<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลหนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ไม่รอลงอาญาติดคุกสถานเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Zero Accident เปิดเวทีสะท้อนปัญหาดื่มแล้วขับ โพล 93% หนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ต้องเพิ่มโทษหนัก ไม่รอลงอาญา ติดคุกสถานเดียว ส่วนผู้ขายต้องมีส่วนร่วม &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; ลดความสูญเสียบนถนน มั่นใจ &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; สร้างความตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม วิทยากรชี้เป้า กฎหมายบ้านเราไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ คนเมายังขับรถ สังคมต้องใส่ใจ เหยื่อเมาแล้วขับพุ่งชนถึงในบ้านลูกชาย 1 ขวบดับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราสูญเสียจากน้ำเมามากเกินพอแล้ว &amp;ldquo;Our life lost to alcohol is one too many&amp;rdquo; ข้อความขนาดใหญ่ด้านหน้าเวทีเสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำ และการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo;จัดโดยเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน มีวิทยากร ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล ม.ราชภัฏสวนดุสิต นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผจก.ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ ดำเนินรายการโดย นฤบดี จันทรส เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ข่าวสารที่พบเห็นการสูญเสียบนท้องถนนมากมาย และยังมีอีกที่ไม่ปรากฏเป็นข่าว เทศกาลสงกรานต์มีทั้งความสุขและความสูญเสียเหมือนกับทุกเทศกาล สสส.เริ่มดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่ปี 2546 โดยสนับสนุนภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมส่งเสริมการสร้างมาตรการองค์กรและมาตรการชุมชนเพื่อความปลอดภัยทางถนน ก่อนหน้านี้มูลนิธิเมาไม่ขับรณรงค์คนที่เมาไม่ขับรถบนท้องถนนเป็นการทำงานในลักษณะบุคคล สสส.ให้กลุ่มคนที่สนใจจัดตั้งเป็นองค์กรหน่วยงานด้วยการหนุนให้เข้มแข็ง เห็นเป้าหมายร่วมกัน &amp;ldquo;7 วันระวังอันตราย&amp;rdquo; กระตุ้นภาคีทุกภาคส่วนให้ช่วยกันตระหนักเพื่อลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจากกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในเดือนเมษายน ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีจำนวน 17,584 คน ลดลงเหลือเพียง 550 คน ในปี 2563 ของเดือนเดียวกัน หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 96.8 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากการประกาศเคอร์ฟิว การห้ามจำหน่ายสุรา รวมถึงการปิดผับบาร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้มีผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการเอาจริงเอาจังของการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการตรวจจับดื่มแล้วขับ เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้ ดังนั้นการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีจะยิ่งช่วยให้ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น การใช้ฐานข้อมูลความผิดซ้ำทำให้ทุกคนระมัดระวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มากยิ่งขึ้นด้วย ภาคีเครือข่ายสนับสนุนเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้ กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อย่าให้การสูญเสียเกิดขึ้นในสังคมหรือเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชมวีดิทัศน์ &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ซ้ำๆ ใครผิด&amp;rdquo; ไทยรัฐทีวีช่อง ๓๒ นำเสนออุบัติเหตุบนท้องถนน 11,997 ราย มีการทำผิดซ้ำ 277 ราย ปีใหม่ 2564 มี 4,435 คดี มีผู้ทำความผิดซ้ำ 203 ราย ใกล้เคียงกับปีก่อนแสดงว่ามาตรการบังคับใช้ยังเอาไม่อยู่ หรือ กฎหมายยังไม่หนักพอที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดหลาบจำได้ กล้าที่จะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่จะบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาแต่อย่างใด ในขณะที่ผู้ผลิตผู้ขายแอลกอฮอล์ต่างก็โยนความผิดไปให้กับผู้ดื่ม มีใครบางคนลอยนวล ผู้ผลิตผู้ขายในผับในบาร์ล้วนส่ายหน้าไม่รับผิดชอบ อีกทั้งยังมีวาทกรรมที่ว่า &amp;rdquo;ดื่มแบบรับผิดชอบ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำและการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; กล่าวว่า เมื่อดูจากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าบ้านเราเรื่องเมาแล้วขับเป็นหัวข้อถกเถียงความผิดและความรับผิดชอบ 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ 7 วันแห่งความสุข แต่เป็นเรื่องการสูญเสียเข้ามาแทนที่ ปกติการดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีการตรวจเป่าแอลกอฮอล์ถ้าปล่อยให้เนิ่นนานเกินกว่า 3 ชั่วโมงก็จะหายไป ยิ่งปล่อยให้ข้ามวันไปแล้วการเป่าตรวจแอลกอฮอล์ก็จะไม่พบสารแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ยิ่งมีคำสั่งให้ตรวจย้อนหลังก็จะไม่พบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ศ.2561-2563 มีการสำรวจ 2,152 ตัวอย่าง จากคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จนถึง 45 ปี รวม 16 จังหวัด ระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. พบว่าเด็กที่อยู่ในวงเหล้ากินเหล้าตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากมีสมาชิกในครอบครัวดื่มเหล้าและพาลูกหลานเข้ามาอยู่ในวงเหล้าด้วย เมื่อสำรวจแล้ว 17-20% การรับรู้ กฎหมายและบทลงโทษ 82.57% ที่มีทั้งบทปรับและจำคุก อีก 17% ไม่รู้และไม่แน่ใจว่าบทลงโทษปรับเท่าไหร่ 56.37% รู้แล้วว่าเมาแล้วขับมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อครอบครัวญาติพี่น้อง 36.31% การรับรู้ กฎหมายบังคับใช้ถ้าเมาขับรถแล้วไม่มีสติ ไม่ใส่หมวกกันน็อก โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า ผลกระทบจากความรุนแรงเมาแล้วขับส่งผลกระทบต่อครอบครัวหลายพันหลายหมื่นครอบครัว 25% มักจะพูดว่าตัวเองไม่เมา เราทำอะไรกันได้บ้าง