาจจะต้องมีการเก็บภาษียาเส้นเพิ่มด้วยหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนบัตรทอง, มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ, หนุนขึ้นภาษีบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb32d2316c50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นเปิดปฏิบัติการ &#039;คดีฆ่าเสือดำ&#039; ต้องไม่เงียบหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 61 - &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวขอนแกนส่วนใหญ่ที่ติดตามรับฟังข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย และสื่อมวลชนแขนงต่างๆกรณีการฆ่าเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร รวมตัวจัดทำสติ๊กเกอร์ ขนาด 6.2 x 10 ซม. โดยนายศราวุฒิ &amp;nbsp;ทุนสูงเนิน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 939/88 ม.19 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การเปิดปฎิบัติการขอคืนความเป็นธรรมให้กับเสือดำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมหันในการรักและหวงแหนทรัพยากรที่สำคัญของไทย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วทั้งโลกและมีประชาชนให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก แต่ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือนแล้วก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ และหากคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งในเรื่องของความรักในทรัพยากรของประเทศและรักในกระบวนการยุติธรรมของไทยที่ต้องการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ได้มีแนวความคิดในการที่จะทำอย่างไรที่จะไม่ทำให้เรื่องนี้นั้นเงียบหายไป จึงได้หารือกันผ่านโซเชียลมีเดีย จนในที่สุดจึงมีข้อสรุปในเบื้องต้นคือทำสติ๊กเกอร์รูปเสือดำและมีคนเปิดเสียง ที่สื่อถึงการไม่ทำให้เรื่องนี้นั้นเงียบหายไป ทำออกมาแจกจ่ายให้กับผู้ที่สนใจได้ร่วมแสดงจุดยืนและแสดงออกในประเด็นดังกล่าวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สติ๊กเกอร์รูปเสือดำนี้ได้มีการขออนุญาตจากเจ้าของภาพจากเฟซบุ๊ก SEA SLOW ในหัวข้อ ถึงเวลาเปิดเสียงของเขาให้ดัง ก่อนนำมาออกแบบใหม่และทำเป็นแบบขาว-ดำ ที่มีรูปเสือดำและรูปเด็กเปิดเสียง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้จะไม่เงียบอีกต่อไป โดยจัดทำในขนาด 6.2x10 ซม. ที่ถือเป็นขนาดที่กะทัดรัด เข้าใจง่ายและสามารถติดในจุดต่างๆได้ง่าย โดยทำมาในชุดแรก 300 แผ่นด้วยงบประมาณของตนเองเอง ก่อนที่จะทำการแจกฟรีให้กับผู้ที่ร่วมอุดมการณ์ ทั้งการแจกจ่ายผ่านเฟชบุค การแจกจ่ายในร้านค้าทั่วไปทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยขอนแก่น และร้านกาแฟ ทั่วไป ซึ่งมีผู้สนใจติดต่อขอรับจนหมดในรอบแรกและขณะนี้ได้จัดทำขึ้นในรอบที่ 2 ซึ่งมีผู้สนใจติดต่อขอรับสติ๊กเกอร์ดังกล่าวแล้วจากหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศราวุฒิ กล่าวว่า การจัดทำสติ๊กเกอร์ในชุดที่ 2 ยังคงใช้รูปแบบเช่นเดิม เพราะเป็นภาพที่เข้าใจง่ายสื่อถึงเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้ยังคงดำเนินการด้วยงบประมาณส่วนตัวไปก่อนเนื่องจากโดยส่วนตัวรักและหวงแหนในสัตว์ป่า สัตว์ป่าสงวนและรักในความเป็นประเทศไทย และมั่นใจว่าการออกมาเคลื่อนไหวของผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันจะออกมาแสดงจุดยืนและออกมาเคลื่อนไหวในสิ่งที่ถูกต้องในรูปแบบต่างๆต่อจากนี้ โดยมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ครบทุกคน โดยมีประชาชนทั่วทั้งประเทศคอยติดตามความเคลื่อนไหวในคดีดังกล่าวนี้อยู่ตลอดเวลา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, คดีฆ่าเสือดำ, มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, ล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร, สติ๊กเกอร์, เสือดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa34be5b1459.