<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัยออนไลน์ต่อเด็กปี 63 พบเล่นเกมเกิน 10 ชม.ต่อวันสูงถึง 30%แต่ส่วนใหญ่เข้าถึงเนื้อหาความรุนแรง การพนัน สื่อลามก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24ก.ย.63- &amp;nbsp;มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ร่วมกับ สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) และเครือข่าย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กรมกิจการเด็กและเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดเวทีนโยบายสาธารณะ ชวน 32 องค์กรภาคี ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และเครือข่ายเด็กและเยาวชน ร่วม &amp;ldquo;ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเพื่อการปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์&amp;rdquo; พร้อมวางแนวทางความร่วมมือในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์ ที่นำไปสู่การขยายผลในการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยออนไลน์อย่างเป็นระบบ โดยได้รับเกียรติจาก นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวปาฐกถาพิเศษ &amp;ldquo;สื่อโลกดิจิทัล กับโอกาสสร้างสรรค์เด็กและเยาวชนไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบันภัยออนไลน์คุกคามเด็กและเยาวชนอย่างรุนแรงและกว้างขวาง กระทรวงดีอีเอสได้ออกแบบและสร้างกลไกการป้องกันภัยคุกคามทางออนไลน์ในทุกพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังและระงับข้อมูลคอมพิวเตอร์และเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม มีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ทั้งยังมีโครงการรณรงค์การหยุดกลั่นแกล้งออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนในโลกดิจิทัล แต่ไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ฉะนั้น การจัดเวทีนโยบายสาธารณะประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ที่จะช่วยกันผสานแนวคิด เป็นเครือข่ายความร่วมมือที่มีพันธกิจในการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกวันนี้เด็ก 80 เปอร์เซ็นต์ รู้ว่าระบบออนไลน์นั้นใช้ประโยชน์ได้ดี มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ใช้ไปในทางไม่ดี และเด็กไทยทุกคนสามารถคิดได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่วันนี้เราปลูกฝังให้พวกเขาเป็นคนคิดหรือยัง และทางแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ต้องให้เด็กมาร่วมคิดร่วมทำ เราห้ามเขาไม่ได้ เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ จึงต้องดึงให้เขามามีส่วนร่วมกับเรา ต้องเอาเพื่อนเขาๆ มาคิดมาเป็นเครือข่ายกับเรา&amp;rdquo; รมว.ดีอีเอส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายประวิทย์ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( กสทช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการทำงานร่วมมือขององศ์กรภาคีเครือข่ายพบว่า เด็กและเยาวชนยังขาดความรู้เท่าทันและมีความเสี่ยงสูงจากภัยสื่อออนไลน์ และประเด็นปัญหาสำคัญที่พบ เช่น การถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ &amp;nbsp;การถูกคุกคามทางออนไลน์ การติดต่อสื่อสารเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสม การถูกแบล็คเมล์ทางเพศ และการถูกล่อลวงทางเพศ เป็นต้น ซึ่งทุกปัญหาล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนในระยะยาว และภัยโลกออนไลน์ยังหล่อหลอมทัศนคติของเด็กและเยาวชนไปในทางที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ได้ ถ้าเรามีจัดการให้เด็กและเยาวชนเดินสู่เส้นทางการใช้โลกออนไลน์ที่เหมาะสม เราก็จะได้อนาคตของชาติที่ดี และเป็นกำลังลังสำคัญของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา หลายภาคส่วนได้ดำเนินการปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์ ทั้งในการขับเคลื่อนงานผ่านยุทธศาสตร์ส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ ปี2560 &amp;ndash; 2564 ผ่านการจัดทำแผนปฏิบัติการ การติดตามและประเมินผลตามตัวชี้วัด สิ่งสำคัญคือการมีพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ทำให้เห็นภาพการทำงานที่เชื่อมโยงจากระดับนโยบายสู่พื้นที่การปฏิบัติงาน มีการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน สำหรับสิ่งที่ท้าทายการทำงานในอนาคต เห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญต่อการสร้างความรู้ ความเท่าทันต่อสื่อออนไลน์ และพัฒนากลไกให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงเครือข่ายให้เป็นระบบปกป้องและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo; กรรมการ กสทช. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการโครงการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ( มสช.) &amp;nbsp;กล่าวว่า ปัญหาสื่อออนไลน์ในช่วงหลัง มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างมาก โดยเฉพาะในมิติด้านสุขภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว ดังนั้น นอกจากการเสริมศักยภาพกลไกในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหา ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้และงบประมาณแล้ว มสช.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดเวทีนโยบายสาธารณะในครั้งนี้ขึ้น เพื่อต้องการสร้างความตระหนักอย่างจริงจังให้เกิดขึ้นในสังคม พร้อมทั้งเชื่อมร้อยเครือข่ายพันธมิตร ผลักดันให้เป็นวาระสำคัญของทุกองค์กร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงาน ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนา ได้เผยผลสำรวจสถานการณ์เด็กกับภัยออนไลน์ ประจำปี 2563 ซึ่งร่วมกับ ศูนย์ประสานงานส่งเสริมการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ (ศปอ.) หรือ โคแพท (COPAT) โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เก็บข้อมูลระหว่าง พ.ค.-ก.ค. 2563 พบว่า กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเด็กมัธยมศึกษา อายุ 12-18 ปี จำนวน 14,945 คน มีอิสระในการใช้สื่อออนไลน์ค่อนข้างมาก และเด็กร้อยละ 89 เชื่อว่าในโลกออนไลน์มีภัยอันตรายหรือความเสี่ยงต่างๆ ส่วนอีกร้อยละ 61 เชื่อว่าหากเผชิญภัยอันตรายดังกล่าวจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง ในประเด็นนี้ถือว่าน่าเป็นห่วง นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบด้วยว่า เว็บไซต์หรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมายเป็นอันตรายที่เด็กเข้าถึงมากที่สุด 4 อันดับแรกคือ ความรุนแรง ร้อยละ 49 การพนัน ร้อยละ 22 สื่อลามกอนาจาร ร้อยละ 20 และ สารเสพติด ร้อยละ 16&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงภัยออนไลน์ 6 อันดับแรกของเยาวชน คือ 1.ซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ที่ไม่รู้จัก ร้อยละ 44 2.รับคนแปลกหน้าเป็นเพื่อน ร้อยละ 39 3.ใส่ข้อมูลตัวตนบนสื่อโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 26 4.แชร์ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ และ 5.นำข้อมูลมาใช้โดยไม่รับอนุญาตหรืออ้างอิงแหล่งที่มา ร้อยละ 24 เท่ากัน และ 6. เข้าถึงสื่อลามก ร้อยละ 14 โดยในส่วนของสื่อลามก มีเด็กถึง 641 คน &amp;nbsp;บันทึกและดาวน์โหลดสื่อลามกอนาจารเด็ก (ต่ำกว่า 18 ปี) มาไว้ในอุปกรณ์ไอทีหรือพื้นที่ส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต ขณะที่อีกร้อยละ 45 มีการส่งต่อหรือแบ่งปันสื่อลามกอนาจารเด็กที่ได้มากับเพื่อนและสังคมออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศรีดา กล่าวต่อถึงผลการสำรวจการเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชน พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ทำการสำรวจ มีเด็กมากถึง 11,384 คน ที่เล่นเกมออนไลน์ โดยเล่น 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 26 เล่น 3-10 