<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิวอชด็อก&#039; แจ้งความ &#039;หม่อมถนัดแดก&#039; ทรมานสัตว์ หลังแพร่คลิปสาธิตทำไก่หลุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.63 - กรณีนายสหัสวรรษ ชอบชิงชัย หรือ หม่อมถนัดแดก ยูทูปเบอร์ชื่อดัง ได้เผยแพร่คลิปการทำเมนู &amp;quot;ไก่หลุม&amp;quot;&amp;nbsp;สาธิตการทำเมนูเด็ด ด้วยการฝังไก่ในดินให้โผล่แต่หัวออกมาจากหลุมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แล้วกรอกน้ำกะทิเวลา เช้า กลางวันและเย็น จากนั้นเอาไก่ขึ้นมาทำอาหาร ซึ่งจะทำให้เนื้อไก่ชุ่มด้วยกะทิ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการทรมานสัตว์ โดยนายสหัสวรรษ&amp;nbsp;อธิบายว่าเป็นเมนูแนวซาดิสม์กับสัตว์ ซึ่งเมนูไก่หลุมในประเทศไทยทำกันมานานแล้ว แต่หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการทรมานสัตว์ ทำให้นายสหัสวรรษ ลบคลิปดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่า&amp;nbsp;ต้องขออภัย หากทำให้หลายท่านไม่สบายใจ ต่อไปจะระวังให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์&amp;quot; โพสต์ข้อความกล่าวถึงการสาธิตเมนูไก่หลุมว่า ได้เตรียมดำเนินคดีทารุณกรรมสัตว์ &amp;quot;เมนูไก่หลุม&amp;quot;จากการเผยแพร่คลิปในรายการหม่อมถนัดแดก เรารับทราบจากโพสต์และคลิปจากรายการหม่อมถนัดแดก เตรียมประสานพิกัดสถานที่ดำเนินคดีผู้กระทำเมนูไก่หลุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมนูไก่หลุม&amp;quot; คือการนำไก่มาฝังดินให้โผล่แต่หัว ฝังไว้ถึงสองสัปดาห์&amp;nbsp;ให้ตากแดด อดข้าวอดน้ำ และให้กินแต่น้ำกะทิที่ทยอยหยอดให้&amp;nbsp;เหมือน &amp;quot;ไก่กะทิ&amp;quot; ที่เคยแจ้งความให้ดำเนินคดีที่จังหวัดกาญจนบุรีมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน&amp;nbsp;นี่คือการกระทำผิดกฏหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ชัดเจนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมปศุสัตว์มีกฎหมายโรงฆ่าสัตว์ และกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมก็มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์กินเพื่อเป็นอาหาร แต่ต้องไม่ใช่วิธีการทารุณกรรมเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามความคืบหน้า การประสานงานเพื่อดำเนินคดีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74009</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรมานสัตว์, มูลนิธิวอชด็อก, สหัสวรรษ ชอบชิงชัย, หม่อมถนัดแดก, ไก่หลุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f312d424284e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบ‘ส.ต.ท.’เจตนาฆ่า‘พี่เตี้ย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง &amp;quot;ส.ต.ท.&amp;quot; ตำรวจตระเวนชายแดน มีเจตนาฆ่า &amp;quot;เตี้ย มช.&amp;quot; สุนัขขวัญใจชาวเน็ตจนเสียชีวิตหรือไม่ ด้านมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานมัดแน่นผู้ต้องหาที่ยังให้การปฏิเสธ เผยมีการกระทำทารุณสัตว์จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีพบศพ &amp;quot;เตี้ย มช.&amp;quot; สุนัขขวัญใจชาวเน็ต เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ โดยมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ &amp;nbsp;และประชาชนที่ให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวมีข้อสงสัยในประเด็นการเสียชีวิต ซึ่งเกรงว่าจะตายเพราะถูกคนกระทำนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้รับรายงานจาก สภ.ช้างเผือก ว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.63 เวลาประมาณ 19.21 น. พนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่รายหนึ่งได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน โดยได้แจ้งว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์ทางเพศผู้ สีน้ำตาลขาว อายุ 8 ปี ได้หายไปจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 แล้วได้ติดตามหามาโดยตลอด จนกระทั่งในวันที่ 7 พ.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. ได้พบซากสุนัขดังกล่าวอยู่ในป่าข้างทาง ถนนด้านข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ในสภาพเน่าอืด ส่งกลิ่นเหม็น เกรงว่าจะตายเพราะถูกคนกระทำ &amp;nbsp;จึงนำส่งผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายที่คณะสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการชันสูตรจากคณะสัตวแพทย์ ม.เชียงใหม่ พบว่า ตัวสุนัขมีร่องรอยการถูกกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณขาหลังและช่วงล่างของลำตัว ร่วมกับการฉีกขาดของกระเพาะปัสสาวะ ในส่วนรอยแตกของกะโหลกที่พบอาจเป็นหลังจากเสียชีวิต เนื่องจากไม่พบการอักเสบของเนื้อเยื่อและเลือดออกบริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชายรายหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังคือ ส.ต.ท.ปริญญา ปัญญาบุตร ผบ.หมู่ ตชด.33 ค่ายสมเด็จพระบรมราชินี ขับขี่รถจักรยานยนต์เรียกเตี้ยขึ้นรถ บริเวณลานจอดรถภายในมหาวิทยาลัย เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 3 พ.ค. โดย ส.ต.ท.ปริญญา อ้างว่าตนคิดจะพาเตี้ยไปเที่ยว แต่เตี้ยกระโดดลงจากรถขณะขับขี่ทำให้ล้อหลังทับตายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 17 พ.ค. ผู้ต้องสงสัยได้เดินทางเข้ามาชี้แจงในเรื่องดังกล่าวที่สถานีตำรวจ โดยได้มีเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ และแอดมินเพจ เตี้ย มช. เดินทางมาด้วย ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยได้ให้คำสารภาพว่าเป็นผู้พาเตี้ยออกไปจริงและได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งในวันที่ 18 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิวอชด็อก &amp;nbsp;ไทยแลนด์ และคณะ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก และผู้บังคับบัญชาจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 (ตชด.33) ต้นสังกัดของผู้ต้องสงสัย ร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยได้เรียกตัว ส.ต.ท. รายดังกล่าวมาพูดคุยเพิ่มเติมก่อนนำตัวแยกเข้าห้องสอบสวน และทางมูลนิธิฯ ได้ขอแจ้งความในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ซึ่งได้รับเป็นคดีไว้แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม รวมทั้งบาดแผลตามร่างกายของเตี้ย หากรวบรวมพยานหลักฐานแล้วจะแจ้งต้นสังกัดทราบเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเด็นที่มีการระบุว่ามีผู้ได้ยินเสียงปืน 4 นัดในคืนที่เกิดเหตุ น่าเชื่อว่าเกิดการทารุณกรรมสัตว์ขึ้น และคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คนนั้น ขอเรียนว่า ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน และข้อมูลเทียบเคียงสาเหตุการเสียชีวิตจากผลการชันสูตร โดยหากมีหลักฐานเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมที่จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้บังคับบัญชา ต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กำกับการ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ว่ามีเจตนาทำให้สุนัขตัวดังกล่าวเสียชีวิตหรือไม่ โดยต้องให้เวลาต้นสังกัดและเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand - WDT โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;เมื่อผู้ต้องหายืนกรานปฏิเสธและปิดปากสนิท # WDT และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านก็ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีกเป็นสิบเท่า เป็นหน้าที่ของผู้กล่าวหาที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้หนักแน่นชัดเจนและรัดกุมที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่ามีการกระทำอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตจริงต่อสัตว์ที่มีชีวิตจิตใจ ช่วยตัวเองไม่ได้ และมีกฎหมายคุ้มครอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราทุกคนจะทำหน้าที่นี้เพื่อพี่เตี้ย มช.อย่างมั่นคงเข้มแข็งและไม่มีวันย่อท้อและเคียงข้างสู้ไปด้วยกันจากประชาชนคนรักสัตว์คนรักเตี้ยและรักความยุติธรรม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66381</URL_LINK>
                <HASHTAG>การกระทำทารุณสัตว์, มูลนิธิวอชด็อก, สุนัขขวัญใจชาวเน็ต, เตี้ย มช., เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3df069ad72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