ได้แต่พูดกันว่าขอให้เป็นคนสุดท้าย แล้วสังคมไทยก็วนเวียน เราต้องส่งสัญญาณถึงคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบ เรามาช่วยกันตั้งโจทย์ดื่มแล้วขับมีเรื่องราวหลายมิติ อยากเห็นผู้รับผิดชอบทั้งต้นน้ำ โดยเฉพาะผู้จำหน่าย กลางน้ำเป็นกลุ่ม A ปลายน้ำ ตำรวจตั้งชุดตรวจจับแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2562 ตรวจแล้วนำส่งฟ้องภายใน 24 ชั่วโมงเป็นความผิด ศาลแขวงสั่งคุมประพฤติ 1.2 หมื่นคน จำนวนนี้มีขาประจำมีความผิดซ้ำ 300 กว่าครั้ง เป็นเพียงเทศกาลเดียวยังทำความผิดซ้ำมากขนาดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มูลนิธิแห่งเอเชียนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ ปี 2557-2558 คนทำผิดซ้ำ 2-3 ครั้งเกือบพันคน จะเห็นได้ว่าบทลงโทษไม่หนักพอทำให้ผู้ทำผิดกล้าทำผิดซ้ำอีกโดยไม่กลัวโทษของ กฎหมาย หนุ่มขับรถหรูมาจอดในที่คนพิการในสนามบินสุวรรณภูมิ มีกล้องวงจรปิดจับภาพอยู่ก็ยังจอดค้างคืน 2 วัน เสียค่าปรับ 500 บาท บทลงโทษไม่หนัก ต้องมีการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้นหรือกระจายสุ่มตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน New South Wales เพิ่มการตั้งด่านตรวจเข้มให้มากขึ้น กระจายด่านตรวจให้ทั่วถึง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากคนเมาแล้วขับเกือบครึ่งหนึ่งคือ 40% จะทำให้อัตราการตายลดลงได้ 15% หลายประเทศใช้มาตรการลงโทษหนัก ญี่ปุ่นเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุโทษจำคุก สิงคโปร์ครั้งแรกใช้โทษปรับรุนแรง ครั้งที่ 2 ปรับเป็นเงิน 4.5 แสนบาท นอร์เวย์ถ้าทำความผิดซ้ำภายใน 5 ปี โทษยึดใบขับขี่ตลอดชีพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละประเทศมีบทลงโทษที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องรับผิดต่อบุคคลที่ 3 อย่างจำกัด เฉพาะกรณีที่ได้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มึนเมาเป็นอาจิณและผู้เยาว์ บุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทั้งยังมีมาตรการทาง กฎหมาย มีการอบรมแก่ผู้มีใบอนุญาต รวมถึงพนักงานให้มีความเข้าใจถึง กฎหมายและความรับผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดูลักษณะของความมึนเมาและวิธีจัดการกับสถานการณ์นั้น อบรม ABC&amp;rsquo;s Licensee Education on Alcohol and Drugs (LEAD) program อบรม 4 ชั่วโมง เป็นการอบรมที่เกิดจากความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในมลรัฐนิวยอร์กและมลรัฐอิลลินอยส์กำหนดหลักการก่อช่องแห่งภัยที่ถือว่าผู้ประกอบการนั้นเป็นผู้ก่อที่สร้างเงื่อนไขนำไปสู่เหตุละเมิดได้ ผู้ก่อไม่ใช่ผู้กระทำละเมิดโดยตรงแก่โจทก์ แต่การกระทำของผู้ก่อเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เกิดการละเมิดของจำเลย แต่เพื่อป้องกันความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการที่อาจจะมีความรับผิดเกินสมควร จึงกำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะต้องรับผิดนั้น ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุที่ใกล้เคียงก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทำให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิ์ที่จะฟ้องให้ผู้ประกอบการรับผิดจากการกระทำของบุคคลที่มึนเมา ซึ่งเป็นลูกค้าของผู้ประกอบการ คือ กฎหมายแดรมชอปกล่าวถึงความรับผิดของผู้ประกอบการ กรณีใดที่ผู้เสียหายสามารถฟ้องผู้ประกอบการได้ รวมถึงค่าเสียหายที่ผู้เสียหายจะสามารถเรียกได้จากผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในประเทศฝรั่งเศสมีระบบการออกใบอนุญาตที่เข้มงวดมาก ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม กฎหมายในฝรั่งเศสได้จะต้องผ่านการอบรมก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทที่ได้รับใบอนุญาต ทั้งยังมีการแจกคู่มือในเรื่องวิธีการสังเกตอาการเมา รวมถึงวิธีการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ลูกค้าเมาไว้ให้แก่ผู้ประกอบการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยควรกำหนดนิยามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551ให้มีความละเอียดเหมือนประเทศฝรั่งเศสที่แยกประเภทและชื่อเรียกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกต่างกันตามปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มนั้น ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมายกรณีที่ผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างผิด กฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันประเทศไทยควรจัดทำคู่มือในการดูลักษณะของบุคคลที่มีอาการมึนเมา รวมถึงวิธีการรับมือในสถานการณ์นั้นแก่ผู้ประกอบการ มีแบบประเมินความเมาก่อนซื้อ แบบประเมินนี้จะใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการสงสัยว่าลูกค้ามีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้เท่านั้น อีกทั้งการเพิ่มมาตรการในการประชาสัมพันธ์หรือการโฆษณาตามโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลผลสำรวจของสวนดุสิตโพลต่อมาตรการเพิ่มโทษและห้ามการรอลงอาญาในความผิด &amp;ldquo;ดื่มแล้วขับ&amp;rdquo; ในกลุ่มตัวอย่าง 2,152 ราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า กว่าครึ่งร้อยละ 56.37 เคยพบเห็นหรือตกอยู่ในเหตุการณ์เมาแล้วขับ โดยเกือบทั้งหมดร้อยละ 93.96 เห็นด้วยว่าควรมีการเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ทำผิดซ้ำ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และร้อยละ 87.45 เห็นด้วยหากผู้ที่กระทำผิดซ้ำในข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นครั้งที่ 2 ควรถูกตัดสินโทษจำคุกอย่างเดียวโดยไม่รอลงอาญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังเห็นด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรที่มีประสิทธิภาพ เคารพกฎหมาย จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การ &amp;ldquo;เมาขับ&amp;rdquo; กลับมาสร้างความสูญเสียอีก จึงเสนอข้อพิจารณาให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มีมาตรการที่ไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ต้น-กลางและปลายน้ำ แต่ในระยะเร่งด่วนนี้ ให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; เพื่อสร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจเหล้าปีหนึ่งๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรณรงค์ของธุรกิจน้ำเมาให้ &amp;ldquo;ดื่มอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; Responsible Drinking ฟังดูดี บางคนเห็นคล้อยตามธุรกิจ แต่ถือว่าเป็นการพูดอย่างไร้ความรับผิดชอบ และไร้ความละอาย โยนความผิดให้ลูกค้าว่า เพราะดื่มไม่รับผิดชอบ จึงเกิดปัญหา ทั้งๆ ที่ธุรกิจน้ำเมาไม่มีสิทธิ์บอกว่า ให้คนดื่มรับผิดชอบ แต่ต้องพูดว่า &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; จึงจะถูกต้อง มีงานวิจัยต่างประเทศระบุว่า การรณรงค์ให้ดื่มอย่างรับผิดชอบ ไม่ได้ลดปัญหาจากการดื่ม แต่เป็นเพียงวิธีทางการตลาดของธุรกิจน้ำเมาที่ทำให้ยอดขายสูงขึ้น โดยทำให้คนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน เกิดความประมาท เข้ามาเป็นนักดื่มหน้าใหม่มากขึ้น และอายุของนักดื่มลดต่ำลง ทำให้เกิดการเสพติดมากขึ้น ธุรกิจน้ำเมาจึงได้ลูกค้าระยะยาว สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสังคม เพิ่มความรุนแรงในครอบครัว ทำลายอนาคตเยาวชน เกิดอาชญากรรม และสร้างปัญหาเศรษฐกิจในสังคมทุกระดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธุรกิจการตลาดส่งเสริมการขายทำให้คนประมาท กลายเป็นนักดื่มเยาวชน นักดื่มหน้าใหม่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าระยะยาว บุหรี่ก็ใช้วิธีการนี้เช่นกัน มีการฟ้องร้องในศาลถูกบังคับให้เอาหลักฐานในศาล &amp;quot;อนาคตบุหรี่อยู่ได้ต้องทำให้เยาวชนเป็นนักสูบ&amp;quot; ขณะนี้ บ.เหล้าต่างประเทศลงทุนตั้งชมรมรักกันเตือนภัยในมหาวิทยาลัยรณรงค์ให้เด็กดื่มและรับผิดชอบต่อตัวเอง เป้าหมายให้เด็กดื่มเร็วขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่าดื่มไวน์วันละแก้วเป็นประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจ ทำให้งานวิจัยได้รับสปอนเซอร์จาก บ.ไวน์และเหล้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการเก็บข้อมูลจากงานวิจัย 600 งาน ใน 200 ประเทศ ใช้เวลา 26 ปี ได้ข้อสรุปว่า ไม่มีขนาดแอลกอฮอล์ปลอดภัยแม้ดื่ม 1 แก้ว แต่เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็ง แม้จะไม่เป็นโรคหัวใจ การดื่มน้อยรับผิดชอบสุขภาพตัวเองไม่ได้ การดื่มเหล้าเพียง 1 แก้ว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ส่งผลให้การตัดสินใจช้าหลายวินาที อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์อันตรายมากที่สุด เพราะการตัดสินใจไม่ดีพอคือเมา บางคนแม้ไม่เมาก็ตัดสินใจช้าอยู่แล้วก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในต่างประเทศมี กฎหมายบังคับ รถกระบะห้ามคนจำนวนมากขึ้นรถกระบะ ร้านขายเหล้าในต่างประเทศต้องมีใบอนุญาต ถ้าทำผิดต้องยึดใบอนุญาต เป็นเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน สิ่งเหล่านี้สังคมไทยต้องเรียนรู้ เพราะคน 70% เป็นเหยื่อเมาแล้วขับ &amp;ldquo;ผมขอเรียกร้องให้สังคมไทยสนใจปัญหา ธุรกิจเหล้าร่ำรวยมหาศาล ติดอันดับสร้างปัญหาให้สังคม ปีหนึ่งๆ ทำให้คนเสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน และยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค เกิดปัญหาสร้างความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุบนท้องถนน มาตรการควบคุมยังไม่ดีพอ สังคมไทยจะต้องมีมาตรการให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม กฎหมายควบคุมการโฆษณา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฎหมายบ้านเราไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ ถ้ามีปัญหาจะเคลียร์กับตำรวจได้ไหม ดังนั้นเราจะเห็นคนขับแล้วเมาก็ยังกล้าขับรถโดยไม่ยอมใช้รถสาธารณะ มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง มีการซื้อ license ในการทำความผิด อย่างที่เรียกว่า เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ยอม ด้วยพฤติกรรมของคนที่คิดว่าไม่คุ้ม แต่ไม่กล้าเมาและขับในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากบทลงโทษสูงมาก ถ้าเมาแล้วขับรถให้รับผิดชอบตัวเอง ไม่มีใครกล้าเสี่ยงด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน club house มีการพูดกันผมว่าผมรอดตลอด แต่คนที่ถูกตำรวจจับถือว่าเป็นความซวย เพราะเจอตำรวจไม่ยอม ประสบการณ์ของคนเป็นไกด์จะให้ข้อมูลอย่างละเอียดในการขับรถถูกต้องตาม กฎหมายในประเทศต่างๆ พร้อมกับสำทับด้วยว่า ถ้าเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุ ไกด์ก็ช่วยเหลือไม่ได้ หลายประเทศต้องมีใบอนุญาตขับรถสากลจึงจะขับรถในประเทศของเขาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกิดเหตุทุกครั้งมีคนบาดเจ็บและตาย ให้อำนาจหมอตรวจแอลกอฮอล์ การที่ปล่อยให้คนเมาขับรถเป็นการละเมิดสิทธิ์คนปกติ เราต้องออก กฎหมายให้ร้านค้ามีความรับผิดชอบในการขายแอลกอฮอล์ให้กับผู้ซื้อที่มีอาการเมามายแล้วเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเมาแล้วขับรถ ส่วนใหญ่แล้วคนเมาขับรถจะอ้างว่าตัวเองไม่ได้เมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทำธุรกิจก็คือคนทำธุรกิจ แต่ธุรกิจน้ำเมาเป็นธุรกิจที่ไม่ปกติ เพราะตัวสินค้าทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคม ทั้งจากปัญหาอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท ฯลฯ สิ่งสำคัญทำอย่างไรให้คนไทยรู้ถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในการทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับ ตนเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้คนไทยลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สำหรับกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถลด ละ เลิกได้ มูลนิธิเมาไม่ขับขอวิงวอน อย่าได้ออกมาขับรถอย่างเด็ดขาด เพราะมีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นแล้วยังมีภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งกับตนเองและผู้อื่น เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;ldquo;ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;สนั่น สุทธิประภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การสังสรรค์ดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข แต่กลับไปก่อทุกข์ให้กับคนอื่น ไม่ใช่ความสุขแน่ๆ อนาคต 7 วันแห่งความสุข 365 วันแห่งความสุขของทุกคน ไม่มีใครสูญเสียจากความไม่รับผิดชอบจากคนไทยด้วยกันเอง ครอบครัวสุทธิประภานอนอยู่ภายในบ้านตัวเอง แต่มีโชเฟอร์เมาแล้วขับพุ่งเข้ามาถึงในบ้าน ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียบุตรชาย 1 คน ภริยาและบุตรสาวบาดเจ็บได้รับการรักษา&amp;rdquo; เป็นประเด็นสำคัญที่ สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ นับเป็นความสูญเสียที่ไม่เคยลืม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สนั่นเล่าถึงบรรยากาศเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาจนตั้งตัวไม่ทัน เพราะกำลังนอนหลับอยู่ รถยนต์พุ่งเข้าชนในบ้าน ทำให้บุตรชายวัย 1 ขวบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีในบ้านย่านปทุมธานี ส่วนลูกสาวบาดเจ็บต้องผ่าตัด ส่วนภริยาอีกปีหนึ่งได้รับการผ่าตัด เพราะมีผลกระทบต่อสมองและสายตา ส่วนผู้ที่ขับรถยนต์เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และทราบว่ามีอาการเมาสุราด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้ &amp;ldquo;ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างมาไวเกินไปไม่ทันได้ตั้งตัว เพื่อนข้างบ้านมาช่วยเอารถยนต์ออกจากบ้านและนำศพลูกชายออกมา อยากฝากว่าเมาแล้วขับขนาดนอนอยู่ในบ้านยังทำให้เกิดความสูญเสียได้ ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุคือ สถานบริการควรปิดให้เร็ว เพื่อไม่ให้คนมีเวลาดื่มนาน รวมถึงโทษที่เกิดจากเมาแล้วขับควรเพิ่มมากขึ้น เพราะจะได้เกิดความกลัวกฎหมายไม่กล้าทำผิดซ้ำอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97372</URL_LINK>
                <HASHTAG>Zero Accident, ขายอย่างรับผิดชอบ, ดร.ณัฐพล แย้มฉิม, ดื่มแล้วขับ, นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์, นพ.แท้จริง ศิริพานิช, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, มูลนิธิเมาไม่ขับ, ศวปถ., ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), สคล., สนั่น สุทธิประภา, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605da079d3ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมาไม่ขับ&#039; จับมือ &#039;ซูเปอร์โพล&#039; เผยผลสำรวจปชช.บอกพึ่งพากระบวนการยุติธรรมไม่ได้ จี้ &#039;ตร.-อัยการ&#039; แจงสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63 -&amp;nbsp;นายแพทย์ แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการ มูลนิธิ เมาไม่ขับ ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ยุติธรรมพึ่งได้ หวังได้ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,281 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26 - 28 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.2 ต้องการให้ อัยการ และ ตำรวจ ออกมาชี้แจง กรณีสั่งไม่ฟ้อง คดีบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.7 ระบุ ฝ่ายการเมือง นักการเมือง เชิญอัยการและตำรวจชี้แจง กรณีสั่งไม่ฟ้อง คดีบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเป็นการซื้อเวลา ลดกระแส ในขณะที่ร้อยละ 12.3 ระบุจริงใจแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.7 ต้องการให้ถ่ายทอดสดการชี้แจงของอัยการและตำรวจ ถ้าฝ่ายการเมืองนักการเมืองเชิญให้มาชี้แจง กรณีสั่งไม่ฟ้อง คดีบอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วง คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.1 ระบุพึ่งพากระบวนการยุติธรรมไม่ได้ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.6 รู้สึกหมดหวังต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ร้อยละ 82.5 เศร้าใจ เป็นทุกข์ ร้อยละ 82.3 อับอายไปทั่วโลก และร้อยละ 65.5 สูญเสียความภูมิใจในความเป็นคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.7 ระบุเป็นไปได้ที่จะเกิดการลุกลามบานปลายเกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองมากขึ้นไปอีก ในขณะที่ร้อยละ 38.3 ระบุเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.9 ต้องการมากถึงมากที่สุดให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดี ของบ้านเมือง ลงมาดูแลเยียวยาความรู้สึกของประชาชน กรณีอัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้อง คดี บอส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ แนวโน้มประชาชนที่เห็นด้วยกับม็อบเยาวชนที่มุ่งโจมตีรัฐบาลในด้านต่าง ๆ เช่น ความล้มเหลวแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เรียกร้องยุบสภา แก้รัฐธรรมนูญ และกรณีล่าสุด อัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้องคดีบอส เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53.9 ในการสำรวจครั้งแรก มาอยู่ที่ร้อยละ 70.5 ในการสำรวจครั้งที่สอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 ระบุความเห็นของคนรุ่นใหม่ที่จะไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ในรัฐบาลและในหน่วยงานของรัฐ เพราะ ผู้ใหญ่ในรัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของผู้ใหญ่ด้วยกันในบ้านเมืองที่ไม่ดี ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนได้ จะให้เชื่อฟังได้อย่างไร ผู้ใหญ่ในรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายต่าง ๆ ของบ้านเมืองควรทำตัวให้ดีเป็นแบบอย่างที่ดีก่อน ไม่ใช่ประพฤติตัวประพฤติตนแบบที่เห็นอยู่ในทุกวันนี้ ในขณะที่เพียงร้อยละ 8.2 จะเชื่อฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.แท้จริง กล่าวว่า จากผลสำรวจของ ซูเปอร์โพล ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในขณะนี้และอยากให้ทั้งสองหน่วยงานออกมาชี้แจง ซึ่งก็สอดคล้องกับตามที่มูลนิธิเมาไม่ขับได้ทำหนังสือขอให้สองหน่วยงานดังกล่าวออกมาแสดงเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้องด้วย เพื่อช่วยลดความเคลือบแคลงสงสัยต่อกระบวนการยุติธรรมและฟื้นฟูความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนและของชาวโลกต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, ซูเปอร์โพล, มูลนิธิเมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1fe46d322b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงโทษหนักเมาขับชนตาย เตือนมีสติหวังลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตรวจความพร้อมขนส่งหมอชิต รองรับ ปชช.