<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แผนปฏิบัติการวัฒนธรรมหนังสือ&#039; อ่านเป็นเล่มไม่มีวันตาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้พฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทยมีอัตราเฉลี่ยลดลง หนึ่งในปัญหาสำคัญคือโอกาสในการเข้าถึงหนังสือหรือข้อมูลของประชาชนมีน้อย ขาดการส่งเสริมการอ่าน ขาดหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมการอ่านและการผลิตหนังสือ ห้องสมุดที่ผุดขึ้นในปัจจุบันหลายแห่งมีค่าสมัครสูงเพื่อแลกกับการอ่าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระดับท้องถิ่นส่วนใหญ่พบปัญหาไม่มีสถานที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ตำบล หรือชุมชน หรือที่เปิดให้บริการก็มีสภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการอ่านหนังสือ หนังสือที่อยากอ่านไม่มีในระบบ บางแห่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเพียงสถานที่จัดเก็บหนังสือเสียมากกว่า&amp;nbsp;ทั้งที่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ควรเป็นที่ที่คนทุกเพศทุกวัย เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ สามารถถึงได้ง่าย เท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาทั้งหมดนี้เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ และต้องเร่งแก้ไขเพื่อสร้างวัฒนธรรมหนังสือให้เกิดขึ้นในบ้านเรา ล่าสุด มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)&amp;nbsp;ระหว่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม &amp;nbsp;มูลนิธิวิชาหนังสือ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันไทยศึกษา เรื่องความร่วมมือการส่งเสริมวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือของประเทศไทยที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พิธีลงนาม MOU ระหว่าง สวธ. มูลนิธิวิชาหนังสือ และจุฬาฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือของไทยครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อิทธิพล คุณปลื้ม&amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า เอ็มโอยูครั้งนี้เป็นวาระสำคัญของชาติที่จะนำไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะหนังสือเป็นเครื่องมือ ทำให้มนุษย์มีการสื่อสารซึ่งกันและกัน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การถ่ายทอดจินตนาการ และการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการบันทึกเป็นภาพเขียนสีในถ้ำ การประดิษฐ์อักษรของแต่ละชาติ ประเทศไทยมีลายสือไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงเป็นต้นมา &amp;nbsp;จากตัวหนังสือที่เขียนลงบนหิน ใบลาน สมุดข่อย จนเป็นกระดาษในปัจจุบัน เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้น หนังสือก็เปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอลมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.วธ.&amp;nbsp;บอกว่า การพัฒนาวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งเน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของชาติตามนโยบายหลัก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประการของกระทรวง คือ การมีส่วนร่วมกับภาคสังคม โดยส่งเสริมงานวิชาการระดับท้องถิ่น ตั้งแต่ชาวบ้าน ครูอาจารย์ ครูภูมิปัญญา ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการ ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีทั้งกลุ่มงานด้านการศึกษา และกลุ่มงานด้านวัฒนธรรม