<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สชุาติ&#039; แจงยิบปมแรงงานต่างด้าว-ม็อบเสื้อเหลืองชน 3 นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.33 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า ที่กล่าวหาว่าตนเองปล่อยปละละเลยไม่กำกับดูแลแรงงานต่างด้าวนั้น ยอมรับว่าการแพร่ระบาดที่ จ.สมุทรสาคร เกิดจากแรงงานต่างด้าว แต่ถามว่าถ้าไปจับตั้งแต่วันแรกจะเหมือนกับฝีแตก จะเอาอยู่หรือไม่ สิ่งที่ต้องควบคุมคือไม่ทำให้ฝีแตก ให้เขาอยู่กับที่ ตนจึงเสนอ ครม.ในการที่เราจะนำแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า หลายคนมองว่าการทำแบบนั้นจะทำให้แรงงานลอบเข้ามาเยอะขึ้น แต่วันนั้นเราต้องเลือก จะเห็นว่าหลังจากมีข่าวออกไป วันรุ่งขึ้นเจ้าของกิจการนำแรงงานไปปล่อยที่ จ.สมุทรปราการ เพราะกลัวโดนจับ ดังนั้น ถ้าเราไม่ออกมาตรการควบคุม จะเกิดอะไรขึ้น ทั้งนี้ หลังจากเราให้แรงงานนอกระบบมาขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-13 ก.พ. มีผู้มาขึ้นทะเบียน 6 แสนกว่าคน ถ้าเราไม่ปล่อยให้เข้าระบบ จะเป็นอย่างไร และการขึ้นทะเบียน 6 แสนกว่าคนตนบริหารจัดการได้ดีกว่ารัฐบาลในอดีต นอกจากนี้ มีการตรวจสถานประกอบการ ตรวจแรงงานในสถานประกอบการ ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ ยังชี้แจงกรณีที่กล่าวหาว่าตนเองยุยงปลุกปั่นว่า จริงๆ ไม่อยากเอาเรื่องความจงรักภักดีของคนไทยทั้งชาติ หรือความจงรักภักดีของคนชลบุรีมาพูด แต่เราจะให้เห็นเหรียญด้านเดียวไม่ได้ หากไปตรวจสอบดูการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. บริเวณแยกเกียกกาย คนที่สวมเสื้อเหลืองอยู่ในที่ตั้ง อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนเสื้อเหลืองเป็นคนชลบุรีจริง ตนรู้จักจริง &amp;nbsp;เพราะเป็นผู้แทนชลบุรีมาสิบกว่าปี รู้จักได้ การที่เขาจะเดินทางมาเพราะคิดว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง ตนจะไปห้ามไม่ให้มาได้อย่างไร และด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตนไม่มีความคิดอยากให้คนไทยทะเลาะกัน คิดต่างกันได้ แต่ไม่อยากให้ไปก้าวล่วงในสิ่งที่คนไทยทุกคนรักเท่านั้นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นคนชลบุรี รู้จักคนเยอะ ถ้าถามว่าสนิทมั้ย ผมสนิทกับคนเยอะมาก ที่มาวันนั้นก็มีเพื่อนหลายคน แต่คนที่มาในวันนั้นไม่ได้อยู่ในเขตเลือกตั้งของผม ไปตรวจสอบที่อยู่ได้ และผมไม่ได้สนับสนุนให้มา ไม่ได้จ่ายเงิน &amp;nbsp;มากี่คนผมยังไม่ทราบเลย เขามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ&amp;rdquo; นายสุชาติ กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93381</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ม็อบชนม็อบ, สุชาติ ชมกลิ่น, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d19674abef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จัดเต็มรับมือม็อบ ขน5,850นายสกัดคณะราษฎรชุมนุมหน้าสำนักงานทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจขนกำลัง 5,850 นายรับมือสารพัดกลุ่มชุมนุม 25 พ.ย. &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ลั่นดูแลไม่ให้เกิดเหตุม็อบชนม็อบ &amp;ldquo;ผบ.ทบ.&amp;rdquo; เอือมสังคมเชื่อเฟกนิวส์รัฐประหาร จี้ถามหาความรับผิดชอบคนปล่อยข่าว วิษณุแจงมาตรา 112 เรื่องปกติ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา &amp;ldquo;ถาวร&amp;rdquo; มาดุ! ลากไส้ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มราษฎร ไม่กั๊กเปิดไทม์ไลน์ชี้ &amp;ldquo;ธนาธร-ปิยบุตร&amp;rdquo; บ่มเพาะปลุกปั่นมา 8 เดือน &amp;ldquo;ทอน&amp;rdquo; ปัดไม่เกี่ยวเป็นเสียงของยุคสมัย โวมีโอกาสเข้าร่วมชุมนุมแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน ที่กลุ่มราษฎรได้นัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อนเคลื่อนขบวนไปสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในขณะที่กลุ่มคณะแผ่นดินสยามและเครือข่ายก็นัดชุมนุมที่ถนนลูกหลวง เลียบคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ และกลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นัดรวมพลหน้าอาคารรัฐสภานั้น พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลความปลอดภัยการชุมนุม ว่า บช.น.ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อป้องกันเหตุร้าย โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วตั้งจุดตรวจค้นเพื่อป้องกันเหตุในพื้นที่ต่างๆ ส่วนบริเวณโดยรอบในพื้นที่รับผิดชอบของ 5 สน. คือ สน.สามเสน, ชนะสงคราม, นางเลิ้ง, สำราญราษฎร และดุสิต ซึ่งการจัดเตรียมกำลังจัดขึ้นกับความเหมาะสมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กลุ่มราษฎรและเยาวชนปลดแอกยังไม่มีการแจ้งการชุมนุมแต่อย่างใด ซึ่งการชุมนุมเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยเจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายตามความจำเป็น ซึ่งมีการตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ที่ดูแลเรื่องการจราจร กล่าวว่า บช.น.มีแผนปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันที่ 25 พ.ย.เป็นต้นไป ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ บริเวณพื้นราบ ส่วนที่ 2 คือทางด่วนปิดทางลงยมราชจุดเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนเซนต์คาเบรียล เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และโรงเรียนที่อยู่ถนนสามเสน ได้ประกาศหยุดเรียน 1 วัน ส่วนการข่าวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่อาจเผชิญหน้ากัน ตอนนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะจะไม่ให้ 2 กลุ่มเผชิญหน้ากันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกลุ่มราษฎรที่ระดมกลุ่มการ์ดนับพันคนเพื่อมาดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น อยากให้เคารพกฎหมายเป็นหลัก ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย การกระทบกระทั่งกันไม่เกิดขึ้นแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมมาตั้งแต่กลางปี ทั่วประเทศมีการกระทำความผิดกี่คดี พ.ต.อ.กฤษณะตอบว่า ตั้งแต่ชุมนุมมาไม่ว่ากลุ่มใดก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย มีการดำเนินทุกความผิดคดีทั่วประเทศไปแล้ว 170 คดี โดยในพื้นที่นครบาล 100 คดี ที่เหลืออยู่ที่ต่างจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจาก บช.น.แจ้งว่า ได้มีหนังสือด่วนสั่งการให้จัดเตรียมกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย.ที่บริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยระดมกำลังจากตำรวจภูธรภาค 1-8 บช.น. และ ตชด.ดูแลรวม 39 กองร้อย จำนวน 5,850 นาย
ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ในส่วนของสถานที่ราชการทางทหารก็ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอมาให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานก็จะจัดเจ้าพนักงานไปทำหน้าที่ช่วยเหลือ แต่คนดูแลเรื่องกฎหมายและการปฏิบัติต่างๆ ว่าใครถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการดูแลเขตพระราชฐาน พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เขตพระราชฐานมีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้วว่าระยะเท่าใดที่เข้าไปได้ และการชุมนุมต้องอยู่ห่าง 150 เมตร ซึ่งมีพระราชบัญญัติที่เป็นเรื่องของนักการเมืองและรัฐสภาทั้งสิ้น ไม่ใช่ทหารและตำรวจกำหนดเอง
ผบ.ทบ.เซ็งเฟกนิวส์
พล.อ.ณรงค์พันธ์ยังกล่าวถึงกระแสในโซเชียลมีเดียที่แชร์ภาพเฮลิคอปเตอร์บินใน กทม. พร้อมกับเชื่อมโยงการทำรัฐประหารว่า เคยพูดไปแล้วว่าเราชอบนั่งคิดนอนคิดจินตนาการ และคิดไปต่างๆ นานา เชื่อข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ เราต้องเข้าใจว่าเฮลิคอปเตอร์ที่จะบินใจกลาง กทม.ได้ส่วนหนึ่งเป็นของขบวนเสด็จฯ ซึ่งกองทัพบกได้ทำหน้าที่สนองถวายงานอยู่แล้ว เพียงแต่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องภายในของหน่วยงานราชการที่อยู่ดีๆ จะไปออกข่าวคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นต้องวิเคราะห์และพิจารณาว่าอยู่ดีๆ เฮลิคอปเตอร์จะมาบินแบบนี้ได้มีสาเหตุมาจากอะไร ไม่ใช่ไปตีเรื่องโน้นเรื่องนี้ หรือตีความไปต่างๆ นานา แล้วแชร์กันออกไป โดยที่ไม่ได้คิดวิเคราะห์ และไม่ได้สอบถามจากหน่วยงานราชการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมบอกว่านักข่าวควรกลับไปพักผ่อนเยอะๆ เห็นหรือไม่ว่าเป็นเฟกนิวส์มาแล้วกี่ครั้ง ผมไปตรวจราชการชายแดน แต่ก็มีข่าวว่าผมไปประชุมที่โน่นที่นี่ในวันที่ 17 ต.ค. พอข่าวไม่เป็นจริง ถามว่าใครรับผิดชอบ ทำไมไม่มีกระแสตีกลับว่าหลอกลวงประชาชน กี่ครั้งแล้วที่มีข่าวแชร์ออกมาอย่างนี้ ดังนั้นการบริโภคข่าวต้องมีสติ ต้องเช็กและตรวจสอบก่อน อย่าไปเชื่อ&amp;rdquo; พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะเตือนแกนนำที่ชอบสร้างกระแสข่าวปล่อยอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เตือนไม่ได้ เพราะไม่ใช่คู่ขัดแย้ง โดยผู้ที่จะเตือนได้คือผู้สื่อข่าว เพื่อให้ประชาชนรับทราบได้ว่าอะไรคือข้อเท็จจริงและข่าวลวง เราควรเชื่อถือใคร พูดมาแบบนี้กี่ครั้งแล้ว ควรจะเชื่อหรือไม่เชื่อต่อไปหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า หมายความว่าการทำรัฐประหารไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;พูดโดยส่วนตัว ถามว่าในสถานการณ์ตอนนี้ เช่นที่ จ.เชียงใหม่นั้น ประชาชนมีความสุข เพราะมีการท่องเที่ยว แม้ยังไม่มีชาวต่างชาติเข้ามา คนไทยจึงช่วยดูแลกันทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย เรื่องเศรษฐกิจก็ตามมา แต่ถ้าทำให้บ้านเมืองไม่เกิดความสงบ ปล่อยให้มีข่าวลือต่างๆ ถามว่าจะไปทำแบบนั้นทำไม เพราะคนไทยอีก 60 ล้านคนดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข เขาทำมาค้าขายได้ กับไอ้คนกลุ่มหนึ่งที่มาสร้างความไม่สงบขึ้นมา คือต้องคิดและช่วยกัน สื่อต้องช่วยกันเพราะสำคัญ เนื่องจากคนเชื่อสื่อมากกว่าเชื่อผม อย่างผมพูดไม่เชื่อ ถามว่าอดีต ผบ.ทบ.หลายคนได้พูดมาเชื่อหรือไม่ แต่คนเชื่อสื่อ ดังนั้นสื่อเป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้คนเชื่อ ขณะที่โซเชียลก็มาจากสื่อ เพราะสื่อก็มีโซเชียล โดยโซเชียลมีตัวตนและไม่มีตัวตน ถ้ามีตัวตนแล้วบ่อนทำลายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปอท.ก็จะจัดการ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ทำไมข่าวลือการทำรัฐประหารจึงออกมาตลอดเวลา พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ไม่รู้ ถามว่าทำแล้วมันดีไหม ดีกับประเทศชาติ เศรษฐกิจ หรือความเป็นอยู่ของประชาชนหรือไม่ จึงบอกว่าอย่าไปคิดมาก สื่ออย่าไปพูดถึงคำนี้ ขอให้ตัดคำนี้ออกไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าสื่อ และโซเชียล อย่าให้ปรากฏอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า หากไม่มีทางออกอื่น พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีทางออก แต่จะเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง ถามว่าทางออกที่ไม่ดีที่ทำให้ประเทศและคนส่วนรวมเดือดร้อน พูดคนเดียวคนไม่เชื่อ พูดในกองทัพอาจจะเชื่อแค่คนในกองทัพ แต่ประชาชนจะเชื่อสื่อ ดังนั้นสื่อเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ทำเพื่อขายคลิปหรือขายข่าวที่ขึ้นมาหนึ่งคำแล้วทำให้คนแตกตื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ทุกครั้งที่ทำรัฐประหาร ก็มาจากการเกิดเหตุม็อบชนม็อบ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทหารและตำรวจก็ห้ามไม่ได้ ซึ่งทุกคนต่างก็มีหน้าที่และต้องช่วยกันทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงเกิดขึ้น และเมื่อถามว่ามีเงื่อนไขจำเป็นอะไรที่จะทำให้ทหารออกมา พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ไม่ทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย. โดยยืนยันว่ายังคงห้ามไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้พื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ในระยะรัศมี 150 เมตร และจะไม่มีเผชิญหน้ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการรายงานเรื่องมือที่สามเข้ามาบ้างหรือไม่ และกังวลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องระวังเรื่องมือที่สาม และได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว พร้อมย้ำไม่ให้ม็อบชนม็อบ
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีภาพของการสลายการชุมนุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ไม่มีสลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อน พล.อ.ประวิตรเดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ประชุมวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย.ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด
112 เป็นเรื่องกรรม
