<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจก็พร้อม!&#039;รอง ผบช.น.&#039;ไม่ห่วงม็อบล้อมสภา เตรียม12กองร้อยรับมือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย 63- &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรประกาศรวมพลังปักหลักชุมนุมใหญ่ &amp;quot;ราษฎรล้อมสภา ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ&amp;quot;ในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้เวลา 17.00 เป็นต้นไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมกำลังไว้รักษาความสงบเรียบร้อยจำนวน 12 กองร้อย เช่นเดียวกันกับดูและรักษาความเรียบร้อยกลุ่มไทยภักดีที่ประกาศนัดหมายกันที่หน้ารัฐสภาเวลา 09.00น. วันที่ 17 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น. กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะรัฐสภาเป็นพื้นที่ไม่กว้างมากนัก สามารถรักษาเส้นทางเข้าออกได้ไม่ยากและทางรัฐสภาเองยังไม่ได้ประสานมาขอกำลังตำรวจมา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้มีการประเมินสถานการณ์ เตรียมกำลังให้พร้อมอยู่ตลอด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบปิดล้อมสภา, ม็อบราษฎร, รอง ผบช.น.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0e3b828512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดข่าววิสามัญ รุมด่าชุมนุม-ก.ก. วรงค์จับไต๋ม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ปล่อยข่าว ส.ส.รัฐบาลจับมือ ส.ว.ใช้เวทีสภาสมัยวิสามัญถล่มม็อบ 3 นิ้ว ลามถึง ส.ส.ก้าวไกล ตนเองและ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ว่าอยู่เบื้องหลังจาบจ้วง พูดเองราดน้ำมันเข้ากองไฟเอง อ้างดูไม่จืดแน่ ขณะที่ &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; จับไต๋! มีโอกาสสูง ม็อบปิดล้อมสภา แนะรัฐบาลไม่ต้องทำอะไร เพราะจะเข้าทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจคณะก้าวหน้า โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จัดรายการ &amp;quot;ก้าวหน้าทอล์ก&amp;quot; พูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยอ้างว่าได้ข่าวมาว่า ส.ส.ฝั่งรัฐบาลและ ส.ว. เตรียมใช้เวทีประชุมสภาวิสามัญวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้ ในการถล่มม็อบนักเรียนนิสิตนักศึกษา และเผลอๆ อาจลามมาถล่ม ส.ส.ก้าวไกล พรรคฝ่ายค้าน รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และตนเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเปิดสภาคุยกัน มีแต่เรื่องว่านักเรียนนักศึกษาไม่มีความคิด ถูกปลุกปั่น มีผู้อยู่เบื้องหลัง จาบจ้วง ฯลฯ ถ้าออกมาลูกนี้คงดูไม่จืดแน่ เพราะแทนที่จะเปิดสภาเพื่อหาทางออก จะเป็นการเปิดประชุมสภาที่เอาน้ำมันสาดเข้ากองไฟ ดังนั้นถ้า ส.ส.รัฐบาลหรือ ส.ว.คิดแบบนี้ โปรดอย่าทำ เพราะทำเมื่อไหร่เดือดแน่นอน จนคุณควบคุมไม่ได้ ตนหวังว่าการเปิดสภาจะเป็นการช่วยหาทางออก ไม่ใช่ถล่มขบวนการนิสิตนักศึกษา&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องยอมรับก่อนว่าตัวเองคือต้นตอปัญหาของประเทศทั้งหมด เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เลือกรับฟังแต่ว่าตัวเองเก่ง ดี มีประชาชนรัก และเชื่อตามนั้น ดังนั้นผลที่ตามมาคือความเชื่อผิดๆ ว่าตัวเองดีที่สุด จึงส่งผลให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลกลายเป็นปัญหาประเทศที่ประชาชนไม่ยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกปัญหาจบทันที แต่หากยังไม่ลาออก ปัญหายิ่งลุกลามทั้งประเทศอย่างแน่นอน&amp;quot; นายนิยมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เป็นการซื้อเวลาของรัฐบาล หวังใช้เวทีสภาเป็นเกราะกำบังตัวให้กับรัฐบาลเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง พล.อ.ประยุทธ์โยนให้คนอื่นร่วมรับผิดชอบ แต่ตัวเองลอยตัวเหนือปัญหาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี ชี้ว่าการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้ มีโอกาสสูง ที่ม็อบจะมาปิดล้อมสภา ถ้าเกิดขึ้นจริง รัฐบาลไม่ต้องทำอะไร ห้ามใช้ความรุนแรง แค่กันพื้นที่เท่านั้น ถ้าใช้ความรุนแรงจะเข้าทางฝ่ายม็อบ ส่วนตำรวจในเครื่องแบบ แค่อำนวยความสะดวก ไม่ควรมีมากเกินไป ถ้าม็อบใช้ความรุนแรงเขาจะแพ้ทันที ควรเตรียมคนนอกเครื่องแบบเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเด็นเรียกร้องอื่นๆ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องชี้แจง เพราะข้อเรียกร้องต่างๆ มีเหตุผลไม่เพียงพอ ขอให้ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมและ ส.ส.