<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าประเมินม็อบการเมืองยืดเยื้อฉุดจีดีพี Q4 โตหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนก.ย.2563 ปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 32.5 จากเดือนส.ค. อยู่ที่ 32.3 เป็นการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 39.8 จากเดือนส.ค. อยู่ที่ 39.6 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือนเช่นกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2563 ใหม่ โดยคาดว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะติดลบเพียง 7.8% จากเดิมติดลบ 8.1% และรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;

ทั้งนี้ แม้ดัชนีจะปรับตัวขึ้น แต่ก็ฟื้นตัวเล็กน้อย ค่อนข้างช้า และยังอยู่ในระดับต่ำ โดยทุกภาคมองว่าเศรษฐกิจยังแย่ จึงต้องการให้รัฐดูแลราคาสินค้า เพราะประชาชนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้กำลังซื้อลดลง ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ จึงควรได้รับการเยียวยา และต้องดูแลสถานการณ์การเมืองให้มีเสถียรภาพ เพื่อดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน รวมทั้งต้องเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดภาระหนี้

&amp;ldquo;ประเมินว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม 500 บาทต่อเดือน โครงการคนละครึ่ง และช้อปดีมีคืน จะมีเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาท ทั้งของภาครัฐและเอกชน ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 2-3 รอบ แต่ถ้าการเมืองตรึงเครียดและรุนแรง จะทำให้การหมุนเวียนเศรษฐกิจลดลง และกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ จากเดิมคาดว่าไตรมาส 4 จีดีพีจะเพิ่ม 2-3% ทำให้ทั้งปีติดลบเหลือ 4-5% แต่ถ้าการเมืองเป็นตัวแปร ไตรมาส 4 จะโตเพียง 1% จีดีพีทั้งปีจะลบ 6-7%&amp;rdquo;

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางการเมือง จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก ส่วนภาคอื่นๆ ให้น้ำหนักมาตรการดูแลของภาครัฐ เช่น การดูแลหนี้ เพิ่มสภาพคล่อง การจ้างงาน และการเพิ่มกำลังซื้อ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80519</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ดัชนีความเชื่อมั่น, ม.หอการค้าไทย, ม็อบ 14 ต.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22f75e34e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;แนะธุรกิจเดินหน้าต่อไม่ต้องห่วงม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2563 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีการชุมนุมทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ว่า ในส่วนของกระทรวงการคลังจะยังต้องเดินหน้าดูเรื่องศักยภาพและความมั่นคงของภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทยยังเจอผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่จางไป

&amp;ldquo;ถ้าผมเป็นนักธุรกิจผมก็ต้องทำธุรกิจของผมต่อไป ธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ เพราะแต่ละวัน แต่ละนาที แต่ละวินาทีมันเป็นรายได้ของบริษัท ผมคงตอบแทนไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะมีผลต่อความรู้สึก ความคิดของเขาอย่างไร&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังยังยืนยันภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2564 ยังเป็นไปตามเอกสารงบประมาณที่ 2.67 ล้านล้านบาทเหมือนเดิม โดยหลังจากนี้ต้องติดตามสถานการณ์ทุกเดือน ทุกไตรมาส โดยขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นปีงบประมาณ จึงอยากดูสถานการณ์ก่อน ค่อยมาคุยกัน ซึ่งหลังจากนี้คลังจะมีการหารือกับหน่วยงานจัดเก็บรายได้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ 14 ต.ค., อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f869d2245ca7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นไทยเปิดลบ 8 จุด ผวาม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า&amp;nbsp;หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,273.43 จุด เคลื่อนไหวในแดนลบที่ระดับ 1,264.95 จุด ปรับลดลง 8.48 จุด หรือ 0.64% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,271.10 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,257.84 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 25,887.83 ล้านบาท