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่าจะใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราเพื่อดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ว่าเป็นแถลงการณ์ของนายกฯ ที่ส่งสัญญาณไปถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในฐานะดูแลกฎหมายเท่านั้น รัฐบาลไม่ได้รับทราบในส่วนนี้ และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ และไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการอะไร&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ยังใช้อยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ว่าจะมาตรา 112 หรือกฎหมายอะไรก็แล้ว ถือว่าอยู่ในกฎหมาย คำว่าทุกฉบับที่นายกฯ พูดถึงคือ กฎหมายที่สามารถใช้ได้ทุกฉบับ เพราะปกติไม่ต้องพูดก็ต้องใช้กฎหมายทุกฉบับอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่จะงดใช้กฎหมายบางฉบับไม่ได้ หรือใช้ฉบับนี้แล้วงดใช้บางมาตราไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าหากใช้มาตรา 112 จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่เห็นว่ามีใครบอกว่าจะใช้มาตรา 112 ซึ่งคงต้องนำมาประกอบกัน ทั้งหมดกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ถ้าการกระทำไม่ได้เข้าข่าย มันก็ไม่เข้าข่าย ถ้ามันเข้ามันก็ต้องเข้า เจ้าหน้าที่จะมาบอกว่า ไม่เข้า ไม่ใช้ คงไม่ได้ ดังนั้นเราอย่าไปวิตกกังวลเลย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า การจะดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมในขณะนี้ คิดว่าการใช้มาตรา 112 ถือว่าเด็ดขาดที่สุดแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จริง ไม่ใช่&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp; (สมช.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เดินทางเข้าพบนายวิษณุ และใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดยภายหลังการประชุม พล.อ.ณัฐพลปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงการหารือ แต่มีรายงานแจ้งว่าการหารือครั้งนี้เป็นการหารือถึงสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย. โดยเฉพาะการดูแลไม่ให้มีม็อบชนม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 25 พ.ย.นั้น ยังคงเปิดปกติ แต่ได้มีการประสานข้าราชการเป็นการภายในเก็บเอกสารสำคัญและสิ่งของที่จำเป็นของบางหน่วยงาน รวมทั้งได้เปลี่ยนสถานที่การพบกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (US - ASEAN Business Council: USABC) ที่จะนำคณะนักธุรกิจสหรัฐในไทยเข้าเยี่ยมคารวะ จากเดิมกำหนดไว้ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ไปเป็นห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการชุมนุมของม็อบราษฎรว่า สิ่งที่รัฐบาลกังวลคืออาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นได้ หากผู้ชุมนุมไม่ได้ดำเนินการตามที่ตำรวจตักเตือนเอาไว้ ซึ่งเห็นได้ว่าที่ผ่านมาตำรวจได้เตือนอยู่เป็นระยะๆ ว่าอะไรทำได้ไม่ได้ ซึ่งอยากให้ภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบ เพราะเราเห็นจากการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นหน้ารัฐสภา หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้ชุมนุมได้กระทำการหลายส่วนที่อาจเรียกว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน มีการทำร้าย ทำลายทรัพย์สินในส่วนราชการและเอกชน จึงอยากเรียนให้ทราบว่าการชุมนุมต้องเคารพกฎหมาย หากชุมนุมโดยสงบย่อมทำได้ แต่ถ้ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลและตำรวจต้องดำเนินคดี ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หลีกเลี่ยงการปะทะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ แถลงการณ์ไปแล้วว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ฉะนั้นจะมาตราใดหรือฉบับใด เข้าใจว่าตำรวจได้ตักเตือนอยู่เป็นระยะ ขอให้หลีกเลี่ยงการกระทำผิด และให้ความร่วมมือกับตำรวจ&amp;rdquo; นายอนุชากล่าว
ไล่ไทม์ไลน์เบื้องหลังม็อบ
วันเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ว่าจากการได้ติดตามความเป็นมาและความเคลื่อนไหวของกลุ่มมาประมาณ 1 ปี ยืนยันได้ว่ามีผู้ที่อยู่เบื้องหลังและเป็นขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน มีการใช้เด็กเยาวชนเป็นสะพานเชื่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่มีเป้าหมายคือล้มล้างสถาบัน แม้เลี่ยงไปใช้คำว่าปฏิรูป เพราะปรากฏความสอดคล้องระหว่างหลักคิดของคนบงการที่ถูกนำไปปฏิบัติในการชุมนุมของกลุ่มดังกล่าว เป็นหลักคิดชุดเดียวกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายถาวรได้นำคลิปวิดีโอที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวบรรยายที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษมาเปิด ก่อนกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมนั้นเริ่มตั้งแต่กรณีนายปิยบุตรไปพูดเรื่อง &amp;ldquo;Thailand in a Deeper State of Crisis&amp;rdquo;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2559 นอกจากนี้ยังมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ร่วมสมคบคิด ซึ่งเห็นได้จากคำพูดของนายธนาธรในหนังสือ &amp;ldquo;Portrait ธนาธร&amp;rdquo; ที่ถูกตีพิมพ์เมื่อเดือน พ.ย.2561 รวมทั้งนายธนาธรได้ไปพูดในงานวิชาการหลายแห่ง ซึ่งมีเนื้อหาตอกย้ำการปฏิรูปสถาบัน รวมถึงการที่นายธนาธรและนายปิยบุตรจัดตั้งพรรคการเมืองมาดำเนินการต่างๆ ที่พุ่งเป้าเรื่องสถาบัน แต่สุดท้ายพรรคนั้นถูกยุบ เพราะทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวรไล่ไทม์ไลน์อีกว่า จากนั้นมีการจัดการชุมนุมแบบแฟลชม็อบอีกหลายครั้ง ซึ่งหัวข้อการชุมนุมมักเกี่ยวข้องกับการล้มล้างสถาบัน และพยายามเปลี่ยนชื่อสถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง อาทิ สนามหลวง เปลี่ยนเป็นสนามราษฎร ขณะที่นายปิยบุตรโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2563 ที่อ้างอิงการปฏิวัติฝรั่งเศสกับการเปลี่ยนเป็นระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งนายปิยบุตรและนายธนาธรใช้ระยะเวลา 8 เดือนปลุกปั้นให้เยาวชนเกลียดชังสถาบัน ผ่านการจัดตั้งเครือข่ายหล่อหลอมความคิด และผ่านการใช้สื่อโซเชียลสร้างวาทกรรมที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศด้วย
&amp;ldquo;แม้กลุ่มคนเหล่านี้อ้างว่าการปฏิรูปสถาบัน ไม่ใช่ล้มล้าง แต่พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกมากลับตรงกันข้าม อาทิ การมุ่งอาฆาตมาดร้ายสถาบัน การโฆษณาชวนเชื่อ การโจมตีฝ่ายตรงข้าม การบังคับให้เลือกข้าง รวมถึงยกระดับการชุมนุมประท้วงไปเป็นการก่อจลาจล โดยมุ่งหวังให้เกิดการก่อวินาศกรรมและสงครามประชาชน เช่น การเปลี่ยนการ์ดอาชีวะมาเป็นการ์ดรบพิเศษ&amp;rdquo; นายถาวรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวรกล่าวด้วยว่า เพื่อหยุดยั้งภาวะที่จะนำไปสู่สงครามกลางเมือง จึงขอเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ต้องดำเนินคดีกับผู้บงการทุกระดับอย่างเด็ดขาด อย่าขี้ขลาด แต่ขอให้ยกเว้นโทษแก่ผู้ชุมนุมที่ตกเป็นเหยื่อควรได้รับ ส่วนนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ต้องการปฏิรูปสถาบัน ขอให้ประกาศตัวยอมรับต่อสาธารณชนให้ชัดเจน โดยตนเองขอคัดค้านการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงคัดค้านการทำรัฐประหารที่จะนำไปสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการชุมนุมใหญ่ที่หน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ นายถาวรกล่าวว่า เป็นการทำเพื่อตอบโต้การบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทั้งนี้ เป็นห่วงต่อเรื่องดังกล่าว โดยขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะเป็นเขตพระราชฐาน จึงห้ามเข้าใกล้ในระยะ 150 เมตร รวมถึงขอให้การ์ดผู้ชุมนุมดูแลการชุมนุมยึดหลักสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ และต้องป้องกันไม่ให้มีการยั่วยุที่จะนำไปสู่การใช้ความรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเหมาะสม
&amp;ldquo;ทอน&amp;rdquo;พร้อมร่วมชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการชุมนุมว่า ขอฝากตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐให้ใช้ขันติธรรม รับฟังสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาและประชาชนออกมาพูด การเลือกชุมนุมที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพราะข้อเสนอของเขาไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีเหตุบานปลาย เพราะไม่เชื่อว่าฝ่ายอนุรักษนิยมจะมีต้นทุนทางสังคมมากพอจะทำรัฐประหาร ส่วนเรื่องการพิจารณาการนำ มาตรา 112 กลับมาใช้กับผู้เห็นต่างนั้น เป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ เวลานี้ไม่ใช่เวลามาไล่จับกุมกัน
&amp;ldquo;หากยังเชื่อว่าผมอยู่เบื้องหลังก็เริ่มต้นผิดแล้ว นี่คือเสียงของยุคสมัย สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือเปิดใจให้กว้างและยอมรับความจริงของสังคมอย่างมีวุฒิภาวะ ซึ่งช่วงนี้ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครการเมืองท้องถิ่น หากมีโอกาสเข้าร่วมชุมนุมก็เข้าอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 112 กับผู้ชุมนุม ว่าได้ดำเนินการไปหลายคนแล้ว และในวันที่ 24 พ.ย. จะไปดำเนินคดีกับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มคณะราษฎรที่ สน.ทองหล่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวการทำรัฐประหาร น.ส.ปารีณาตอบว่า ในรัฐบาลนี้ไม่เกิดขึ้นอยู่แล้ว และเป็นการพยายามที่จะปั่นกระแส ขอท้าว่าหากมีการทำรัฐประหารในช่วงนี้ ให้เอาเท้ามาลูบหน้าได้เลย แต่หากไม่มีการทำรัฐประหาร ขอเอาเท้าลูบหน้าคนที่สร้างกระแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวในรายการพีซทอล์ก ว่าการนำลวดหนามไปปิดล้อมสำนักทรัพย์สินฯ แม้เจตนาดี แต่ผลลัพธ์เกิดเป็นความเสียหายกับสถาบัน เป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะอาคารสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นเพียงแค่อาคาร เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ จึงเป็นการคิดที่ผิด หากมีภาพปรากฏการเสียชีวิตเกิดขึ้น เพียงเพราะต้องการไปที่สำนักงานทรัพย์สินฯ คำถามคือใครจะได้รับผลกระทบ การเตรียมการของฝ่ายรัฐเป็นการเตรียมการที่เกินข้อเท็จจริง และจะสร้างความเสียหายต่อสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงเรื่องการรัฐประหารและการประกาศใช้กฎอัยการศึกว่าถ้าไม่ทำแล้วใครจะทำ และยืนยันว่าจะไม่ทำ ว่า พล.อ.ประยุทธ์คงจำความไม่ได้ว่าในปี 2557 คนที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกไม่ใช่นายกฯ แต่เป็น ผบ.ทบ. และการยึดอำนาจนั้นก็กระทำโดย ผบ.ทบ. ที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก จึงต้องทบทวนความจำกันว่าไม่ใช่เฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นที่ประกาศได้แต่เพียงลำพัง.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84924</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบชนม็อบ, รับมือสารพัดกลุ่มชุมนุม, สกัดคณะราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฟกนิวส์รัฐประหาร, ไม่ให้เกิดเหตุม็อบชนม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbd11f84e11a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมกำลังตำรวจเกือบ 6 พันนายดูแลม็อบ 25 พ.ย. พร้อมป้องกันเหตุปะทะกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;พ.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ&amp;nbsp;เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่ประกาศชุมนุมหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ วันที่ 25 พ.ย.นี้โดยยอมรับว่า เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์การชุมนุม เนื่องจากสถานที่ที่ผู้ชุมนมประกาศรวมตัวค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนและเป็นสถานที่สำคัญ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม และกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง ไม่ให้มีการปะทะกัน เพราะที่ผ่านมามีบทเรียนและมีช่องว่างทำให้เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งตำรวจต้องศึกษาและนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ซึ่งการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่มมีอยู่ในแผน พ.ร.บ.การชุมนุมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่าจะกระทำผิดในข้อหาใด ตำรวจมีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องมีนโยบายใดมาสั่งการ แต่ที่ผ่านมายังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานผู้ชุมนุมฝ่าฝืนกฎหมายใดต้องถูกดำเนินคดี&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามมีรายงาน กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีหนังสือด่วนสั่งการให้มีการจัดเตรียมกำลัง ดูแลความสงบเรียบร้อย ในการชุมนุมวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พ.ย. ที่บริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยระดมกำลังจากตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;1-8&amp;nbsp;บช.น และ. ตชด ดูแลรวม&amp;nbsp;39&amp;nbsp;กองร้อย จำนวน&amp;nbsp;5,850&amp;nbsp;นาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84868</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, ม็อบชนม็อบ, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcb502aa3b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเขียนซีไรต์แนะเสื้อเหลืองนั่งๆนอนๆชิวๆ​ ดูข่าวดีกว่า เพราะ3นิ้วแพ้ตั้งแต่แฟลชม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63- &amp;nbsp; วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าผมหวังว่าชาวเสื้ิอเหลืองจะไม่ออกไปชุมนุม..ให้เกิดการท้าทายกัน..