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 30 เล่นมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน มีร้อยละ 5 และแจ้งว่ามีการพนันในเกมที่เล่น ร้อยละ 10 ส่วนเติมเงินซื้อของในเกม มีร้อยละ 34 โดยในจำนวนนี้ราวร้อยละ 7 มีการเติมเงินเดือนละ 201-500 บาท ขณะที่ผลของการเล่นเกมออนไลน์ทำให้เยาวชนไทย สนใจทำกิจกรรมอย่างอื่นน้อยลงมาก ร้อยละ 43 การเรียนแย่ลงมาก ร้อยละ 20 และ คววามสัมพันธ์กับคนในครอบครัวแย่ลงมาก ร้อยละ 13&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันเยาวชนไทย ร้อยละ 26 ใช้อินเทอร์เน็ตวันละ 3-5 ชั่วโมง มีจำนวนพอๆ กับกลุ่มที่ใช้วันละ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และมีเยาวชน ร้อยละ 15 ใช้อินเทอร์เน็ตวันละ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนอีกร้อยละ 22 ใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันมากกว่า 10 ชั่วโมง &amp;nbsp;ซึ่ง ร้อยละ 81 ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน และวัตถุประสงค์ที่เยาวชนใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือเพื่อพักผ่อนหรือความบันเทิง ร้อยละ 61&amp;rdquo; ดร.ศรีดา ให้ข้อมูลเพิ่มและกล่าวว่า ผลการสำรวจทำให้เห็นว่า เด็กมีความเชื่อและพฤติกรรมออนไลน์ที่สุ่มเสี่ยง อาจนำภัยมาถึงตัวได้ ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการกำหนดนโยบาย และวางแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดมาตรการ เครื่องมือ กลไก ที่จะช่วยเหลือเด็กจากภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ธีรารัตน์ &amp;nbsp;นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนจำนวนมากกำลังได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมาก ดังนั้น เวทีการประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนปลอดภัยจากสื่อออนไลน์ เป็นครั้งแรกที่องค์กรต่างๆ ในสังคมจะมาร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาให้ครบทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวัฒน์ พรหมโชติ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเด็กและเยาวชนเองคือคนที่รู้ปัญหาที่ดีที่สุด ทั้งเจอปัญหา รู้สถานการณ์ และสามารถทบทวนแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง เพราะต้องหาหนทางเอาตัวรอดให้ได้ ซึ่งการจะเอาความคิดของเด็กมาช่วยแก้ไขปัญหา มาเป็นเครื่องมือให้กับหน่วยงานต่างๆ ต้องให้ความสำคัญกับเยาวชนเข้าร่วมคิดร่วมทำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ในลักษณะเด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน เพื่อให้เยาวชนอยากเดินหน้าและส่งต่อสิ่งดีๆ กับเพื่อนเยาวชนและสังคมสืบไป ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นไปได้แบบนี้จะทำให้การแก้ปัญหาภัยออนไลน์ในเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78510</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ดีอีเอส, ภัยออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชน, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c723dd9f60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอลโลกปลุกพนันออนไลน์พุ่ง พบคนไทยเป็นหนี้พนัน1.2หมื่นล.ดันวาระแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวทีประชุมวิชาการถกปัญหาพนัน หวั่นฟุตบอลโลก 2018 ทำพนันบอลออนไลน์พุ่ง เผยปี 60 คนไทยเล่นพนันเกือบ 29 ล้านคน เริ่มเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุด 6 ขวบ หวยรัฐมอมเมาอันดับ 1 สูบปีละ 1.4 แสนล้าน รองลงไปคือหวยใต้ดิน ไพ่ และพนันบอล พบกว่า 9 แสนคนเป็นหนี้พนันรวม 1.2 หมื่นล้าน เสนอเป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ ศูนย์ศึกษาปัญหาพนัน ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมวิชาการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันปี 2561 &amp;quot;ชีวิตเสี่ยงพนัน...จะป้องกันเยาวชนอย่างไร?&amp;quot; โดยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า ปัญหาการพนันมีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อตัวบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาวะ หนี้สิน ความยากจน และอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับการพนันมากขึ้น ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงกลุ่มอาชีพแรงงานด้วย ที่น่าเป็นห่วงคือในเดือนมิถุนายนนี้จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ยิ่งทำให้มีการพนันฟุตบอลออนไลน์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชษฐ์กล่าวว่า ผลสำรวจสถานการณ์การเล่นพนันของนักเรียนมัธยมต้น ปี 2561 พบว่า เด็กเริ่มเล่นพนันครั้งแรกตอนอายุน้อยที่สุดที่ 6 ปี ส่วนผลสำรวจประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบผู้เริ่มต้นเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุดที่ 7 ปี เหตุผลที่เริ่มเล่นพนันเพราะอยากลอง เล่นสนุกชั่วครั้งชั่วคราว พนันด้วยเงินเล็กน้อย แต่จะเพิ่มระดับขึ้น ทั้งวงเงินและความถี่ในการเล่น ยิ่งเล่นนานยิ่งเล่นหนัก อาการที่เห็นชัดคือ ถ้าไม่ได้เล่นพนันจะรู้สึกกระสับกระส่ายเหมือนติดเหล้า ติดบุหรี่ ยิ่งผู้สูงอายุติดพนันจะมีปัญหาตามมามากกว่าคนวัยอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ สำรวจสถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทยเป็นประจำทุก 2 ปี โดยปี 2560 สำรวจจากประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15 กันยายน-12 ตุลาคม 2560 รวม 7,008 ตัวอย่าง พบว่า คนไทยร้อยละ 75.2 หรือเกือบ 40 ล้านคน เคยเล่นพนัน เกินครึ่งเริ่มเล่นพนันครั้งแรกตอนอายุไม่เกิน 20 ปี กลุ่มเริ่มเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุดที่ 7 ปี เริ่มจากเล่นพนัน 4 ประเภท คือ ไพ่ หวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาล และบิงโก โดยผู้เล่นพนันร้อยละ 20 มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพขณะเล่นพนัน คือร้อยละ 12 สูบบุหรี่ ร้อยละ 8.2 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร้อยละ 7 รับประทานของหวานหรือขนมขบเคี้ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาพรวม ปี 2560 คนไทยเล่นพนันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 54.6 หรือเกือบ 29 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 ล้านคนเมื่อเทียบกับปี 2558 ในจำนวนนี้เป็นนักพนันหน้าใหม่หรือเริ่มเล่นพนันครั้งแรกในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาถึงกว่า 6 แสนคน ที่น่ากังวลใจ พบว่ากลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุมีการเล่นพนันเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับผลสำรวจปี 2558 สำหรับการพนันยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน ไพ่ พนันทายผลฟุตบอล และพนันพื้นบ้าน ที่น่าสังเกตคือ การเพิ่มปริมาณสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบก้าวกระโดด ทำให้วงเงินพนันสลากเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากกว่า 7 หมื่นล้านบาทในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 1.4 แสนล้านบาทในปี 2560 และมีผู้เล่นพนันสลากเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14.2 คือจาก 19 ล้านคนในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 21.4 ล้านคนในปี 2560 ส่วนหวยใต้ดิน วงเงินพนันโตขึ้นร้อยละ 3.2 อยู่ที่ 135,142 ล้านบาท จำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 มาอยู่ที่ 17.3 ล้านคน คือทั้งสลาก ทั้งหวยใต้ดิน มีคนเล่นเพิ่ม มีวงเงินพนันเพิ่ม และผู้ที่เล่นพนันทั้งสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดินมีมากถึง 12.6 ล้านคน&amp;rdquo; รศ.ดร.นวลน้อยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.