<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> GC ติดตั้งเครื่องกำจัด PM 2.5  พิทักษ์ปอดคนเมือง            </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เครื่องบำบัดฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5 ต้นแบบติดตั้งใจกลางกรุงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นจิ๋วพิษ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตและสุขภาพของผู้คน จัดเป็นหนึ่งในมลภาวะทางอากาศที่คนไทยต้องเผชิญทุกปี และถึงจะรับรู้ปัญหา PM 2.5 ที่บางวันปกคลุมสภาพอากาศหนาแน่นระดับสีแดงอันตราย แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีหนทางที่จะหยุดยั้ง หรือลดปริมาณฝุ่นพิษนี้ได้ หากคนในประเทศยังมีพฤติกรรมการใช้พลังงานฟอสซิลจากรถยนต์ การเกิดไฟป่าตามธรรมชาติ และการเจตนาเผาป่า เผาพื้นที่เกษตร ตลอดจนการเผาไหม้ในภาคอุตสาหกรรม ทั้งโรงงานขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ฝุ่นจากการก่อสร้าง การขนส่งวัสดุก่อสร้าง และยังเพิ่มเติมจากมลพิษทางอากาศ ข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาและอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิษภัยสุขภาพของฝุ่นที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอนนั้น สามารถรอดพ้นการดักจับของจมูกและหลอดลมเล็ก-ใหญ่ เข้าสู่ถุงลมฝอยขนาดจิ๋วที่อยู่ปลายทางได้ แล้วซึมผ่านผนังถุงลมฝอยเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ผลกระทบของฝุ่นพิษเกิดได้ทั้งกับอวัยวะภายนอก เช่น ตาและผิวหนัง และอวัยวะภายใน ได้แก่ ทางเดินหายใจตั้งแต่เยื่อบุโพรงจมูก ลำคอ หลอดลม ถุงลมฝอย ระบบภูมิคุ้มกันและระบบอื่นๆ ในปอด ระบบเส้นเลือด โดยเฉพาะเส้นเลือดที่สำคัญอย่างหัวใจและสมอง นอกจากนั้น ยังเพิ่มความเสี่ยงเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งในภาคเหนือพบสัญญาณร้ายมากกว่าทุกภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทดสอบในระบบเปิดสามารถบำบัดฝุ่นพิษได้ 95%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้คนส่วนหนึ่งรับมือกับปัญหา PM 2.5 โดยการใช้เครื่องกรองอากาศทั้งในที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน ทำให้เครื่องกรองอากาศมีมูลค่าการตลาดสูงถึง 1,500 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตร้อยละ 15 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาค่าเครื่องที่ค่อนข้างสูง ไม่นับค่าบำรุงรักษาระยะ 5 ปีแรกที่สูงกว่าราคาเครื่องหลายเท่าตัว ทำให้ผู้คนมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องนี้ นอกจากนี้ ในแง่ประสิทธิภาพ ซึ่งมีหลายหน่วยงานทดสอบเครื่องบำบัดอากาศพบว่ายังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอที่จะสู้ฝุ่นพิษได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่มาทำให้บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ได้คิดค้น เครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ต้นแบบ รุ่นที่ 2 สำหรับใช้ในพื้นที่เปิด (Outdoor Area) โดยใช้หลักการบำบัดด้วยตัวกรอง (Filter) ที่มีราคาเครื่องและค่าบำรุงรักษาย่อมเยา เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีให้แก่คนไทย นับเป็นผลงานต้นแบบที่น่าสนใจและน่าลงทุน ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ โดย GC ส่งมอบเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษดังกล่าวให้แก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สำนักงานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp; พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เป็นประธาน ในพิธี พร้อมด้วย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) (GC) ร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ประธานพิธีส่งมอบเครื่องบำบัด&amp;nbsp;PM 2.5 ต้นแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร GC&amp;nbsp; กล่าวว่า สองหน่วยงานได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือโครงการทดสอบและพัฒนาต่อยอดเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ร่วมกัน เมื่อเดือน ก.