มันจะนำความรุนแรงและสูญเสียมาสู่ทั้ง2ฝ่าย​ แล้วก็ก่นโทษกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่งๆนอนๆชิวๆ​ ดูข่าวดีกว่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม็อบคณะราษฏร63​ หรือจะใช้ชื่ออื่นใดก็ไปไม่รอด​ พวกเขาแพ้ตั้งแต่แฟลชม็อบครั้งแรกที่ชูภาพหยามหมิ่นกษัตริย์แล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้กำลังทำลายตนเองอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำลายตนเองทั้งด้านกายภาพ(ม็อบ)​และด้านจิตวิญญาณ(คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์)​ของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายจะล่มสลายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพข้างล่างนี้ยืนยันชัดเจนครับ!.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84858</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ3นิ้ว, ม็อบชนม็อบ, วิมล ไทรนิ่มนวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc4027507e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ฮึ่ม!ห้ามเข้าใกล้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในรัศมี 150 เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63- พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎร วันที่ 25 พ.ย.ที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ว่า ยืนยันว่ายังคงห้ามไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้พื้นที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในระยะรัศมี 150 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ กังวลหรือไม่ว่าจะมีการปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นต่าง​ เพราะบางส่วนประกาศว่าจะไปเคลื่อนไหวในจุดเดียวกัน รองนายกฯ ยืนยันว่าไม่มีไปเผชิญหน้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ มีการรายงานเรื่องมือที่สามเข้ามาบ้างหรือไม่ และมีความกังวลหรือไม่​ พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า​ ต้องระวังเรื่องมือที่สาม และได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า​ ในฐานะที่ดูแลความมั่นคงมีความเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่ให้มีโอกาสขนม็อบกัน ม็อบชนม็อบไม่ได้ เมื่อถามว่า​หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีภาพของการสลายการชุมนุม​พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีสลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรได้วอร์รูม ติดตามสถานการณ์กับฝ่ายความมั่นคง กรณีการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในวัน 25 พ.ย.นี้ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถนนวิภาวดี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84852</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, ม็อบ3นิ้ว, ม็อบชนม็อบ, เขตพระราชฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbc88901ef32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงคนไทยฆ่ากันเอง ‘บิ๊กตู่’ลั่นไม่มีปฏิวัติ/ตร.จัด10กองร้อยรับม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นไม่มีปฏิวัติ-ประกาศกฎอัยการศึก ซัดเป็นแค่ข้ออ้างระดมคน เตือนรัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ทุกกลุ่มสงบเรียบร้อย ไม่ดึงม็อบชนม็อบเพราะไม่ต้องการให้มีการฆ่าแกงกันอีกแล้ว ชี้เอกสาร สมช.สกัดผู้ชุมนุมเป็นงานรูทีนด้านความมั่นคง &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; เชื่อชุมนุม 25 พ.ย.ไม่บานปลาย &amp;ldquo;นครบาล&amp;rdquo; จัด 10 กองร้อยรับมือ เริ่มประเดิมติดป้ายห้าม ขึงรั้วลวดหนาม แกนนำเตรียมหนาว! บช.น.เตรียมถกมาตรา 112 &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ยันพรรคร่วมรัฐบาลเหนียวแน่นยังจับมือหนุน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 23 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตอบข้อถามถึงการนัดชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.ที่คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่ายจะเผชิญหน้ากัน รัฐบาลจะกำชับดูแลอย่างไรไม่ให้ตีกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าพยายามห้ามไม่ให้ตีกันอยู่แล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องเคารพกฎหมาย จะตีจะขว้างจะยิงกันหรือไม่-ไม่รู้ ทั้งคู่เก็บจากกล้องทั้งหมด และให้ดำเนินการตามกฎหมายทั้งสองฝ่าย เพราะไม่ต้องการให้มีการตีกันอยู่แล้ว ไม่เคยเลือกปฏิบัติ เป็นการชุมนุมที่บอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพ ฉะนั้นสิทธิเสรีภาพไม่ใช่ต้องสงวนไว้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สามารถชุมนุมได้ทั้งสองฝ่ายสามฝ่าย อะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่ตีกัน หากตีกันก็ผิดทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลพยายามให้เกิดความสงบมากที่สุด ต้องคำนึงถึงและห่วงเจ้าหน้าที่เขาบ้าง เพราะถูกกระทำเยอะเหมือนกัน เขามีครอบครัวมีชีวิตจิตใจเหมือนกัน เขาถึงไม่ทำอะไร&amp;nbsp; เว้นแต่ถ้าฝ่าฝืนมากๆ เขาก็รับไม่ได้ยอมไม่ได้เหมือนกัน&amp;nbsp; เขาจำเป็นต้องรักษากฎหมาย ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ไม่มีตำรวจทำงาน&amp;nbsp; แล้วใครจะทำใช่หรือไม่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าคำสั่งของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)&amp;nbsp; ให้ระมัดระวังการระดมมวลชนจากพื้นที่ต่างจังหวัดเข้ามาร่วมชุมนุม มีรายงานด้านการข่าวหรือไม่และมีมาตรการเฝ้าระวังอย่างไร นายกฯ กล่าวว่าคงไม่ต้องสั่ง เป็นเรื่องการทำงานปกติอยู่แล้ว ทุกคนทุกหน่วยงานต้องประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคง ไม่ใช่ประเมินเพื่อใคร เพื่อตนเอง-ไม่ใช่ แต่เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองและประชาชนโดยรวมทั่วไป ฉะนั้นเรื่องการระดมคนอะไรเข้ามาทำนองนี้&amp;nbsp; หลายๆ อย่างเป็นการใส่ข้อมูลมาทางโซเชียล ดังนั้นกรุณาดูก่อนว่าน่าเชื่อไม่น่าเชื่ออย่างไร วันนี้เห็นโซเชียลอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาเต็มไปหมด เปิดดูเฟซบุ๊กก็แล้วกัน และหลายอย่างบิดเบือนเกือบทั้งหมด ถามว่าแล้วมันเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp; เป็นการสร้างความขัดแย้งไปเรื่อยๆ และสร้างอีกคนมาต่อต้านมาสู้กัน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับเรื่องเหล่านี้เลย ฉะนั้นขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย เป็นการติดตามสถานการณ์เฉยๆ และหามาตรการทำอย่างไรไม่ให้ปะทะกัน คือบางครั้งเหมือนกับต้องการปะทะ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ก็ปะทะกับคนสองฝ่าย มันเคยมีบทเรียนมาแล้ว ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก ฉะนั้นใครเป็นแกนนำก็ต้องรับผิดชอบด้วย ต้องดูแลควบคุมให้ได้แล้วกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่ามีความพยายามนำคนเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหวม็อบชนม็อบ เพื่อสร้างเงื่อนไขนำไปสู่รัฐประหาร จะให้ความเชื่อมั่นอย่างไรว่าจะไม่เกิดรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คำถามที่ว่าพยายามนำคนเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหว คิดว่าไม่ต้องพยายาม คนเขาคิดเองก็ได้ เราจะสงวนไว้อย่างเดียวว่ากลุ่มนี้ได้ กลุ่มนั้นไม่ได้ กลุ่มนั้นมาได้ กลุ่มนี้มาไม่ได้ ต้องไปดูแล้วกัน หลายอย่างที่ออกมาก็ดูได้ว่ามาได้อย่างไร&amp;nbsp; และสิ่งของข้าวของที่มาแสดงออกมาอย่างไร ไม่ว่าเรื่องการใช้เครื่องเสียง แสงสี ตีกรอบมาอย่างไร ซึ่งก็ดูทั้งสองฝ่าย ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
