<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางอพยพ&quot;เหยี่ยวนกเขา&quot; การเดินทางที่ยาวกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.เส้นทางอพยพเหยี่ยว ภาพโดยสวทช. - มจธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่เขาดินสอ ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร นับเป็นแหล่งดูเหยี่ยวและนกอพยพดีที่สุด 1 ใน 5 ของโลก เนื่องจากเป็นจุดที่เหยี่ยวอพยพนับแสนตัวบินผ่านทุกปี และสามารถมองเหยี่ยวในระยะใกล้ที่สุด เพราะเป็นเส้นทางอพยพหลักของนกนานาชนิด โดยเฉพาะนกล่าเหยื่ออย่างเหยี่ยว ซึ่งมักจะอพยพโดยยึดแผ่นดินเป็นหลัก โดยเขาดินสอ ตั้งอยู่บนแหลมมลายูในส่วนที่แผ่นดินบีบแคบลงมา ทำให้เหยี่ยวอพยพต้องเข้ามารวมกัน เพื่อผ่านช่องแคบนี้ไปให้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชูเกียรติ นวลศรี ประธานมูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ กล่าวว่า จากการศึกษาข้อมูลการนับจำนวนและจำแนกชนิด พร้อมทั้งติดห่วงขาเหยี่ยวและนกอินทรีที่อพยพผ่านเขาดินสอในช่วงเดือน ก.ย.ถึง พ.ย. ตั้งแต่ปี 2553 มีรายงานการพบเหยี่ยวและนกอินทรีอย่างน้อย 38 ชนิด โดยชนิดที่พบมากที่สุด คือ เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนและเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ ซึ่งบางปีมีรายงานการพบทั้ง 2 ชนิดรวมกันมากกว่า 5 แสนตัว นอกจากนี้ข้อมูลการศึกษายังทำให้รู้ว่าเหยี่ยวชนิดไหนจะอพยพช่วงใด และมีจำนวนเท่าไร โดยตั้งแต่กลางเดือนส.ค.จะเริ่มพบเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นอพยพ และตามด้วยเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนและเหยี่ยวผึ้ง ซึ่งจะมีจำนวนหนาแน่นมากขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. ถึงสัปดาห์แรกของต้นเดือนต.ค. นอกจากนี้ยังพบเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำอพยพผ่านบริเวณนี้จำนวนหลายหมื่นตัวต่อวันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนต.ค. และสามารถเห็นได้มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้บริเวณพื้นที่เขาดินสอยังพบกลุ่มเหยี่ยวนกเขามากที่สุดในโลกจำนวน 6 ชนิดด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถพบเหยี่ยวได้ในระยะใกล้ชิดไม่เกิน 10-15 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการศึกษาชนิดพันธุ์ของนกที่บินอพยพมาที่เขาดินสอ แต่ประธานมูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ กล่าวว่า สิ่งที่ไม่เคยรู้ คือ เหยี่ยวอพยพแต่ละสายพันธุ์มาจากไหน เช่น เหยี่ยวนกเขาชิครา ยังไม่ทราบแหล่งที่มาแน่ชัดว่ามาจากที่ใด หรือแม้แต่เหยี่ยวชนิดย่อยในภูมิภาคต่างๆ นั้น มีสายพันธุ์อะไรบ้าง การอพยพของเหยี่ยวยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า &amp;nbsp;หลังจากอพยพมายังพื้นที่เขาดินสอแล้ว จะบินไปที่ใดต่อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้วยเหตุนี้ทำให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)ได้มีการใช้เครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ติดตามเส้นทางอพยพ ของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน และพันธุ์ญี่ปุ่น ครั้งแรกของประเทศไทย และครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ เขาดินสอ เพื่อติดตามเส้นทางอพยพ ซึ่งดำเนินการมาได้ 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช.