<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน! &#039;ผู้บรรยายธรรม&#039; วิพากษ์พระติดโซเชียล เรี่ยไรเงิน บวชเพื่อรวย ใครจะไหว้ภิกษุแบบนั้นบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ชมรมบ้านธัมมะ มศพ.&amp;quot; โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา โพสต์ข้อความว่า พระเล่นเฟซบุ๊ก เรี่ยไรเงิน บวชเพื่อรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...ท่านเข้าใจว่าเป็นพระภิกษุหรือเปล่า คำว่าพระภิกษุคืออะไร ผู้เห็นภัยในสังสารวัฏฏ์ เมื่อเห็นภัยแล้วทำอะไร สละเพศคฤหัสถ์เพราะรู้จักตัวเองและไม่มีเงินและทอง ไม่มีเรื่องวุ่นวายต่างๆทั้งหลาย แล้วถ้าท่านมีเฟซบุ๊ก เพราะฉะนั้นใครจะไหว้ภิกษุที่ทำอย่างนั้นบ้าง ภิกษุคือผู้สงบ อย่างนั้นไม่สงบเลย ค่ะ ไม่เป็นไปเพื่อความสงบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถาม...ก็บางทีท่านก็จะอ้างว่าไม่มีพระวินัยว่าห้ามเล่นเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...ค่ะ แล้วการบวชเพื่ออะไร ทั้งหมดของพระวินัยเพื่ออะไร ถ้าไม่เข้าใจแบบนี้บวชทำไม ในเมื่อบวชแล้วไม่เป็นผู้ที่ขัดเกลากิเลส ต้องตรง ค่ะ กุศลเป็นกุศล อกุศลเป็นอกุศล อะไรเห็น ปัญญาเท่านั้นที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...การจะเป็นพระภิกษุก็ต้องสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดไม่ยินดีในเงินและทองไม่รับเงินและทองด้วย ดั่งเช่นพระพุทธเจ้าทรงสละละทุกสิ่ง แสดงให้เห็นว่าเงินกับพระภิกษุไม่เกี่ยวข้องกันเลยทั้งสิ้นเพราะเหตุว่าสละความยินดีในเงินและทอง พระภิกษุปฏิญาณว่าจะละขัดเกลาในเพศบรรพชิต แต่ตรงกันข้ามกลับมารับเงินทอง ก่อนบวชมีแต่บาตร แต่พอบวชบาตรเต็มด้วยเงิน รวยหรือยัง ก็บวชเพื่อรวย ไม่ใช่บวชเพื่อละสละกิเลส เพราะฉะนั้นก็เป็นโอกาสที่ยุคนี้ อุบาสก อุบาสิกา เห็นแต่เพียงพระภิกษุเดินไปตามถนน แต่ไม่รู้ว่าพระภิกษุตามพระธรรมวินัยจะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างไร ก็เป็นโอกาสอย่างดียิ่งที่จะได้เข้าใจว่าภิกษุตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่ถูกต้องคืออย่างไร เมื่อเข้าใจถูกก็จะไม่ให้เงินทองกับพระภิกษุ เพราะทำให้ท่านได้รับโทษต้องอาบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๙๔๐
พระบัญญัติ
๓๗. อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
ขออนุโมทนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com
โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115512</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหว, พระเซเลบ, พระเล่นเฟซบุ๊ก, มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา, สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092920048778.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้บรรยายธรรม&#039; วิพากษ์พระรับเงิน บวชเพื่อรวย คฤหัสถ์ให้เงิน ช่วยกันทำลายพุทธศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา โพสต์ข้อความในช่วงที่มีกระแสพระสงฆ์ผู้มีชื่อเสียงในโซเชียลตกเป็นที่วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในเรื่องกิจของสงฆ์ ว่า พระรับเงิน บวชเพื่อรวย คฤหัสถ์ให้เงิน ช่วยกันทำลายพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...