ลั่นต้องไม่ฆ่าแกงกันอีก
&amp;ldquo;ที่คิดว่าเอาม็อบชนม็อบเพื่อสร้างเงื่อนไขนั้น&amp;nbsp; ผมเป็นรัฐบาล ผมเป็นนายกฯ ผมไม่อยากให้คนไทยต้องมาฆ่าแกงกันอีก ไม่อยากให้การใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิดในขณะนี้ เศรษฐกิจก็มีปัญหาอยู่แล้ว หลายอย่างกำลังขับเคลื่อนอยู่ คนส่วนใหญ่เขาก็ยังประกอบอาชีพของเขาอยู่ แต่คนที่แก้ปัญหาทางการเมืองก็อีกกลุ่มหนึ่ง คนไทยก็เป็นแบบนี้ มีหลายกลุ่ม&amp;nbsp; รัฐบาลก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ทุกกลุ่มมีความสงบเรียบร้อย พึงพอใจในการทำงาน รัฐบาลจะคิดเอาเองไม่ได้ ต้องอาศัยกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบัน ว่าจะทำอย่างไรตามกฎหมายเหล่านั้น จะคิดเองไม่ได้หรอก&amp;rdquo;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แกนนำราษฎรประกาศชัดเจนว่าจะเข้าไปใกล้ที่สุดที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย. เมื่อสถานการณ์บีบบังคับฝ่ายรัฐจำเป็นต้องใช้มาตรการสูงสุดเพื่อป้องกันก่อนไปสู่การปะทะกันจนเกิดความรุนแรงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ฝากสื่อไปถามแกนนำราษฎรทำไมถึงต้องไปชุมนุมใกล้สำนักงานทรัพย์สินฯ ฝากถามกลับไปแล้วกัน ไม่ขอตอบ ก็รู้ว่าจุดประสงค์เขาทำอะไรเพื่ออะไร ก็ไปดูแล้วกัน มาถามตนเองก็เท่านั้น
ถามอีกว่าจะประกาศกฎอัยการศึกเพื่อไม่ให้เกิดการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในวันที่ 25 พ.ย.หรือไม่ และนายกฯ&amp;nbsp; จะยอมให้มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องปฏิวัติ เรื่องกฎอัยการศึก มีใครประกาศบ้างได้หรือไม่ตรงนี้ หรือใครประกาศได้ ในเมื่อตนเองไม่ประกาศแล้วใครจะประกาศ เธอ (ผู้สื่อข่าว) ประกาศเองได้หรือไม่ หรือคนที่มากล่าวอ้างประกาศเองได้ ก็ไม่เห็นมีใครเขาจะประกาศ ชอบแต่หาเรื่องให้ระดมคนกันอยู่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในกระบวนการหมดอยู่แล้ว&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแถลงข่าวของนายกฯ ในช่วงตอบคำถามสื่อ ที่ต้องส่งคำถามผ่านทีมงานไปให้นายกฯ ทราบประเด็นก่อน เป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯ ตอบทุกคำถาม แต่มีการให้ผู้สื่อข่าวที่ถามคำถามแสดงตัว โดยนายกฯ ให้เหตุผลว่าจะได้รู้จักและจำหน้ากันได้ เพราะบางครั้งนักข่าวเยอะตนก็จำได้ไม่หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐประหารที่พูดหนาหูในช่วงนี้ว่า &amp;quot;ไม่มีๆ&amp;quot;&amp;nbsp; และเมื่อถามย้ำว่านายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำผู้ชุมนุมออกมาระบุว่าได้กลิ่นทำรัฐประหารรุนแรง พล.อ.ประวิตรตอบกลับว่า &amp;quot;ไปถามเขาสิ&amp;quot;
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีการเผยแพร่เอกสาร สมช.สกัดผู้ชุมนุมเข้า กทม.ในวันที่ 25 พ.ย. ว่าไม่รู้ ส่วนการตั้งด่านเพื่อดูแลอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น&amp;nbsp; ฝ่ายความมั่นคงก็ทำหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าวันที่ 25 พ.ย.กังวลอะไรเป็นพิเศษหรือไม่&amp;nbsp; เพราะแกนนำประกาศว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าบิ๊กเซอร์ไพรส์คืออะไร และไม่รู้ว่าอะไรคือพิเศษ&amp;nbsp; ส่วนที่ผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะเข้าไปใกล้พื้นที่ชั้นในให้มากที่สุดนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ห้ามเข้าใกล้เขตพระราชฐานและพื้นที่ราชการเกิน 150 เมตร ส่วนพื้นที่ชุมชนโดยรอบเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลตามกฎหมายเช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงเรื่องมือที่สาม ที่อาจเข้ามาสร้างความปั่นป่วนระหว่างการชุมนุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราก็ต้องระมัดระวัง เพราะเรื่องมือที่สามเป็นเรื่องที่สำคัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าหากจำเป็นต้องสลายการชุมนุมได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำตามกฎหมายและทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักสากล เราก็กำชับตำรวจไปตามนั้น &amp;nbsp;
เชื่อไม่บานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้น&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่ให้สูญเสียอยู่แล้ว และเชื่อว่าจะไม่เกิดการปะทะจนบานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงแจ้งถึงกระแสรัฐประหารว่า เป็นการสร้างกระแสขึ้นมาของกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร ซึ่งไม่มีเหตุผลและไม่มีความเชื่อมโยงที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ไปถึงขนาดที่ต้องใช้กำลังทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ตำรวจยังทำหน้าที่ดูแลรักษาความเรียบร้อยได้ตามกฎหมายปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงฝ่ายความมั่นคงแจ้งถึงเอกสารลับของ สมช.ถึงกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ดูแลเรื่องการระดมมวลชนร่วมชุมนุมในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย.ว่าเป็นฉบับจริง และมีเจตนาคือไม่อยากให้ทั้งสองฝ่ายเดินทางเข้ามาใน กทม.เป็นม็อบชนม็อบ โดยหวังให้มีการชุมนุมในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งก็ไม่ได้มีการสกัดกั้นแต่อย่างใด