การค้นคว้าวิจัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เอ็มโอยูมีข้อตกลงและเวลาการวิจัยหนึ่งปีเพื่อจะผลักดันเรื่องแผนปฏิบัติการวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือของประเทศไทยเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติแผนปฏิบัติการ ซึ่งเป็นแผนระดับสามเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และประกาศให้หนังสือเป็นวัฒนธรรมของชาติ &amp;ldquo; นายอิทธิพล กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้จะมีการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน จุฬาฯ เป็นภาคีหลักดำเนินการวิจัย ส่วนมูลนิธิวิชาหนังสือจะส่งเสริมระบบหนังสือในมิติต่างๆ ครบถ้วน ตั้งแต่การประพันธ์จนถึงอุตสาหกรรมหนังสือ และให้กำลังใจร้านหนังสือต่างๆ ที่ยังเปิดกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การประกาศวัฒนธรรมหนังสือเพื่อให้มีผู้รับผิดชอบเรื่องหนังสือเพียงหน่วยงานเดียว ง่ายต่อการจัดระเบียบระบบต่างๆ เพราะปัจจุบันกระจัดกระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆ เช่น วธ.&amp;nbsp;มีกรมศิลปากรที่จัดทำหอสมุดแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) &amp;nbsp;มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่จัดทำห้องสมุดประชาชน และกระทรวงอื่นๆ ก็มีการดำเนินการ แต่ไม่มีกระทรวงหลัก ดังนั้น แผนปฏิบัติการนี้จะมีการจัดระบบ มีแผนงานโครงการ&amp;nbsp;และมีงบประมาณเพื่อความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; นายอิทธิพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นครชัย&amp;nbsp;อธิบดี สวธ. กล่าวว่า&amp;nbsp;เอ็มโอยูฉบับดังกล่าวกำหนดให้มีการจัดทำแผนพัฒนาวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือของประเทศไทย (พ.ศ. 2565-2569 )&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเป้าหมายให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงการอ่านหนังสือ และสื่อการเรียนรู้ที่ดีมีคุณภาพอย่างเท่าเทียม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งร่วมกันเผยแพร่และประกาศนโยบาย หนังสือ คือ วัฒนธรรมของชาติ รณรงค์เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและส่งเสริมรากฐานของวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือของประเทศ และกลไกการเผยแพร่หนังสือทุกรูปแบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;มกุฏ อรฤดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขานุการมูลนิธิวิชาหนังสือ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า ประเทศไทยมีห้องสมุดและสำนักพิมพ์ที่ส่งเสริมการอ่าน แต่ยังไม่มีการจัดทำระบบหนังสือของชาติ จึงไม่อาจจะรู้ได้ว่า แต่ละปีมีการผลิตหนังสือออกมากี่เล่ม มีเรื่องอะไรบ้าง มีสาระสำคัญอะไรบ้าง ประชาชนเข้าถึงและเข้าไม่ถึงหนังสือมีจำนวนเท่าไหร่ เมื่อไม่มีข้อมูลเลย จะพัฒนาประเทศต่อไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การจัดทำระบบหนังสือนี้เป็นครั้งแรก โดยมอบหมายให้สถาบันไทยศึกษา จุฬาฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวบรวมประมวลผลเกี่ยวกับปัญหาระบบหนังสือ ระบบความรู้ของประเทศ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็กเยาวชนไปจนถึงผู้สูงอายุ ด้วยการใช้โจทย์จากความไม่รู้ดังกล่าวมาศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ชุดข้อมูลตอบโจทย์ที่สำคัญ คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคนในประเทศจำนวนเท่าไหร่ที่เข้าไม่ถึงหนังสือ ซึ่งจะไม่พิจารณาแค่ความรู้ผิวเผินที่เกิดจากอินเทอร์เน็ต แต่ต้องเป็นความรู้ที่แตกฉานจากการอ่านหนังสือโดยแท้จริง ซึ่งจะศึกษาห่วงปัญหา 14 ห่วง เช่น &amp;nbsp;ผู้ผลิต นักเขียน พ่อแม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แล้ววิเคราะห์ หาทางแก้ปัญหาเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย หลังวิจัย 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวธ. จะเสนอให้หนังสือคือวัฒนธรรมของชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการส่งเสริม การผลิตหนังสือเล่มและอีบุ๊ก ส่งผลให้มีผู้ดูแลระบบหนังสือจริงจัง &amp;ldquo; มกุฏ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขานุการมูลนิธิฯ ย้ำที่ผ่านมาเราไม่เคยมีระบบหนังสืออย่างจริงจัง เราไม่อาจทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีใจและตื่นเต้นกับหนังสือกระดาษ คนไทยจึงเข้าหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ความรู้ที่ได้รับไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง ที่น่าห่วง คือ ชาวบ้านเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ของชาติมีมากถึง ร้อยละ 80&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น การสร้างระบบหนังสือนี้ขึ้นมาเป็นการสร้างทัศนคติให้คนไทยอ่านหนังสือรูปเล่ม สร้างสิ่งจูงใจให้เห็นประโยชน์จากการอ่านหนังสือ &amp;nbsp;จะทำให้คนที่เข้าไม่ถึงองค์ความรู้ได้เข้าถึง และนำไปใช้พัฒนาตนเอง พัฒนาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเดินไปให้ถึงเป้าหมาย มีภาคีสำคัญ คือ จุฬาฯ&amp;nbsp;ศ.ดร.จักรพันธุ์ สุทธิรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองอธิการบดีจุฬาฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมหนังสือ เพื่อสร้างคุณภาพคนไทยให้มีความรู้และจินตนาการที่ทันยุคสมัยพร้อมจะแข่งขันในเวทีโลก เพราะการอ่านสร้างองค์ความรู้ นำไปสู่การคิดต่อยอด การพัฒนา และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง หนังสือสามารถสร้างคุณภาพคนและสร้างพื้นฐานที่ดีของชาติได้ แม้ปัจจุบันบทบาทของหนังสือ สิ่งพิมพ์ จะลดลงไป แต่การอ่านยังเป็นปัจจัยสำคัญและเป็นกลไกขับเคลื่อนพัฒนาการของสังคมไม่ด้อยไปกว่าอดีต จุฬาฯ จึงสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาวัฒนธรรมหนังสือและระบบหนังสือไทย งานวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93960</URL_LINK>
                <HASHTAG>นสพ.ไทยโพสต์, มูลนิธิวิชาหนังสือ, ระบบหนังสือของประเทศไทย, สวธ., ส่งเสริมวัฒนธรรมหนังสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60349e4d1ff42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ 130 วรรณกรรมอาเซียนมาแปลเป็นไทย ชูเรียนรู้วัฒนธรรม 9 ชาติผ่านหนังสือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 30 ก.ค. ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมูลนิธิวิชาหนังสือ แถลงข่าว &amp;quot;โครงการแปลหนังสือ วรรณคดี และวรรณกรรมแห่งอาเซียน&amp;quot;&amp;nbsp; มีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานร่วมกับนายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ,ผศ.ดร.ปณิธิ หุ่นแสวง ประธานมูลนิธิวิชาหนังสือ ,นายมกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์&amp;nbsp; พ.ศ.2555 ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิประจำโครงการ และคณะกรรมการภาษาอาเซียน ทั้งภาษามลายู บรูไน, ภาษาเขมร, ภาษาอินโดนีเซีย,ภาษาลาว,ภาษามลายู มาเลเซีย,ภาษาพม่า ,ภาษาฟิลิปปินส์ และภาษาเวียดนาม ร่วมงานอย่างคึกคัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วธ.