<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัวคู่รักนักประชาธิปไตย &#039;มารีญา-วรรณสิงห์&#039;โพสต์รูปหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่เคยมีการโพสต์รูปคู่ในม็อบด้วยกัน และไปทานอาหารด้วยกัน จนแฟนๆลุ้นให้เป็นมากกว่าเพื่อน ล่าสุดดอกรักบานกลางม็อบเป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อทั้ง มารีญา พูลเลิศลาภ และ สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ได้พร้อมใจกันโพสต์รูปคู่และคำบรรยายภาพที่หวานสุดๆ โดยสาวมารีญาใช้คำว่า &amp;quot;แฟนหวง&amp;quot; เป็นการประกาศสถานะความสัมพันธ์ที่ชัดเจนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม marialynnehren&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; wannasingh&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาชนปลดแอก, ประชาธิปไตย, มารีญา พูลเลิศลาภ, ม็อบประชาชนปลดแอก, สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71e4ce15e6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะติดตามการชุมนุมฯปูดอาจมีมือที่สามแต่งตัวเป็นไอ้มดแดงก่อกวนม็อบ19กย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย. 63- เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครองสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ในวันที่ 19 ก.ย. คณะทำงานฯ มีอาสาสมัคร ทั้งที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ผู้ชวยส.ส. และส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่อาสามาเป็นผู้สังเกตการณ์การชุมนุม โดยขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนแล้วกว่า 80 คน คาดว่าจะเพียงพอในการกระจายอยู่ทุกส่วนในพื้นที่ ทั้งนี้เราจะมีการตั้งเต็นท์บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ข้างสนามหลวง และจะมีป้ายคณะทำงาน มีการลงทะเบียน และมีการแต่งตัวด้วยเสื้อโปโลสีขาวพร้อมป้ายแขวนคอแสดงตัวตน ส่วนที่คาดว่าจะมีการประสานงาน คือ เรื่องสัญาณโทรศัพท์ เพราะการชุมนุมในวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา เราติดต่อกันไม่ได้ ดังนั้นที่เต็นท์จะมีการติดตั้งไวไฟ รวมถึงแถลงข่าว 3 เวลา คือ&amp;nbsp; 11.00 น.&amp;nbsp; 14.30 น. และ 17.30 น. เพื่อรายงานเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะทำงานฯ ห่วงนักศึกษา ประชาชนที่ออกมาชุมนุม หลายคนบอกกลัวเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปะสงค์ ดังนั้นขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ผู้มีอำนาจ ให้ดูแลผู้ชุมนุม เหมือนญาติมิตร เหมือนลูก หลาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดแล้วว่า ให้ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมโดยไม่ใช้ความรุนแรง นอกจากนี้เรายังมีการเตรียมหนังสือรับรองตำแหน่ง เพื่อใช้ในการประกันตัวรวมถึงประสานงานในชั้นสอบสวนไว้ ซึ่งหลักการจะต้องเป็นนิสิต นักศึกษาที่อยู่ในม็อบ เนื่องจากอาจจะไม่มีผู้ปกครองครู อาจารย์ ไปประกันตัว เราก็จะดำเนินการในส่วนนี้ให้ นอกจากนี้ผมได้รับข้อมูลจากฝ่ายการข่าว ว่าจะมีม็อบอีกกลุ่มมาก่อกวน โดยจะแต่งตัวเป็นไอ้มดแดง ซึ่งเกรงว่าจะเกิดปัญหามือที่สาม หรือมีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น ดังนั้นทางคณะฯ จะดูแลทุกกลุ่ม ให้เกิดความเรียบร้อย แต่อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ว่าต้องระมัดระวัง ในส่วนมือที่มองไม่เห็น และขอเตือนล่วงหน้าว่าใครก็ตามที่ประสงค์ร้ายต่อผู้ชุมนุม ขอให้หยุดกระทำการ&amp;rdquo; นายสมคิด กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77827</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทำงานติดตามการชุมนุม, นายสมคิด เชื้อคง, มือที่สาม, ม็อบประชาชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f644951e7f37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;ปัดยกโควิดมาข่มขู่ม็อบแต่มีความห่วงใยถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะรับมือไหวหรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - ที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อห่วงใยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง ว่า แล้วเป็นห่วงหรือไม่ ก็เป็นห่วงใช่หรือไม่ ตนห่วงทุกเรื่อง ไม่ใช่ห่วงตรงนี้เพื่อไปกดดันตรงนู้น ขอให้มองเจตนารมณ์ของคนเป็นนายกฯหน่อย ตนเป็นนายกฯที่มีแต่ความห่วงใย ก็ไม่รู้สิ อยู่มาทุกวันนี้ตนก็อยู่มาแบบนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผมพูดไปเมื่อวานห่วงใยจริงๆ ผมไม่ต้องการจะไปข่มขู่ใครทั้งสิ้น แต่มันเป็นเรื่องจริง ฉะนั้น ผู้ใหญ่ทุกคนจะต้องเข้าใจตรงนี้ ต้องห่วงใยลูกหลานของท่าน ถ้ามันเป็นอะไรกันขึ้นมา จะรับมือกันไหวหรือเปล่า แค่นั้นที่เป็นห่วง เพราะคนมันจำนวนมาก แม้ว่าจะมีความพร้อมอยู่ก็ตาม ฉะนั้น อะไรก็ตามที่จะลดภาระให้กับเจ้าหน้าที่เขาได้บ้าง ซึ่งต้องมาตรากตรำหลายเรื่อง ทั้งโควิดด้วย อะไรด้วย หลายอย่าง เจ้าหน้าที่เขาก็เหน็ดเหนื่อย&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77825</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม็อบประชาชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f644235ab966.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รยุศด์&#039;แนะ&#039;ประยุทธ์&#039;เปิดใจรับฟังหาทางออกกับผู้ชุมนุมก่อนสถานการณ์บานปลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า จากวันแรกที่กลุ่มนักศึกษาและประชาชนเริ่มออกมาชุมนุม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะเป็นการสร้างจุดเปลี่ยนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆ คนในสังคมเห็นว่ายังมีกลุ่มคน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ต้องการจะเห็นความเปลี่ยนแปลงและไม่ยอมสยบต่อระบอบอำนาจนิยม ผ่านการเสนอข้อเรียกร้องของแต่ละกลุ่มการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็น 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน 1 ความฝัน ของกลุ่มประชาชนปลดแอก หรือข้อเรียกร้อง 10 ข้อ จากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมีบางฝ่ายพยายามบั่นทอนความชอบธรรมให้กับการชุมนุม รวมถึงการมีเจ้าหน้าที่เข้าไปคุกคามประชาชนเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับแกนนำ หรือผู้ชุมนุมก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวว่า การแถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2563 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ออกมาย้ำว่าการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างความเสี่ยงในการระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่ยังเป็นการทำลายเศรษฐกิจของประเทศ และลดความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งการแสดงออกเช่นนี้สังคมอาจจะมองว่าเป็นการส่งสัญญานจากรัฐบาลถึงการไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม และไม่พร้อมที่จะเปิดการเจรจาและรับฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุม ถึงแม้ข้อเรียกร้องต่างๆ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คนในรัฐบาลรู้สึกไม่สบายใจเพราะมีความแปลกใหม่ไปจากข้อเรียกร้องต่างๆ ของการชุมนุมที่ผ่านๆ มา แต่ ณ วันนี้ต้องยอมรับว่าข้อเรียกร้องเหล่านั้นอยู่ในกรอบของกฎหมายที่สามารถทำได้ และยังคงไว้ซึ่งรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และคนในรัฐบาลจึงควรที่จะเปิดใจรับฟังและร่วมหาทางออกกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เร็วที่สุด ก่อนสถานการณ์บานปลายและไปไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่งรัฐบาลเองควรเรียนรู้ได้แล้วว่ากระแสความไม่พอใจและความต้องการการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดได้ ถึงแม้จะมีการใช้เครื่องมือทางกฎหมายกับกลุ่มแกนนำ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสของสังคมชะงักลงไปแม้แต่น้อย การปฏิเสธที่จะรับฟัง และไม่ยอมหันหน้าเข้าพูดคุยกับผู้ชุมนุมอย่างจริงใจต่างหากที่จะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ทำลายเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวอ้างไว้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่ ส.ว. จำนวนหนึ่งออกมาสนับสนุนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญและยอมที่จะปิดสวิตช์ของตนเองนั้น แสดงให้เห็นว่าแม้แต่กลุ่มผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เอง ก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าแนวทางของรัฐบาลและของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสิ่งที่สวนกระแสธารของยุคสมัย การยึดโยงอยู่กับแนวคิดในการปกครองประเทศในรูปแบบเดิม กำลังจะเป็นสิ่งที่ตกขอบของยุคสมัยไป และการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้น เพียงแต่จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง เวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์และกลุ่มผู้สนับสนุนควรไตร่ตรองให้ดีว่าจะเลือกอยู่ฝั่งใดในกระแสของการเปลี่ยนแปลงนี้ หากยังยึดแนวทางแบบเดิมชื่อของพวกท่านอาจถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของไทยว่าเป็นกลุ่มคนที่ขัดขวางการเจริญเติบโตของประชาธิปไตยของไทยก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.