พ.2563 มูลนิธิออกแบบและจัดสร้างเครื่องบำบัดอากาศฯ รุ่นที่ 1 จำนวน 13 เครื่อง โดย GC สนับสนุนงบจัดสร้าง 8 เครื่อง และทดสอบนำร่องใช้งานใน 2 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณโดยรอบวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และบริเวณโดยรอบวังสระปทุม เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยใช้หลักการระบบบำบัดแบบเวนทูรี สครับเบอร์ (Venturi Scrubber) ซึ่งเป็นระบบบำบัดอากาศแบบเปียกใช้น้ำเป็นตัวกลางดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ติดมากับมวลอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ดร.ชญาน์กล่าวต่อว่า มูลนิธิต้องการให้ GC พัฒนาเครื่องบำบัดอากาศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและประหยัดต้นทุน เนื่องจากเครื่องรุ่นแรกมีขนาดใหญ่ เคลื่อนย้ายติดตั้งตามสถานที่ต่างๆ ลำบาก รวมถึงประสิทธิภาพน้อยในการบำบัดเมื่อทดสอบในระบบปิดและระบบเปิด นำมาสู่การพัฒนาในระยะที่ 2 GC ใช้บุคลากรนักวิจัย ทีมวิศวกรรม องค์ความรู้ และนวัตกรรมการออกแบบเพื่อพัฒนาต่อยอดเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่น PM 2.5 รุ่นที่ 2 ใช้หลักการบำบัดด้วยตัวกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.ชญาน์ จันทวสุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องบำบัดรุ่น 2 ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ สามารถตอบโจทย์ปัญหาฝุ่นพิษได้ดีกว่ารุ่นแรก ดร.ชญาน์บอกว่าเครื่องต้นแบบรุ่น 2 ออกแบบมาเพื่อบำบัดอากาศในพื้นที่ย่านชุมชนและย่านพาณิชย์ที่มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สยามสแควร์ ซึ่งมีพื้นขนาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังไม่มีการติดตั้งเครื่องบำบัดมลพิษทางอากาศ สำหรับเทคโนโลยีเครื่องรุ่นใหม่ ออกแบบให้เพิ่มศักยภาพอัตราการบำบัดฝุ่นให้สูงขึ้น ซึ่งสามารถลดต้นทุนเครื่องลงมาได้ จากเครื่องรุ่นแรกราคา 300,000 บาท/เครื่อง ลงมาเหลือ 150,000 บาท/เครื่อง และยังเป็นการผลิตในประเทศไทย ซึ่งถ้ามีการผลิตในจำนวนมากๆ ราคาต่อเครื่องจะลดลงอีกอยู่ที่ 120,000-130,000 บาทเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เครื่องรุ่น 1 มูลนิธิออกแบบบำบัดโดยใช้น้ำเป็นละอองฝอยจับฝุ่น รุ่น 2 เราเปลี่ยนมาเป็นระบบบำบัดแบบแห้ง โดยใช้ตัวกรอง วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดหาได้ภายในประเทศ ประสิทธิภาพสูงกว่า และที่สำคัญออกแบบจัดสร้างได้ง่าย เพื่อให้เครื่องทำงานได้ง่าย บำรุงรักษาเครื่องไม่ยาก เพราะรูปแบบไม่ซับซ้อน เพียงแค่เสียบปลั๊กก็สามารถใช้งานเครื่องได้เลย ปัจจุบันเครื่องต้นแบบติดตั้งในพื้นที่จริงบริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจะติดตามตรวจสอบอัตราการบำบัดค่าฝุ่นพิษอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; ดร.ชญาน์เผย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;GC พัฒนาเครื่องบำบัดฝุ่นพิษ รุ่นที่ 2 ใช้หลักการบำบัดด้วยตัวกรอง 3 ชั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแง่ประสิทธิภาพลดฝุ่นพิษ ทำได้แค่ไหน ดร.