<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหมายจับ &#039;เสื้อแดง&#039; หนีคดีชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 1 อีก 18 คนได้ประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม็อบรีเด็มชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.อ.) ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อ 28 ก.พ.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การ คดีหมายเลขดำ อ.884/2564 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแนวร่วมม็อบกลุ่ม REDEM จำนวน 19 คน ประกอบด้วย นายพรชัย มายอด, นายสงกรานต์ ดาราดาษ, นายพัชรพล เมืองโคตร, นายบัญชา จันทร์สมบูรณ์ (ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า),นายฐาปนพงศ์ พเนตรรัมย์, นายซูเฟียน ยามา, นายบุญทัย พิกุลทอง, นายพัชรพล เอี่ยมวัฒนพงศ์, นายกำพล วัฒยา, นายพรชัย โลหิตดี, นายธนพัฒน์ กาเพ็ง, นายพชร วัฒนศิริสุข, นายธนพล พันธุ์งาม, นายพีรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ กีรติกานต์, นายขวัญน้อง ท่าหาด, นายทักษิณ อัปมาโน, นายวีรชาติ เกตุแก้ว, นายอรรถพล เรืองรัมย์ และนายแซม สาแมท (ชาวต่างด้าว) เป็นจำเลยที่ 1-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายและกระทำการให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิกฯ, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันชุมนุมสาธารณะ ฝ่าฝืนข้อกำหนดและประกาศตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ทั้งนี้ ในส่วนของนายแซม สาแมท จำเลยที่ 19 มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเพิ่มเติ่มอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องบรรยายระบุพฤติการณ์ว่า สืบเนื่องจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสหรือโควิด-19 พร้อมกับการใช้อำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกข้อกำหนด ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมในลักษณะแพร่เชื้อโรคฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 มีผู้ชุมนุมประมาณ 600-700 คน นัดหมายมาร่วมกันชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเดินขบวนไปขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ออกจากบ้านพักที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.อ.) ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิตด้านขาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยทั้ง 19 พร้อมกับเยาวชนอีก 4 ราย ได้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองดังกล่าว อันเป็นการชุมนุม การทํากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ สถานที่ใดๆ ที่แออัด และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกําหนด โดยจําเลยกับพวกไม่ได้จํากัดทางเข้า-ออกในการเข้าร่วมชุมนุม ไม่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และไม่จัดให้มีการเว้นระยะนั่ง หรือยืนห่างทางสังคมระหว่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย อันเป็นการจัดชุมนุมทางการเมือง โดยไม่มีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จําเลยทั้งหมดยังได้ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายและกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง กล่าวคือ ขณะจำเลยกับพวกเคลื่อนขบวนไปทางกรมทหารราบที่ 1 ได้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจคุมฝูงชนขัดขวางไม่ให้เคลื่อนขบวน จําเลยทั้งหมดจึงได้ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายและใช้กําลังประทุษร้ายด้วยการด่าทอ ตําหนิ และขว้างปาประทัดยักษ์ ก้อนหิน ขวดแก้ว และของแข็งต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตํารวจคุมฝูงชน อันเป็นการกระทําให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้ยุติการชุมนุม กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานแล้ว ก็ยังคงขัดขืนไม่เลิกการกระทำดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จําเลยทั้งหมดยังได้ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติตามหน้าที่ กล่าวคือ เมื่อจําเลยทั้ง 19 กับพวกผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปถึงแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตํารวจคุมฝูงชนที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุม จําเลยทั้งหมดได้ใช้กําลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยการขว้างปาก้อนหิน ขวดแก้ว และของแข็งต่างๆ ใส่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่คุมฝูงชนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย อันเป็นการร่วมกันต่อสู้ ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทําความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และร่วมกันทําร้ายร่างกายเจ้าพนักงานผู้กระทําการตามหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องยังระบุพฤติการณ์เพิ่มด้วยว่า นายแซม จำเลยที่ 19 ซึ่งเป็นบุคคลเชื้อชาติกัมพูชา ไม่ปรากฏสัญชาติ ได้เดินทางจากประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา เข้ามาในราชอาณาจักรไทยที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นเดินทางต่อมาที่ เขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองประจําเส้นทางนั้นตามกฎหมาย, ไม่ได้ยื่นรายการตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง ตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง และไม่ได้ไปรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทําการด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุดในทางที่เข้ามา ขณะเมื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร รวมทั้งพักอยู่ที่ห้องเช่าในเขตดอนเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดที่แขวงสามเสนใน เขตพญาไท และแขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กทม.เกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ นายพรชัย มายอด จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาลสอบคำให้การ เบิกตัวนายแซม จำเลยที่ 19 ซึ่งถูกคุมขังจากเรือนจำมาศาล ขาดเพียงนายพรชัย โลหิตดี จำเลยที่ 10 ไม่มาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอธิบายคำฟ้องและสอบคำให้การจำเลย 18 คนที่มาศาลแล้ว จำเลยทั้ง 18 คน ให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 5 ก.ค. นี้ เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;ส่วนนายพรชัย โลหิตดี จำเลยที่ 10 นั้น ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับ&amp;nbsp;ทั้งนี้ ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวจำเลย ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยตีราคาประกันคนละ 35,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรชัย โลหิตดี แนวร่วม นปช. อดีตนักโทษคดีปล้นทรัพย์ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์เดอะอีสานเร็คคอร์ด)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ28กุมภา, ม็อบรีเด็ม, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cc1c175daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มไร้สัญชาติยืนบนตู้คอนเทนเนอร์ฉี่ใส่ตำรวจ ส่งดำเนินคดี สน.ดินแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันจับกุมนาย Sam Sa Mart ซึ่งเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 580/64 ลง วันที่ 26 มี.ค.64 ข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และทำร้ายร่างกายฯ ได้ที่หน้าตึกเลขที่ 87 ซ.สรงประภา 10 แยก 3 (ชุมชนสวนฝรั่ง) แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหารายดังกล่าวนี้ ได้ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 ที่หน้ากรมทหารราบที่ 1 รอ. ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และได้ขึ้นไปบนตู้คอนเทนเนอร์แล้วถ่ายปัสสาวะรดตำรวจควบคุมฝูงชนที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งตำรวจจะแถลงข่าวโดยละเอียดอีกครั้งที่ สน.ดินแดงในคืนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นาย Sam Sa Mart ได้ให้การว่าตนเองเป็นคนไร้สัญชาติ ก่อนหน้านี้เคยถูกจับส่งกลับไปยังประเทศกัมพูชา แต่ทางกัมพูชาไม่รับตัวกลับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97410</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทหารราบที่ 1, คนไร้สัญชาติ, ม็อบ28กุมภา, สน.ดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605df91c60ca1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว! กทม.เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด พบ 2 คนร่วมชุมนุมถนนราชดำเนิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2563 - 11 มี.ค.2564 รวม 1,006 คน โดยเปิดเผยไทม์ไลน์ไปแล้ว 946 ราย ล่าสุดมีไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ ซึ่งได้สอบสวนโรคแล้วเสร็จเพิ่มอีก 20 ราย (947-966)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ รายที่ 960 เป็นหญิง อาชีพพนักงานโรงงาน พบประวัติเดินทางมาทำงานที่โรงงานแขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ โดยรถสองแถวเล็ก แวะซื้ออาหารหน้าโรงงาน โดยมีอาการไข้ ปวดศีรษะ วันที่ 27 ก.พ.&amp;nbsp;ไปร่วมชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน หน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) กับเพื่อน ในวันที่ 28 ก.พ.&amp;nbsp;โดยรถแท็กซี่ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ต่อมาเข้ารับการตรวจค้นหาเชิงรุกที่โรงงาน พบติดเชื้อ COVID-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยรายที่ 961 เป็นชาย อาชีพพนักงานโรงงาน พบประวัติเดินมาทำงานที่โรงงานแขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ไปร่วมชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน หน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) กับเพื่อน ในวันที่ 28 ก.พ.2564 โดยรถแท็กซี่ ต่อมาเข้ารับการตรวจค้นหาเชิงรุกที่โรงงาน พบติดเชื้อ COVID-1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ม็อบ28กุมภา, โควิด19, ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604a1caf22940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งแล้ว! ตำรวจ คฝ.ติดโควิด เปิดไทม์ไลน์กลับบ้านกระทุ่มแบนก่อนคุมม็อบ สั่งกักตัวยกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.64 - พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่าจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตำรวจในสังกัด เบื้องต้นของ&amp;nbsp;ด.ต.สมยศ นวมเจริญ ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน สน.วังทองหลาง ติดเชื้อโควิด ตอนนี้ให้กักตัวอยู่ที่พัก เพื่อรอรถโรงพยาบาล มารับตัวไปตรวจซ้ำอีกครั้ง หากตรวจพบเชื้อต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวและรักษา&amp;nbsp;ขณะนี้ได้สั่งให้ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณโรงพัก รวมทั้งจุดที ด.ต.สมยศ สัมผัสทั้งหมดแล้ว พร้อมสั่งกักตัวชุดควบคุมฝูงชนที่ใกล้ชิด ด.ต.สมยศ แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีรายงานว่า ด.ต.สมยศ ได้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนในหลายพื้นที่ ล่าสุดได้ไปปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่ พล.1 รอ. ถนนวิภาวดี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย โดยไทม์ไลน์ของ ด.ต.สมยศ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-วันที่ 18 ก.พ. กลับบ้านกระทุ่มแบน แวะพบเพื่อนที่ติดเชื้อก่อนหน้า แล้วกลับ กทม.