รยุศด์ บุญทัน, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม็อบประชาชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc472d9fade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039;ย้อนเจ็บ&#039;ปิยบุตร&#039;ไม่เป็นแกนนำม็อบแต่จะเป็นแกนกลางใช้เด็กเป็นกำแพงคอยรับอานิสงส์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;11 ก.ย.63 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่และแกนนำคณะก้าวหน้า ประกาศจะไม่เป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมวันที่ 19 กันยายนและไม่ขึ้นเวทีปราศรัยโดยจะเป็นเพียงให้กำลังใจ ว่า จุดยืนที่นายปิยบุตรประกาศนั้นชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมรับผิดชอบกับการชุมนุมเพราะไม่ได้เป็นแกนนำ แต่ยังไม่เห็นปฏิเสธว่า จะไม่นำประโยชน์จากการชุมนุมไปหาประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มตนเลย นายปิยบุตรและพวกมีท่าทีอิงแอบเป็นผู้ให้กำลังใจการชุมนุมและแสดงท่าทีไม่เคยครอบงำมาโดยตลอด&amp;nbsp; ทั้งที่นายปิยบุตรและแกนนำมีแนวคิด ข้อเรียกร้องที่บังเอิญสอดคล้องกันพอดีอย่างไม่น่าเชื่อ&amp;nbsp; หรือที่ไม่กล้าแสดงชัดเจนอาจเป็นเพราะแกนนำ-ผู้เกี่ยวข้องการการชุมนุมหลายคนเป็นผู้สนับสนุนและเคยทำงานกับพรรคอนาคตใหม่ในอดีต ตามที่นายปิยบุตรกล่าวสัมภาษณ์ยอมรับเมื่อวานนี้ ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อน้องๆนักเรียนนักศึกษาและผู้ปกครองของนักเรียนนักศึกษาได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของนายปิยบุตรแล้ว ก็คงจะเข้าใจแล้วว่านายปิยบุตรนั้นต้องการอะไร&amp;nbsp; หากการเคลื่อนไหวบรรลุเป้าหมายเป็นผลสำเร็จ นายปิยบุตรก็จะได้รับอานิสงส์ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการต่อสู้ในครั้งนี้ ในทางกลับกันหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา มีสิ่งใดที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน นักศึกษา&amp;nbsp; ก็อาจแน่นอนว่านายปิยบุตรที่ออกตัวเช่นนี้ก็คงจะไม่ร่วมรับผิดชอบ ปัดเรื่องออกจากตัวไม่รับผิดชอบน้องๆเยาวชน หรือไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ ก็เป็นไปได้&amp;rdquo; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. ทิพานัน กล่าวต่อว่า เข้าใจว่านายปิยบุตรจะไม่เป็นแกนนำ แต่จะอยู่เป็นแกนกลาง อาจอาศัยความบริสุทธิ์ใจของเด็กและเยาวชนที่มาชุมนุมล้อมรอบเป็นกำแพง เป็นโล่มนุษย์ป้องกันคุ้มภัยให้กับนายปิยบุตรใช่หรือไม่ หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เด็กๆจะได้รับผลกระทบก่อนอย่างนั้นหรือ&amp;nbsp; เหตุใดนายปิยบุตรที่เคยเป็นอาจารย์ด้านกฎหมายกลับจะ &amp;quot;แค่เข้าร่วม&amp;quot; การชุมนุมที่ขออนุญาตจัดอย่างไม่ถูกกฎหมาย&amp;nbsp; หรือเพราะเห็นว่าแกนนำกำลังจะฝ่าฝืนกฎหมายของเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงวอนเยาวชนฉุกคิดทบทวนในการเข้าร่วมการชุมนุม เพราะเสรีภาพการแสดงออกทางความคิดที่ถูกกฎหมายสามารถทำได้ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งครั้งนี้มีความสุ่มเสี่ยงทางกฎหมายอาจหลีกเลี่ยงในช่องทางการแสดงออกทางอื่นได้&amp;nbsp; โดยมีอยู่หลายช่องทางในทุกวันนี้&amp;nbsp; และฝากวอนขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนนักศึกษาพิจารณาในประเด็นนี้เพื่อบุตรหลานของท่าน&amp;rdquo; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และกรณีที่นายปิยบุตรกล่าวอ้างว่ามีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเชิญไปสอนหนังสือว่า อยากตั้งข้อสังเกตด้วยความเป็นห่วงว่า&amp;nbsp; อยากให้ผู้เชิญคำนึงถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติทางวิชาการและจริยธรรมพื้นฐานของอาจารย์ คุณสมบัติของครูบาอาจารย์ควรเป็นผู้เสียสละมากกว่าเป็นผู้หาใช้ประโยชน์จากการเสียสละและอุดมการ์ที่บริสุทธิ์ของเยาวชน&amp;nbsp; อีกทั้งความสามารถทางด้านกฎหมายของนายปิยบุตรก็อาจมีความบกพร่องเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp; ให้คำปรึกษาจนมีส่วนให้นายธนาธรขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. จากกรณีถือหุ้นสื่อ และทำให้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ รวมถึงกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์การเลือกตั้งถึง 10 ปีจากการใช้เงินที่ผิดกฎหมายดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ดังนั้นจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งหากจะไว้วางใจให้นายปิยบุตรเป็นส่วนสำคัญในการผลิตบุคคลากรทางด้านกฎหมายอีก&amp;rdquo; น.