<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบครูบุกสภาต้านพรบ.ศึกษาฉบับใหม่! ร้องฝ่ายค้านช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่รัฐสภา ถนนเกียกกาย กลุ่มครูและบุคลากรการศึกษาในนามกลุ่มรวมพลคน38 ค.(2) ใส่ชุดดำกว่า200 คนรวมตัวมา เพื่อยื่นเรื่องคัดค้านร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ...พ.ศ. &amp;hellip;&amp;nbsp; โดยส่งตัวแทนนำโดยนายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธานชมรม ผอ.เขตการศึกษาแห่งประเทศไทย เข้ายื่นเรื่องกับ 6 พรรคฝ่ายค้าน เรียกร้อง 8 ข้อ อาทิ ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกพ.ร.บ.ฉบับปี 42 แต่ให้ปรับปรุงมาตราที่ไม่ทันเหตุการณ์แทนการยกร่างทั้งฉบับ เนื่องจากร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไม่มีครูและบุคคลกรทางการศึกษาเข้ามามีส่วนยกร่าง จึงอาจสร้างความขัดแย้งระหว่างบุคลากรทางการศึกษากับชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ รวมถึงการยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูให้มาใช้ใบรับรองความเป็นครู ซึ่งเกิดความแคลงใจในศักดิ์และสิทธิ์ว่าเทียบเท่ากันหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนชน กล่าวอีกว่า ในร่างดังกล่าว มาตรา 4 กำหนดให้มีตำแหน่งแค่ครูและครูใหญ่เท่านั้น แต่ตำแหน่งอื่นถูกตัดทิ้งหมด หรือมาตรา 38 ให้มีองค์กรครูเรียกว่า คุรุสภา ซึ่งต้องมีตัวแทนคณะกรรมการคุรุสภามาจากครูโดยตรง หรือมาตรา 79 ที่คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กำหนดให้มีกรรมการที่มาจากตัวแทนครู และบุคลากรทางการศึกษาอื่นเข้าร่วมเป็นกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ขาดการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบวิชาชีพ ทั้งที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กลุ่มดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้ยุติการพิจารณาร่างกฏหมายดังกล่าว โดยให้คงข้อบัญญัติบางส่วนใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปี 42 เช่น คำว่าใบประกอบวิชาชีพ ตำแหน่ง ผอ. ให้ยกเลิกตำแหน่งผู้ช่วยครูใหญ่ โดยให้เป็นรองผอ.การโรงเรียนตามเดิม และต้องมาจากวิชาชีพครูเท่านั้น ให้มีกรรมการจากตัวแทนครูในคณะกรรมการนโยบายศึกษาแห่งชาติในสัดส่วนที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า การยุบ เลิกโรงเรียนประถม มัธยม เป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด เพราะการศึกษาจะต้องมีการกระจายอำนาจ ไม่ใช่กระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ปัญหา หรือเข้ามาสร้างปัญหา กระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่ที่ทดลองงาน เพราะผ่านมา3 เดือนแล้วรมว.ศึกษาธิการยังไม่ปรากฏผลงาน การแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะเสนอเข้ามาสภา แต่ถ้าไม่ได้เสียงจากฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคเล็กสนับสนุนรัฐบาลไม่มีทางผ่านไปได้ ฉะนั้น หากรมว.ศึกษาธิการจะคิดแก้กฎหมายเรื่องนี้โดยไม่คิดหน้าคิดหลังก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเราต้องการแก้เรื่องการศึกษาไม่ใช่ต้องการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้รัฐบาลควรจะแก้ปัญหาบุคลากร เช่น ครู ภารโรง แต่กลับไปแก้ที่โครงสร้างแทน ผมขอท้าถ้าจะโหวตกันในสภารับรองไปไม่รอดแน่&amp;ldquo; นายมงคงกิตติ์ ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน กล่าวว่า จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศึกษา และจะทำให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ โดยต้องให้นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแก้ไข การเมืองวันนี้ไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49176</URL_LINK>
                <HASHTAG>6พรรคฝ่ายค้าน, ต้านร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, มงคลกิตติ์, ม็อบครู, สภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db915e9403c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