การจะเป็นพระภิกษุก็ต้องสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดไม่ยินดีในเงินและทองไม่รับเงินและทองด้วย ดั่งเช่นพระพุทธเจ้าทรงสละละทุกสิ่ง แสดงให้เห็นว่าเงินกับพระภิกษุไม่เกี่ยวข้องกันเลยทั้งสิ้นเพราะเหตุว่าสละความยินดีในเงินและทอง พระภิกษุปฏิญาณว่า จะละขัดเกลาในเพศบรรพชิต แต่ตรงกันข้ามกลับมารับเงินทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนบวชมีแต่บาตร แต่พอบวชบาตรเต็มด้วยเงิน รวยหรือยัง ก็บวชเพื่อรวย ไม่ใช่บวชเพื่อละสละกิเลส เพราะฉะนั้นก็เป็นโอกาสที่ยุคนี้ อุบาสก อุบาสิกา เห็นแต่เพียงพระภิกษุเดินไปตามถนน แต่ไม่รู้ว่าพระภิกษุตามพระธรรมวินัยจะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างไร ก็เป็นโอกาสอย่างดียิ่งที่จะได้เข้าใจว่าภิกษุตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่ถูกต้องคืออย่างไร เมื่อเข้าใจถูกก็จะไม่ให้เงินทองกับพระภิกษุ เพราะทำให้ท่านได้รับโทษต้องอาบัติ
ขออนุโมทนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๙๔๐
พระบัญญัติ
๓๗. อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.สุจินต์ ยังได้โพสต์ในคอมเมนท์เพิ่มเติมว่า พระพุทธศาสนาต้องเดินทางสายกลาง ไม่ตึง ไม่หย่อนเกินไป ปัจจุบันพระต้องใช้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจถูก
12. ทางสายกลาง คือ ทางที่ถูกต้อง ทางที่เป็นกุศลธรรม ทางที่ดี มีปัญญา ไม่ใช่ทางที่ชั่ว ทางที่ตึงเกินไป และ ทางที่หย่อนเกินไป คือ ทางที่เป็นอกุศลธรรม ทางชั่ว เพราะฉะนั้น คำของพระพุทธเจ้าที่ตรัสออกมาด้วยพระปัญญาในการบัญญัติสิกขาบท มี ภิกษุไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง เป็นทางที่ถูก ทางสายกลาง เพราะ เมื่อภิกษุประพฤติปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อไม่ติดข้อง เพื่อละ เพื่อขัดเกลากิเลส และ ไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายในสงฆ์ เหมือนปัจจุบันที่ภิกษุรับเงินทองและเกิดความวุ่นวาย แต่ การรับเงินทองด้วยความยินดี ติดข้อง ไม่ต่างจากคฤหัสถ์ ขณะนั้นเป็นกิเลส จะเป็นทางสายกลางไม่ได้ แต่เป็นทางหย่อน ที่มัวเมาเพลินเพลินในกามคุณ มี เงินทอง เป็นต้น เพราะฉะนั้น พระวินัยบัญญัติของพระพุทธเจ้า มีการไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทองของพระภิกษุ จึงเป็นทางสายกลาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101880</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหว, พระรับเงิน, มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา, สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092920048778.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้บรรยายธรรม&#039; อบรมพระภิกษุขอใช้สิทธิยุ่งการเมือง แต่ขัดหลักพระวินัยจะบวชทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63 - อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.) ได้นำเสนอประเด็นเรื่อง &amp;quot;พระภิกษุยุ่งการเมือง บวชทำไม&amp;quot; เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. มีเนื้อหาดังนี้ พระไม่รู้จักตัวเองว่าเป็นพระ&amp;nbsp;พระภิกษุขอสิทธิทางการเมืองขอเสรีภาพแต่ขัดหลักพระธรรมวินัยบวชทำไม อ้างมายาคติ พระทำไม่ได้ที่จะสละ ที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แล้วบวชทำไม และกิจหน้าที่ของพระภิกษุที่บวชมาคืออะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระภิกษุไม่รู้จักว่าตนเองเป็นพระภิกษุ เป็นเชื้อสายศากยะบุตร บุตรของพระพุทธเจ้า บวชมาเพื่อสละความเป็นคฤหัสถ์ ไม่ประพฤติแบบคฤหัสถ์ ละกิเลส ขัดเกลากิเลสอย่างยิ่งด้วยจุดประสงค์ คือ การดับกิเลส เพราะฉะนั้น การกระทำใดที่ทำดั่งเช่นคฤหัสถ์ที่เคยทำได้ แต่ภิกษุทำไม่ได้ เช่น รับและยินดีในเงินและทอง มีส่วนร่วมกับการเมือง การเลือกตั้ง การชุมนุม เดินประท้วง เหล่านี้ควรถามตัวเองว่าเป็นไปเพื่อมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา หรือเป็นไปเพื่อเพิ่มกิเลส แล้วต่างจากคฤหัสถ์อย่างไร บวชทำไม ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสรีภาพ ความเป็นอิสระ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ความดี คฤหัสถ์มีเสรีภาพ อิสระ ที่จะกระทำ แต่ อิสระเสรีภาพนั้น เป็นไปในขอบเขตที่ถูกต้องในคุณธรรมความดี และ ขอบเขตของคฤหัสถ์ ที่จะไม่ไปละเมิดล่วงสิทธิเสรีภาพคนอื่น จนถึง กระทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ทั้งทางกาย วาจา เป็นต้น พระภิกษุ มีสิทธิเสรีภาพ ตามระเบียบและขอบเขตของพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว บวชเพื่อสละ ละทุกสิ่ง เว้นการกระทำดั่งเช่นคฤหัสถ์ มีการรับเงินทอง หรือ สนใจการเมือง มีส่วนร่วมกับการเลือกตั้ง &amp;nbsp;หรือไปชุมนุมเกี่ยวกับการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรทัดฐานจากการอ้างว่าภิกษุต่างประเทศก็ร่วมการเมือง พระพุทธเจ้าไม่ได้บังคับให้ใครบวชทุกรูป แต่เมื่อบวชแล้ว ภิกษุทุกรูปมีกฎระเบียบและเสรีภาพตามพระธรรมวินัย สมกับเป็นเชื้อสายศากยบุตร บุตรของพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นบุตรของพระพุทธเจ้าก็ต้องประพฤติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระธรรมวินัย พระวินัยบัญญัติ ต่างหากที่เป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ภิกษุทุกรูปจะต้องประพฤติตาม ไม่ใช่มีภิกษุต่างประเทศ ประเทศอื่นๆ ที่ประพฤติไม่ตามพระวินัยแล้วเอาตัวอย่างที่ผิดอ้างในสิ่งที่ผิด เพื่อจะทำผิดเป็นบรรทัดฐานของตน แต่ไม่ตามพระธรรมวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บวชแล้วควรสำนึกว่าตนเองเป็นพระภิกษุที่สละทุกสิ่ง สละอาคารบ้านเรือน สละกิจการงานของคฤหัสถ์ ที่จะประพฤติขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง ศึกษาพระธรรม ไม่กระทำตนดั่งเช่น คฤหัสถ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงกิจของพระภิกษุ มี 2 อย่าง คือ วิปัสสนาธุระ การอบรมเจริญปัญญาดับกิเลส และ คันถธุระ การศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คฤหัสถ์ไม่ได้ศึกษาพระธรรม ไม่เคารพพระธรรม พระภิกษุไม่ศึกษาพระธรรม ไม่เคารพพระธรรม เพราะฉะนั้น คฤหัสถ์ก็ไม่รู้จักพระภิกษุว่าคือใคร ต้องมีหน้าที่อะไร พระภิกษุก็ไม่รู้จักตนเองว่า บวชมาเพื่ออะไร ใครเป็นศาสดาของตน และ พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงดีแล้วต่างหากที่เป็นศาสดา เป็นบรรทัดฐานที่ต้องประพฤติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤตพระพุทธศาสนา จึงมีมาเรื่อยๆ นับวันมีแต่มากขึ้น เพราะใครอยากทำอะไรก็ทำ โดยไม่สนใจพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ไม่รู้ก็ไม่คิดว่าเป็นวิกฤตพระพุทธศาสนา เพราะยังไม่รู้จักว่าพระพุทธศาสนาที่แท้จริงคืออะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83663</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระร่วมม็อบ, มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา, สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad27fd9c0dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