นวลน้อยกล่าวว่า ผู้เล่นพนันได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ร้อยละ 20.4 หรือ 5.9 ล้านคน เช่น รู้สึกเครียด ขาดเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีปากเสียงทะเลาะกับคนในครอบครัว เสียเวลาทำงานหรือการเรียน เป็นหนี้ สุขภาพเสื่อมโทรม ฯลฯ และประมาณกว่า 9 แสนคนมีหนี้สินที่เกิดจากการพนันรวมกันประมาณ 12,258 ล้านบาท หรือเฉลี่ยคนละ 13,188 บาท เมื่อให้ผู้เล่นพนันประเมินว่าตนเองติดพนันหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 16.1 หรือประมาณ 4.66 ล้านคน ประเมินว่าตนเองติดการพนัน เพศชายมีสัดส่วนคนติดพนันมากกว่าเพศหญิง แม้คนติดพนันส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 30-49 ปี แต่น่ากังวลที่มีเยาวชนอายุ 15-25 ปี ประมาณกว่า 4 แสนคน และผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปอีกเกือบ 7 แสนคน มองว่าตนเองติดพนัน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการพนันเป็นปัญหา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม จำเป็นต้องเร่งแก้ไขและหามาตรการป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุ ไม่ให้เข้าสู่วงจรนักพนัน รวมถึงหามาตรการช่วยเหลือผู้ติดพนันในกลุ่มวัยต่างๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย มาตรการ และกลไกที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการพนันต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9418</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, พนันบอลออนไลน์, มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ, รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd83756b6a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดเงินพนันสะพัดมหาศาล!จี้&#039;บิ๊กป้อม&#039;ทำงานเชิงรุกรับมือพนันฟุตบอลโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายธนากร &amp;nbsp;คมกฤส &amp;nbsp;เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน นายพงศ์ธร จันทรัศมี &amp;nbsp;ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาการพนัน &amp;nbsp;มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ นำกลุ่มเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายรณรงค์หยุดพนันกว่า30คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานด้านตำรวจและกีฬา เสนอให้มีแผนปฏิบัติการเชิงรุก เตรียมความพร้อมรับมือปัญหาพนันฟุตบอลโลก2018 ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนและถ่ายทอดสดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนากร &amp;nbsp;กล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลจัดถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ชมและเชียร์ฟุตบอลโลก2018 ทุกนัด &amp;nbsp;คาดว่าจะมีเงินสะพัดในวงจรพนันบอลโลกครั้งนี้จำนวนมหาศาล มีเด็กเยาวชนและกลุ่มคนวัยทำงาน สนใจเล่นพนันจำนวนมาก จากการสำรวจของฝ่ายวิชาการ พบเด็กไทยเล่นพนันแล้วร่วม3ล้านคน มีเว็บพนันออนไลน์มากกว่า2แสนเว็บ และจากช่วงฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา เด็กไทยใช้เงินพนันบอลเฉลี่ยต่อนัด สูงขึ้นเกือบเท่าตัวจาก1,800บาทเป็น 3,000บาท โดยเล่นพนันผ่าน3ช่องทาง คือ 1.เล่นพนันกับคนใกล้ชิด อาจเป็นเพื่อน หรือคนรู้จักในชุมชน หรือการท้าพนันกันในร้านอาหาร เช่น ร้านข้าวต้ม และผับบาร์ต่างๆ &amp;nbsp;2.ยังพบการเล่นผ่านโต๊ะรับแทงพนัน กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน และ3. เล่นผ่านเว็บไซต์พนัน ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากโต๊ะรับแทงพนัน จึงอยากให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้รณรงค์หยุดพนันผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในแต่ละนัด ตั้งแต่รอบแรกไปจนนัดชิงชนะเลิศ เพราะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว่า 70%แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ธร จันทรัศมี &amp;nbsp;ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาการพนัน &amp;nbsp;มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชม รัฐบาลที่ได้ประสานให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันทายผลฟุตบอลออนไลน์ที่กำลังระบาดหนัก &amp;nbsp;ในการนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล เครือขายจึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาล โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่กำกับดูแลงานด้านตำรวจและกีฬา ดังนี้ 1.