ยึดข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด จึงขอฝากความห่วงใยของกลุ่มไทยภักดีมายังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย&amp;rdquo; หัวหน้ากลุ่มไทยภักดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกภายใน 3 วัน ว่าออกทำไม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำอะไรผิด เชื่อว่าไม่ทำให้ปัญหาบานปลาย ตนเฉยๆ ก็ว่ากันไปตามเกม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีโกง มีหลักฐานชัดเจนก็ว่าไปอย่าง ไม่ต้องไปถึงม็อบ ผมก็พูดว่าให้ท่านออก แต่นี่ไม่มีปัญหาอะไรเลย พูดจริงๆ บ้านเมืองกำลังจะไปได้ดี แล้วถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมคิดว่ามันไม่แฟร์&amp;quot; นายกรุงศรีวิไลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ทางพรรคได้มีการพูดคุยในกรอบของญัตติที่รัฐบาลส่งมา โดยผู้อภิปรายก็คงต้องเอาญัตติดังกล่าวมาพิจารณา โดยอภิปรายให้อยู่ในกรอบของญัตติ โดยพรรคร่วมรัฐบาลได้เวลา 5 ชั่วโมง เมื่อแบ่งกรอบเวลา พรรค พปชร.ได้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ดังนั้นก็ต้องอภิปรายในกรอบของญัตติและข้อบังคับ ทั้งนี้ การพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภาครั้งนี้เป็นที่จับตามองของประชาชนทั้งประเทศ เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้นำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงของทุกฝ่ายเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความมุ่งมั่นและมีความจริงใจในการที่จะแก้ปัญหา เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ต่อประธานรัฐสภา ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ในอันที่จะขอความคิดเห็นของรัฐสภา เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันหาทางออกในทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่ารัฐสภานั้นประกอบไปด้วยตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต่างอาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการแก้ปัญหาของประเทศในทุกมิติ ในทุกบริบทของการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งหมดคือปัญหาของประเทศ ณ เวลานี้ ที่พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาควรที่ตระหนักที่จะร่วมกันมีเจตนาอันบริสุทธิ์ ในการที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผล ไม่ใช่เล่นการเมืองไปวันๆ โดยไม่นึกถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวงในอนาคตของประเทศและของลูกหลานไทย เราในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ผมและพรรคพลังประชารัฐขอเลือกจบที่สภา ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเน้นการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ และเสนอทางออกว่าหลังการอภิปรายเสร็จสิ้นแล้วควรจะทำอย่างไร อย่างน้อยที่สุดคืออยากเห็นการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ประกอบด้วย ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้งหมดนี้เพื่อต้องการให้มาช่วยกันทำหน้าที่กำหนดสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ว่าควรมีทางออกอย่างไรที่เป็นรูปธรรม ส่วนอะไรที่ยังเห็นต่างก็ขอให้แขวนไว้ก่อน อะไรที่เห็นตรงกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็จะรับไปปฏิบัติ เพื่อช่วยกันให้ทางออกของประเทศภายใต้ความเห็นร่วมกันของรัฐสภา สามารถเป็นความหวังให้กับประชาชนได้ และพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบรัฐสภาของประเทศอย่างเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และการเมืองในระบอบประชาธิปไตยยังเดินไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ใจผมอยากให้มีการพิจารณาญัตติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย แต่ก็ต้องดูว่าญัตติดังกล่าวสามารถนำเข้าบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้หรือไม่ แต่มีประเด็นเพิ่มเติมว่า ขนาดนี้มี 6 ญัตติ แต่ยังมีอีกหนึ่งญัตติคือญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบรายชื่อ เข้าใจว่าจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระได้ประมาณวันที่ 12 พ.ย. หรือช่วงกลางเดือน พ.ย.&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ตรวจสอบการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ พบว่าสามารถนำเข้าสู่วาระได้พร้อมกับญัตติของแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านและ ส.ส.พรรครัฐบาลเสนอก่อนหน้านี้ แม้รัฐสภาจะพิจารณาไปแล้ว แต่ยังไม่ลงมติ จึงถือว่านำไปพิจารณารวมกันได้ มีความเป็นไปได้ว่าภายในกลางเดือน พ.ย.รัฐสภาจะพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวหน้าทอล์ก, ม็อบ 3 นิ้ว, ม็อบปิดล้อมสภา, ส.ส.ก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวทีสภาสมัยวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f92ece7c337c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