เล็งเห็นความสำคัญในการทำวิจัยเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการติดตามเส้นทางเหยี่ยวอพยพ เนื่องจากเหยี่ยวเป็นสัตว์ที่อพยพเป็นระยะทางไกลผ่านหลายประเทศในทวีปเอเชีย โดยเริ่มต้นจากรัสเซีย ผ่านไทยจนถึงจุดแวะพักในฤดูหนาวที่ประเทศอินโดนีเซีย ดังนั้น ทีมวิจัยจึงได้นำเทคโนโลยีเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เพื่อทำการติดตามการอพยพและระบุตำแหน่งของเหยี่ยวนกเขา 2 ชนิด ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีความแม่นยำในระยะ 0.5-1.5 กิโลเมตร และสามารถติดตามเส้นทางการอพยพและตำแหน่งของเหยี่ยวได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอนดรูว์ เจ เพียร์ซ นักวิจัยมจธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายแอนดรูว์ เจ เพียร์ซ (Mr. Andrew J. Pierce) ผู้เชี่ยวชาญ สังกัดห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยาการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ผู้วิจัย ได้เปิดเผยว่า เหยี่ยวจัดเป็นผู้ล่าชั้นสูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร จึงถือเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของคุณภาพสิ่งแวดล้อม แต่เหยี่ยวหลายชนิดกำลังถูกคุกคามเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อาศัย ดังนั้นการศึกษาลักษณะพื้นที่อาศัยในช่วงฤดูผสมพันธุ์ และฤดูหนาวรวมถึงเส้นทางการอพยพ และจุดแวะพักระหว่างทางจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ ซึ่งในช่วงฤดูหนาวของทุกปีจะมีเหยี่ยวอพยพนับแสนๆ ตัว หนีหนาวจากพื้นที่ผสมพันธุ์ ของประเทศรัสเซียและจีน มายังพื้นที่อาศัยในช่วงฤดูหนาว ช่วงเดือนส.ค.-พ.ย.ในเขตร้อนทางตอนใต้ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยการใช้เส้นทางอพยพ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ 1. เส้นทางอพยพเอเชียตะวันออกผ่านมหาสมุทร เริ่มจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตไซบีเรีย ลงมาตามแนวฝั่งตะวันออกของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ จนถึงประเทศอินโดนีเซีย และ 2.เส้นทางอพยพเอเชียตะวันออกผ่านแผ่นดินใหญ่ โดยจะเริ่มจากเขตไซบีเรีย และจีน ลงมาตามแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านคาบสมุทรไทย-มาเลเซีย และหมู่เกาะของอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เส้นทางอพยพเอเชียตะวันออก เป็นเส้นทางอพยพของเหยี่ยวที่มีข้อมูลและการศึกษาน้อยที่สุด ดังนั้นทีมวิจัยมจธ. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ ร่วมกันศึกษาเส้นทางของเหยี่ยวและนกอพยพ โดยการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเข้ามาช่วย ภายใต้การสนับสนุนของ สวทช. ซึ่งพบว่าการอพยพและจุดแวะพักที่สำคัญของเหยี่ยวนกเขา 2 ชนิด คือเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน และเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น ที่มีการอพยพผ่านประเทศไทยบริเวณเขาดินสอ จำนวนนับล้านตัวทุกปี เนื่องจาก เขาดินสอตั้งอยู่บนพื้นที่ที่แคบที่สุดของทวีปเอเชีย ในคาบสมุทรไทย-มาเลเซีย (คอคอดกระ) ใกล้ชายฝั่งทะเลและมีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 200-350 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่สามารถพบเห็นเหยี่ยวจำนวนมากรวมตัวอพยพผ่านบริเวณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหยี่ยวอพยพติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมลักษณะสะพายกระเป๋า ภาพโดย DESMOND ALLEN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแอนดรูว์ กล่าวต่อว่า ทีมวิจัยได้ทำการจับเหยี่ยวนกเขาที่อพยพผ่านบริเวณเขาดินสอ ระหว่างเดือนก.ย.-ต.ค.ซึ่งเป็นช่วงที่มีเหยี่ยวอพยพผ่านเขาดินสอมากที่สุดของปี ในปีพ.