&amp;nbsp;กล่าวว่า โครงการแปลหนังสือ วรรณคดี และวรรณกรรมแห่งอาเซียน &amp;nbsp;เป็นการใช้มิติทางวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&amp;nbsp; อาเซียนสมาชิก 9 ประเทศ ไม่รวมไทย มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติกว่า &amp;nbsp;580 ล้านคน&amp;nbsp; การแปลหนังสือฉบับภาษาไทยจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำความเข้าใจประเทศเพื่อนบ้านผ่านมุมมองในหนังสือทุกเล่ม และเปิดโลกทัศน์ให้คนไทยได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาการจัดพิมพ์หนังสือแปลในประเทศไทยยังมีปัญหา เพราะไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลหรือกำหนดมาตรฐานคุณภาพ รวมถึงหนังสือมีราคาแพง คนที่เข้าถึงหนังสือแปลจึงมีวงจำกัด&amp;nbsp; ในส่วนการดำเนินงานมีหนังสือไปยังกระทรวงต่างๆ ของทั้ง 9 ประเทศอาเซียน ผ่านสถานทูตในไทย เพื่อให้เสนอรายชื่อหนังสือ และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอาเซียนจากมหาวิทยาลัยให้มีส่วนร่วมเสนอรายชื่อหนังสือแปล&amp;nbsp; ซึ่งหนังสือที่ได้รับคัดเลือกสำหรับปีนี้มี 130 ชื่อเรื่อง ครบทุกประเภท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หนังสือ 130 ชื่อเรื่อง มีตั้งแต่นิทานพื้นบ้านชื่อดัง &amp;nbsp;วรรณกรรมที่มีชื่อเสียง หนังสือรางวัลระดับชาติ ผลงานนักเขียนซีไรต์จากทุกประเทศ ผลงานที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียน และพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จเยือนประเทศต่างๆ &amp;nbsp;รายชื่อหนังสือทั้งหมดประกาศในเว็บไซต์กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและนักแปลภาษาต่างๆ เลือกหนังสือที่สนใจ และสมัครเป็นผู้แปลได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางกรมสนับสนุนดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ เมื่อแปลเสร็จผ่านการตรวจแก้ต้นฉบับ จะประกาศรายชื่อต้นฉบับหนังสือให้สำนักพิมพ์ต่างๆ เสนอตัวเพื่อตีพิมพ์และจำหน่าย สำนักพิมพ์ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ใดๆ หนังสือชุดนี้จะวางจำหน่ายในร้านหนังสือทั่วประเทศ ร้านเชนสโตร์ ร้านหนังสืออิสระ โดยไม่ลดราคาแข่งกัน ทำให้ร้านหนังสือขนาดเล็กอยู่ได้&amp;nbsp; ภายในปีนี้จะได้อ่านหนังสือแปล 2 เล่ม ก่อน คือ ตำรับอาหารสมเด็จพระราชินีมาเลเซีย &amp;#39;รสมือพระราชินีแห่งปาหัง&amp;quot; อีกเล่มเป็นหนังสือแปลของอินโดนีเซีย โครงการฯ มีระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; ทุกคนได้เห็นผลงานทุกเล่ม นอกจากนี้ มีแผนจะเผยแพร่ผลงานผ่านสภาวัฒนธรรมทั่วประเทศ และสถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการ เพื่อสร้างการเรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียนผ่านหนังสือ &amp;quot; นายอิทธิพล กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; คัดสรรหนังสือ วรรณคดีและวรรณกรรมชาติอาเซียนมาแปลให้คนไทยได้อ่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน นายมกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประธานโครงการในนามมูลนิธิวิชาหนังสือกล่าวว่า โครงการฯ นี้ จะก่อให้เกิดการส่งเสริมการเรียนรู้และเกิดความเข้าใจวัฒนธรรมประเทศอาเซียนผ่านวรรณกรรมและหนังสือทุกประเภท ไม่จำเพาะแต่วรรณกรรม แต่ครอบคลุมทั้งหมดที่แสดงถึงความเป็นชาตินั้นๆ จะนำไปสู่เครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างชาติด้านต่างๆ และฟื้นฟูระบบหนังสือ ระหว่างนักแปล ผู้ถือลิขสิทธิ์ ตัวแทนลิขสิทธิ์ บรรณาธิการ สำนักพิมพ์ หน่วยการพิมพ์ ผู้อ่าน และประชาชนที่สนใจทั่วไป สำคัญที่สุด คือ การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวัฒนธรรมให้กลุ่มประเทศอาเซียนอย่างกว้างขวาง ทั่วถึง และยั่งยืนยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; 130 รายชื่อหนังสือ ถือเป็นประวัติศาสตร์การแปลหนังสือประเทศอาเซียนเป็นภาษาไทยมากที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างปรากฎการณ์ใหม่ช่วยให้คนไทยรู้จัรสนิยม ความมุ่งหวัง กิจกรรมในบ้านเมืองของชาติอื่น ทุกวันนี้เราเปิดประตูก้าวสู่ประชาคมอาเซียน แต่คนไทยแทบไม่รู้จักพลเมืองอาเซียน การได้อ่านหนังสือ วรรณกรรม วรรณคดีต่างชาติ เอื้อให้ผู้อ่านเปิดกว้าง เข้าใจ ภูมิภาคนี้ รู้จักอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชาติอื่นๆ หากหนังสือชุดแรกแปลแล้วเสร็จ มูลนิธิวิชาหนังสือจะทำงานต่อ มีเป้าหมายคัดสรรหนังสือชาติละ 50 เล่ม 9 ชาติ รวม 450 เล่ม อยากให้คนไทยเข้าถึงหนังสือดีๆ ของเพื่อนบ้าน &amp;quot; นายมกุฏ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72944</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, ปณิธิ หุ่นแสวง, มกุฏ อรฤดี, มูลนิธิวิชาหนังสือ, สวธ., แปลหนังสือวรรณคดีวรรณกรรมอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22937d949ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิทรรศการหนังสือที่ดีที่สุดในโลก &quot;ดอนกิโฆเต้&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วธ. เยี่ยมชมนิทรรศการหนังสือ ดอนกิโฆเต้ โดยมกุฏ อรฤดี นำชมวรรณกรรมระดับโลก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน เป็นผลงานนวนิยายของมิเกล์ เด เซร์บันเตส ซาเบดร้า นักเขียนเอกชาวสเปน แปลเป็นภาษาต่างๆ และภาษาถิ่นมากกว่า 140 ภาษา และได้รับการยกย่องเป็นหนังสือที่ดีที่สุดในโลก ทำสถิติการพิมพ์มากกว่า 500 ล้านเล่มจนวันนี้ ปัจจุบันมีหนังสือดอนกิโฆเต้ฉบับแปลภาษาไทยภาคแรก ชื่อ ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันซ่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน แปลโดย รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ถือเป็นหนังสือแปลเล่มสำคัญของไทย ออกจำหน่ายในปี 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของวรรณกรรมอมตะเรื่องนี้ และต้องการสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งการอ่าน สถานเอกอัคราชทูตสเปนในประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม หอสมุดแห่งชาติกรุงเทพฯ ร่วมกับมูลนิธิวิชาหนังสือ และสำนักพิมพ์ผีเสื้อ จัดนิทรรศการหนังสือภาคสองของอัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า &amp;ldquo;นวนิยายที่คนอ่านมากที่สุดในโลก&amp;rdquo; ณ ห้องประชุมใหญ่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2563 โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือภาคสองชื่อ อัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการหนังสือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อให้คนไทยเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสเปนผ่านวรรณกรรม มีการจัดแสดงหนังสือดอนกิโฆเต้ฯ ต้นฉบับภาษาสเปน และหนังสือเรื่องนี้ ที่แปลเป็นภาษาต่างๆ และภาษาถิ่น รวมถึงหนังสือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวรรณคดีสเปน บทละครสเปนยุคทอง ดอนกิโฆเต้ฯ ฉบับการ์ตูน มีภาพประกอบน่าสนใจ อีกสิ่งจัดแสดงเป็นเหรียญและแสตมป์ดอนกิโฆเต้ ของสะสมที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีไฮไลต์เป็นการแนะนำหนังสือภาคสองชื่อ อัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า โดยผู้แปลคนเดิม ซึ่งผูกพันกับผลงานของเซร์บันเตส ผ่านวงสนทนา &amp;ldquo;หนังสือเล่มสำคัญที่คนไทยรอนาน 400 ปี&amp;rdquo; โดยมี รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ผู้แปล สนทนากับ ผศ.