เดินทางช่วงปีใหม่ เตือนให้มีสติหวังช่วยลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ &amp;nbsp; &amp;quot;มูลนิธิเมาไม่ขับ&amp;quot; เสนอแก้ กม.เมาขับชนคนตายติดคุกไม่รอลงอาญา ตร.ระดมกำลัง 8 หมื่นนายดูแล เส้นทางสายเหนือ-อีสานรถเริ่มหนาแน่น &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; เปิดทางพิเศษช่องเขาตากิ่วช่วยระบายรถเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารผู้โดยสารภาคกลาง ชั้น 1 สถานีขนส่งหมอชิต วันที่ 26 ธ.ค. เวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ &amp;quot;ปลอดภัย เมาไม่ขับ&amp;quot; โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม, นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และ น.พ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ประธานคณะกรรมการจัดโครงการปีใหม่ เมาไม่ขับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.แท้จริงรายงานว่า สถิติอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่เมื่อปี 2562 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 463 คน บาดเจ็บ 3,892 คน สาเหตุหลักใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ และขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด การไม่สวมหมวกกันน็อก การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.แท้จริงกล่าวว่า มูลนิธิเมาไม่ขับได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์และนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อขอเสนอให้พิจารณาแก้ไขบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับชนคนตาย จากจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี เป็นจำคุกตั้งแต่ 12-15 ปี แม้ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ก็ยังต้องถูกจำคุกอย่างน้อย 5 ปี ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถรอลงอาญาได้ อันจะส่งผลให้ผู้ที่เมาแล้วขับเกิดความเกรงกลัวมากกว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีบทลงโทษที่รุนแรง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะเช่นไร ก็จะได้รับโทษที่รุนแรงคือโทษจำคุกเสมอหน้ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้แล้ว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ ทางมูลนิธิได้เสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการกับสถานประกอบการ ร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มกินแล้วไปเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาสถานประกอบการร้านค้าไม่ได้รับบทลงโทษใดๆ ทั้งที่กฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี&amp;quot; นพ.แท้จริงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกรัฐมนตรีฟังรายงานจาก นพ.แท้จริงเสร็จ ก็ได้กล่าวแซวว่า &amp;quot;ถ้าไม่แน่จริงคงไม่ชื่อนี้ ผมอยากจะเปลี่ยนชื่อเหมือนกัน เป็นจริงใจ เข้าท่าไหม เพราะใจนายกฯ ไม่มีอะไร มีแต่อยากให้ทุกคนปลอดภัยและเดินไปข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า สำหรับมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัยนั้น ไม่ใช่แค่เทศกาลปีใหม่ แต่ต้องหามาตรการที่เหมาะสมทุกอย่าง โดยการผสมผสานบูรณาการจากเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รวมถึงในเรื่องการจราจรและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตนเห็นยังมีความขัดแย้งบ้าง เช่น เมาแล้วบอกไม่เมา ขนาดเป่าแล้วเดินไม่ตรงก็ยังบอกไม่เมา เจ้าหน้าที่ก็โดนเล่นงาน แต่ตอนนี้ดีที่มีกล้องจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขออย่าขัดแย้ง แต่ต้องช่วยกันป้องปราม ที่สำคัญคือต้องแก้ที่ต้นทาง ขณะที่วันนี้มีการสูญเสีย 30 ต่อ 1 แสนคน ซึ่งตามปฏิญญามอสโกต้องลดลงให้เหลือ 20 คน แต่สำหรับผมไม่ว่าจะ 10 คน หรือ 20 คน หรือจำนวนเท่าไหร่ ก็รู้สึกเสียใจทั้งสิ้นที่เห็นคนพิการนั่งรถเข็น อีกทั้งการสูญเสียก็มีทั้งผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ รถส่วนตัวและรถโดยสาร ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ควรสูญเสียต่อไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
บิ๊กตู่ย้ำมีสติลดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ต่อให้มีเครื่องมือมากมายหรือมีมาตรการใดออกมาก็ไม่สามารถแก้ไขได้ หากไม่เริ่มแก้ที่จิตสำนึกทุกคน โดยยึด 3 อย่าง คือ รักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่นที่ขับรถบนท้องถนน ต้องไม่ดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะพลขับ เพราะไม่ได้ตายคนเดียว จะพาคนอื่นตายด้วย จึงต้องรับผิดชอบคนอื่นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกคนต้องมีสติ ไม่เช่นนั้นพระก็ช่วยไม่ได้ ถ้าขับเกิน 80 พระไม่อยู่หลวงพ่อคูณก็กระโดดแล้วบอกกูก็ไม่อยู่หรอก อย่างไรก็ตาม ปัญหาทุกปัญหาเกี่ยวพันยึดโยงกันทั้งหมด ซึ่งปัญหาประเทศชาติมีมากมาย รัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง แต่ทุกอย่างต้องแก้ด้วยความร่วมมือพวกเราทุกคน ผมคาดหวังว่าปีใหม่นี้ต้องลดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้ได้มากที่สุดเป็น 0 เปอร์เซ็นต์ จะได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้เริ่มติดตามผลแล้ว ขอให้ลดให้ได้มากที่สุด หรือไม่ให้เกิดขึ้นเลย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งถึงความห่วงใยมาถึงประชาชนชาวไทย ดังนั้นขอให้ทุกคนช่วยรักษาความปลอดภัยในทุกเทศกาล โดยต้องลดการบาดเจ็บสูญเสียให้ได้ ขอให้ทุกคนน้อมรับไว้ใส่เกล้าฯ ซึ่งปี 63 ขอของขวัญปีใหม่คนไทยทุกคน ให้มีสติ ขับรถปลอดภัย ไม่ดื่มสุรา ไม่คุยโทรศัพท์ขณะขับรถ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ถ้าทำได้ ปีใหม่จะเป็นเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง และหวังว่าปีหน้าเราจะมีความสุขมากกว่าปีนี้ ซึ่งความสุขอยู่ที่ใจ และอยู่ที่ความพอเพียง ซึ่งน่าจะภาคภูมิใจมากกว่าคนรวยที่ทุจริต นอกจากนี้เน้นย้ำเรื่องการขับรถเร็ว และขับอย่างคึกคะนอง ขณะที่รถทัวร์โดยสารตนอยากฝากให้ช่วยคิดว่า รถมีความสูงเกินไปไม่เหมาะเดินทางไกลหรือไม่ ควรปรับให้ปลอดภัยขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่พูดอะไรให้เสียหาย แต่เราทุกคนต้องปรับตัว ทั้งรัฐ เอกชนและประชาชน เพราะวันนี้โลกไม่เหมือนเดิม ขอให้เทศกาลปีใหม่นี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขและความปลอดภัยบนท้องถนน และมีความสุขกันที่บ้าน วันนี้ทุกอย่างต้องสร้างความเข้าใจ เราจะขัดแย้งกันไม่ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ได้ย้ำฝ่ายความมั่นคงและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละ รวมถึงกำลังทหารกว่าหมื่นนายที่ดูแลชายแดน เขาอยู่มาเป็นปีๆ ไม่ได้กลับบ้าน ถือเป็นการเสียสละ ถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีเรา มีการสูญเสียมากกว่านี้ รวมถึงเรื่องอธิปไตยอะไรต่างๆ เพราะนี่คือครอบครัวคนไทย ใครตายแม้แต่คนเดียวผมเสียใจ เพราะทุกคนเป็นคนไทย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทาย รวมทั้งเยี่ยมบูธต่างๆ ที่มาให้บริการประชาชน ก่อนเดินไปดูการทดลองการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่บริเวณชานชาลา 1-3 โดยได้ทำการตรวจวัดนายจงกลรัตน์ ฉ่ำมณี พนักงานขับรถดีเด่นของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งจากการทดสอบก็ผ่านเกณฑ์ ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ทดลองเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยตนเอง พร้อมกับกล่าวทีเล่นทีจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังไงก็ชัวร์ ชัวร์ว่าไม่เมาเหล้า หลายคนบอกผมเมาหมัด ระวังเถอะ ระวัง&amp;rdquo; จากนั้นนายกฯ ได้เป่า และพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ &amp;quot;แต่จริงๆ ผมว่าน่าจะติดลบด้วยซ้ำไป เพราะไม่ได้ดื่มเหล้า&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ทดลองเครื่องป้องกันการหลับใน ซึ่งจะสั่นเมื่อผู้ขับขี่หลับและสัปหงก ก่อนที่จะขึ้นไปบนรถ บขส. เพื่อตรวจความเรียบร้อย และเดินขึ้นมาบนชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเป็นชั้นพักคอยของผู้โดยสารเพื่อเดินทางต่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้เดินทักทายพร้อมแจกชุดยาสำหรับเดินทางรวมทั้งลูกอมให้กับผู้โดยสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า อีสานบ้านเฮา ตนก็เป็นคนอีสาน แต่เว้าไม่ค่อยได้ ลืมเกือบหมดแล้ว แต่กินปลาร้าเป็น กินข้าวเหนียวแล้วต้องจับหู ก่อนจะอวยพรขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย และมีความสุขตลอดไป พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้รักประเทศชาติ รักประเทศไทย และระวังกระเป๋า อย่าให้ถูกมิจฉาชีพขโมย
ตร.8หมื่นนายดูแลปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ช่วงหนึ่งระหว่างเดินทักทายมีประชาชนแสดงออกผ่านสีหน้าว่าไม่พอใจ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ยื่นของที่ระลึกให้ ซึ่งประชาชนรายนั้นก็รับของไว้ และนายกฯ ถามว่า &amp;ldquo;เบื่อนายกฯ ใช่ไหม&amp;rdquo; ซึ่งประชาชนคนดังกล่าวพยักหน้ารับ จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;เบื่อใช่ไหม โอเค ไม่เป็นไร คุณเบื่อผมอย่างไร ผมก็เบื่อคุณไม่ได้ เพราะคุณเป็นคนไทย จำไว้ ไม่เป็นไร ขอบคุณที่เบื่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 80,000 นาย และภาคีเครือข่ายพร้อมปฏิบัติงานลดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยทางศูนย์ฯ จะติดตามสภาพการเดินทางของประชาชนอย่างใกล้ชิด และดำเนินการต่อเนื่องถึงวันที่ 3 ม.ค.2563 ซึ่งจากการติดตามขณะนี้ยังไม่พบปัญหาในเส้นทางใด แต่จะเฝ้าระวังใกล้ชิดในเส้นทางที่มักมีปัญหาการจราจรติดขัด เช่น ช่วงถนนมิตรภาพ กลางดง รวมถึงในพื้นที่จังหวัดที่มีตัวเลขการสูญเสียสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้จะเริ่มมีการเดินทางแล้ว และคาดว่าวันที่ 27 ธ.ค. จะมีการเดินทางมากขึ้น ซึ่งจะเน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงเส้นทางรอง เส้นทางเลี่ยง และเตรียมเปิดช่องทางพิเศษไว้แล้ว จึงขอให้ประชาชนศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางด้วย สำหรับปีนี้ได้สั่งการให้จัดพนักงานสอบสวนส่วนหน้าประจำในเส้นทางหลัก กรณีที่หากเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุ ให้เข้าไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ พร้อมเร่งคลี่คลายสถานการณ์แยกคู่กรณีโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาการจราจร&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนการตั้งด่านในช่วงปีใหม่ จะเน้นถนนสายรอง เพื่อบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก และการตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพราะจากสถิติปีที่ผ่านๆ มา อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดมากบนถนนสายรอง รวมทั้งเพื่อไม่ให้กระทบการจราจรบนถนนสายหลักด้วย ส่วนมาตรการยึดรถจากผู้เมาแล้วขับ ได้ให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน หากจำเป็นหรือเห็นว่ารถนั้นๆ เป็นหลักฐานในการกระทำความผิด ก็ให้ดำเนินการยึดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจจะเพิ่มการตั้งด่าน จุดสกัด ทั้งเพื่อความปลอดภัย ความมั่นคง และป้องกันการแข่งรถในทางสาธารณะ รวมทั้งทางการข่าวยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยการจัดงานปีใหม่และสวดมนต์ข้ามปีอย่างเต็มที่&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 แถลงผลการระดมกวาดล้างตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดและอาวุธปืนก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 487 คน ในจำนวนนี้มี 15 เครือข่าย ผู้ต้องหารายสำคัญ 25 ราย ผู้ต้องหาในคดีสมคบ 11 ราย พร้อมยึดของกลางยาบ้า 13,096 เม็ด, ไอซ์ 2,627.09 กรัม, กัญชา 68 กิโลกรัม 365.60 กรัม, พืชกระท่อม 3,418.40 กรัม, เคตามีน &amp;nbsp;661.35 