ชญาน์กล่าวว่า ผลจากการทดสอบ พบมีประสิทธิภาพในการบำบัดฝุ่น PM 2.5 ประมาณ 95.7% และเมื่อทดสอบบำบัดฝุ่นในห้องระบบปิด สามารถบำบัดฝุ่น PM 2.5 ปริมาณ 500-700 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้เหลือเพียง 20-30 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนการทดสอบในระบบเปิดสามารถบำบัดฝุ่น PM 2.5 ปริมาณ 700-2,000 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้เหลือเพียง 50-60 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเครื่องบำบัดอากาศฯ รุ่นที่ 2 นี้ มีอัตราการดูดอากาศมากกว่า 10,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของการบําบัดอากาศ มีการติดตั้งตัวกรองที่มีประสิทธิภาพการ&amp;nbsp; กรองฝุ่นแตกต่างกันในแต่ละชั้น จํานวน 3 ชั้น ชั้นที่ 1 ประกอบด้วย Pre-Filter การกรองหยาบ ชั้นที่ 2 เป็น Medium Filter ไส้กรองชนิดถุง และชั้นที่ 3 Fine Filter สําหรับกรองละเอียด สามารถกรองฝุ่น ePM1 (ขนาด 0.3-1ไมครอน) ได้เฉลี่ย 95% ตามมาตรฐานแผ่นกรองอากาศ EN 779 : 2012 หรือเทียบเท่า มาตรฐาน ISO 16890 : 2016 การออกแบบโดยใช้ตัวกรองทั้ง 3 ชั้นนี้ ช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวกรองอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ตัวกรอง 3 ชั้น ตั้งแต่กรองหยาบ ไส้กรองชนิดถุง และกรองละเอียด สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ต่ำกว่า 2.5 ไมครอน ทดสอบประสิทธิภาพแล้วค่าฝุ่นลดลงอย่างชัดเจน เราออกแบบให้ใช้งานยาวนาน 1 ปี ผู้ที่นำเครื่องบำบัดไปใช้ ไม่ต้องเปลี่ยนตัวกรองบ่อยๆ บำรุงรักษาง่ายมาก &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับหน่วยงานที่ต้องการช่วยเหลือคนในสังคมไทยที่ใช้ชีวิตคลุกฝุ่น ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่เสี่ยง ถ้าสนใจนวัตกรรมและองค์ความรู้เครื่องบำบัดอากาศกำจัดฝุ่นพิษของ GC สามารถติดต่อมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ซึ่งปัจจุบัน GC ได้จัดทำพิมพ์เขียวของเครื่องบำบัดอากาศฯ รุ่นที่ 2 นี้ พร้อมคู่มือการใช้งานไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนขนาดของเครื่องปัจจุบันที่อาจจะดูใหญ่โตเทอะทะ แต่ ดร.ชญาน์ยืนยันว่า สามารถปรับการออกแบบวิศวกรรมให้มีขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นกับสภาพพื้นที่ ได้ไม่ยาก แต่ทาง GC มีแนวคิดพัฒนาต่อยอดอยากเปลี่ยนจากโลหะเป็นพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา เป็นวัสดุรีไซเคิล เพื่อลดต้นทุน ใช้งานและเครื่องย้ายได้สะดวก เป็นการต่อยอดเพื่อช่วยเหลือสังคมไทยในการจัดการกับภาวะวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปัญหามลภาวะจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ควรได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่การแก้ปัญหาปลายทางโดยใช้เครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษจะบรรเทาปัญหาในพื้นที่ที่มีฝุ่น PM 2.5 สะอาดมากขึ้น ลดผลกระทบด้านสุขภาพ อยากเห็นการขยายผลเครื่องต้นแบบรุ่นที่ 2 ใช้งานในพื้นที่โรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงชุมชนที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานหลายพื้นที่ในประเทศไทย&amp;quot; ดร.ชญาน์กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาฝุ่นพิษ ถ้าจะอาศัยแต่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่คิดค้นขึ้นมาแก้ปัญหาอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องอาศัยทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้ละมือลดปริมาณฝุ่น โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมของแต่ละบุคคล เช่น หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ รถยนต์ไฟฟ้า หรือทางเลือกอื่นที่ไม่ก่อมลพิษ ก็จะมีส่วนช่วยได้มาก ส่วนทางด้านภาครัฐเอง ก็ต้องสร้างแรงจูงใจด้านต่างๆ ให้คนสมัครใจ หันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะมากขึ้น ภาคเอกชนที่เป็นส่วนภาคการผลิต ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเช่นกัน และสิ่งที่ทำได้คือการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94397</URL_LINK>
                <HASHTAG>GC, นสพ.ไทยโพสต์, ฝุ่นPM2.5, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ, เครื่องต้นแบบบำบัดฝุ่น PM 2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_603913994390d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
