<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบหน้ากากผ้าคุณภาพให้เด็กประถมในถิ่นทุรกันดาร  1แสนชิ้น ป้องกันโควิดระลอกสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20 ก.ค.63- ที่อาคารอเนกประสงค์ ชั้น P10 เอสซีจี(สำนักงานใหญ่) มูลนิธิเอสซีจีมอบหน้ากากผ้าสำหรับเด็กที่มีคุณภาพจำนวน100,000 ชิ้นมูลค่า3,500,000 บาท ผ่านมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อส่งมอบต่อให้นักเรียนระดับประถมต้นในถิ่นทุรกันดารและนักเรียนที่ขาดแคลนหน้ากากผ้าภายใต้โครงการ&amp;rdquo;เด็กไทยสู้ภัยโควิด&amp;rdquo; (Thai kids Fight COVID)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย&amp;nbsp; องคมนตรี ในฐานประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กล่าวว่า โรคโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างในโลกชะงักงันทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา แต่เราไม่ยอมแพ้ ต่อสู้กับโรคระบาดและปรับตัวสู้ภัยโควิด ภาคเอกชนช่วยจัดหาอุปกรณ์ป้องกันโรคระบาดอย่างหน้ากากผ้าให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดารประโยชน์ไม่ตกแก่เด็กนักเรียนเท่านั้น แต่เกิดกับครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน เพราะหากเด็กติดเชื้อเพียง 2-3 คน สามารถแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียนและชุมชน ดังที่มีตัวอย่างในต่างประเทศที่การ์ดตกหรือไม่ยอมยกการ์ด แต่ไทยป้องกันโรคได้ดีมากองค์การอนามัยโลก(WHO) ตั้งข้อสังเกตุประเทศที่สู้ภัยโควิดได้ขึ้นกับนโยบายสาธารณะวางบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และการแพทย์ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง มีระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่เข้มแข็ง สุดท้ายประชาชนมีความรู้ให้ความร่วมมือและมีอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ศบค.เตือนอย่าการ์ดตก โควิดจะกลับมาอีกระลอก ไทยเจอคลื่นลูกแรกก.พ.-มี.ค. เราเรียนรู้และมีมาตรการเข้มแข็ง ขณะนี้รัฐบาล วงการแพทย์นักธุรกิจเฝ้ามองจะเกิดคลื่นลูกที่สอง ซึ่งจะน่ากลัวมากกว่า มีตัวอย่างเมืองโตเกียวและฮ่องกงเจอระลอกสองหนักกว่าลูกแรก การมอบหน้ากากให้เด็กครั้งนี้เราป้องกันคลื่นลูกสองไม่ให้ระบาดกันเองในไทยทเด็กในถิ่นทรุกันดารยังขาดแคลนหน้ากากเด็ก &amp;nbsp;ส่วนเด็กในเมืองมีหมดแล้ว โดยมอบผ่านรพ.สมเด็จพระยุพราช จำนวน21 แห่ง ก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ80 พรรษาในหลวงรัชกาลที่9 จำนวนท11 แห่งซึ่งทั้งสองโรงพยาบาลตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทีมแพทย์และพยาบาลทำงานใกล้ชิดกับโรงเรียนและชุมชน นอกจากมอบหน้ากากแล้วยังนำความรู้ที่ถูกต้องไปให้ สวมหน้ากาก การล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่างให้เด็กปฏิบัติตามสุขอนามัยที่ดีตลอดไป&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษมกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาสืประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่าสืบเนื่องจากศ.เกียรติคุณนพ.เกษม วัฒนชัยองคมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ได้มีความใส่ใจและห่วงใยเด็กๆในท้องถิ่นทุรกันดารโดยเฉพาะเด็กนักเรียนระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประถมศึกษาที่ใส่หน้ากากของผู้ใหญ่ไม่ได้ตลอดจนมีความห่วงใยในมาตรฐานคุณภาพของหน้ากากสำหรับเด็กเช่นเดียวกับมูลนิธิเอสซีจี ด้านการพัฒนาทรัพยากรคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของหน้ากากผ้าที่จะช่วยปองกันการติดเชื้อโรคของเด็กๆในช่วงเปิดเทอม ซึ่งมาตรการป้องกันและคัดกรองเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียนที่สำคัญ คือการสวมหน้ากากในระหว่างอยู่ที่โรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; หน้ากากผ้าสำหรับเด็กมีความแตกต่างกับของผู้ใหญ่ เช่น ขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้า และวัสดุที่นำมาใช้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความทนทาน รวมทั้งสีสันพื่อเพิ่มความน่าใช้ มีขนาดที่เหมาะสม สามารถปรับขนาดได้ อีกทั้งต้องมีคุณภาพที่ดีปลอดภัยและดูแลรักษาง่าย นอกจากนี้ เด็กๆ &amp;nbsp;ยังสามารถเขียนชื่อที่หน้ากากเพื่อป้องกันการสูญหายหรือสลับกัน ทั้งนี้ หน้ากากจากโครงการจะมอบให้เด็กระดับประถมตันป.1 ถึงป.4 คนละ1 ชุดชุดละ2 ชิ้น &amp;nbsp;การสวมหน้ากากระหว่างอยู่โรงเรียนช่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิดฝากให้เด็กๆป้องกันตัวเองให้ดีเวลาอยู่รวมกันในโรงเรียนอย่าการ์ดตก&amp;ldquo; นายรุ่งโรจน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72014</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์, มูลนิธิเอสซีจี, ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย, เด็กไทยสู้ภัยโควิด” (Thai kids Fight COVID), โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช, โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15677b9de0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 นวัตกรรม &quot;Mobile Isolation Unit ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบ และห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 63- &amp;nbsp;มูลนิธิเอสซีจี ส่งมอบ 2 นวัตกรรมป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ด้วยระบบควบคุมความดันอากาศ ช่วยปกป้องบุคลากรการแพทย์จากความเสี่ยงในการติดเชื้อ ประกอบด้วย นวัตกรรมห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบ ที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ เหมาะสำหรับการใช้ในห้องฉุกเฉิน (ห้องไอซียูโควิด หรือ Ward PUI) และนวัตกรรมห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ สำหรับการตรวจเชื้อที่ปลอดภัยสำหรับทีมแพทย์และผู้ป่วย ชูจุดแข็งติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว ใช้งานตามวัตถุประสงค์ได้ใกล้เคียงกับโครงสร้างถาวร &amp;nbsp; เริ่มใช้แล้วแห่งแรกที่ รพ.ราชวิถี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี กล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน รพ.ราชวิถี เป็นศูนย์หลักของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการรับดูแลผู้ป่วยโควิด-19 นอกจากนี้ เรายังมีคนไข้ของแผนกต่าง ๆ ที่เข้ารับการรักษาหรือต้องการการผ่าตัดแบบเร่งด่วนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคนไข้เหล่านี้หลายคนมาแบบฉุกเฉินและไม่สามารถให้ประวัติที่ชัดเจนได้ ทางโรงพยาบาลจึงจำเป็นจะต้องแยกผู้ป่วยเหล่านี้เอาไว้อยู่ในกลุ่มที่รอการยืนยันผล เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นวัตกรรมห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบ และห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ ที่รพ.ราชวิถี &amp;nbsp;พัฒนาร่วมกับ เอสซีจี ทำให้สามารถสร้างระบบการดูแลผู้ป่วย &amp;ldquo;แยกโรคและเก็บกักเชื้อ&amp;rdquo; ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างสูงในการป้องกันการแพร่เชื้อไปยังบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยอื่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและขอขอบคุณทีมวิศวกรเอสซีจีที่เข้ามาร่วมกับทีมแพทย์ของราชวิถี พัฒนาในเวลาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้ในเวลาอันสั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดูแลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เปิดเผยว่า เอสซีจีได้พัฒนานวัตกรรมกลุ่ม Mobile Isolation Unit หรืออุปกรณ์ป้องกันเชื้อแบบเคลื่อนที่ ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาล 3 แห่ง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของแพทย์มากที่สุด โดยเชื่อมั่นว่านวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยง และเสริมความมั่นใจในการปฏิบัติงานให้ทีมแพทย์รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ การทำงานด้วยระบบควบคุมความดันอากาศ จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอากาศที่ไหลเข้าหรือออกจะถูกดูดหรือเป่าผ่านเครื่องปรับความดันเเละระบบกรองอากาศระดับ HEPA จึงมั่นใจได้ว่าอากาศที่กรองมีความสะอาด ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์และพยาบาลสามารถสอดมือออกมาทำหัตถการ (Swab) ในห้องตรวจเชื้อความดันบวก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ยังออกแบบโครงสร้างทุกชิ้นให้แข็งแรง มีพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลักเนื่องจากมีน้ำหนักเบาแต่คงความแข็งแรงทนทาน