กรัม และยังตรวจยึดอาวุธปืน 11 กระบอก, กระสุนปืน จำนวน &amp;nbsp;77 นัด ยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 12,209,816 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นการดำเนินการตามมาตรการเชิงรุก เน้นปราบปรามยาเสพติดเครือข่ายรายสำคัญในพื้นที่ ที่ผ่านมาได้มีการสืบสวนขยายผลจากผู้เสพไปยังผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้าระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ถึงระดับจังหวัด และผู้กระทำผิดที่อยู่ในเรือนจำ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับในข้อหาสมคบและสนับสนุน และศาลได้ออกหมายจับผู้กระทำผิด ซึ่งผู้กระทำผิดในข้อหานี้ส่วนใหญ่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับของกลางในรูปแบบตัวยาโดยตรง แต่จะเกี่ยวข้องในลักษณะมีความสัมพันธ์ทางการเงิน ไปจนถึงระดับสั่งการ ส่วนเครือข่ายยาเสพติดแฝดทมิฬ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและลพบุรี ที่แม้ว่าคู่แฝดจะถูกวิสามัญฯ ไปแล้ว แต่ก็ยังมีเครือข่ายที่เหลือยังอยู่ยังกระจายตัวลักลอบค้ายาเสพติด&amp;quot; ผบช.ภ.1 กล่าว
เส้นเหนือ-อีสานเริ่มคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในช่วงค่ำวันที่ 26 ธ.ค. เส้นทางขึ้นเหนือถนนสายเอเชียเริ่มมีปริมาณรถทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนา และเดินทางท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่เขตรอยต่อของอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ตลอดเส้นทางผ่านอำเภอไชโย ก่อนเข้าเขตของอำเภอพรหมบุรี &amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี การจราจรเริ่มกลับมาคึกคัก มีรถเพิ่มปริมาณเป็นจำนวนมาก แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ โดยความเร็วอยู่ที่ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งประชาชนบางส่วนเริ่มหยุดงาน และการลาพักผ่อนล่วงหน้า ต่างได้พากันทยอยเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารสาธารณะเพื่อเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการจราจรในวันที่ 27 ธ.ค. ที่คาดว่าจะมีจำนวนรถปริมาณมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเส้นทางภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว เปิดเส้นทางพิเศษช่องเขาตากิ่ว เชื่อมต่อระหว่าง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ และ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อเป็นเส้นทางเลี่ยงและทางเลือกให้กับประชาชนที่จะเดินทางทั้งไปและกลับระหว่างภาคตะวันออก-ภาคอีสานตอนล่าง ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อเป็นการระบายรถไม่ให้เกิดปัญหาแออัดหรือติดขัดสะสม จากปกติประชาชนที่เดินทางมาจากภาคตะวันออกจะนิยมใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่หลายจังหวัดทางภาคอีสานตอนล่าง เช่น บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี แต่ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ทุกปีจะมีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพการจราจรแออัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ถนนอีกสายคือทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 348 ที่เป็นถนนสายรองไปยังภาคอีสานตอนล่าง แต่ช่วงเทศกาลทุกปีก็จะมีรถสัญจรหนาแน่นไม่ต่างจากถนนสายหลัก โดยเฉพาะช่วงช่องเขาตะโก ที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.โนนดินแดง กับ อ.ตาพระยา ซึ่งเป็นช่องเขาที่แคบและทางลาดชัน ถึงแม้จะแค่ช่วงสั้นๆ ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ก็ทำให้รถติดยาวเหยียด และถ้าหากมีอุบัติเหตุก็จะยิ่งทำให้การจราจรกลายเป็นอัมพาตนานหลายชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเลี่ยงช่องเขาตากิ่วเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนอีกเส้นทาง ซึ่งจะเปิดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น ปกติจะไม่เปิดให้รถสัญจรผ่าน เนื่องจากเป็นถนนสายความมั่นคงติดชายแดน หากใครต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดในช่วงเทศกาล ก็สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ ก็จะมีป้ายแนะนำตลอดเส้นทาง และมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเป็นระยะๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงระหว่างเขาตะโกระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างแคบและลาดชัน หากมีรถติดสะสมปริมาณมาก ก็จะเปิดให้รถวิ่งสลับขึ้นลงทางเดียวครั้งละประมาณ 30 นาที เพื่อลดความแออัดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย&amp;quot; ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงสี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เปิดศูนย์ปฏิบัติการและปล่อยขบวนรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางบกและทางน้ำ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 พร้อมปล่อยขบวนรถทหาร รถตำรวจ รถพร้อมเจ้าหน้าที่พยาบาล EMS รถกู้ชีพกู้ภัย ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 และปล่อยขบวนรถรณรงค์ช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวว่า จากสถิติที่ผ่านมา พบว่าขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน สมาคม มูลนิธิ และเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ผู้นำท้องที่ ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกคน ร่วมมือกันบังคับใช้และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะตามมาตรการ เพื่อความปลอดภัย 10 รสขม ได้แก่ 1.ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2.ขับรถย้อนศร 3.ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 4.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5.ไม่มีใบขับขี่ 6.แซงในที่คับขัน 7. เมาสุรา 8.ไม่สวมหมวกนิรภัย 9.มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เพื่อป้องกันไม่ให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปีใหม่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มูลนิธิเมาไม่ขับ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลปีใหม่, เมาขับชนคนตายติดคุกไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04b5aba0871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิเมาไม่ขับจี้ลงโทษวินัยทหารอากาศเมาขับชนตร.