ดร.ปณิธิ หุ่นแสวง ผู้อ่าน และมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการและศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ร่วมพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฏ อรฤดี บรรณาธิการและศิลปินแห่งชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.สว่างวัน ผู้แปลกล่าวว่า ดอนกิโฆเต้ฯ เป็นเรื่องราวของชายแก่ที่อ่านนิยายอัศวินจนเสียสติ หลงคิดว่าตนเองเป็นอัศวินชั้นสูงที่เดินทางทั่วสเปนเพื่อปราบผู้ร้าย ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2148 ภาคหนึ่งกับภาคสองชื่อเรื่องต่างกัน ภาคสองชื่ออัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า เพราะบทที่ 3 ของภาคหนึ่ง ดอนกิโฆเต้ฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินแล้ว โดยมีผู้หญิงงามเมือง 2 คนเป็นประจักษ์พยาน ความยากของการแปลต้องตัดความกลัวออก แปลภาคแรกตื่นเต้นเร้าใจ เพราะมีศัพท์เฉพาะทางด้านการรบ ดาราศาสตร์ การรบด้วยเรือโบราณ แต่โชคดีเจอผู้รู้ตอบคำถามให้เรา ภาคสองก็ยังสนุก เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่องดอนกิโฆเต้ฯ ตนใช้เวลาค้นศัพท์ทั้งหมดเกี่ยวกับดอนกิโฆเต้ฯ ภาคสอง ประกอบกับได้ไปเมืองอัลกาลาเดเอนาเรส บ้านเกิดของเซร์บันเตส ผู้เขียน ซึ่งมีห้องสมุดที่ดีมาก ได้อ่านดอนกิโฆเต้ฯ ต้นฉบับ ค้นพจนานุกรมปีที่ร่วมสมัยกับผู้เขียน ปัจจุบันเล่มนี้ถือเป็นขุมทรัพย์ของภาษาสเปน เพราะศัพท์ภาษาสเปนเปลี่ยนแปลงไปมาก งานเขียนอมตะเรื่องนี้คนอ่านตีความได้หลากหลาย และเปิดกว้างให้ผู้อ่านใช้ประสบการณ์กับหนังสือเต็มที่ เซร์บันเตสไม่ได้จำกัดหรือชี้นำผู้อ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ผู้แปลภาษาสเปน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักแปลภาษาสเปนเล่าว่า เดินทางไปเมืองอัลกาลา สเปน เมื่อสามปีก่อน ตั้งใจไปบ้านเกิดนักเขียนและพิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของเซร์บันเตส ตั้งใจไปโบสถ์ของคณะพระตรีเอกภาพที่เขาถูกฝังรวมกับคนอื่นๆ จะไปสักการะหลุมศพ และเพื่อตั้งจิตอธิษฐานกับผู้ประพันธ์ แต่โบสถ์ไม่ได้เปิดให้คนภายนอกเข้าบ่อย ท้ายสุดต้องกลับไปที่พิพิธภัณฑ์เมืองอัลกาลาอีกครั้งแม้ผ่านไป 400 ปี ในที่สุดได้ไปคารวะนักเขียนด้วยช่อกุหลาบแดง 12 ดอก เพื่อบอกรักผู้เขียนว่าดอนกิโฆเต้ฯ ภาคสองจะเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากแปลภาคแรกสำเร็จในโอกาสฉลอง 400 ปี การจากไปของเซร์บันเตส เมื่อปี 2559 จากการทาบทามของสถานทูตสเปนประจำประเทศไทย ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการแปลภาษาไทยมาก่อน โดยมีอาจารย์มกุฏ อรฤดี เป็นบรรณาธิการ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ศึกษาผลงานของเซร์บันเตสมาตลอดตั้งแต่ปริญญาตรี ต่อเนื่องปริญญาโท จนสำเร็จปริญญาเอก ทำวิทยานิพนธ์ปัญหาการแปลดอนกิโฆเต้ การประยุกต์ใช้วรรณคดีเรื่องนี้ รวมถึงได้อ่านประวัติผู้เขียน ชีวิตไม่ราบรื่นแต่เขาเขียนหนังสือสนุกมาก เซร์บันเตสเป็นนักเขียนยุคทอง ตนรู้สึกอยากอ่านทุกสิ่งที่เซร์บันเตสเขียน มีผลงานเรื่องสั้นด้วย&amp;rdquo; รศ.