ติดตั้งรื้อถอนได้ง่าย และเคลื่อนย้ายสะดวก ถือเป็นนวัตกรรมทางเลือกสำหรับโรงพยาบาล เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรการแพทย์ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องพวกเรา โดยวันนี้มูลนิธิเอสซีจี และเอสซีจี ได้นำมามอบให้กับโรงพยาบาลราชวิถีเป็นแห่งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคปซูลความดันลบขนาดเล็ก สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อเข้าเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนวัตกรรมกลุ่ม Mobile Isolation Unit ที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;
1.) ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบ (Negative Pressure Isolation Room) เป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษที่ออกแบบให้เหมาะกับปฏิบัติการในห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หรือแม้แต่เป็นห้องพักผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถรักษาผู้ป่วยหนักได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่น ๆ &amp;nbsp;ทำงานด้วยระบบความดันลบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อสู่ภายนอก ซึ่งอากาศที่ไหลออกจากห้องจะถูกดูดผ่านเครื่องปรับความดันเเละระบบกรองอากาศระดับ HEPA ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนชั้นนอก และชั้นในซึ่งเป็นห้องผู้ป่วย ออกแบบเป็นประตู 2 ชั้น (Double Door) และเป็นซิปรูด 2 ทาง เพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกของเจ้าหน้าที่ โดยควบคุมความดันของห้องให้คงที่ เพื่อป้องกันการเล็ดลอดของเชื้อ หลังจากปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่สามารถใช้พื้นที่บริเวณชั้นนอกสำหรับเปลี่ยนชุดและทิ้งขยะติดเชื้อ โครงสร้างหลักผลิตจากโลหะที่มีความแข็งแรง คลุมด้วยผ้าใบและพลาสติกพีวีซี ใช้เวลาเพียง 30 นาทีในการติดตั้งและรื้อถอน สามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามพื้นที่ของห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์ช่วยกันติดตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.) ห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ (Negative / Positive Pressure Isolation Chamber) เป็นห้องตรวจที่ช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถสอดมือเข้าไปทำหัตถการ (Swab) โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ออกแบบเป็นทรงกระบอกแนวตั้ง ทางเข้าเป็นซิปรูดสำหรับเปิด-ปิด เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน ด้านหน้าเจาะช่องและปิดด้วยพลาสติกใส เพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถมองเห็นผู้ป่วยและสื่อสารกันได้ ภายในห้องควบคุมความดันอากาศให้เป็นได้ทั้งลบหรือบวก ซึ่งอากาศที่ไหลเข้าหรือออกจากห้องจะถูกดูดหรือเป่าผ่านเครื่องปรับความดันเเละระบบกรองอากาศระดับ HEPA เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่กรองมีความสะอาดปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน โครงสร้างหลักผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอย และผ้าใบพีวีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกแบบเป็นประตู 2 ชั้น และเป็นซิปรูด 2 ทาง เพื่อป้องกันเชื้อเเพร่กระจายระหว่างเข้าออก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนวัตกรรมหลักทั้ง 2 ตัวที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ทีมแพทย์และพยาบาล ในการปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน และการตรวจหาเชื้อแล้ว เอสซีจียังได้ส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันเชื้อแบบเคลื่อนที่อื่นๆ &amp;nbsp;ได้แก่ แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ (Negative Pressure Isolation Capsule) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แคปซูลความดันลบขนาดเล็ก สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อเข้าเครื่อง CT (Small Isolation Capsule for CT scan) ที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าเครื่อง CT และ อุปกรณ์ครอบศีรษะคนไข้เพื่อป้องกันเชื้อสำหรับงานทันตกรรม (DENT Guard) ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสัมผัสละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายในขณะที่ทีมแพทย์ปฏิบัติงาน ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อจากผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายเชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า มูลนิธิเอสซีจี ตระหนักถึงความรุนแรงของการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;และรู้สึกห่วงใยพี่น้องชาวไทย ที่กำลังเผชิญกันอยู่ขณะนี้ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ &amp;ldquo;ช่วยกันแคร์ดูแลกัน&amp;rdquo; ให้ประเทศไทยก้าวผ่านภัยครั้งนี้ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท &amp;nbsp;สำหรับการพัฒนานวัตกรรมป้องกันโควิด-19 ที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้ใกล้ชิด &amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้ส่งมอบความช่วยเหลือให้กับ รพ.ราชวิถีและ รพ.รามาธิบดีไปแล้ว และกำลังเร่งส่งมอบนวัตกรรมต่างๆ ให้แก่ รพ. ขนาดใหญ่ที่มีจำนวนผู้ป่วยมารับบริการจำนวนมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีโรงพยาบาลทั่วประเทศอีกจำนวนมากที่ต้องการห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบและห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมทั้งหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเปิดรับบริจาคเงินเพื่อจัดหานวัตกรรมดังกล่าว เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลที่มีความจำเป็น ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คอลเซ็นเตอร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โทร. 02-586-2888&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62766</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา, มูลนิธิเอสซีจี, รพ.ราชวิถี, ห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่, ห้องตรวจโรคความดันลบ, ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e906b969394f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุวศิลปินไทยเลือดใหม่     เวที“Young Thai Artist Awards” ปี62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าศิลปะจะมีคุณค่าด้านความงดงาม ที่สามารถจรรโลงสังคมให้เจริญก้าวหน้าทั้งด้านความคิดและจิตใจ &amp;nbsp;แต่อีกด้านหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ &amp;nbsp;ศิลปะยังเป็นสิ่งที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์ของสังคมในสมัยนั้นๆ เอาไว้ด้วย เหมือนอย่างผลงานกว่า 36 ผลงานดีเด่น จากโครงการ &amp;ldquo;ยุวศิลปินไทย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Young Thai Artist Awards &amp;rdquo;ปี2562 ของมูลนิธิเอสซีจี ที่กำลังจัดแสดงที่ชั้น L หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ณ ขณะนี้ แต่ละผลงานล้วนแต่มีความงดงามแปลกใหม่ และบันทึกสภาพแวดล้อมสังคมเอาไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งผลงานทั้งหมดนี้แบ่งออกเป็นศิลปะ 6 สาขา ได้แก่ ศิลปะ 2 มิติ, ศิลปะ 3 มิติ, ภาพถ่าย, ภาพยนตร์, วรรณกรรม, และการประพันธ์ดนตรี และมี 5 ผลงานได้รับรางวัลยอดเยี่ยม รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการ ยุวศิลปินไทย หรือ Young Thai Artist Awards เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้รักงานศิลป์อายุ 18-25 ปี จากทั่วประเทศส่งผลงานสร้างสรรค์เข้าประชันเชิงชั้นด้านศิลปะ 6 สาขาที่ถือเป็นเวทีแห่งการเจียระไนเพชรน้ำงาม สร้างศิลปินรุ่นเยาว์ให้เติบโตบนเส้นทางศิลปะ ซึ่งการันตีคุณภาพด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับในแวดวงต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี กล่าวถึงโครงการว่า ในปีนี้มีเยาวชนผู้สนใจจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลากหลายสถาบันทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกันมากขึ้น ซึ่งทุกๆ ผลงานศิลปะที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการในปีนี้ทั้ง 36 ผลงาน ได้นำมาจัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนฑรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ด้วยหอศิลป์แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางเมือง ถือเป็นหอศิลป์ร่วมสมัยเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะที่ช่วยส่งเสริมให้คนเข้าถึงศิลปะได้มากขึ้น นับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ในนามมูลนิธิฯ มีความเชื่อมั่นว่าน้องๆ ยุวศิลปินไทยทุกคน หากมุ่งมั่นพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้มีคุณภาพ และคุณค่าต่อไป ย่อมจะประสบความสำเร็จในการเติบโตเป็นศิลปิน และมีโอกาสแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนในเวทีระดับสากลได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานยอดเยี่ยมปี 2562 ที่ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้ง 6 สาขานั้นประกอบไปด้วย สาขาศิลปะ 2 มิติ ได้แก่ ผลงาน พลังแห่งสีสันตะวันออก หมายเลย 3 โดยนางสาววริศรา อภิสัมภิณวงศ์ เป็นผลงานภาพ 2 มิติสื่อถึงการแทรกซึมของวัฒนธรรมจีนในประเทศไทยด้วยเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้, สาขาศิลปะ 3 มิติ ได้แก่ ผลงานระบำใจ โดยนางสาวนารีญา คงโนนนอก กับการนำเสนอศิลปะ 3 มิติ เต้นระบำด้วยเทคนิคที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหว และความอบอุ่นของครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังแห่งสีสันตะวันออก หมายเลย 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาขาภาพถ่าย ได้แก่ Natural Wonders โดยนายธรรมรัตน์ กิตติวัฒโนคุณ นำเสนอภาพของกลุ่มสัตว์ ด้วยเทคนิคจัดวางองค์ประกอบ ฉากด้วยเทคนิคแปลกใหม่ที่คณะกรรมการให้ความเห็นว่าเป็นงานที่มีลูกเล่นความเป็น High Art และ Low Art ผสมผสานกันเหมือนภาพถ่ายสวนสัตว์ ขณะเดียวกันก็คล้ายกับภาพของฝากที่ระลึก ส่วนสาขาภาพยนตร์ (Film) ได้แก่ เรื่อง เอเลี่ยนเนท โดยนายปฏิภาณ ศิริไพบูลย์ ที่นำเสนอเรื่องของแรงงานต่างชาติในประเทศไทยสะท้อนถึงความหลากหลายและความแตกต่างของมนุษย์, สาขาการประพันธ์ดนตรี ได้แก่ Fainted Glimmering Light โดยนายชวิน เต็มสิทธิโชค และสาขาวรรณกรรม ไม่มีผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายชุด Natural Wonders&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาววริศรา อภิสัมภิณวงศ์ นักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เจ้าของผลงาน &amp;ldquo;พลังแห่งสีสันตะวันออก หมายเลย 3&amp;rdquo; รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 2 มิติ กล่าวว่า ผลงานของเราสร้างสรรค์ขึ้นมาจากแนวคิดการนำเอาวัฒนธรรมจีนออกมาถ่ายทอดลงไปในภาพ เนื่องจากตัวเราเกิดและเติบโตมาในครอบครัวเชื้อสายจีน จึงอยากนำเสนอสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ที่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตและความเชื่อในประเพณีวัฒนธรรมของคนจีนตกทอดจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าชุมชนชาวจีนกระจัดกระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในหัวเมืองต่างจังหวัด มีกิจกรรมประเพณีที่หล่อหลอมเป็นตัวของตัวเองไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสถาปัตยกรรมแบบจีน ตกแต่งลวดลายแบบจีน และประเพณีตรุษจีน ไหว้เจ้า กิจกรรมการเชิดสิงโต มังกร ที่เห็นอยู่ในบริเวณศาลเจ้า และอีกหลากหลาย ผลงานชิ้นนี้ก็เป็นภาพที่แสดงให้เห็นการเฉลิมฉลองประเพณีต่างๆ อย่างชัดเจน โดยใช้เทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ โดยใช้แม่พิมพ์ที่พิมพ์ทับซ้อนกันของสีจำนวนมาก เน้นโทนสีร้อนอย่าง แดง ส้ม ทอง ที่เป็นสัญลักษณ์ของจีน มีความหมายถึงการทับซ้อนของประเพณีวัฒนธรรมที่ตกทอดมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่งาน 2 มิติธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศิลปะ 3 มิติ ผลงาน ระบำใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เมื่อชมภาพเราอาจได้ยินเสียงของการเชิดสิงโต มังกร เสียงประทัดที่ถูกจุดขึ้นในงานฉลองเทศกาลของชุมชนก็ได้ ผลงานชิ้นนี้จึงมีส่วนที่สะท้อนวัฒนธรรมไทยจีน ชุมชนหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยใช้เวลาในการังสรรค์ถึงสองสัปดาห์กว่าจะได้เป็นผลงานที่สมบูรณ์&amp;quot;นางสาววริศรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพยนตร์ (Film) เรื่อง เอเลี่ยนเนท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปฏิภาณ ศิริไพบูลย์ ผู้กำกับน้องใหม่จากคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เจ้าของผลงานภาพยนตร์ เรื่อง &amp;ldquo;เอเลี่ยนเนท&amp;rdquo; ผลงานที่นำเสนอเรื่องของแรงงานต่างชาติในประเทศไทย เผยว่า สนใจเรื่องเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมมานานแล้ว ซึ่งในซอยหอพักที่อาศัยอยู่นั้นจะมีการแบ่งแยกโซนอย่างชัดเจนระหว่างฝั่งที่นักศึกษาอาศัยอยู่ กับฝั่งตรงข้ามที่แรงงานต่างชาติอยู่ แล้วเราก็รู้สึกว่าอยู่มา 3-4 ปี ไม่เคยทำความรู้จักกับพวกเขาเลย ทั้งๆ ที่เขารู้จักเราเป็นอย่างดี พูดภาษาเราได้ เราใช้ชีวิตกับพวกเขาทุกวันโดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าเขาขายน้ำให้เรา ทำอาหารให้เรารับประทาน ก็เลยปรึกษากับเพื่อนๆ ว่าจะทำเรื่องนี้ดีไหม แล้วก็เลยได้ค้นคว้าเรื่องแรงงาน และเข้าไปพูดคุยสอบถามพวกเขา ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาเรานึกถึงแรงงานต่างชาติมักจะคิดว่าเป็น &amp;ldquo;แรงงานพม่า&amp;rdquo; หมด แต่พอได้เข้าไปพูดคุยทำความรู้จักจริงๆ พบว่าพวกเขามาจากหลากหลายแห่งมาก มีทั้งเมียนมาร์ กัมพูชา ลาว ในมุมมองตัวเราเลยอยากทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นผ่านการนำเสนอภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เราเลือกเสนอเรื่องความเป็นมนุษย์ อย่างมีฉากหนึ่งที่นำเสนอถึงการล้อเลียนคำพูดเขา ที่เขาพูดไม่ชัด เราอาจจะรู้สึกสนุกสนาน แต่ตัวเขานั้นไม่ได้รู้สึกสนุกสนานเลย เป็นประเด็นเล็กๆ น้อย ที่เรามองข้าม ขณะเดียวกันเมื่อมีฝรั่ง เกาหลี มาล้อเราพวกเรากลับไม่พอใจ เกิดความโมโห ก็จะมีความคล้ายกัน และอีกหลายประเด็นที่นำเสนอ โดยใช้เทคนิคภาพขาวดำซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานของการถ่ายภาพ แต่จริงๆแล้ว ช่างภาพเราเขาอยากนำเสนอให้ตัวละครมีความเท่าเทียมไม่แปลกแยก สมมติตัวละครคนหนึ่งผิวขาว ตัวละครคนหนึ่งผิวคล้ำ ผู้ชมจะเลือกมองคนขาวมากกว่า แต่พอเป็นภาพขาวดำจะดูกลมกลืน ส่วนเนื้อหาก็ขึ้นอยู่กับผู้ชมว่าจะตีความอย่างไร&amp;quot;ยุวศิลปินรายนี้กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังผลงานประพันธ์ดนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุวศิลปินไทยผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมทั้ง 5 ผลงานนอกจากจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้ว ยังได้รับเงินรางวัลจำนวน 150,000 บาท และมีโอกาสได้เดินทางทัศนศึกษาสัมผัสศิลปะระดับโลก เพื่อเปิดโลกทัศน์ เพิ่มพูนทักษะความรู้ทางศิลปะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไปในอนาคต และผู้ที่ได้รับรางวัลดีเด่นอีกว่า 30 ผลงานได้รับเงินรางวัลคนละ 50,000 บาท ส่วนผลงานทั้งหมดจะจัดแสดงที่ชั้น L หอศิลปแห่งกรุงเทพมหานคร ไปจนถึง 25 พ.ย.นี้ สอบถามรายละเอียดที่ 02 586 5505 หรือติดตามที่เฟซบุ๊ค Young Thai Artist Award
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50565</URL_LINK>
                <HASHTAG>young thai artist award, มูลนิธิเอสซีจี, ยุวศิลปิน, เชาวลิต เอกบุตร, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd285f7a7f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ลาดตระเวน&quot; ภารกิจเฉียดตายผู้พิทักษ์ป่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผู้พิทักษ์ป่าออกลาดตระเวนป้องปรามลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่าในป่าเขาใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแต่ละวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ผืนป่าเขาใหญ่ต้องบุกป่าฝ่าดงออกลาดตระเวน ไม่เพียงแต่รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ปราบปรามการกระทำผิดของผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ ยังสำรวจร่องรอยสัตว์ป่าตลอดจนพรรณไม้หายาก ขณะลาดตระเวนต้องเสี่ยงอันตราย บางครั้งเฉียดตายจากการปะทะ หลายครั้งต้องแลกมาด้วยชีวิต&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่พื้นที่กว่า 1.3 ล้านไร่ ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ 460 คน ซึ่งหมายถึงผู้พิทักษ์ป่าต้องทุ่มเทให้กับการออกลาดตระเวนเพื่อให้เดินครอบคลุมทุกตารางนิ้ว&amp;nbsp; เส้นทางลาดตระเวนมีความยากลำบากเดินข้ามเขา ว่ายน้ำข้ามคลอง บนหลังแบกเป้เดินป่าอันหนักอึ้งบรรจุเสบียงในการยังชีพ เพราะต้องใช้ชีวิตในป่าแต่ละครั้ง 5-20 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; การรักษาทรัพยากรธรรมชาติใช้การลาดตระเวนเชิงคุณภาพเพื่อรักษาสมบัติของแผ่นดิน เพื่อย้ำเตือนให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว เพราะมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทุกคนมีความพร้อมผ่านการฝึกอบรมลาดตระเวนเชิงคุณภาพ อีกทั้งมีอาวุธป้องกันตัว และอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับผู้พิทักษ์ป่า มีการใช้กล้อง CAPS จับภาพเคลื่อนไหวทั้งสัตว์ป่าไปจนถึงผู้บุกรุกทำลายป่า จากนั้นส่งสัญญาณเข้าศูนย์เครือข่าย นำมาสู่การวิเคราะห์ หากมีผู้ลักลอบทำผิดกฎหมายจะวางแผนลาดตระเวนทันที&amp;quot; ศรุต พิรักษา รักษาการหัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากร อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวถึงภารกิจสำคัญ ผ่านกิจกรรมศึกษาธรรมชาติและสัมผัสชีวิตการทำงานผู้พิทักษ์ป่า ในโครงการ &amp;quot;HANDS FOR HEROES รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า&amp;quot; ปีที่ 2 ที่จัดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิเอสซีจี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศรุต พิรักษา รักษาการหัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์&amp;nbsp; อช.เขาใหญ่ บอกเล่าภารกิจสำคัญลาดตระเวนป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สูงจากระดับน้ำทะเล 3,700 เมตร คือ พื้นที่ทำงานของผู้พิทักษ์ป่าเขาใหญ่ ศรุตบอกเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า ออกลาดตระเวนทั่วไปใช้เวลาครั้งละ 4 วัน เจ้าหน้าที่จะหาข่าวไปในตัว สำรวจร่องรอยสัตว์ป่าหายาก การทำลายทรัพยากร หากพบรอยเท้าสัตว์ป่าก็เก็บข้อมูลบันทึกพิกัดของพื้นที่ ถ่ายภาพ หรือพบไม้มีค่าก็ทำพิกัด ส่วนลาดตระเวนกรณีพิเศษมีเบาะแสผู้บุกรุก จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสกัดและดักซุ่ม ถ้าโชคไม่ดี จับกุมไม่ได้เร็ววัน ต้องแฝงตัวกางเปลนอนในป่า จนกว่าจะพบผู้กระทำผิด ระหว่างลาดตระเวนต้องสะพายเป้น้ำหนัก 17-20 กิโลกรัมเดินทั้งวัน ถ้าเสบียงหมด ร่างกายอ่อนล้า ต้องสลับเปลี่ยนชุดเจ้าหน้าที่ ถ้าเป็นป่าลึกใช้เวลาเป็นวัน ป่าของเราไม่เคยว่างเว้นเจ้าหน้าที่ การสนับสนุนอุปกรณ์ลาดตระเวนมอบแก่ผู้พิทักษ์ป่าจำเป็นมาก อย่างเขาใหญ่ชุดลาดตระเวนส่วนกลางมี 4 ชุด แต่รอบเขาใหญ่ 28 เขต มี 24 หน่วย กระจายดูแลอยู่ ทุกก้าวเดินอันตราย 4 ปีก่อน มีผู้บุกรุกพื้นที่เข้ามาตัดไม้หอมและไม้พะยูง เกิดการปะทะ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ มีผู้เสียชีวิต อันตรายไม่แพ้กัน คือ กับดักพรานป่า ดักเก้ง ดักกระทิง ถ้าโดนเสียชีวิตได้เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากภารกิจปกป้องป่า ยังสำรวจและบันทึกร่องรอยสัตว์ป่าหายาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองปีที่ผ่านมา มูลนิธิเอสซีจีได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp; &amp;quot;HANDS FOR HEROES&amp;quot; จัดกิจกรรม Run for Heroes และ Trail for Heroes เพื่อนำรายได้ทั้งหมดจัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนเพื่อมอบให้ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ ซึ่งเห็นว่า ผู้พิทักษ์ป่าเป็นกลุ่มคนที่เสียสละทำงานหนักเพื่อปกป้องป่า แต่ยังต้องการสนับสนุนอุปกรณ์ปฏิบติหน้าที่ จึงนำชุดเครื่องแบบลายพราง รองเท้าเดินป่าปกป้องเท้าจากหนามแหลมและสัตว์มีพิษ เป้เดินป่าใช้ยังชีพตลอดการลาดตระเวน กระติกน้ำพกพาแบบกรองน้ำได้ เปลสนามแบบมีมุ้งช่วยให้รอดจากโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงผ้ากันน้ำแห้งเร็วใช้กันแดดกันฝนมอบให้ นอกจากเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่ามีครอบครัวที่ต้องดูแล จึงมีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรผู้พิทักษ์ป่าในโครงการ &amp;quot;Sharing the Dream Scholarship โดยมูลนิธิเอสซีจี&amp;quot; ปัจจุบันมอบทุนไปแล้วกว่า 500 ทุน ทั้งหมดนี้เป็นการสนับสนุนให้คนเฝ้าป่าทำงานได้ปลอดภัยขึ้นและมีกำลังใจรักษาธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภารกิจลาดตระเวนเสี่ยงอันตราย แลกด้วยชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะสูญเสียดวงตาหนึ่งข้างจากการประสบอุบัติเหตุระหว่างจับกุมผู้ตัดไม้ แต่ไม่เคยหยุดทำงาน คูณ แต้มทอง หัวหน้าฐานปฏิบัติการเฉพาะกิจบึงไผ่ อุทยานฯ เขาใหญ่ อธิบายถึงหน้าที่ความรับผิดชอบที่ทำมานาน 15 ปี และความเบาใจเมื่อลูกสาว ด.