ส. ทิพานัน กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม19ก.ย., ทิพานัน ศิริชนะ, ปิยบุตร แสกกนกกุล, ม็อบประชาชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b262c9ad72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนกังวลม็อบชุมนุมบานปลายจี้&#039;บิ๊กตู่&#039;รับฟังปัญหาด้วยตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.2563 &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ม็อบกลุ่มประชาชนปลดแอก&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 &amp;ndash; 20 สิงหาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และวันที่ 16 สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงความกังวลว่าจะเกิดการบานปลายกลายเป็นความแตกแยกและความรุนแรงในสังคมจากการชุมนุม &amp;nbsp; ของกลุ่มประชาชนปลดแอก พบว่า ร้อยละ 26.37 ระบุว่า กังวลมาก เพราะ เกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นและอาจจะมีมือที่ 3 เข้ามาแทรกแซงเหมือนที่ผ่านมา และอยากให้เลื่อนการชุมนุมออกไปก่อนจนกว่าการแพร่ระบาดโควิด &amp;ndash; 19 จะหมดไป 100% ร้อยละ 34.76 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล เพราะ เกรงว่าจะมีการปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงระหว่างกลุ่มคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อาจจะทำให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกลูกหลง ได้รับบาดเจ็บ ร้อยละ 14.18 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล เพราะ เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงข้อเรียกร้องให้รัฐบาลรับทราบถึงเหตุผลในการชุมนุมเท่านั้น และรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ร้อยละ 24.16 ระบุว่า ไม่กังวลเลย เพราะ เป็นเหตุการณ์ปกติของการเมืองไทยที่มีมาตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสิทธิในการแสดงเหตุผลของกลุ่มประชาชนปลดแอก และเป็นการชุมนุมอย่างสงบ และร้อยละ 0.53 ระบุว่า เฉย ๆ/ ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงสิ่งที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรดำเนินการกับการชุมนุม พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.27 ระบุว่า ควรรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตนเอง รองลงมา ร้อยละ 24.16 ระบุว่า ควรยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันที ร้อยละ 11.43 ระบุว่า ควรประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 11.36 ระบุว่า ควรใช้กลไกรัฐสภาในการฟังปัญหาจากกลุ่มผู้ชุมนุม ร้อยละ 9.07 ระบุว่า ควรประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา แล้วยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 8.54 ระบุว่า &amp;nbsp;ควรใช้กลไกราชการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ร้อยละ 6.17 ระบุว่า ควรอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร ร้อยละ 4.50 ระบุว่า ควรใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำผิด และร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75268</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม็อบประชาชนปลดแอก, ยุบสภา, รับฟังปัญหาประชาชน, ห่วงสถานการณ์บานปลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f41b92fa5376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชู3นิ้ว-ผูกโบขาวลามรร. แฉไม่ทำเจอ‘บูลลี่’กดดัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชู 3 นิ้ว+ผูกโบขาว&amp;rdquo; ไฟลามทุ่ง โรงเรียนเก่านายกฯ&amp;nbsp; วัดนวลนรดิศก็ร่วมขบวน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ปูดมีบูลลี่กดดันให้เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; มามุกแค่ลูกเสือ ส่วนสภาสูงจัดหนักแจงการข่าวชัดพรรคการเมืองเทกโอเวอร์ม็อบประชาชนปลดแอก ยุรัฐบาลใช้ไม้แข็งจัดการไอ้โม่ง เพื่อไทยดาหน้าปัดอยู่เบื้องหลัง &amp;ldquo;อนุดิษฐ์&amp;rdquo; ปูดอีกคุกคามอาจารย์-ผู้ปกครองนอกเหนือจากเยาวชน
เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ยังคงมีกระแสนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาในหลายพื้นที่แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการผูกโบสีขาวและชู 3 นิ้วระหว่างยืนเคารพธงชาติ เพื่อต่อต้านเผด็จการ การมีสิทธิและเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของสังคม
โดยที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังมีการชู 3 นิ้วต่อเนื่องเป็นวันที่สอง รวมทั้งมีการปลดป้ายแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะศิษย์เก่าที่เป็นนายกฯ ออกด้วย ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนให้เหตุผลว่าเพราะป้ายมีความเก่าและทรุดโทรมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รร.สามเสนวิทยาลัย เขตพญาไท มีการจัดกิจกรรมลูกสามเสนไม่เอาเผด็จการ โดยกลุ่มนักเรียนได้นัดชูกกระดาษเปล่า ผูกโบสีขาวหน้าเสาธงเช่นกัน
ส่วนในต่างจังหวัดก็มีหลายพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น รร.บุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง รร.ลำปางกัลยาณีก็เริ่มมีการนำโบสีขาวมาแจกเพื่อให้นักเรียนหญิงผูกไว้ที่ผม ส่วนที่ จ.ยะลา ภายในโรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน มีการจัดกิจกรรมชู 3 นิ้ว หลังร้องเพลงชาติจบ และมีการติดโบสีขาวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีดรามาเกิดขึ้นในกิจกรรมดังกล่าว โดยในโลกโซเชียลแชร์ภาพนิ่งนักเรียนทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลภายใน รร.สุราษฎร์พิทยา แล้วมีอาจารย์มายืนอธิบาย ซึ่งมีการใช้มือประกอบลักษณะเหมือนกับการตบตี พร้อมข้อความว่า กล้าตบหนูเหรอคะ ซึ่งทำให้โลกออนไลน์วิจารณ์อย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประหยัด ไทยเสน รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป รร.สุราษฎร์พิทยา ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ภาพดังกล่าวเป็นการพูดคุยกันกับตัวแทนกลุ่มนักเรียน โดยไม่ได้มีเหตุกระทบกระทั่งรุนแรงอะไร ขอให้ยุติกิจกรรมดังกล่าวภายในโรงเรียน และขอเก็บป้ายผ้าเอาไว้ ให้ทำกิจกรรมนอกโรงเรียน เพราะการแสดงออกเรื่องการเมืองไม่สมควรทำในสถาบันการศึกษา ควรทำในที่สาธารณะหรือสถานที่ที่เหมาะสมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ตัวแทนกลุ่มนักเรียนกล่าวเช่นกันว่า ภาพที่ลงในโซเชียลฯ เป็นการเจรจาระหว่างรอง ผอ.กับตัวแทนกลุ่มนักเรียน โดยรอง ผอ.ยกมือขอร้องให้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ส่วนตัวแทนนักเรียนชี้แจงว่า รอง ผอ.ไม่มีสิทธิ์ยึดแผ่นป้ายผ้าของนักเรียนเอาไว้ ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นการเจรจากัน ยกมือบอกให้ออกไปด้านนอก ไม่ได้ยกมือจะตบตามที่โซเชียลฯ ลงแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า หลายอย่างได้เกิดขึ้นมา แต่ไม่อยากให้เป็นประเด็นต่อไป ซึ่งเห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของเด็กต่างๆ เหล่านี้ แต่สิ่งที่ทราบมาจากการรับฟังความคิดเห็นจากเด็กๆ หลายคน เขาบอกบางทีในสถาบันศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตาม มันมีการบูลลี่กัน ถ้าใครไม่มาร่วมก็จะถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมชมรม เข้ากลุ่ม อะไรแบบนี้ คิดว่านั่นคืออันตราย ซึ่งเพียงแต่ยกตัวอย่างเฉยๆ ที่ได้ฟังจากนักศึกษามา บางคนไม่ได้อยากจะมีส่วนร่วม แต่ถูกบูลลี่ ถูกกีดกัน อะไรหลายๆ อย่างด้วยกัน ขอให้ทุกคนหารือด้วยเหตุและผลก็แล้วกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวก่อนประชุม ครม.ด้วยสีหน้าเรียบเฉยสั้นๆ ว่า &amp;quot;อ๋อ ลูกเสือๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ห่วงเด็ก ต้องมีคนสร้างความเข้าใจให้กับเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะลามไปอีกเรื่อยๆ ในหลายพื้นที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องเข้ามาดูเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับคนที่สนับสนุน และคิดดูให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขตอบคำถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่ พล.อ.