-วันที่ 19 ก.พ. ไป ควบคมฝูงชนที่รัฐสภา รถควบคุมผู้ต้องหาเล็ก
-วันที่ 20 ก.พ. ไปควบคุมฝูงชนที่รัฐสภา รถควบคุมผู้ต้องหาเล็ก
-วันที่ 21 ก.พ. เวรพัก อยู่บ้าน
-วันที่ 22 ก.พ. เวรพัก อยู่บ้าน
-วันที่ 23 ก.พ. มาเข้าเวร สน. 08.00-16.00 กลับบ้าน
-วันที่ 24 ก.พ. &amp;nbsp;มาเข้าเวร สน. 08.00-16.00 กลับบ้าน
-วันที่ 25 ก.พ. &amp;nbsp;มาเข้าเวร สน. 16.00-24.00 กลับบ้าน
-วันที่ 26 ก.พ. มาเข้าเวร สน. 16.00-24.00 กลับบ้าน
-วันที่ 27 ก.พ. ไปควบคุมฝูงชนกองกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี
-วันที่ 28 ก.พ. ไปควบคุมฝูงชนที่ พล.1 รอ. รถควบคุมผู้ต้องหาเล็ก
-วันที่ 1 มี.ค. ไปเตะบอล ที่ รฟม. พระรามเก้า
-วันที่ 2 มี.ค. เพื่อนในกลุ่มโทรบอกว่าติดเชื้อ จึงไปตรวจหาเชื้อที่ รพ.รามคำแหง เวลา 15.30 น. และมากักตัวที่แฟลตตำรวจ
-วันที่ 3 มี.ค. ผลเบื้องต้นเป็นบวก กักตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ28กุมภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c396aac4fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่นไง &#039;เยาวชนปลดแอก&#039; บอกม็อบต้องไม่มีแกนนำ-การ์ด ป้องกันรัฐจับกุมเหมือนฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ซึ่งประกาศจัดตั้งกลุ่ม REDEM นัดชุมนุมเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;REDEM เผยการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ในวันที่รัฐยกระดับความรุนแรง และการชุมนุมแบบไม่มีแกนนำ ในการชุมนุมช่วงหลังๆ จะสังเกตได้ว่า รัฐกระทำรุนแรงกับประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างความหวาดกลัวในการเรียกร้องประชาธิปไตยและสังคมที่ยุติธรรม นี่ไม่ใช่เรื่องของความชอบธรรมในการฆ่าหรือ Lisense to kill อะไรทั้งสิ้น เพราะนี่ไม่ใช่ความผิดของเหยื่อ แต่รัฐไม่ควรสังหารประชาชนของตนเองเพียงเพราะออกมาเรียกร้องความยุติธรรม/ความเสมอภาค เราจึงจำเป็นต้องศึกษาหาวิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น เพื่อป้องกันตนเองจากรัฐอำมหิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมการชุมนุมแบบไม่มีแกนนำจึงสร้างความกดดันให้รัฐมากเป็นพิเศษ :&amp;nbsp;ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนว่าในประเทศที่ดัชนีความเป็นประชาธิปไตยสูง การชุมนุมแบบไม่มีแกนนำ การชุมนุมที่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของในการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรกติ เนื่องจากนี่คือจุดตั้งตนของกระบวนการประชาธิปไตย เป็นการสร้างวัฒนธรรมการต่อสู้และไม่ยอมจำนน หากพบเจอกับความอยุติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องรอกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งลุกขึ้นมาตัดสินใจนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นกระบวนการที่จะสามารถรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตยในระยะยาว และเมื่อไม่มีแกนนำ นั่นเท่ากับการที่รัฐ จะทำลายขบวนการเคลื่อนไหวได้ยากยิ่งขึ้น ไม่สามารถจับใครคนใดคนหนึ่งเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่รัฐไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่ความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของการเคลื่อนไหวแบบไม่มีแกนนำ เป็นสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีแกนนำหรือรถเครื่องเสียงแล้วเราต้องฟังใคร : ในหลายประเทศการชุมนุมแบบไร้แกนนำมักใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อตัดสินใจเรื่องต่างๆ ร่วมกัน เช่นสถานที่ เวลา และอื่นๆ ซึ่งการเคลื่อนไหวของ REDEM นั้น การตัดสินใจร่วมกันจะทำผ่าน TELEGRAM(https://t.me/joinchat/WPHvj-Vc6d80YWQ1) ซึ่งในขณะหน้างานอาจต้องร่วมกันกระจายข่าวสารด้วยเสียง