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่มีการสั่งการจาก มท. แต่กระทรวงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยตามปกติโดยไม่ต้องสั่ง และไม่เลือกปฏิบัติ ให้เท่าเทียมกันทุกฝ่าย และให้เป็นไปตามกฎหมาย ขอย้ำว่ากระทรวงไม่ได้สั่งการเรื่องนี้ ไปดูได้ไม่มีเอกสารอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมทำตามปกติคือ ทำให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อย&amp;nbsp; และไม่เลือกปฏิบัติและทำตามกฎหมาย&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์&amp;nbsp; พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในวันที่ 25 พ.ย.ว่า ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนคำถามที่ว่าหวั่นจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ เพราะวันดังกล่าวมีกลุ่มผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายในบริเวณเดียวกันนั้น เรื่องความรุนแรงไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่แน่ ต้องถามผู้ชุมนุม อย่างที่ขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุมว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย พยายามไม่ให้ทั้ง 2&amp;nbsp; กลุ่มกระทบกระทั่งกัน วันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาที่บริเวณแยกเกียกกาย เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปละ เจ้าหน้าที่ได้นำรถกำลังพลของ ตชด.ไปขวางและพบว่าถูกยิง พบรอยกระสุนหลายรอยซึ่งกำลังดำเนินคดีอยู่ เจ้าหน้าที่พยายามป้องกันแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ผ่านมาไม่มีอาวุธ เพราะผู้บังคับบัญชากำชับมาไม่ให้ใช้อาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 25 พ.ย.การชุมนุมซึ่งเป็นเขตพื้นที่พระราชฐาน เจ้าหน้าที่มีมาตรการป้องกันอย่างไร&amp;nbsp; พล.ต.ท.ภัคพงศ์เผยว่า พ.ร.บ.ชุมนุมให้อำนาจเท่าไหร่ก็ใช้ตามนั้น ถ้าการข่าวพบว่าจะทำให้ทรัพย์สินเสียหายเราอาจออกข้อกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินและจะแจ้งให้รับทราบอีกครั้ง แต่เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งการชุมนุมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าสำนักงานทรัพย์สินฯ มีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจ ไม่ต้องประสาน ส่วนกำลังก็ใช้ตามสัดส่วนสถานการณ์ ถ้ามาน้อยก็จัดน้อย ถ้ามาเป็นหมื่นก็จัดตามสัดส่วน ส่วนที่แกนนำระบุว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ไม่ได้กังวล ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเท่านั้น เราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง มีหน้าที่รักษาความสงบ คนจะมากจะน้อยมันอยู่ที่ผู้ชุมนุมจะชุมนุมโดยสงบหรือเปล่า หรือชุมนุมแล้วเกิดความรุนแรงมันอยู่ที่ผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่มีมาตรการในการคัดกรองผู้เข้าร่วมชุมนุมตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคยังไม่ได้ยกเลิก
จ่อส่งฟ้องอีก 9 คดี
ถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมวันที่ 17-18 พ.ย.ที่ผ่านมา ผบช.น.ตอบว่า จริงๆ แล้วการดำเนินคดีตั้งแต่เดือน ม.ค. มีการดำเนินคดีชุมนุมแล้วทั้งสิ้นในพื้นที่นครบาล 107 คดี ได้ส่งอัยการไปแล้ว 24 คดี&amp;nbsp; และในสัปดาห์นี้จะส่งอีก 9 คดี
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวว่า ตำรวจเตรียมกำลังไว้ดูแลความสงบเรียบร้อยในวันที่ 25 พ.ย.รวม 9 กองร้อย 3 ผลัด ตลอด 24 ชั่วโมง และกองร้อยควบคุมฝูงชนหญิงอีก 1 กองร้อย เบื้องต้นมีการพูดคุยกับผู้บริหารสำนักงานทรัพย์สินฯ แล้ว มีการประสานให้เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยสถานที่ทั่วไป เพราะบริเวณจุดดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน ใกล้เขตพระราชฐานและสถานที่สำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล ส่วนจะปิดกั้นพื้นที่&amp;nbsp; 150 เมตรหรือไม่อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ เช่นเดียวกับการปิดการจราจร
มีรายงานว่า ที่แนวกำแพงรั้วสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถ.พิษณุโลก มีการนำลวดหนามมาวางขึงโดยรอบ ทั้งด้าน ถ.พิษณุโลก ถ.ราชสีมา และ ถ.ลูกหลวง นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องหมายจราจรของกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; โดยนำเสาและป้ายมีคำว่าเขตพระราชฐานมาติดตั้งด้านหน้าริมถนนพิษณุโลก 3 ป้าย และถนนลูกหลวงอีก 3 ป้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งอีกว่า ในวันอังคารที่ 24 พ.ย. เวลา&amp;nbsp; 10.00 น. พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.จะเรียกประชุมพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp; บช.น. โดยในที่ประชุมจะพูดคุยถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม.เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับแกนนำกลุ่มราษฎร ในความผิดฐานหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ส่วนจะเป็นแกนนำรายใดบ้าง จำนวนกี่ราย ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในแต่ละสำนวนนั้นเป็นผู้รวบรวมเสนอมา
ด้าน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ไม่ยกเลิก 112 การอาฆาตมาดร้ายคือผิดกฎหมาย&amp;nbsp; วันนี้มาดำเนินคดีครูใหญ่ หรือนายอรรถพล&amp;nbsp; บัวพัฒน์ ตามมาตรา 112 ตามคลิปที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในโซเชียล สภ.โพธาราม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ตึกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.มาตรวจเยี่ยมและมอบขวัญกำลังใจ และสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.)&amp;nbsp; ได้นำผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย.มาแถลงข่าว โดยระบุว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาและบาดเจ็บจากการชุมนุม 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่โดนยิงด้วยอาวุธปืน มีรายที่ถูกยิงขาสองคน ส่วนท้องและสีข้างหนึ่งคน 2.กลุ่มที่หายใจเอาแก๊สและสารเคมีเข้าไป และ 3.กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ผสมสารเคมีแผลเหมือนถูกไฟไหม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมติดต่อพรรคเพื่อไทยได้ที่เบอร์ 0-2653-4000 และ 0-2653-4001 ก่อนจะนำเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและผลักดันผ่านกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์รู้อยู่แล้วว่าปัญหาคือตัวท่านเองที่ไม่ยอมลาออก ขอเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย หากท่านถอนตัว พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ไม่ได้ ปล่อยให้สภาเลือกตั้งนายกฯ คนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นพ.ทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สน.บางโพ นายคริส โปตระนันทน์ นักกฎหมาย อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ พา 3 ผู้ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดน้ำขับไล่ผู้ชุมนุมที่รัฐสภาและแยกเกียกกายเมื่อวันที่ 17 พ.ย.มาแจ้งความเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐในฐานความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดฐานทำร้ายร่างกาย พร้อมนำตัวอย่างน้ำที่ใช้ฉีดและใบรับรองแพทย์มาประกอบเป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้อง 8 ข้อ คือ 1.ขอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการเปิดพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้เจรจาหารือในรายละเอียดการเรียกร้อง 2.