ศ. 2559 และ 2560 โดยการใช้ตาข่ายแบบพรางตาจับนกเพื่อทำการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 4% ของน้ำหนักตัวของเหยี่ยว โดยติดที่ตัวเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน 4 ตัว และเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น 4 ตัว ในลักษณะสะพายหลัง ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเหยี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วิธีการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณ ผู้เชี่ยวชาญจะคัดเลือกเหยี่ยวตัวเมีย ที่มีน้ำหนัก 140 กรัมขึ้นไป และต้องเป็นเหยี่ยวที่โตเต็มวัยนำมาวัดสัดส่วน ใส่ห่วงที่ขา และนำเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดกับสายสะพายแบบพิเศษที่ผสมเส้นใยเชฟรอน เพื่อทำให้สายแข็งแรง ดึงธรรมดาไม่ขาด ต้องใช้วัสดุพิเศษตัด ขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งระหว่างการติดตั้งเครื่องจะต้องหาวัสดุมาคุมหัวนกไว้ เพื่อไม่ให้นกตื่นกลัวหรือตกใจ และให้นกอยู่นิ่งเพื่อให้สามารถทำงานได้ ขณะที่สวมสายสะพายให้นกต้องปรับสายสะพายให้พอดีกับลำตัวนก เพื่อไม่ให้นกรู้สึกไม่สบายตัว หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต เหมือนนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็ค ให้เครื่องส่งสัญญาณติดตัวไปเหมือนกระเป๋าเดินทาง โดยเครื่องส่งสัญญาณนี้สามารถส่งสัญญาณได้นาน 10 ชั่วโมง แล้วต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์ชาร์จ 48 ชั่วโมง หรือสองวัน เพื่อกลับมาทำงานอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;หลังจากติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมให้กับเหยี่ยวนกเขาทั้ง 8 ตัว ทำให้ทราบว่า เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน ก็จะอพยพลงใต้ไปยังบริเวณเกาะสุมาตรา ฝั่งตะวันออกของเกาะ Nusa Tenggara และ ประเทศติมอร์-เลสเต ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่อาศัยในช่วงฤดูหนาว โดยจะใช้เวลาบริเวณนี้ประมาณ 70-80 วัน และเมื่อถึงช่วงเดือนก.พ.-พ.ค.เหยี่ยวจะอพยพกลับไปยังพื้นที่ผสมพันธุ์ทางตอนใต้ของจีน นอกจากนี้ข้อมูลจากเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน 4 ตัวที่ทีมวิจัยติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณฯ มีเพียง 2 ตัวเท่านั้นที่สามารถจับสัญญาณการอพยพผ่านเขาดินสอได้อีกครั้ง &amp;nbsp;ในปีพ.ศ. 2561 ทำให้รู้เส้นทางการอพยพที่สมบูรณ์ของเหยี่ยวชนิดนี้ ซึ่งใช้ระยะทางในการอพยพทั้งสิ้น 14,532 กม. ซึ่งมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก และ 9,710 กม.&amp;rdquo; นักวิจัยเผย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นักวิจัยกล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นนั้น ทีมวิจัยสามารถติดตามสัญญาณไปถึงพื้นที่ของเกาะสุมาตรา และบอร์เนียว ซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยในช่วงฤดูหนาวและใช้เวลาบริเวณนี้ประมาณ 130-170 วัน ก่อนที่จะอพยพกลับขึ้นทางเหนือ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ทีมวิจัยสามารถรับสัญญาณจากเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นได้เพียง 1 ตัว ในช่วงอพยพกลับเท่านั้น โดยเหยี่ยวตัวนี้เดินทางออกจากพื้นที่อาศัยในช่วงฤดูหนาวบนเกาะ Bangka ประเทศอินโดนีเซีย ไปยังพื้นที่ผสมพันธุ์ในเขตอามูร์ (Amur) ทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย ก่อนที่สัญญาณจะขาดหายไป &amp;nbsp;ทำให้สรุปรวมระยะทางอพยพได้ทั้งสิ้น 7,699 กม. ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้นประมาณ 50 วัน นอกจากนั้นแล้วทำให้ทราบอีกว่าพื้นที่อาศัยในช่วงฤดูหนาวหรือจุดหยุดพักที่สำคัญของเหยี่ยวทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นพื้นที่ที่มีมนุษย์เข้ามาใช้ประโยชน์และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าดั้งเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพาราและพืชสกุลอะเคเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียม ภาพโดย DESMOND ALLEN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม นับเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาเส้นทางอพยพของเหยี่ยวนกเขาทั้ง 