สัญญาณมือหรือป้ายข้อความ ดังเช่นที่ในฮ่องกงเคยใช้ หากเรื่องใดที่ไม่ได้มีการตัดสินใจร่วมกันจำเป็นต้องใช้ไหวพริบในการจัดการกับปัญหานั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วจะทำอย่างไรหากไม่มีการ์ด : ไม่มีการต่อสู้กับรัฐใดที่รับรองได้ว่าปลอดภัย 100% หรือแม้แต่บรรเทาความรุนแรงได้ พื้นที่ปลอดภัยอาจไม่มีอยู่จริง เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่ารัฐจะใช้ความรุนแรงเมื่อไหร่หรือวิธีใดบ้าง ผู้ชุมนุมจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับกับสถานการณ์เสี่ยงหากเกิดการปะทะ หรือหากไม่พร้อมสำหรับการปะทะ ควรศึกษาหาเส้นทางหลบเลี่ยงล่วงหน้า และออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้องกันมือที่ 3 หรือ io ที่แฝงตัวอย่างไร : การป้องกันมือที่ 3 และ io อาจต้องอาศัยการช่วยกันสังเกตความผิดปกติต่างๆ อย่างไรก็ตามการป้องกันนั้นไม่อาจทำได้ 100% เนื่องจากผู้ที่แฝงตัวนั้นถูกฝึกจากรัฐมาเป็นเวลานานและค่อนข้างมีประสบการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีคนเจ็บ/โดนจับ จะทำอย่างไร : ม็อบคือการต่อสู้กับอำนาจรัฐ รัฐที่ผูกขาดความรุนแรงครบมือ ทั้งกองกำลัง กฎหมาย และสื่อ ความรุนแรงใดๆ หน้าที่ของรัฐจึงเป็นผู้ที่รักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม มิใช่การทำร้ายผู้ชุมนุม รัฐจึงควรเป็นผู้รับผิดชอบซึ่งความรุนแรงที่กระทำต่อผู้ชุมนุมทั้งหมด
แต่อย่างไรก็ตาม ในจุดชุมนุมจะมีอาสาพยาบาลที่รับส่งหากเกิดเหตุฉุกเฉินและหากถูกจับ สำคัญที่สุดคือต้องมีผู้ที่รู้ว่าเราถูกจับ โดยปกติแล้วสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองคือสามารถแจ้งบุคคลที่ไว้วางใจ/ทนายได้หากถูกควบคุมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรมีเบอร์เรียกรถพยาบาลติดไว้หากอยู่ในจุดที่ไม่มีหน่วยพยาบาลอยู่ และควรมีเบอร์ทนายความหรือศูนย์ทนายเพื่อติดต่อในยามฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการต่อสู้/เส้นสันติวิธี : แต่ละคนมีเส้นสันติวิธีไม่เท่ากัน จึงอาจมีการกระทบกระทั่งกันบ่อยครั้ง แต่หากเราเชื่อว่านี่คือการต่อสู้ที่เราทุกคนเท่ากัน ในการชุมนุมแบบไร้แกนนำจึงจำเป็นต้องเปิดรับแนวทางการต่อสู้ให้กว้างขึ้น เช่น การสาดสีหรือเผารูป บางคนอาจมองว่าคือความรุนแรง แต่บางคนนั้นมองว่าไม่รุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเจ้าหน้าที่ขอเจรจา : ไม่มีใครเจรจาต่อรองข้อเรียกร้องกับเจ้าหน้าที่ได้เต็มที่ 100% เพราะการชุมนุมแบบไม่มีแกนนำคือการที่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของการเคลื่อนไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น : การชุมนุมแบบไม่มีแกนนำ และทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของการเคลื่อนไหว ผู้ที่ออกมาต่อสู้ทุกคนจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบในความเสี่ยงของตัวเอง นี่คือการต่อสู้ของผู้คนที่มีสถานะเท่ากัน ผู้กระทำความรุนแรงต่อประชาชนหลายสิบปีคือรัฐ ทั้งการฉีกรัฐธรรมนูญจากประชาชน และอื่นๆ นับไม่ถ้วน รัฐได้ยกระดับแล้ว ไม่ว่าเราจะสู้ด้วยวิธีใด จะนั่งพับเพียบ จะตรึงกำลังตั้งแนวป้องกันเป็นโล่มนุษย์ รัฐก็พร้อมโต้กลับอย่างรุนแรงไร้มนุษยธรรมอยู่ดีหากต้องการรักษาไว้ซึ่งอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาธิปไตยโดยตัวมันเองนั้นบอบบาง แต่จะลงหลักปักฐานและแข็งแกร่งได้ก็ด้วยพลังของประชาชน สิทธิต่างๆ ที่ทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนทุกวันนี้ เช่น สิทธิในการลาคลอด วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นั้นเกิดขึ้นมาได้ก็เพราะการต่อสู้ของมวลชน ดังคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;เสรีภาพไม่ได้ติดตัวมนุษย์โดยกำเนิด แต่เกิดจากการต่อสู้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94955</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ28กุมภา, ม็อบ3นิ้ว, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cc1c175daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง ทรงรับตำรวจและผู้บาดเจ็บเหตุชุมนุม 28 กุมภา เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;มี.