ไม่มองเยาวชนและผู้ที่มาชุมนุมเป็นอาชญากรที่ต้องจัดการด้วยกฎหมายเสมอไป 3.ต้องยุติการข่มขู่คุกคามและการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้ชุมนุม 4.ขอให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทุกฝ่ายสามารถชุมนุมได้อย่างสงบ สันติและปลอดภัย 5.ขอให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายไม่ใช้วาจาหยาบคาย ดูถูก เหยียดหยาม ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ทำลายทรัพย์สิน หรือใช้ความรุนแรง 6.ขอให้รัฐบาลดำเนินการทางกฎหมายและทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสียหายแก่กายหรือจิตใจ 7.ขอให้เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม สมเหตุสมผล และ 8.ขอวิงวอนให้ศาลในฐานะที่เป็นกลไกอิสระทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักนิติธรรม และไม่ยินยอมให้รัฐบาลแทรกแซง หรือใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็นของนักการเมืองนั้น นายอนุทิน&amp;nbsp; ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทำนายว่า พล.อ.ประยุทธ์จะถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในวันที่ 2 ธ.ค.กรณีเรื่องบ้านพักหลวง และผู้ที่จะได้ส้มหล่นมาเป็นนายกฯ คนต่อไปคือ นายอนุทินว่า ทุเรียนหล่น โดนขาเจ็บหมดแล้ว &amp;nbsp;
ยังหนุน &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; แน่น
เมื่อถามว่า คำทำนายของนายจตุพรมีแนวโน้มจะเป็นจริงได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีแนวโน้มอะไรเลย&amp;nbsp; นายกฯ คนปัจจุบันคือ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งท่านได้ทำหน้าที่อย่างทุ่มเทและเสียสละ เป็นผู้นำรัฐบาลที่ทำงานตลอดเวลา และรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลผสม ซึ่งทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลต้องสนับสนุนหัวหน้ารัฐบาลให้ทำงานต่อไปให้ได้&amp;nbsp; ซึ่งการวิเคราะห์ของนายจตุพรคงวิเคราะห์ตามประสบการณ์ของตัวเขาเอง ซึ่งทุกคนก็วิเคราะห์ได้ แต่ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไรนั้น วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ทำงานตามปกติอยู่ ไม่มีเรื่องใดที่ควบคุมไม่ได้ &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่เหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เหนียวแน่น เหนียวแน่นมาก ไม่มีส้มหล่น กลัวแต่ทุเรียนหล่นใส่ขา เดี๋ยวขาเจ็บ ขาแหก ไม่ไหว เดินไม่ได้ ยืนยันว่าไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ พรรคภูมิใจไทยยังให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;nbsp; เลขาธิการคณะก้าวหน้า เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกเพื่อทำให้บรรยากาศคลี่คลายว่า อยากถามนายปิยบุตรว่าคณะราษฎรจาบจ้วงสถาบันแบบนี้ยังคิดว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องและชอบธรรมหรือ ที่สำคัญนายปิยบุตรอย่าแกล้งไม่รู้ว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก แต่ปัญหาจะยังไม่คลี่คลาย เพราะข้อเรียกร้องของคณะราษฎรเลยจุดนั้นไปจนสุดซอยแล้ว โดยเฉพาะการปฏิรูปสถาบันที่คนไทยทั้งประเทศไม่ยอมแน่นอน หากคณะราษฎรยังคงเดินหน้า ประชาชนทั่วประเทศก็จะออกมา ทางที่ดีอยากให้นายปิยบุตรช่วยทำความเข้าใจกับแกนนำให้ยกเลิกข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน เพราะสถาบันอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และอยู่เหนือการเมือง ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกครั้งมีเกิดและมีจบ&amp;nbsp; ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ แต่หากทำผิดกฎหมาย คดีมันไม่จบด้วย ที่ผ่านมาแกนนำทุกม็อบจุดจบอยู่ที่การขึ้นศาลและอยู่ในคุก หรือหนีออกนอกประเทศ ซึ่งหลายคนจะถูกลืม&amp;nbsp; ผมอยากให้น้องๆ เข้าใจ วันนี้สิ่งที่แกนนำคณะราษฎรกระทำนั้นผิดกฎหมายชัดเจน ผมไม่อยากเห็นคนที่ถูกชักจูงต้องไปรับกรรมด้วย&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ แนะนำกลุ่มราษฎรไปชุมนุมที่บ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ดีกว่าไปชุมนุมที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ว่า ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องยุยงให้คนไปกระทำความผิดต้องรับผิดชอบด้วย ยิ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติควรห้ามปราม ไม่ใช่ยุยงให้เขากระทำความผิด รบกวนสิทธิของคนอื่น ละเมิดกฎหมาย ให้สังคมพิจารณาว่าคนเป็นผู้แทนราษฎรยุให้คนกระทำความผิดเสียเองรับได้ไหม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด้านความมั่นคง, ทุกกลุ่มสงบเรียบร้อย, ปฏิวัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม็อบชนม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่มีปฏิวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbc453bb2f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.ตื่นตัวประชุมเตรียมพร้อมรับมือ&quot;ม็อบ ชน ม็อบ&quot; สั่งรพ.ใกล้เขตชุมนุม รับเหตุฉุกเฉิน 24 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18พ.ย.63-นพ. ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) รองรับสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ว่า นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขฯ ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งการให้สถานบริการในเขตปริมณฑลและจังหวัดที่มีการชุมนุมให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร &amp;nbsp;ยา เวชภัณฑ์ ห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ทีมเผชิญเหตุ และอื่นๆ &amp;nbsp; รองรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานภายในพื้นที่กรุงเทพมหานครหากได้รับการร้องขอ โดยประสานความร่วมมือกับศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ และมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัยต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การสั่งการให้สถานบริการเตรียมความพร้อมรองรับการชุมนุมเป็นเรื่องปกติที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด &amp;nbsp;ขณะนี้ทีมปฏิบัติงานร่วมของกรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ ทั้งทีมกู้ชีพขั้นพื้นฐาน ทีมกู้ชีพขั้นสูง เพียงพอรองรับกับสถานการณ์ และพร้อมปรับจำนวนทีมปฏิบัติการเพิ่มให้เข้ากับสถานการณ์ทันที&amp;rdquo; นายแพทย์ธงชัยกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84268</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., ม็อบ3 นิ้ว, ม็อบชนม็อบ, ม็อบเสื้อเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4eb4e0a92a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
