<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ตำรวจ&#039; สรุปเหตุชุมนุมบานปลาย ซัดจนท.ใช้ความรุนแรง ยั่วยุม็อบให้บันดาลโทสะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ การตำรวจ สภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า ได้ติดตามตามข่าว เรื่องของการปะทะระหว่างผู้เรียกร้องประชาธิปไตยกับตำรวจ 2-3 ครั้งที่ผ่านมาเห็นว่า เหตุที่เกิดทำท่าจะบานปลาย เพราะทางฝ่ายตำรวจ มีข้อสังเกต&amp;nbsp;4 ประการ ที่ดำเนินการอยู่พอสรุปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการปฎิบัติหน้าที่ เช่น จับผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องสงสัยได้ แทนที่จะควบคุมคุมขังแต่กลับทำร้าย ผู้ไปเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ปฎิบัติไม่เป็นไปตามหลักสากล ของการปราบฝูงชน เช่น ไปแอบอยู่บนที่สูงแล้วใช้ปืนสระสุนปลอมยิงลงมา ใช้แก๊สจากที่สูงยิงลงมา เสมือนการดักทำร้าย ใช้ปืนจ่อถึงแม้จะเป็นกระสุนปลอม แต่หากอาจพลาดถึงแก่ชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยั่วยุ ให้กลุ่มผู้เรียนร้องเกิดความโกรธ ความเกลียดชัง ทำให้บันดาลโทสะ เกิดการปะทะ ไม่มีประโยชน์กับการกระทำทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.อยากให้ปฎิบัติตามหลักสากลที่นานาอารยะประเทศที่เจริญแล้ว พึงปฎิบัติกับกลุ่มผู้เรียนร้องอย่างเคร่งครัด เพราะกลุ่มผู้เรียกร้องอาจนำไปฟ้องร้องต่อศาลอาญา จะมีปัญหาต่อตัวเองและครอบครัวในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้เรียกร้อง ก็อยากให้หลีกเลี่ยงต่อการปะทะ และไม่ควรมีเครื่องทุ่นแรงที่ไม่พึงประสงค์นำเข้าไป&amp;nbsp;ผู้เรียกร้องไม่ได้มีเจตนาที่จะไปปะทะกับตำรวจ เพียงแต่เขาเรียกร้องให้นายกฯลาออกด้วยเหตุผลที่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายครูมานิตย์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการตำรวจไม่อยากเห็นตำรวจไปเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจและปฎิบัติที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ จึงได้หารือกันกับกรรมาธิการหลายท่าน โดยเฉพาะนายวิสุทธิ์ ไชยอรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากรรมาธิการฯ จะเชิญท่าน ผบ.ตร , ผบช.น และฝ่ายเรียกร้อง มาร่วมแลกเปลี่ยนหาทางออกร่วมกัน และโดยเฉพาะวิธีการปราบฝูงชน ทั้งเรื่องของการใช้รถจีโน่กับการผสมสารเคมี เรื่องของการใช้อาวุธปืนใช้กระสุนแต่ละครั้งเท่าใด เรื่องการฉีดแก๊สน้ำตาว่า ใช้กันอย่างไร เช่น ยืนยิงจากที่สูงลงมา และที่สำคัญท่านนายกได้สั่งการมาอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางกรรมาธิการไม่อยากเห็นความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเยาวชน ชึ่งดีไม่ดีเป็นลูกหลานของข้าราชการตำรวจ เพียงเพราะความมุทะลุของคนชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113076</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตำรวจ, ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, พรรคเพื่อไทย, ม็อบ10สิงหา, ม็อบ7สิงหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114c4c10a495.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่ง สั่งตร.ระวังใช้ความรุนแรงคุมม็อบ ยกคำร้องขอห้ามยิงกระสุนยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 ส.ค.64 - ที่ศาลเเพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งในคดีที่ นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ กับพวกรวม 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินในคดีหมายเลขดำที่ พ&amp;nbsp;3683/2564&amp;nbsp;ระหว่างนายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ กับพวกรวม 2 คนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับพวกรวม 4 คน และศาลนัดฟังคำสั่งวันที่&amp;nbsp; 10 ส.ค.เวลา 13.30 น.นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ศาลได้ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำสั่งอันสรุปใจความได้ว่า ที่โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยางใส่โจทก์ทั้งสองสื่อมวลชนอื่น และประชาชนที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำการหรือมีท่าที่คุกคามต่อชีวิตบุคคลอื่น และขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุมโดยขัดต่อหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลัง และอาวุธโดยเจ้าหน้าที่กฎหมาย และหลักการดูแลการชุมนุมสาธารณะตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 นั้น พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 3 (6) กำหนดมิให้ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวแก่การชุมนุมสาธารณะในระหว่างเวลาที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ซึ่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีเจตนารมณ์ให้อำนาจฝ่ายบริหารมีอำนาจพิเศษบางประการสำหรับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งรวมถึงการออกประกาศและข้อกำหนดเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2563 นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อกำหนดซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 ห้ามชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;แต่การใช้อำนาจดังกล่าวไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการหากการใช้อำนาจของรัฐเป็นไปโดยไม่สุจริตเลือกปฏิบัติเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีจำเป็นตามมาตรา 17 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าวหากมีผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมกระทำการอันฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;จำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจในการสลายการชุมนุมด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้งดังนั้น กรณีใดมีความจำเป็นในการใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยางขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงของผู้ชุมนุมและเหตุการณ์อันอาจเกิดขึ้นในแต่ละครั้งไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจจงใจหรือมุ่งกระทำต่อบุคคลที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนเป็นการเฉพาะและหากโจทก์ทั้งสอง สื่อมวลชน และประชาชนซึ่งมิได้กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายถูกเจ้าพนักงานตำรวจยิงด้วยกระสุนยาง ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายอาญา โดยศาลไม่จำต้องสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอดังกล่าวอีก ประกอบกับตามที่โจทก์ทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุมโดยขัดต่อหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลัง และอาวุธ โดยเจ้าหน้าที่กฎหมาย และหลักการดูแลการชุมนุมสาธารณะตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 นั้นเป็นคำขอให้คุ้มครองผู้เข้าร่วมชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในฐานะสื่อมวลชนซึ่งมิได้เป็นผู้เข้าร่วมชุมนุม จึงไม่อาจร้องขอคุ้มครองชั่วคราวแทนผู้ร่วมชุมนุมได้ ส่วนคำขอที่โจทก์ทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนคุกคามข่มขู่ จำกัดพื้นที่การปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่นนั้น จำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย จึงต้องจัดพื้นที่ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่นเพื่อให้ได้รับความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพยานโจทก์ทั้งสองในชั้นนี้ก็มิได้เบิกความว่าถูกเจ้าพนักงานตำรวจจำกัดพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจำกัดพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งโจทก์ทั้งสองก็มิได้มีคำขอท้ายฟ้องขอให้ศาลห้ามจำเลยที่ 1 จำกัดพื้นที่การปฏิบัติงานของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชน โจทก์ทั้งสองจึงไม่อาจขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ดี ได้ความตามทางไต่สวนว่า จำเลยที่ 1 โดยเจ้าพนักงานตำรวจใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยางในการควบคุมฝูงชน และสลายการชุมนุม เป็นเหตุให้สื่อมวลชนหลายราย ซึ่งมิใช่ผู้ร่วมชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนยาง&amp;nbsp;ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชน และสลายการชุมนุม ซึ่งโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่นอาจได้รับอันตรายแก่กาย จากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ กรณีจึงมีเหตุที่จะคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอนี้&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;จึงมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชน ภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ม็อบ7สิงหา, ศาลแพ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607febcb57c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งล่ะสิ! ศบค.ชุดเล็ก ห่วงชุมนุมทำเชื้อแพร่กระจาย หากตัวเลขพุ่งสูงอาจยกระดับล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.64 - รายงานข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมโรค​ หลังยังพบมีการชุมนุมทางการเมืองต่อเนื่อง​ ทั้งที่มีข้อกำหนดห้าม ว่า เบื้องต้น​ ศปก.ศบค.มีความเป็นห่วงทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพราะอยู่ร่วมกัน​ อาจจะทำให้เกิดการระบาดและติดเชื้อโควิด-19​ ได้​ ส่วนแผนรับมือการชุมนุมเป็นความรับผิดชอบของตำรวจ ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้เสนอมาตรการมาเพิ่มเติม ต้องรอให้ครบกำหนด 14 วัน คือวันที่ 18 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะประเมินการปรับเปลี่ยนมาตรการภายหลังประกาศใช้ล็อกดาวน์ จนถึงวันที่ 30 ส.ค.หรือไม่นั้น ต้องรับฟังกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก หากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นแบบไม่มีเหตุไม่มีผลคงต้องมาคิดกันใหม่ แต่หากตัวเลขยังทรงยังสามารถใช้มาตรการเดิมต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม​ สถานการณ์จะถึงจุดพีคสุดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนย้ายของประชาชน หากประชาชนยังเคลื่อนย้ายอยู่แบบปัจจุบัน ตัวเลขจะทรงไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ7สิงหา, ศบค., ศปก.