โดยบล.กรุงศรี กล่าวว่า&amp;nbsp; ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีขาดปัจจัยใหม่หนุนโดยแม้ว่าจะได้รับความรู้สึกเชิงบวกความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐอย่างไรก็ตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองรวมถึงสัปดาห์นี้กลุ่มธนาคารจะทยอยประกาศงบไตรมาส3ปี63ที่คาดว่าจะชะลอตัวซึ่งจะกดดันต่อทิศทางดัชนี

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดลบ, ม็อบ 14 ต.ค., หุ้นไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6afc4365273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งตร.ชุดควบคุมฝูงชนสวมเสื้อเหลืองเข้าชิงพื้น!ที่นั่งเรียงแถวริมถนนราชดำเนินนอกยาวถึงสนามหลวง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ตร.ชุดควบคุมฝูงชน ทั้งหมด 60 กองร้อยๆละ150นาย และจิตอาสา ไม่รวมตร.นครบาลทีแต่งเครื่องแบบให้ใส่เสื้อเหลืองเข้าประจำจุด นั่งเรียงแถวบริเวณถนนราชดำเนินนอก 2 แถวทั้ง 2 ฝั่งเพื่อยึดพื้นที่ยาวไปถึงท้องสนามหลวง รอรับเสด็จฯพร้อมปรับกำลังหากม็อบเคลื่อนขบวน ณ ตอนนี้.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงพื้นที่, ชุดควบคุมฝูงชน, ม็อบ 14 ต.ค., สวมเสื้อเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f866617c82f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกเด็กไปตาย!&#039;มาชิน&#039;ชี้นิ้ว ถ้าไม่อยากให้เลือดนองแผ่นดิน&#039;ประยุทธ์&#039;ต้องออกทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63- นายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nakorn Machim ว่าหากไม่ต้องการให้เลือดนองแผ่นดิน พลเอกประยุทธ์และลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช จะต้องลาออก ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ และคณะรัฐประหาร คสช คือยอดภูเขาน้ำแข็ง ของระบอบเผด็จการศักดินาโบราณของไทย ที่ถูกส่งเสริมให้เติบใหญ่ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ และถูกใช้ให้ทำการรัฐประหารปล้นอำนาจของประชาชน เมื่อปี 57 เมื่อปล้นอำนาจได้สำเร็จ พวกเขาเหล่าเผด็จการทรราชและลิ่วล้อบริวาร ต่างก็แบ่งหน้าที่กันทำ แบ่งอำนาจ แบ่งตำแหน่ง แบ่งผลประโยชน์ ให้จอมเผด็จการ ให้คณะรัฐประหารและลิ่วล้อบริวาร อย่างลงตัว พลเอกประยุทธ์ถูกเชิดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนลิ่วล้อบริวาร บางคนเป็นรองนายกรัฐมนตรี บางคนเป็นรัฐมนตรี บางคนเป็น สนช. บางคนเป็น ส ว. บางคนไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ บางคนเป็นองค์กรอิสระ บางคนเป็นที่ปรึกษา บางคนเป็นเลขานุการรัฐมนตรี โดยมีอำนาจรวมศูนย์ที่ระบอบเผด็จการ พวกเขาได้ร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการ สร้างและสถาปนาระบอบเผด็จการให้เข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืนเพื่อจะได้ ใช้กดขี่ ข่มเหง ประชาชน แสวงหาผลประโยชน์และรักษาสถานะชนชั้นปกครองให้ยาวนานที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ใช้ อำนาจรัฐ ใช้องค์กรอิสระ ใช้กระบวนการยุติธรรมและใช้ข้าราชการระดับสูงที่พร้อมจะรับใช้เหล่าเผด็จการทรราช เพื่อให้ตนเองได้ตำแหน่งใหญ่โตต่อไป โดยไม่สน ใจว่าชาติ บ้านเมืองจะวิบัติ หายนะ ขนาดไหนและประชาชนจะย่อยยับ อับจนอย่างไรพวกเขาได้ร่วมกันทำลายประชาธิปไตย ทำลายอำนาจของประชาชน ทำลายพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย สร้างความขัดแย้ง สร้างความแตกแยกให้คนไทยด้วยกันตามทฤษฎี แบ่งแยกแล้วปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาสร้างรัฐธรรมนูญ กฎ กติกา ของชาติ บ้านเมืองให้วิปริต ผิดเพี้ยน ล้าหลังไปหลายสิบปี ไม่เป็นสากล ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุด เท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม เลือกปฎิบัติ ใช้ทหารและหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ปฎิบัติการข้อมูลข่าวสาร จนถึงการทำสงครามจิตวิทยากับประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสืบทอดอำนาจของเผด็จการและระบอบเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาได้สร้างความทุกข์ยาก แร้นแค้น ต่อประชาชน สร้างความหายนะและล้าหลังต่อชาติ บ้านเมือง สร้างวิกฤตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง เห็นได้ชัดจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยติดลบ 8.4-10.4 ต่ำสุดในอาเซียน มีการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก จนทำให้คนไทยตกงาน ไม่มีงานทำหลายล้านคน ไม่รวมถึงปัญหาหนี้สินของประชาชนและ หนี้สินสาธารณะที่ท่วมแผ่นดินสูงเป็นประวัติการณ์ และการคว่ำบาตรจากประเทศโลกเสรีส่วนใหญ่ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าเหล่าเผด็จการจะพยายามใช้มาตราการทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบ สกดคนไทย ให้สยบยอม ก้มหน้ารับชะตากรรม ให้อยู่ใต้อาณัติ ยอมเป็นทาส ไพร่ รับใช้เผด็จการตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่ปัจจุบันนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนส่วนใหญ่ตื่นรู้ ตาสว่าง เห็นความจริงในเชิงประจักษ์ ถึงความเลวร้ายของระบอบเผด็จการ ที่สร้างทุกข์เข็ญต่อคนไทย ต่ออนาคตลูกหลานของคนไทย จึงไม่ยอมก้มหน้ารับใช้ระบอบเผด็จการทรราช ได้ร่วมกันก่อกำเนิดเป็นมวลชนหลายกลุ่ม แทบทุกจังหวัดทั่วประเทศและมารวมกันเป็น คณะราษฏร ที่กำหนดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ตุลานี้ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และต่อเนื่องไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 ข้อเรียกร้องหลักนี้ คนที่ผูกปมสร้างปัญหาหลักก็คือ พลเอกประยุทธ์และคณะรัฐประหาร คสช. พร้อมกับบรรดาลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช โดยเฉพาะ บรรดา ส ว. กมธ. และองคาพยพของฝ่ายเผด็จการ ที่ยังไม่รู้สำนึก และมีท่าทีแข็งกร้าวต่อประชาชนที่มาชุมนุมอย่าง สงบ สันติ และ ปราศจากอาวุธมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เพื่อมิให้ชาติ บ้านเมืองต้องวิบัติมากไปกว่านี้ และเพื่อไม่ให้ชีวิต เลือดเนื้อของประชาชนจะต้องสูญเสีย จนเลือดนองแผ่นดิน เพียงเพื่อรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ของพวกท่าน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา 2516 , 6 ตุลา 2519 ,พฤษภา 2535 และ เมษา พฤษภา 2553 รัฐเผด็จการทรราชเป็นผู้ก่ออาชญากรรมต่อประชาชนทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ คณะ คสช เดิมที่แปลงร่างมาเป็นรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปในคราบประชาธิปไตยสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้งทั้งหมด และองคาพยพของเผด็จการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลนี้ ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไขแล้วคืนอำนาจอธิปไตย คืนสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพและความยุติธรรมให้แก่ประชาชนทันทีโดยปราศจากเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพวกท่านยังฝืนยื้อ และพยายามอยู่ในอำนาจต่อไปโดยปราศจากความชอบธรรมเช่นที่ผ่านมา เลือดคงจะนองแผ่นดินเป็นแน่แท้ ประวัติศาสตร์จะจารึกพวกท่านและบรรดาลิ่วล้อบริวารว่า พวกท่านคือเหล่าทรราช ที่อนุชนรุ่นหลังสาปแช่งตลอดไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80117</URL_LINK>