2 ชนิดโดยใช้เครื่องส่งสัญญาณดาวเทียม นางสาวรงรอง อ่างแก้ว ผู้ช่วยนักวิจัย สังกัดห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยาการอนุรักษ์ มจธ. ยังกล่าวเสริมว่า การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเบื้องต้น เพื่อเก็บข้อมูลเส้นทางของเหยี่ยวนกเขาอพยพ ซึ่งหากมีการเก็บข้อมูลเช่นนี้ต่อเนื่อง ก็จะสามารถนำมาเปรียบเทียบเส้นทาง และได้พบชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้นหากเส้นทางในแต่ละปีมีความชัดเจน แล้วเกิดมีเหยี่ยวนกเขาหายไปจากจุดใดจุดหนึ่งซ้ำๆ ก็อาจทำให้นักอนุรักษ์ หรือเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบ เพราะอาจเกิดการล่าเกิดขึ้นที่บริเวณดังกล่าวก็ได้ ขณะนี้ ทีมวิจัยได้มีการติดต่อกับทีมวิจัยต่างประเทศ เพื่อร่วมกันแบ่งปันข้อมูลและศึกษาวิจัยและต่อยอดในการอนุรักษ์แหล่งหากินและแหล่งทำรังวางไข่ตลอดเส้นทางการอพยพของเหยี่ยวนกเขาทั้ง 2 ชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนางรังสิมา ตัณฑเลขา ผู้อำนวยการโปรแกรมการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์ สวทช.กล่าวว่า ตัวนกที่บินผ่านเส้นทางนี้ค่อนข้างทรหดอดทนมาก เพราะว่าต้องพบกับอะไรหลายอย่าง เช่น สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง การทำลายที่อยู่อาศัย หมอกควัน แต่ก็ถือว่าการดำเนินการวิจัยครั้งนี้เป็นขั้นเริ่มต้น เพราะต่อไปจะมีการพัฒนาด้าน AI เข้ามาช่วยนับหน้าเหยี่ยว เวลาเหยี่ยวบินผ่าน ก็ต้องลองดูว่าจะทำได้ไหม แล้วก็จะเปลี่ยนสัญญาณดาวเทียม GPS เป็นสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้บริเวณที่อับสัญญาณดีขึ้น และจะติดสัญญาณที่ตัวเหยี่ยวเพิ่มมากขึ้นจาก 8 ตัว ซึ่งทำให้ด้รู้ถึงความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็จะติดเพิ่มทั้งสองพันธุ์พันธุ์ละ20ตัว เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น จะได้ทราบว่า บินตรงไปยังที่ใดบ้าง เพราะจะทำให้เราอนุรักษ์เส้นทางและแนวทางเกี่ยวกับเหยี่ยวนกเขาได้ตรงจุด และตอนนี้สามารถติดตามเส้นทางการอพยพและตำแหน่งของเหยี่ยวได้ โดยการดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ &amp;nbsp;www.argos-system.org&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน CLS view บนมือถือ ซึ่งถือว่ามีความสะดวกและรวดเร็ว นับเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งในด้านการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สวทช.และทีมวิจัยมจธ. พร้อมด้วยมูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูเกียรติ นวลศ, มธจ., มูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ, สวทช., เส้นทางอพยพ&quot;เหยี่ยวนกเขา&quot; การเดินทางที่ยาวกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางโลก, แอนดรูว์ เจ เพียร์ซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da982e6dcd2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว! เหยี่ยวอพยพนับล้านตัวบินผ่านเขาดินสอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มมาแล้วเหยี่ยวอพยพนับล้านตัว บินผ่านเขาดินสอจุดดูนกดีที่สุด 1 ใน 12 แห่งทั่วโลก เปิดรับสมัครเยาวชนไทยร่วมกิจกรรมกับชาวต่างชาติส่องกล้องนับและศึกษาเส้นทางย้ายถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย. 61 -&amp;nbsp;นายชูเกียรติ์ นวลศรี ประธานมูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ เปิดเผยว่าในช่วงระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายนของทุกๆปี จะมีนกล่าเหยื่ออพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาลจากประเทศรัสเซีย มองโกเลีย จีน เกาหลี และญี่ปุ่น