ศบค., ห้ามชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e5b9290f77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯ ออกแถลงการณ์ม็อบ 7 สิงหา ตร.ไม่ยึดหลักสากล-ผู้ชุมนุมบางส่วนใช้ความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.64 -&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&amp;nbsp;เผยแพร่ออกแถลงการณ์ กสม.&amp;nbsp;เรื่อง การสังเกตการณ์การชุมนุม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564 ระบุว่าตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์การชุมนุมทางการเมืองของเครือข่ายกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่ม&amp;nbsp;REDEM&amp;nbsp;บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น กสม.ขอยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ในการสังเกตการณ์และเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นอิสระ ให้ความเป็นธรรม และรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสังเกตการณ์การชุมนุมในวันดังกล่าว กสม.มีข้อห่วงใยเป็นอย่างยิ่งในเรื่องการใช้ความรุนแรงเข้าปะทะกันของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและผู้ชุมนุมบางส่วน โดยมีข้อสังเกตเบื้องต้นว่า การจัดตั้งสิ่งกีดขวางเพื่อสกัดกั้นการชุมนุม การใช้อาวุธ อุปกรณ์ ตลอดจนขั้นตอนในการควบคุมฝูงชน ยังไม่ได้เป็นไปในลักษณะจากเบาไปหาหนัก ไม่ได้สัดส่วนและไม่สอดคล้องกับหลักสากล จนส่งผลให้ผู้ชุมนุมที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง สื่อมวลชน และประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกลุ่มผู้ชุมนุม ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ตระเตรียมและใช้อาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธในการตอบโต้กับเจ้าหน้าที่ อันไม่เป็นไปตามหลักการการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมการชุมนุมได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต กสม.จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาร่วมกันดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงโดยผู้ชุมนุมต้องใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างแท้จริง ขณะที่รัฐบาลต้องมีแนวทางในการจัดการและควบคุมฝูงชนให้สอดคล้องกับหลักการสากลของสหประชาชาติ (UN Basic Principle on the Use of Forces and Firearms by Law Enforcement Officials)โดยให้เป็นไปตามขั้นตอน และได้สัดส่วนที่เหมาะสม รวมทั้งใช้ความอดทนอดกลั้นในการรับฟังเสียงของประชาชนที่เห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมโดยสงบกับผู้ที่ใช้ความรุนแรงแบบแยกแยะ ในกรณีที่มีการใช้ความรุนแรงอันทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินของทางราชการ เจ้าหน้าที่จะต้องเร่งนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อสร้างความกระจ่างให้แก่สังคมและลดความคลางแคลงใจต่อกันของทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขอให้มีกลไกหรือช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้จัดการชุมนุมและเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เพื่อให้มีการเจรจาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อันจะช่วยให้ลดการเผชิญหน้าและความรุนแรงลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การแก้ไขปัญหาในระยะยาว กสม.ขอสนับสนุนให้มีพื้นที่ปลอดภัยในการหารือเพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกันด้วยแนวทางสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กสม.จะหยิบยกกรณีการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขึ้นตรวจสอบในรายละเอียดต่อไป อย่างไรก็ดี ภายใต้วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนในชาติ กสม.ขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิและเสรีภาพภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างสร้างสรรค์ โดยยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมถึงการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง พร้อมร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยการรับฟังเสียงของทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศชาติสามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ไปได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ม็อบ7สิงหา, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e81f862469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัวแก๊งวีโว่ 6 ราย ผิดอั้งยี่ซ่องโจร พกอาวุธร่วมม็อบ กำหนดเงื่อนไขห้ามทำผิดซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบและยึดมาได้จากกลุ่มการ์ดวีโว่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ส่งคำร้องฝากขังผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ นายโสภา ศิริ อายุ 44 ปี , นายจิรพงศ์ ชโลธรพิเศษ อายุ 23 ปี , นายทนง ชำนาญจันทร์ อายุ 19 ปี , นายณัฐพงษ์ มะลิซ้อน อายุ 22 ปี , น.