                <HASHTAG>นคร มาฉิม, นองเลือด, ม็อบ 14 ต.ค., เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f8267c301440.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;จวก&#039;ธนาธร-พิธา&#039;ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2563 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษาในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ว่า ตนเชื่อว่าหากเป็นพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษาการชุมนุมจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย ที่สำคัญ ตนเชื่อว่าวันนี้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศทราบแล้วว่า เครือข่ายของพรรคการเมืองไหนเป็นส่วนหลักของม็อบนักศึกษา ล่าสุดไม่ว่าจะเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้า และนายพิธา ลิ้มเจริญรัฐ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ต่างออกมาประกาศแล้วว่าจะเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ด้วย ตนอยากเตือนนายธนาธรและนายพิธาว่า น่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าแกนนำบางคนจาบจ้วงสถาบัน แล้วทำไมยังให้การสนับสนุน ไม่กลัวจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่ารู้เห็นเป็นใจ หรือถูกมองว่าใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือบ้างหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า สิ่งที่แกนนำนักศึกษาบางคนปราศรัยนั้น มันทำร้ายหัวใจคนไทยทั้งชาติ ระวังเขาจะทนกันไม่ไหว อย่านำบ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงอีก &amp;nbsp;ทางที่ดีนายพิธาควรนำปัญหาไปแก้ไขในเวทีสภาฯ ไม่ใช่ปลุกม็อบลงถนน สิทธิเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กรอบกฏหมาย ที่สำคัญ 3 ข้อเรียกร้องรัฐบาลก็รับฟัง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าแล้ว ไม่มีใครยื้อ ทั้งนี้ นายธนาธรและนายพิธาควรจะถอนฟืนออกจากไฟ ไม่ใช่จุดไฟเผาบ้านเผาเมือง ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 รัฐบาลก็ทำงานอย่างหนัก ทำไมไม่ช่วยกัน วันนี้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็พยายามไม่ยุ่งการเมือง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งทุกรูปแบบ มุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างเดียว จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจ หันหน้ามาคุยกันจะดีกว่า ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน อย่าซ้ำเติมประเทศอีกเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พิธา ลิ้มเจริญรัฐ, ม็อบ 14 ต.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f20eb9e0d4e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;หยามปลุกม็อบ14 ต.ค.ไม่ติด #ดูท่าจะไม่ได้ชูสักนิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2563 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Paisal Puchmongkol ระบุว่า &amp;nbsp;
#ดูท่าจะไม่ได้ชูสักนิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 การปลุกกระแสอุ่นม็อบในต่างจังหวัดก่อนเคลื่อนพลแผ่วมากมวลชนเผ่นเหลือต่ำร้อยโดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 แว่วข่าวว่าการเช่ารถตู้ขนคนเข้ากรุง ได้ยกเลิกเป็นส่วนใหญ่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เจ้ามือเช่ารถสุขามาบริการก็รู้ตัวว่าไม่ได้เข้ามาจอดแน่ จึงไม่ยอมวางมัดจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือวิบากขนาดกระจุ๋มกระจิ๋มของการแถลงว่าจะชูสามนิ้วโชว์ขบวนเสด็จ และจะให้ขบวนเสด็จเปลี่ยนเส้นทางเสด็จ***&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตาดูคลื่นแห่งความจงรักภักดีอันบริสุทธิ์ของมหาชน ที่ทนเห็นพระมหากษัตริย์ถูกระรานไม่ไหวแล้ว จะถั่งโถมดุจดังคลื่นในพระมหาสมุทร****&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่14ตุลาคมจะไปร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ที่ตรงไหนก็เตรียมถามเส้นทางไว้ก่อนได้!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80112</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ 14 ต.ค., ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1304ed2c52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