อันเป็นถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์หนีความหนาวเย็นและขาดแคลนอาหารลงมาอาศัยในเขตร้อนชื้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีอากาศอบอุ่นและอาหารอุดมสมบูรณ์เพื่ออาศัยในช่วงของฤดูหนาว ซึ่งขณะนี้นกล่าเหยื่อดังกล่าวได้เริ่มทยอยบินผ่านประเทศไทยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูเกียรติ์ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่เหมาะกับการดูและศึกษาเส้นทางอพยพของนกล่าเหยื่อดังกล่าวได้แก่พื้นที่เขาดินสอ ตำบลบางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ที่มีความเหมาะสมในการดูเหยี่ยวอพยพที่ดีที่สุดของประเทศไทย ถือเป็นจุดที่สามารถดูได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนเช่น เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น เหยี่ยวหน้าเทา เหยี่ยวผึ้ง และ เหยี่ยวกิ้งก่าดำ เป็นต้น เนื่องจากมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 345 เมตร และใกล้กับทะเลอ่าวไทยจึงมองเห็นได้รอบทิศทาง 360 องศา และจุดนี้ได้รับการยอมรับจากนักดูนกทั่วโลกให้เป็นจุดดีที่สุดติดอันดับ 1 ใน 12 แห่งของโลกด้วย ที่ผ่านมาจากการศึกษาวิจัยและติดตามเฝ้านับนกล่าเนื้อของนักดูนกที่เดินทางมาจากหลายประเทศทั่วโลก พบว่ามีทั้งนกต่างถิ่นและนกประจำถิ่นที่อพยพมีมากกว่า 33 ชนิด ได้บินอพยพผ่านพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเขาดินสอแห่งนี้ปีละมากกว่า 7-8 แสนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูเกียรติ์ กล่าวว่า จังหวัดชุมพรถือเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีการจัดงานเทศกาลดูเหยี่ยวอพยพมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยปีนี้ทางอำเภอปะทิวเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับเทศบาลตำบลบางสนและหน่วยงานเกี่ยวข้องกำหนดจัดงาน &amp;ldquo;เทศกาลดูเหยี่ยวอพยพเขาดินสอ&amp;rdquo; อย่างยิ่งใหญ่ จะมีผู้เชี่ยวชาญ นักปักษีวิทยา นักดูนก ช่างภาพสารคดี ทั้งในประเทศและจากทั่วโลกมาร่วมงานศึกษาเส้นทางอพยพของนกล่าเหยื่อจำนวนมาก โดยกำหนดจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2561 ซึ่งสามารถมาเที่ยวชมและดูเหยี่ยวอพยพได้ตลอดทั้งเดือนเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานมูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดรับสมัครเยาวชนอาสาสมัครระดับชั้นมัธยมตอนปลาย เพื่อร่วมกิจกรรมกับอาสาสมัครชาวต่างชาติ ดังนี้ 1.การนับจำนวนนกล่าเหยื่อที่บินอพยพย้ายถิ่นที่เขาดินสอ ในแต่ละช่วงเวลา 7 วันติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 15 ก.ย.-15 พ.ย.2561 โดยอาสาสมัครในท้องถิ่นต้องรับผิดชอบที่พักและอาหารด้วยตนเอง มูลนิธิฯอาจจะจัดหาที่พักให้สำหรับผู้ที่มาจากต่างจังหวัดหรือต่างอำเภอ รับเพียง 6 คน ต่อรอบสัปดาห์ โดยปฏิบัติงานตั้งแต่ 07.00-17.00 น. มูลนิธิฯจะแนะนำและให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจำแนกชนิดนกล่าเหยื่อและวิธีการนับร่วมกับอาสาสมัครจากต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ร่วมสังเกตการณ์เรียนรู้การวิจัยการด้วยการทำเครื่องหมายของนกขนาดเล็กและนกล่าเหยื่อบนเขาดินสอ ร่วมกับนักปักษีวิทยาของประเทศไทย ช่วงวันที่ 11 ก.ย.- 7 ต.ค.2561 รับจำนวนรอบล่ะ 3 คน ปฏิบัติหน้าที่คราวละ 3 วัน ตั้งแต่ 06.00-17.00 น. ทั้ง 2 กิจกรรมหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอาสาสมัครจะได้รับเกียรติบัตรขอบคุณการเป็นอาสาสมัครภาคสนาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 083-105-4205&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, นกล่าเหยื่อ, มูลนิธิศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ, เขาดินสอ, เทศกาลดูเหยี่ยวอพยพ, เหยี่ยวอพยพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8bc860d8ed0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