ดร.สว่างวันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอนกิโฆเต้ ฉบับการ์ตูนสำหรับเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักอ่านอย่าง ผศ.ดร.ปณิธิ หุ่นแสวง ประธานมูลนิธิวิชาหนังสือ กล่าวว่า จากการอ่านนวนิยายเรื่องนี้ เจอความมหัศจรรย์ ความประหลาดใจตลอดเวลา หาคำตอบไม่ได้ว่าผู้แต่งประสงค์อะไร เรื่องนี้เป็นนิยายที่ล้อเลียนเรื่องเล่าเกี่ยวกับอัศวิน โดยมีเรื่องเล่าแทรกเข้ามาอย่างมีเหตุผล เป็นวรรณคดีที่วิจารณ์วรรณคดี ถกเถียงถามตัวเอง วรรณคดีคืออะไร มีประโยชน์อะไร อักษรศาสตร์ดีกว่ายุทธศาสตร์อย่างไร แต่เรื่องเล่าต่อมาเปิดประเด็นถกเถียงตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; มีคำวิจารณ์วรรณคดี บาทหลวงบ้านนอกอ้างเพลโต เผาวรรณกรรมของดอนกิโฆเต้ แต่ก็เก็บบางเรื่องไว้ เพราะงานดี แม้แต่นางเอกของดอนกิโฆเต้เป็นการสร้างภาพนางเอกขึ้นมา ทั้งที่ดูเหมือนไม่มีใครเคยเห็น ภารกิจอัศวินไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นอุปสรรคกันพระเอกออกจากนางเอก แม้เจอหญิงอื่นก็ปฏิเสธด้วยคุณธรรมบ้าง ไม่สวยบ้าง นี่เป็นเสน่ห์และความสนุกในการอ่าน ผู้เขียนสร้างฉากให้ดอนกิโฆเต้สำแดงความวิกลจริตขึ้นมา เซร์บันเตสเขียนเองว่า ความมีเหตุผลมากของดยุคและดัสเชสห่างกับความวิกลจริตของดอนกิโฆเต้ 2 นิ้วเท่านั้น เรื่องนี้ดูเหมือนเล่าแบบธรรมดา เป็นวรรณกรรมไร้ศิลปะ ไม่เสแสร้ง แต่จิกกัดตัวละครตลอดเวลา ถ้าผู้อ่านคล้อยตามก็ถูกจิกกัดด้วย&amp;rdquo; ผศ.ดร.ปณิธิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการรวบรวมดอนกิโฆเต้ในภาษาต่างๆ มาจัดแสดง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในฐานะนักอ่านคนหนึ่งที่ตีความวรรณคดี ผศ.ดร.ปณิธิบอกว่า ดอนกิโฆเต้ฯ เป็นงานอมตะ อยู่มาได้กว่า 400 ปีเพราะยังรอคอยให้คนอื่นๆ ค้นพบความหมายอื่นๆ ต่อไป เพราะถ้าอ่านจบแล้วหยุดแค่นิยายอัศวิน ก็คงไม่เป็นที่ชื่นชมจนทุกวันนี้ นี่คือผลงานชิ้นเอกของเซร์บันเตส ผู้เขียนสร้างทั้งบุคลิกและสมองของตัวละครทุกตัว ให้มีความคิด ฉลาดหลักแหลม อ่านแล้วประเทืองปัญญา เราเห็นความงดงามของดอนกิโฆเต้ที่ยึดมั่นในอุดมคติและช่วยเหลือสังคม หนังสือตั้งคำถาม สังคมปัจจุบันยังมีคนแบบดอนกิโฆเต้อีกหรือไม่ นี่คือความเห็นของตนจากการอ่านทั้งสองภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนใจตามรอยดอนกิโฆเต้ และทำความรู้จักวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องนี้ แวะเวียนมาชมนิทรรศการหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์ผีเสื้อนำหนังสือภาคสองมาจำหน่ายในงานด้วย สำหรับวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมปิดนิทรรศการ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสนทนา &amp;ldquo;ความเป็นมาของปกผ้าพิมพ์ทอง สันโค้งริมทองของอัศวิน&amp;rdquo; โดยมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการ สนทนากับ รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ผู้แปล, อภิชัย วิจิตรปิยะกุล, ณรงค์ สาระสิต และวิกรัย จาระนัย ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58036</URL_LINK>
                <HASHTAG>400ปีดอนกิโฆเต้, ดอนกิโฆเต้, บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, มกุฏ อรฤดี, มูลนิธิวิชาหนังสือ, สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์, หอสมุดแห่งชาติ, อัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e537b1f33303.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