ค.64 - เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ได้เผยแพร่ข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์จำนวน 36 &amp;nbsp;ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 26 ราย และประชาชนจำนวน 10 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพวงมาลาของเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปวางหน้าหีบศพ ร.ต.อ. วิวัฒน์ เสริฐสนิท เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 ณ วัดตรีทศเทพวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94922</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ม็อบ28กุมภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f8b35b5f98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯ มีมติตรวจสอบเหตุการณ์ม็อบ 28 กุมภา ชี้ข้อมูลในสื่อแตกต่างกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.64 - นางประกายรัตน์&amp;nbsp;ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหน้าที่แทนประธานกสม.&amp;nbsp;เปิดเผยว่าในการประชุม กสม. ด้านการบริหารครั้งที่ 11/2564&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(2 มี.ค.) ได้มีการพิจารณาเรื่องกลุ่ม &amp;ldquo;REDEM&amp;rdquo; จัดชุมนุมและเคลื่อนตัวไปยังบ้านพักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;และเกิดการเผชิญหน้า&amp;nbsp;โดยผู้ชุมนุมมีการขว้างปาสิ่งของและปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุม บริเวณใกล้กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้มาตรการกระชับพื้นที่และสลายการชุมนุม มีการฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง&amp;nbsp;โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นควรหยิบยกเป็นกรณีขึ้นตรวจสอบ&amp;nbsp;รวมกับกรณีอาสาสมัครทางการแพทย์ที่อ้างว่าถูกจับกุมและได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 13 ก.พ.&amp;nbsp;ซึ่ง กสม.ได้หยิบยกขึ้นตรวจสอบก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประกายรัตน์&amp;nbsp;กล่าวว่าการตรวจสอบจำเป็นต้องรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน&amp;nbsp;ในทุกช่วงเวลาของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;เพราะข้อมูลที่ปรากฏในสื่อมีแง่มุมที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;เป็นกรณีที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง&amp;nbsp;โดย กสม.จะเชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องนี้มารับฟังความเห็นประกอบการพิจารณา ซึ่งจะยึดหลักความเป็นกลาง&amp;nbsp;การปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเที่ยงตรง ตลอดจนจะเร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประกายรัตน์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนก.ค. &amp;ndash; ธ.ค. 2563&amp;nbsp;ขณะนี้ กสม.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะซึ่งจะเปิดเผยต่อสาธารณะในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, กสม., ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์, ม็อบ28กุมภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f517850bf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