ญ.สุณัฏฐา แต้มทอง ที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย ได้รับทุนการศึกษาจากทางมูลนิธิเอสซีจีเรียนจนจบปริญญาตรี ว่า เป้าหมายหลักคือเสียสละปกป้องทรัพยากรที่มีคุณค่าของแผ่นดินไม่ให้สูญหายไป และส่งมอบให้แก่คนรุ่นหลัง ฐานปฏิบัติการนี้อยู่กลางป่า มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งสัตว์ป่าและพรรณไม้สำคัญ แล้วยังเป็นแหล่งรวมนกเงือก 4 ชนิด จากทั้งหมดกว่า 10 ชนิดของไทย เราพบนกเงือกกรามช้าง นกกก นกแก๊ก และนกเงือกสีน้ำตาลคอขาว เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ต้องอนุรักษ์ไว้ ดูแลป่าให้สมบูรณ์ ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่เป็นแหล่งมรดกโลก เป็นผืนป่าที่สำคัญมีความหลากหลายทางชีวภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ฐานมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 4 นาย รวมผมด้วย เราทำงานบนพื้นที่ภูเขาสูง ลาดตระเวนทั่ว 4 จังหวัด สระบุรี โคราช ปราจีนฯ และนครนายก ทุกก้าวเต็มไปด้วยอันตราย แต่ไม่ท้อ ขออุทิศชีวิตให้ป่าเขาใหญ่ ถ้าไม่รักษาไว้จะโดนทำลายมากขึ้น ปกติลาดตระเวน 4 คืน 5 วัน ลงมาพัก เจอหน้าลูกและเมีย แล้วก็ต้องกลับขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ใหม่ โชคดีที่ครอบครัวเข้าใจและเป็นกำลังใจให้&amp;nbsp; ลูกๆ ก็รักธรรมชาติ ซึมซับจากการทำงานของพ่อ น้องแตงกวาลูกสาวได้ทุนหายห่วงไปเยอะ ผมทำงานไกล ก็ห่วง แต่มีหน้าที่ของตัวเอง&amp;quot; คูณกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงเหตุการณ์ประทับใจในฐานะผู้พิทักษ์ป่า หัวหน้าคนเดิม บอกว่า ได้ช่วยกวางติดบ่วงดักสัตว์นายพราน ตอนนั้นเสียงกวางร้องโหยหวนไปทั่วผืนป่า ขากวางเลือดไหลไม่หยุด ตนช่วยปลดสลิง กวางตัวนั้นหมอบนิ่ง รุ่งเช้ากวางก็กลับเข้าป่าไป เพียงหนึ่งชีวิตที่ช่วยสำคัญมาก อยากดูแลลมหายใจของสัตว์ป่า ไม่อยากให้สูญพันธุ์เหมือนสมัน ฝากทุกคนร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้ ท้ายสุดอยากขอบคุณทุกการสนับสนุนผู้ดูแลป่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอส ซีจี&amp;nbsp; กล่าวถึงการสนับสนุนผ่านโครงการ&amp;nbsp;&amp;quot;Sharing the Dream Scholarship&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชีวิตผู้พิทักษ์ป่าสำคัญ เชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศกว่า 20,000 คน มีภาระหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องผืนป่า 102 ล้านไร่ เฉลี่ยแล้วเจ้าหน้าที่หนึ่งคนดูแลพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ ภารกิจในการลาดตระเวนก็มีความยากลำบากและเต็มไปด้วยอันตราย เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งมีลูก แต่ก็ต้องปฏิบัติภารกิจเฝ้าป่า โครงการ &amp;quot;Sharing the Dream Scholarship&amp;quot; ช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้พิทักษ์ป่า สิ่งสำคัญคือ มีกำลังใจปฏิบัติงาน โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ซึ่งการมอบทุนจะเป็นหลักประกันทางการศึกษาให้แก่ลูกๆ ผู้พิทักษ์ป่า ปีหน้าจะสนับสนุนทุนการศึกษาเพิ่มอีกกว่า 200 ทุน นอกจากนี้ มูลนิธิเอสซีจีเตรียมจัดกิจกรรมวิ่ง &amp;quot;Trail of Heroes&amp;quot; ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว วันที่ 24 พ.ย.นี้ รายได้จากการดำเนินโครงการจะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ในการลาดตระเวน ก่อนหน้านี้ ทางมูลนิธิได้เคยมอบอุปกรณ์ลาดตระเวนจำนวน 3,635 ชุด มูลค่า 3.7 ล้านบาท แก่ผู้พิทักษ์ป่า อีกทั้งจะขยายความร่วมมือกับกรมอุทยานฯ และพันธมิตรต่างๆ สร้างพลังหนุนผู้พิทักษ์ป่ามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49471</URL_LINK>
                <HASHTAG>HANDS FOR HEROES รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า, ผู้พิทักษ์ป่า, มูลนิธิเอสซีจี, ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbf8d122f7b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
