<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอกวาดอร์ประกาศเคอร์ฟิว สั่งทหารคุมกรุงกีโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน แห่งเอกวาดอร์ประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและปริมณฑลเมื่อวันเสาร์ สั่งการให้กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะการประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดเกิดความรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 11 แกนนำชนพื้นเมืองยินยอมเปิดการเจรจากับรัฐบาลแล้วในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควันไฟพวยพุ่งจากอาคารสำนักงานกรมบัญชีกลางในกรุงกีโต ที่โดนผู้ประท้วงวางเพลิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 ว่า องค์การสหประชาชาติและคริสตจักรคาทอลิกของเอกวาดอร์ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า การเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลเอกวาดอร์กับองค์กรตัวแทนของกลุ่มชาวพื้นเมืองกำหนดมีขึ้นที่กรุงกีโตวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ องค์กร CONAIE ซึ่งเป็นองค์กรร่วมของชนพื้นเมืองที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรเอกวาดอร์ 17.3 ล้านคน และเป็นแกนนำการเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ปฏิเสธที่จะเจรจาตามข้อเสนอของประธานาธิบดีโมเรโน และยืนยันจะชุมนุมประท้วงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการเอกวาดอร์กล่าวว่า การประท้วงทำให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 6 ราย บาดเจ็บหรือถูกจับกุมเกือบ 2,100 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผู้ประท้วงได้โจมตีสถานีโทรทัศน์ 1 แห่งและหนังสือพิมพ์ 1 แห่ง และยังวางเพลิงสำนักงานของกรมบัญชีกลางในกรุงกีโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีโมเรโนตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและพื้นที่โดยรอบ เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 15.00 น. หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม รวมถึงยังได้วางกำลังทหารและตำรวจ 75,000 นาย และประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลโดยรอบอาคารที่ทำการของรัฐบาล แต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรโนกล่าวว่า เขาได้ออกคำสั่งให้กองบัญชาการร่วมของกองทัพใช้มาตรการและปฏิบัติการที่จำเป็นทันทีเพื่อควบคุมความรุนแรงที่บานปลายเกินจะยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อโมเรโนสั่งยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นเกินเท่าตัว โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเพื่อกู้เงิน 4,200 ล้านดอลลาร์จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ&amp;nbsp; (ไอเอ็มเอฟ) การประท้วงรุนแรงทำให้โมเรโนต้องย้ายรัฐบาลของเขาไปประจำการที่เมืองกัวยากิล เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และยังกระทบต่อการผลิตน้ำมันของเอกกวาดอร์ กระทรวงพลังงานต้องระงับการจัดส่งน้ำมันดิบเกิน 2 ใน 3 หลังจากผู้ประท้วงยึดโรงงานน้ำมัน 3 แห่งในเขตแอมะซอนเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงเมื่อวันเสาร์ โมเรโนกล่าวโทษอดีตประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรอา ที่กำลังลี้ภัยอยู่ในยุรป และประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา อีกครั้งว่าอยู่เบื้องหลังวิกฤติครั้งนี้เพื่อบั่นทอนเสถียรภาพของเอกวาดอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงกีโต, ต้านมาตรการรัดเข็มขัด, ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, ม็อบชนพื้นเมือง, เคอร์ฟิว, เอกวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da31fcfa8163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