ส.ภัชราภรณ์ กองค้า อายุ 22 ปี, น.ส.กัลยกร จันทร์โม้อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-6 ซึ่งเป็นกลุ่มวีโว่ #ม็อบ 7 สิงหา พร้อมของกลางรวม 16 รายการ เพื่อฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 9-20 ส.ค.2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังกลุ่มผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง โดยมีกลุ่ม ส.ส.พรรคก้าวไกล ใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักทรัพย์ในการขอปล่อยชั่วคราวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดศาลอาญา มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหก ระหว่างสอบสวนตลอดจนถึงชั้นพิจารณา โดยตีราคาประกันคนละ 35,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหากระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา ห้ามยุยง ปลุกปั่น เข้าร่วมหรือกระทำการใดที่มีลักษณะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112729</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว่, ม็อบ7สิงหา, ศาลอาญา, ให้ประกันตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e1d7a58a2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์การฯทหารผ่านศึก แพร่คลิปม็อบ7สิงหา เตือนอย่าใช้อนุสาวรีย์ชัยฯเป็นเครื่องมือการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;คลิปจากองค์การทหารผ่านศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก&amp;nbsp;(อผศ.) ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สิงหาคม2564&amp;nbsp;โดยได้เริ่มต้นที่เล่าถึงประวัติการตั้งอนุสาวรีย์ โดยระบุว่า&amp;nbsp;อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสร้างขึ้น เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2494&amp;nbsp;เพื่อเป็นอนุสรณ์และสิ่งเตือนใจ&amp;nbsp;ให้เยาวชนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงวีรกรรมเกียรติประวัติและความกล้าหาญเสียสละของเหล่าบรรพชนไทยที่ยอม&amp;nbsp;พลีชีพเพื่อปกป้องเอกราชของชาติไทย และเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือน ในกรณีพิพาท&amp;nbsp;อินโดจีน-ฝรั่งเศส รวมทั้งยังเป็นที่บรรจุอัฐิและจารึกชื่อวีรชนที่เสียชีวิตในสมรภูมิและในทุกปีจะมีการจัดพิธี&amp;nbsp;วางพวงมาลาเพื่อคารวะดวงวิญญาณและรำลึกถึงวีรกรรมของเหล่าบรรพชนที่ได้ต่อสู้และพลีชีพด้วยความ&amp;nbsp;กล้าหาญและเสียสละบ้านเมืองไว้ให้อนุชนรุ่นหลังสืบไปเพื่อรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;น. ได้มีกลุ่มบุคคลออกมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยได้ก่อความวุ่นวายทำลายทรัพย์สินของทางราชการ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อยู่&amp;nbsp;ในพื้นที่ รวมทั้งผู้เดินทางสัญจรทั่วไป นอกจากนี้กลุ่มบุคคลบางส่วนได้เข้าไปในบริเวณพื้นที่ส่วนใน&amp;nbsp;ของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและทำการฉีดพ่นสีสเปรย์ด้วยข้อความที่ไม่สุภาพ ซึ่งการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการลบหลู่ดวงวิญญาณของนักรบไทย&amp;nbsp;เราในฐานะประชาชนคนไทย ควรจะระลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของบรรพบุรุษ&amp;nbsp;ถือเป็นสิ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ควรอนุรักษ์ พวกเราเห็นว่าเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เนื่องจากเป็นการทำลายขวัญกำลังใจ เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของผู้ที่ยอมสละชีพในการรักษาอธิปไตยของชาติให้คงความเป็นชาติมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112725</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารผ่านศึก, ม็อบ7สิงหา, องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6111047e1ab87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; มอบรองเลขาฯเยี่ยมตร.ควบคุมฝูงชนถูกยิงเจาะคอเจ็บสาหัส จากเหตุม็อบป่วนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายนางนันทวรรณ ชื่นศิริ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร นำกระเช้าผลไม้เยี่ยม ส.ต.ต.นิตินัย ครองสม ผู้บังคับหมู่กองร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลตำรวจ ขณะนี้แพทย์ได้ผ่าตัดนำหัวกระสุนที่สงสัยว่าอาจเป็นหัวน็อตหรือลูกแก้วออกมาแล้ว เบื้องต้นพบว่ากระสุนอยู่ภายในกล้ามเนื้อติดหลอดลม เส้นเลือดไม่ฉีกขาด แต่ต่อมไทรอยด์บางส่วนฉีกขาด ขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการรักษาและเฝ้าดูอาการในห้องไอซียูอย่างใกล้ชิด

&amp;ldquo;ท่านนายกรัฐมนตรียังฝากความห่วยใยเจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเน้นให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความความระมัดระวัง&amp;rdquo; นายอนุชาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม็อบ7สิงหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110f59bf1036.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