ประวิตรมองว่าการชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์ลูกเสือ นายอนุทินพยักหน้าก่อนตอบว่า ใช่ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การชุมนุมและการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนขณะนี้สามารถใช้เวทีของสภาในการแก้ไขปัญหาได้ โดยผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐบาลสามารถเสนอเรื่องเพื่อขอเปิดประชุมสภาพิจารณาหาทางออกร่วมกันได้ ซึ่งหากเสนอเข้ามาก็ขอเปิดประชุมได้ทันที ทั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะที่เป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติ เห็นว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดี โดยภายนอกสภาจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ภายในสภาต้องยึดหลักกฎเกณฑ์ ทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประธานไม่มีสิทธิ์ไปสั่งนัดประชุมพิเศษอะไรถ้าไม่อยู่ในระเบียบวาระ แต่ถ้าฝ่ายใดเสนอเข้ามาก็ยินดี ผมเชื่อทุกคนทำหน้าที่ตัวเองให้ดี อย่างน้อยสภาต้องเป็นหลักให้บ้านเมืองในฝ่ายดูแลประสานกฎเกณฑ์กติกาของระบอบประชาธิปไตย ของหลักกฎหมาย เพราะเราปกครองด้วยกฎหมายต้องยึดหลักนี้ไว้&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
ซัดการเมืองเทกม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประชุมวุฒิสภา ก่อนเข้าสู่วาระ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. หารือว่า หนักใจเมื่อทราบการข่าวว่าม็อบประชาชนปลดแอกมีพรรคการเมืองเทกโอเวอร์ เพราะมีมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมเวที ซึ่งการข่าวระบุว่าการชุมนุมมี ส.ส.คนหนึ่งนำประชาชนมาจากย่านสายไหม-มีนบุรี-บางซื่อ ร่วมชุมนุมพร้อมสนับสนุนรถห้องน้ำติดเครื่องปรับอากาศ 4 คัน รถน้ำและเครื่องดื่มแบบบาร์ พร้อมเวทีแสงสีเสียง ขณะที่อีกพรรคการเมืองนำคนจากโรงงาน 2,000 คนร่วมชุมนุม โดยสารมากับรถบัสส่งที่โรงแรมรัตนโกสินทร์และเสาชิงช้า นำชาวบ้านจากวัดย่านมีนบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี&amp;nbsp; 3,000 คนเข้าร่วม และพบการทะเลาะกันของการ์ดและชายชุดดำ ดังนั้นขอให้รัฐบาลใช้มาตรการกฎหมายดำเนินการผู้ละเมิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวว่า ส่วนการจัดเวทีที่รัฐบาลมอบให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รับฟังความเห็นนักศึกษานั้น ขอให้จัดเวทีโดยมีตัวแทนอธิการบดีสถาบันการศึกษา ตัวแทนประธานนิสิตนักศึกษา 400 คน มาประชุมที่รัฐสภา จัดประชุมร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์, นายอนุทิน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายชวน, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และ กมธ.สภาและวุฒิสภา ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับกลุ่มเยาวชน โดยตั้งโจทย์เช่นจะแก้รัฐธรรมนูญมาตราใด การแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การคุกคามสิทธิเสรีภาพจะทำอย่างไร รวมถึงข้อเสนอยุบสภาจะเดินต่ออย่างไร
&amp;ldquo;ผู้ใหญ่ควรแลกเปลี่ยนสิ่งที่เป็นปัญหากับเด็ก ขณะนี้ครูผู้ปกครองปรับตัวไม่ทัน มองว่าการชูสามนิ้วระหว่างร้องเพลงชาติไม่เหมาะสม เพราะการเข้าแถวคือการสร้างวินัย ส่วนการผูกโบสีขาวนั้นทำได้ แต่การเคลื่อนไหวของเยาวชน มีความพยายามทำให้เหมือนกับการชุมนุมที่ฮ่องกง&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ขอให้กำลังนายกฯ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยรัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้อยู่เบื้องหลัง 10 ประเด็นจาบจ้วงสถาบันฯ และอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของเด็กนักเรียน
ปูดคุกคามอาจารย์
ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานติดตามการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน กล่าวว่า หลังคณะทำงานเปิดช่องทางการสื่อสารให้ผู้ถูกคุกคามและบุคคลทั่วไปสามารถร้องเรียนและแจ้งเบาะแสข้อมูลต่างๆ เข้ามา พบว่านอกเหนือจากเยาวชนจะถูกละเมิดสิทธิ์และถูกคุกคามแล้ว ยังมีรายงานเข้ามาว่าครูอาจารย์โดนคุกคามและกดดันมาจากผู้มีอำนาจด้วยเช่นกัน โดยมีรายงานระบุชัดเจนว่า มีข้าราชการระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ออกมากดดันและคาดโทษผู้บริหารสถานศึกษาและครูอาจารย์ ที่ปล่อยให้นักเรียนแสดงออกทางการเมือง ในขณะเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ เช่นตำรวจและทหาร ก็ออกมากดดันให้ครูอาจารย์ร่วมมือส่งชื่อรายชื่อเด็ก และผู้ปกครองที่เป็นแกนนำให้ฝ่ายความมั่นคงด้วยเช่นกัน