ขอให้ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทุกนัด มีการรณรงค์สอดแทรกโทษภัยของการพนัน เชิญชวนให้เชียร์ฟุตบอลโดยไม่พนัน &amp;nbsp;ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้บรรยายกีฬารณรงค์ไปในทางเดียวกัน 2.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันฟุตบอลอย่างถาวรเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เพราะปัญหาพนันบอลนำมาซึ่งความเสื่อมทั้งในวงการกีฬา และทำให้เกิดคดีอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น 3.ขอให้สั่งการสนับสนุนการขับเคลื่อนความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ 10 องค์กรภาครัฐและภาคประชาสังคม ที่ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ เมื่อวันที่ 9มีนาคม ที่ผ่านมา &amp;nbsp;และ 4.เครือข่ายฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐ &amp;nbsp;ในการรณรงค์หยุดพนัน ตลอดจนเฝ้าระวังแจ้งเหตุ เพื่อหนุนเสริมการดำเนินงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุวนัน ลีลาขจรจิต แกนนำเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามหลักแล้วหากสื่อใดนำเสนอเนื้อหาที่นำไปสู่การเล่นพนัน ควรรับผิดชอบในการรณรงค์เพื่อไม่ให้ผู้รับชมเล่นการพนันด้วย การที่รัฐบาลได้คืนความสุขให้ประชาชนด้วยถ่ายทอดสดให้ประชาชนคนไทยได้ชมฟุตบอลโลกสดครบทุกนัด หากรัฐบาลจะคืนความสุขอย่างสมบูรณ์ ขอให้ท่านรองนายกฯได้มอบหมายให้สถานีโทรทัศน์ทั้งสามช่องที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดสด รับภารกิจการรณรงค์หยุดพนันในช่วงการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเราทำให้ประชาชนไม่คิดเล่น ไม่อยากเล่น และไม่กล้าเล่นพนันได้ คาดว่าปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดจากการเล่นพนันฟุตบอลโลกครั้งนี้จะลดลง เท่ากับเป็นการลดภาระงานและต้นทุนสาธารณะของทุกหน่วยงาน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;กรมสุขภาพจิต กระทรวงศึกษาธิการ และอื่นๆ ได้อย่างมาก และอยากเชิญชวนให้เพื่อนเยาวชนหันมาเชียร์กีฬาโดยปลอดจากการพนันกันดีกว่า เพราะจบจากการแข่งขันแล้วเราจะไม่ทุกข์ไปกับผลกระทบที่ตามมา&amp;rdquo;น.ส.สุวนัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายธีระศักดิ์ &amp;nbsp;เพ็งยิ้ม ผู้ช่วยประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเห็นปัญหาการพนัน และเอาจริงเอาจังนี้กับเรื่องนี้ โดยขอให้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้มงวดในช่วงบอลโลกเป็นพิเศษ ยิ่งน่าห่วงคือ เซฟเวอร์เว็บพนันบอล อยู่ต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดหรือปิดเว็บได้ ยิ่งการแข่งขันแมทใหญ่ๆ การพนันยิ่งทวีคูณเท่าตัว อย่างไรก็ตามในส่วนของเครือข่ายเยาวชนเองได้มีการจัดทำคลิปรณรงค์หยุดพนันบอล เพื่อเผยแพร่ตามช่องทางสื่อต่างๆ เพื่อต้องการป้องกันสังคมให้ปลอดจากการพนัน อย่างน้อยก็สื่อให้เขาเห็นว่าการเล่นพนันไม่ใช่สิ่งที่ดี โดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่ขณะนี้กลายเป็นเหยื่อหลายราย &amp;nbsp;และอยากให้ผู้ใหญ่ มองว่าเด็กคือทรัพยากรที่สำคัญ อย่ามองว่าเด็กเป็นตัวปัญหาของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9212</URL_LINK>
                <HASHTAG>พนัน, พนันฟุตบอลโลก, ฟุตบอลโลก, มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa65dec0ec0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
