<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพรัสเซียเตรียมซ้อมรบใหญ่สุดนับแต่สงครามเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศเมื่อวันอังคารว่า กลางเดือนหน้ากองทัพรัสเซียจะจัดซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่สิ้นยุคสงครามเย็นในทศวรรษ 1980 โดยจะใช้กำลังทหารราว 300,000 นาย และอากาศยานอีก 1,000 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารรัสเซียเดินสวนสนามเนื่องในวันครบ 73 ปีที่กองทัพสหภาพโซเวียตมีชัยเหนือนาซีเยอรมัน เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของทางการรัสเซียรายงานอ้างคำแถลงของเซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เมื่อวันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2561 ระบุว่า การซ้อมรบ วอสต็อก-2018 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 กันยายนที่จะถึงนี้ ที่ภาคตะวันออกของรัสเซีย โดยจีนและมองโกเลียจะเข้าร่วมด้วย การซ้อมรบครั้งนี้จะคล้ายกับการทำซ้ำการซ้อมรบซาปัด-81 แต่มีขนาดใหญ่กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินขับไล่มิก-31 บินเหนือจัตุรัสแดง ระหว่างพิธีสวนสนามในวันแห่งชัยชนะ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า การซ้อมรบซาปัด-81 นั้นเป็นการซ้อมรบในปี ค.ศ.1981 ที่จัดขึ้นในยุโรปตะวันออก เมื่อปีที่แล้วกองทัพรัสเซียได้จัดการฝึกซ้อมทางทหารซาปัด-2017 โดยจัดในเบลารุส ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรของรัสเซีย และในหลายภูมิภาคของรัสเซียเอง มีทหารเข้าร่วมการฝึกประมาณ 12,700 นาย แต่การฝึกวอสต็อก-2018 นี้ ชอยกูประกาศว่า รัสเซียจะใช้อากาศยานมากกว่า 1,000 ลำ และกำลังทหารเกือบ 300,000 นาย จากเกือบทุกมณฑลทหารทั่วภาคกลางและตะวันออกของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลองจินตนาการถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ 36,000 ชิ้นที่เคลื่อนพลไปด้วยอย่างพร้อมเพรียง ทั้งรถถัง, ยานลำเลียงพลหุ้มเกราะ และยานรบทหารราบ และด้วยยุทโธปกรณ์ทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าเป็นภาวะที่ใกล้เคียงกับการรบที่สุดเท่าเป็นไปได้&amp;quot; เขากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16381</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ซ้อมรบ, มโนทัศน์ยุคสงครามเย็น, รัสเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b8562cb7e2f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่ซัดรัฐบาลคสช.มโนทัศน์ยุคสงครามเย็น! ปลุกนักศึกษาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 เม.ย.61-นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Sustarum Thammaboosadee ประเด็น พลังทหาร VS พลังนักศึกษา โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบรรดาพลังเคลื่อนไหวทางการเมือง หากประเมินในแง่ทรัพยากร ขบวนการนักศึกษานับเป็นจุดที่มีทรัพยากรน้อยที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งในมิติของทุน มิติของประสบการณ์ มิติของปริมาณ องค์การจัดตั้งก็ไม่เป็นระบบ ดูแล้วพลังคงน้อยกว่าชาวบ้านที่ประท้วงการสร้างเขื่อน ผู้ใช้แรงงานที่ปิดถนน หรือแม้กระทั่งกลุ่มทุนต่างๆ เสียอีก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ดูเหมือนว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษาแม้จะเล็กน้อยก็สร้างความตื่นตระหนกแก่ &amp;lsquo;นายพล&amp;rsquo; ได้ไม่ต่างจากพลังต่างๆข้างต้น คำถามคือเหตุใดต้องกังวลกับพลังนักศึกษาขนาดนั้น? ดังที่เห็นในข่าวการบุกคุกคามถึงบ้านทั้งในกรณีนักศึกษา ที่เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ
แม้กระทั่งผู้ต่อต้านอำนาจเผด็จการด้วยกันอาจมองข้ามพลังนักศึกษาที่กระจัดกระจายและไร้พลัง แต่ สิ่งที่น่าสนใจคือพลังอนุรักษนิยมไม่เคยมองข้ามและพยายามอย่างมากในการควบคุมพลังนักศึกษา ด้วยการเสนอให้เป็น &amp;lsquo;เด็กดี&amp;rsquo; วิจารณ์ในกรอบ กระตุ้นให้พยายามไต่บันไดขึ้นไป พยายามให้อยู่ในหลักวิชาหรือกติกาที่ชนชั้นนำมอบหมายให้ แต่การมีกลุ่มที่ตั้งคำถามเป็นสัญญาณอันตรายของฝ่ายอนุรักษนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การครอบงำผ่านระบบการศึกษาเป็นกลไกที่ทรงพลังมาก ทั้งในแง่เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม หล่อหลอมเด็กเกิดใหม่มาทั้งชีวิต แต่อยู่ๆพออายุย่างเข้า 20 พวกเขากลับตั้งคำถามกับฐานรากจนหมดสิ้น นี่คือสิ่งที่ฝ่ายอนุรักษนิยมเห็นว่าเป็นวิกฤติของระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.Tara Steward จาก MIT บอกว่ามนุษย์ก่อนวัย 25 ปี ทรงพลังมากเพราะกระบวนการประสาทจะสร้างความเป็นไปได้ชุดใหม่อยู่เสมอ พูดง่ายๆหากจะตีความคือระหว่างช่วงอายุ 18-25 ถ้ามนุษย์เชื่อว่าโลกที่เสมอภาคเป็นไปได้ รัฐสวัสดิการเป็นไปได้ ประชาธิปไตยคือทางออกของความขัดแย้ง การปกครองแบบเผด็จการทหารเป็นสิ่งที่ผิดเพี้ยน มีความเป็นไปได้สูงที่ปัจเจกชนนั้นจะอยู่กับความเป็นไปได้นั้นไปทั้งชีวิต ตรงกันข้ามแนวโน้มหลังอายุ 25 การสร้าง pathway ใหม่ๆยากขึ้นและมนุษย์จะเริ่มคุ้นชินกับอำนาจเดิมและทึกทักว่าเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลนี้ นักการศึกษา-นักการทหารฝั่งอนุรักษนิยมทราบเรื่องนี้ดี และทำงานอย่างหนักเมื่อเห็นความผิดพลาด พวกเขามองเหมือนรอยรั่วเขื่อนที่อาจจะทำให้ทุกอย่างพังได้ เป็นเรื่องใหญ่ของฝั่งถือครองอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แต่รัฐบาลทหารไทย ก็ยังมีมโนทัศน์ยุคสงครามเย็น คือ ใช้การปราบ จับกุม คุกคาม เป็นรายปัจเจกชน เพื่ออุดรูเขื่อน โดยไม่มองว่าโครงสร้างเขื่อนของรัฐบาลมีปัญหาแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องกระแสการรับรู้ปัญหาในหมู่นักศึกษาก็จะแผ่ขยายต่อไป สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การเลื่อนลำดับชั้นทางสังคมยากเย็น และยังเต็มไปด้วยการเมืองที่มองพวกเขาเป็นศัตรู การยอมรับระบอบปัจจุบันคงน้อยลง
เป็นกำลังใจให้นักศึกษาผู้ถูกคุกคามจากการใช้สิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ทั้ง กรุงเทพ เชียงใหม่ และทั่วประเทศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7149</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเคลื่อนไหวทางการเมือง, คุกคาม, จับกุม, ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, พลังทหารVSพลังนักศึกษา, มโนทัศน์ยุคสงครามเย็น, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad32d24f2987.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