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้พิษของบุหรี่มีผลต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเสวนา &amp;ldquo;พิษของบุหรี่ต่อสตรี ยิ่งมีมากกว่าบุรุษ จัดโดยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สนับสนุนโดย สสส. โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ประธานราชวิทยาลัยสุตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย อาจารย์แพทย์หญิงนภารัตน์ อมรพุฒิสถาพร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคุณแสงเดือน สุวรรณรัศมี ผู้จัดการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกันเสวนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า การสำรวจความชุกการสูบบุหรี่ของนักเรียนไทยอายุ 13-15 ปี พบว่า&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ วัยรุ่นหญิงสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจาก 2% ในปี 2551 เป็น 5% ในปี 2558 ขณะที่นักเรียนชายยังคงที่อยู่ประมาณ 21% ถือเป็นสัญญาณอันตราย โดยประเด็นที่น่าห่วงคือเยาวชนหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีแนวโน้มเยาวชนไทยสูบบุหรี่มากขึ้น เพราะมีหลักฐานการวิจัยจากต่างประเทศว่า เยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าต่อมากลายไปสูบบุหรี่ธรรมดา&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า นอกจากนี้ จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2557 ระบุว่า หญิงไทยจำนวนมากมีความรู้ไม่มากพอเรื่องอันตรายของการสูบบุหรี่ต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยจากคำถามถึงการรับรู้ว่าบุหรี่เป็นสาเหตุของมารดาคลอดทารกก่อนกำหนด 28-34 สัปดาห์ พบว่า มีคุณแม่ที่ไม่สูบบุหรี่เพียง 54.3% รู้ว่ามีอันตราย ส่วนคุณแม่ที่สูบบุหรี่มีเพียง 39.5% เท่านั้นที่รู้ว่าการสูบบุหรี่มีอันตรายต่อทารกในครรภ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจการได้รับควันบุหรี่มือสองในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ของประเทศไทย พบว่า การรับควันบุหรี่มือสองภายในบ้านนั้น ผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 8.46 ล้านคน ผู้ชายราว 3.11 ล้านคน &amp;nbsp;การรับควันบุหรี่มือสองในที่ทำงาน ผู้หญิงประมาณ 1.34 ล้านคน ผู้ชาย 1.24 ล้านคน ภาคใต้สูงสุด 2.2 ล้านคน อัตราอยู่ที่ 43.5% ภาคอีสาน 3.9 ล้านคน อัตรา 29% ภาคกลาง 2.7 ล้านคน อัตรา 27.6% ภาคเหนือ 2 ล้านคน อัตรา 25.9% และ กทม. 6 แสนคน อัตรา 13.2%&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น &amp;nbsp;และจากงานวิจัยของ ดร.วรนุช หวังศุภชาติ ในปี พ.ศ.2553 เพื่อสำรวจอัตราการสูบบุหรี่ในผู้หญิงที่ทำอาชีพต่างๆ ในกทม. พบว่า ผู้หญิงทำงานอาบอบนวดมีการสูบบุหรี่ร้อยละ 41.4 แอร์โฮสเตสร้อยละ &amp;nbsp;10 คนงานก่อสร้างร้อยละ 9 &amp;nbsp;แม่บ้าน 5.7 และนักธุรกิจร้อยละ 4.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.นพ.ภิเศก กล่าวว่าผู้หญิงจะมีแนวโน้มการเกิดโรคต่างๆจากการสูบบุหรี่เร็วกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงจะมีฮอร์โมนที่แตกต่างและมีมดลูก ระบบเจริญพันธุ์ที่ผู้ชายไม่มี โดยผลต่อระบบเจริญพันธ์คือ จะทำให้ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ เกิดภาวะมีบุตรยาก อาการวัยทองมากและรุนแรงมากขึ้น และประจำเดือนหมดเร็วกว่าปกติ หญิงตั้งครรภ์จะให้กำเนิดบุตรที่น้ำหนักตัวน้อยเมื่อเทียบกับอายุครรภ์ ประมาณ 200-500 กรัม มีความเสี่ยงเด็กตายในท้อง หรือเด็กเสียชีวิตกะทันหันหลังคลอด ส่งผลต่อการที่แม่ให้นมบุตรลดน้อยลง ซึ่งอาจจะเกิดจากการสูบบุหรี่หรือไม่ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพอย่างอื่น อาทิระบบหัวใจและหลอดเลือด พบว่า เสี่ยงหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดสมองอุดตัน และเส้นเลือดสมองแตก โรคปอด ทั้งหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง พบภาวะซึมเศร้ามากขึ้น การอักเสบของปริทันต์ ถุงน้ำดีอักเสบมากขึ้น เป็นโรคกระเพาะมากขึ้น ต้อกระจก หน้าตาเหี่ยวย่นจาการทำลายคอลลาเจน นอกจากนี้ในประเทศเนปาลอายุขัยของผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชาย จากข้อมูลพบว่ามีอัตราการสูบบุหรี่ในผู้หญิงสูงมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4488</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่, ผู้ชาย, ผู้หญิง, พิษบุหรี่, มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, สสส., สุขภาพ, อันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fbef1568a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