คาด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.แท้จริง ศิริพานิช ทำหนังสือถึงผบ.สูงสุดลงโทษวินัยหนุ่มทหารอากาศเมาขับรถชนตร.เจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้ทำหนังสือถึงพลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เรื่องขอให้พิจารณาลงโทษทางวินัยเรืออากาศตรีธนพล ทองคำ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวต่อสื่อสารมวลชนทุกแขนง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2561&amp;nbsp;เรืออากาศตรีธนพล ทองคำ ข้าราชการในสังกัดกรมการทหารสื่อสาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายขับขี่รถขณะเมาสุรา และขับรถประมาททำให้ผู้อื่น ได้รับบาดเจ็บสาหัส และจากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ปรากฎพบแอลกอฮอล์ ในร่างกายเรืออากาศตรีธนพล ทองคำ สูงถึง 256 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิเมาไม่ขับในฐานะองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ได้ให้การสนับสนุนการรณรงค์ และการบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวของเรืออากาศตรีธนพล ทองคำ เป็นการจงใจฝ่าฝืนนโยบายการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับข้าราชการในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิเมาไม่ขับจึงมีหนังสือมาเพื่อขอให้ท่านในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเรืออากาศตรีธนพล ทองคำ ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาลงโทษทางวินัยร้ายแรงต่อเรืออากาศตรีธนพล ทองคำ เพื่อรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ของข้าราชการในกองบัญชาการกองทัพไทย อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ขอยืนยันว่าคณะกรรมการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่มูลนิธิเมาไม่ขับทุกคนไม่มีเหตุโกรธเคืองอันใดกับเรืออากาศตรีธนพล ทองคำ การดำเนินการในครั้งนี้เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องในฐานะที่เรืออากาศตรีธนพล ทองคำ เป็นข้าราชการที่ต้องยึดมั่นการเป็นแบบอย่างที่ดีต่อประชาชนเพื่อให้ประชาชนเกิดความรัก ความศรัทธา ความเป็นข้าราชการในกองบัญชาการกองทัพไทย การกระทำความผิดในคดีอาญาเมาแล้วขับ เป็นการกระทำความผิดต่อวินัยข้าราชการร้ายแรง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9872</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอากาศเมาขับ, นพ.แท้จริง ศิริพานิช, มูลนิธิเมาไม่ขับ, สน.ทุ่งสองห้อง, เรืออากาศตรีธนพล ทองคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06384a9b589.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนทางม้าลายสุดอันตราย เร่งสร้างวัฒนธรรม-ลงโทษหนักผู้ฝ่าฝืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 มี.ค. 61 - มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติกรุงเทพมหานคร สำนักงานอัยการสูงสุด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุภาครัฐ ภาคเอกชน จัดเวทีสาธารณะ ทางม้าลาย ปลอดภัยจริงหรือ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นางสาวเมธาวินทร์ แสงมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มค่านิยมและความเป็นไทย &amp;nbsp;กรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายจักรพงษ์ เทียนพิทักษ์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักการจราจรและขนส่ง &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร นายอนุวัตร เตียวตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และประชาชนผู้สนใจจำนวนมากเข้าร่วมเวทีเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก และยังถูกจัดอันดับให้ประเทศที่มีถนนอันตรายที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมขับขี่รถที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ทั้งจากการเมาแล้วขับ การขับรถเร่ง การขับรถย้อนศร การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ รวมไปถึงการไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันกำลังกลายเป็นภัยเงียบบนท้องถนนที่ไม่ได้รับความใส่ใจ ทั้งจากผู้มีอำนาจ และจากประชาชนผู้ขับขี่รถ ดังจะเห็นได้จากพฤติกรรมผู้ขับขี่รถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนใหญ่มักจะเร่งความเร็วเมื่อรถใกล้ถึงทางม้าลาย หรือบีบแตรไล่คนข้ามทางม้าลาย รวมไปถึงการจอดรถทับทางม้าลาย&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแพทย์แท้จจริง กล่าวว่าปัญหาที่กล่าวมาได้ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีอารยธรรมของคนไทย และส่งผลกระทบกับภาพพจน์ของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลหลายประเทศต้องแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศเบลเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่าการจัดการปัญหาความไม่ปลอดภัยทางม้าลายในประเทศไทย ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยมาตรการแรก กระทรวงวัฒนธรรมได้เล็งเห็นความสำคัญและรับจะประสานงานทุกภาคส่วน ปลูกฝังค่านิยมด้านความมีน้ำใจในการขับขี่รถบนท้องถนน เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนนในหลายมิติ ซึ่งรวมถึงการหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ถือเป็นวัฒนธรรมบนท้องถนนที่ดีงามอย่างหนึ่งของคนไทยที่ต้องเร่งปลูกฝัง ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน ขับรถเร็วโดยไม่ชะลอความเร็วเมื่อถึงทางม้าลาย บีบแตรไล่คนข้าม ขณะเดินข้ามในทางม้าลาย รวมไปถึงจอดรถทับทางม้าลาย ทั้งทางกฎหมายและมาตรการลงโทษทางสังคมด้วยโซเชี่ยลมีเดีย เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าว..
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, ทางม้าลาย, มูลนิธิเมาไม่ขับ, อุบัติเหตุ, เมาแล้วขับ, แท้จริง ศิริพานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa2012db72d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