&amp;ldquo;ไม่สบายใจที่รัฐบาลทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงมาเอาใจใส่กับเรื่องนี้ให้มากขึ้น อย่างน้อยที่สุดควรให้นโยบายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งฝ่ายประจำและฝ่ายมั่นคง ให้เลิกแทรกแซงสถาบันการศึกษาต่างๆ ในทุกระดับ ให้เสรีภาพกับครูอาจารย์ในการดูแลปกป้องลูกศิษย์ หยุดกดดันและใช้ครูอาจารย์เป็นเครื่องมือในการละเมิดเสรีภาพและลิดรอนสิทธิ์ของเยาวชน&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะ กมธ.การปกครอง กล่าวว่า การชูนิ้ว 3 นิ้วในช่วงเคารพธงชาติ อยากฝากไปยังคณะครูอาจารย์เจ้าหน้าที่ ว่าขอเปิดให้นักเรียนได้แสดงออก เพราะไม่มีอะไรเกินเลย&amp;nbsp; นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้รับการประสานงานจากผู้ที่ได้รับหมายเรียก 15 คนให้ช่วยเหลือ ซึ่งย้ำว่าพร้อมดูแล และประกันตัวทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล หากญาติไม่ประกันตัวคณะก็พร้อมดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากครูอาจารย์ปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียน นักศึกษา พร้อมจะประสานเสนอให้ กมธ.การศึกษาฯ เชิญมาชี้แจงถึงมาตรการดูแลนักเรียน ส่วนการชุมนุมในต่างจังหวัดหากจะชุมนุม คณะทำงานของ ส.ส.เพื่อไทยพร้อมลงไปสังเกตการณ์ และขอปฏิเสธข้อสังเกตว่าการชุมนุมมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยพรรคไปในนามผู้สังเกตการณ์ และไปเพียง 6 คนเท่านั้น และเชื่อว่าคงไม่มีใครเกณฑ์คนไปชุมนุมได้&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
ซัด&amp;#39;ป้อม&amp;#39;ดื้อตาใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวโต้ พล.อ.ประวิตร กรณีมองการชู 3 นิ้วเป็นแค่ลูกเสือว่า พล.อ.ประวิตรยังคงเป็นผู้ไม่เคยรู้อะไรเลย ดื้อตาใส เพราะประเมินสถานการณ์ผิด วิเคราะห์ผิด แบบนี้มาโดยตลอด เลยไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ถึงวันนี้ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประวิตรเข้าใจในความหมายของการชู 3 นิ้วหรือไม่ รัฐบาลนี้กลัวการชู 3 นิ้ว กลัวโบขาว กลัวการชูกระดาษเปล่า เพราะต้องการรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุด แต่พลังของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขยายตัวมากขนาดนี้ ถ้าประเมินสถานการณ์ตรงไปตรงมา ถ้ารัฐบาลผ่านปีนี้ไปได้ ต้องถือว่าปาฏิหาริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรค พท. กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจอย่างมากที่การจัดกิจกรรมของเด็กถูกกดดันห้ามปรามจากครูบาอาจารย์ บางโรงเรียนถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปคุกคาม เพราะการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ของเด็กๆ คือการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตยของประเทศนี้ ซึ่งเด็กๆ เห็นว่ามันมีปัญหา ดังนั้นเมื่อผู้ใหญ่ไปคุกคามและลิดรอนสิทธิ์ จึงกลายเป็นการตอกย้ำความเชื่อให้กับเด็กๆ ว่าประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการ เหตุการณ์ในลักษณะนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การโจมตีว่ามีพรรคการเมืองหนุนหลังม็อบอยู่นั้น แสดงให้เห็นว่าการข่าวกรองของประเทศต้องมีปัญหา เพราะพื้นที่ของพรรคการเมืองทุกพรรคอยู่ในสภาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาเคลื่อนไหวเรียกร้องนอกสภา การที่พรรคการเมืองส่งผู้แทนราษฎรไปสังเกตการณ์นั้น เพราะว่าที่ผ่านมารัฐใช้อำนาจไปข่มขู่ คุกคาม และจับกุม สร้างความหวาดกลัวในหมู่ผู้ชุมนุม เราจึงต้องไปปกป้องประชาชนของเรา วันนี้นายกฯ คุมทั้งฝ่ายความมั่นคง คุมทั้งตำรวจ จึงขอได้โปรดยุติการคุกคามประชาชนทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) กล่าวว่า ในฐานะผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมกลุ่มประชาชนปลดแอกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บอกได้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังม็อบคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะหากท่านไม่บริหารประเทศลงเหวได้ขนาดนี้ไม่มีใครออกมาเรียกร้องหรอก ต้นกำเนิดของการชุมนุมทั้งหมดคือตัวนายกฯ เอง ไม่ต้องหาว่าพรรคไหนอยู่เบื้องหลัง พวกท่านผลักประชาชนออกมาเพราะเขาทนไม่ไหวแล้ว ยอมรับความจริง เปิดหูเปิดตา เลิกโทษประชาชนเสียที
เตือนไฟลามทุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk โดยระบุถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ลุกลามดังไฟลามทุ่ง ว่าธรรมชาติของไฟที่ดับยากที่สุดคือไฟไหม้ใต้ดิน และเหตุการณ์การเมืองขณะนี้เป็นเหมือนไฟใต้ดินปะทุขึ้น ซึ่งลุกโหมจากพื้นที่มหาวิทยาลัยขยายไปถึงโรงเรียนต่างๆ แล้วลามออกไปกว้างขวางจนยากดับได้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะการชู 3 นิ้ว ซึ่งหากมองว่าการชูสามนิ้ว ผูกโบขาวเป็นศัตรู จะยิ่งทำให้ไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความตื่นตัวทางการเมืองลงไปถึงเยาวชนแล้ว ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากบิดพลิ้ว ยื้อถ่วงเวลา จะนำไปสู่เหตุการณ์อื่นๆ ได้ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เป็นเหมือนไฟลามทุ่ง ส่วนที่นักเรียนลุกขึ้นมาชูสามนิ้ว ผูกโบขาว ควรปล่อยให้เป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่ควรมองในเชิงใช้อำนาจเข้าจัดการ เพราะจะเกิดการถลำลึก แล้วเกิดความสูญเสีย การแก้ปัญหาต้องมองคนหนุ่มสาวเป็นลูกหลาน มองเข้าไปถึงเบื้องลึกความต้องการ ไม่ใช่ยุยงให้เจ้าหน้าที่จัดการปัญหา&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวถึงการชู 3 นิ้วว่า ขณะที่ผู้ใช้อำนาจยังเหลิง ยังเมาในอำนาจไม่สร่างชัดเจน นักเรียนเหล่านี้ได้ลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ ยืนยันเสรีภาพ ตอกย้ำระบบอำนาจนิยมที่กดทับพวกเขามายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว กล่าวว่า มีครูอาจารย์ในโรงเรียนบางแห่งได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมกับเด็กๆ นักเรียนที่แสดงออก ทั้งวาจาและการกระทำ ซึ่งในฐานะคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นผลกระทบโดยตรงต่อเด็ก จึงขอแสดงจุดยืน ดังนี้ 1.ขอสนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนนักศึกษาทุกระดับชั้น 2.กระทรวงศึกษาธิการควรมีนโยบายเปิดพื้นที่แสดงออกของนักเรียน นักศึกษา ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยปราศจากการแทรกแซง หรือคุกคามของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด และ 3.กระทรวงศึกษาฯ และสถานศึกษาควรระลึกอยู่เสมอว่า ความตื่นตัวในทางการเมืองและสนใจปัญหาบ้านเมืองของนักเรียนนักศึกษาในยุคนี้ คือสิ่งที่มีค่า ควรสนับสนุนและรักษาไว้อย่างยิ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนเดช ใจสบาย ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ ได้ออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิเห็นว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนในรั้วสถาบันการศึกษานั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของนักเรียนที่สามารถจะกระทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมของ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะที่ปรึกษา กมธ. ร่วมซักถามและขอคำชี้แจงในส่วนของหน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ โดยมี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธนาธรได้พยายามซักถามในเรื่องผังล้มเจ้า โดยเฉพาะกรณีมีชื่อตนเองอยู่ในผัง ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญที่เคยเป็นอดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลง และต่อมากลับยอมรับว่ามโนไปเอง ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
พล.ท.สรรเสริญชี้แจงว่า เรื่องเกี่ยวกับผังล้มเจ้าที่ว่าได้ยอมรับต่อศาลว่าผังนี้ได้มโนไปเองนั้นไม่เป็นความจริง เพราะคนที่ฟ้องร้องต่อศาลได้ถอนฟ้องไป และก็ไม่ได้ยอมรับว่ามโนแบบนั้น ทำให้นายธนาธรได้นำคำของ พล.ท.สรรเสริญที่แถลงต่อศาล ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าวผู้จัดการเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2554 มาอ่าน พร้อมระบุว่าผังล้มเจ้าที่พูดมาตลอดมันไม่มี มีแค่การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ แล้วให้สังคมไปพิจารณาเอง แต่ทว่าเวลาที่ท่านพูดถึงเรื่องผังล้มเจ้า ณ วันนั้น พูดเสมือนหนึ่งว่าเกิดขึ้นจริง แต่เวลาแถลงกับศาลกลับอีกเรื่อง อย่างนี้สังคมพิจารณาเองได้ว่าท่านมีความตั้งใจอย่างไร ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญชี้แจงเพิ่มเติมว่า คำว่ามโนไปเอง เป็นคำที่สื่อเลือกข้างสุดโต่งนำไปใช้เท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74854</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชู 3 นิ้ว, ผูกโบขาว, พรรคการเมืองเทกโอเวอร์ม็อบประชาชน, ม็อบประชาชนปลดแอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bebd4005ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
