<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูใหญ่&#039;ปัดข้อหาฝ่าฝืนพรก.บอกแค่เดินผ่านราชประสงค์แล้วคนเชิญขึ้นเวที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 - ที่ สน.ลุมพินี นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ นายธานี สะสม และนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา พร้อม น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันชุมนุมโดยไม่แจ้งจัดการชุมนุมและไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวว่า ในวันนั้นเพียงเดินผ่านไปในที่ชุมนุมตรงแยกราชประสงค์เพื่อไปฟังการปราศรัย ก่อนจะมีคนเชิญให้ขึ้นปราศรัย แต่จำหัวข้อไม่ได้แล้วมาถูกหมายเรียกในคดีดังกล่าวโดยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งตอนนี้รวมแล้วมีหมายเรียกกับหมายจับในคดีการชุมนุมทางการเมืองรวม 5 หมาย วันนี้มีของ สน.ลุมพินี 1 หมาย และช่วงบ่ายจะไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดี ม.112 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ หลังจากที่เคยไปรายงานตัวในหมายเรียกคดี ม.116 ไปแล้วจากการชุมนุมที่สถานทูตเยอรมนี ทั้งนี้ตนยังมีกำลังใจดี และในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จะไปร่วมกิจกรรมที่ จ.มหาสารคาม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86374</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูใหญ่, นายอรรถพล บัวพัฒน์, ม็อบราชประสงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd04cbfe6ca3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบช.น.แจงกำลังจำกัดดูแลจุดปะทะเกียกกายได้ไม่ถึง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.63- ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงสรุปสถานการณ์ชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า สำหรับยอดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจเมื่อวานนี้ มีรถฉีดน้ำสกัดผู้ชุมนุม 4 คัน รถน้ำ 2 คัน รถควบคุมผู้ต้องหา 2 คัน รถบัส 3 คัน รถตู้ 13 คัน รถกะบะ 3 คัน &amp;nbsp;และ และรถอเนกประสงค์ 3 คัน ซึ่งวันนี้ทางกองพิสูจน์หลักฐานจะทำการตรวจพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะรถฉีดน้ำแรงดันสูง(จีโน่) ซึ่งมีราคาแพง เป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้ถูกทำลายด้วยการตัดแผงวงจรควบคุม มีการนำทราย เศษอาหาร เศษเหล็ก ไปใส่ไว้ในเครื่องยนต์กลไก ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเมื่อวานนี้ มีการควบคุมจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงตลอดห้วงเวลา ซึ่งทั้งหมดเป็นตามกฎหมายและตามหลักสากล โดยมาตรการที่ใช้ในการปฏิบัติเป็นมาตรการที่มีความจำเป็นเท่านั้น ยืนยันว่าตำรวจไม่มีการใช้กระสุนยาง กระสุนจริง ในปฏิบัติงานแต่อย่างใด ย้ำตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งของผู้ชุมนุมแต่ทุกอย่างเป็นไปตามหลักกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวเสริมว่า การทุบทำลายทรัพย์สินราชการที่มาจากภาษีพวกเราเอง ไม่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจบไป เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ที่สำคัญทำลายรถแต่ตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป เพราะมีหน้าที่รักษากฎหมายบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า จากการประสานกับศูนย์เอราวัณ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะทั้งหมด 55 คน นอกจากนี้ยังมีกรณีผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมถูกยิง จำนวน 2 ราย มาจากกลุ่มทั้ง 2 ฝ่ายทั้งกลุ่มราษฎรถูกยิงที่ต้นขาซ้าย และอีกกลุ่มที่ถูกยิงบริเวณสะโพกขวา ส่วนปลอกกระสุนปืนที่ถูกเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ &amp;nbsp;ยังไม่มีใครส่งมอบให้ตำรวจ ซึ่งหากประชาชนพบหลักฐานใดในพื้นที่ชุมนุมสามารถนำส่งให้เจ้าพนักงานท้องที่ได้ แต่อย่างไรก็ตามตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลางได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรณีมีผู้ไม่หวังดีการเผยแพร่ภาพ-คลิปเฟคนิวส์การเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมสวมใส่เสื้อสีเหลืองไปอยู่ที่ถนนทหาร โดยอ้างว่าตำรวจอำนวยความสะดวก พล.ต.ต.ปิยะ ระบุว่า กรณีนี้ตำรวจต้องการให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปอยู่ในพื้นที่ที่จัดพื้นไว้เท่านั้นส่วนกรณีที่พบมีภาพยาเสพติดอยู่ในรถตู้ตำรวจที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ นั้น กรณีนี้ได้นำตำรวจทั้ง 7 นาย ที่โดยสารรถคันนี้ไปตรวจทดสอบสารเสพติดแล้วซึ่งผลพบว่าทั้งหมดผลเป็นลบ ไม่พบสารเสพติด ซึ่งได้มีการตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบว่าสิ่งของสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัวสูญหายหมดเหลือเพียงยาเสพติดอยู่ตามภาพเท่านั้น ซึ่งเชื่อได้ว่าวัตถุยาเสพติดนั้นอาจถูกนำมาวางภายหลัง ซึ่งหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปว่าเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้นำยาเสพติดเข้าไปในการชุมนุมและการปฎิบัติหน้าที่แต่อย่างใด เบื้องต้นได้ให้ตำรวจทั้ง 7 นายแจ้งความร้องทุกข์กับสน.พื้นที่ ในข้อหาทำให้ทรัพย์สินส่วนราชการเสียหาย และ ทรัพย์สินส่วนตัวสูญหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีตำรวจฉีดน้ำสีม่วง และสีน้ำเงินใส่ผู้ชุมนุม มีส่วนประกอบแตกต่างกันอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เป็นการทำสัญลักษณ์ยืนยันตัวบุคคล ให้ทราบตัวผู้กระทำผิดเพื่อใช้ในการดำเนินคดีในแต่ละวัน ยืนยันว่าการใช้สารเคมีเป็นไปตามมาตรฐานสากล การผสมสารเคมีในน้ำที่ตำรวจใช้เป็นไปตามระบบและมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตจากต่างประเทศ ได้การรับรองจากอียูชัดเจน และสั่งการด้วยระบบคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีที่ตำรวจไม่เข้าควบคุมสถานการณ์มีมวลชน 2 กลุ่มมาปะทะกันบริเวณแยกเกียกกาย ตำรวจจะชี้แจงอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ ได้อธิบายเรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่มวลชนกลุ่มราษฎร ฝ่าแนวตำรวจ จนตำรวจต้องถอยร่นมาอยู่ด้านหน้ารัฐสภา ส่วนจุดที่มีการปะทะกัน อยู่ห่างจากจุดชุมนุมแยกเกียกกาย 300 เมตร ใกล้เคียงชุมชนวัดใหม่ทองเสน ทั้งนี้เรามีเจ้าหน้าที่จำนวนจำกัด และมีผู้ชุมนุมพยายามจะเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งตำรวจต้องควบคุมดูแลพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นหลักเนื่องจากเป็นจุดสำคัญของประเทศ เรามีความจำเป็นต้องใช้กำลังไปรักษาพื้นที่ในจุดนั้น อย่างไรก็ตามมันเป็นพื้นที่กว้าง เราไม่สามารถดูแลทุกๆ ตารางนิ้วได้ แต่เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84251</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สตช., ม็อบ17 พ.ย., ม็อบราชประสงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4c740ab29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.งัดมาตรการป้องกันสูงสุดรับมือม็อบแยกราชประสงค์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.63- ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุมวันนี้ที่แยกราชประสงค์ &amp;nbsp;โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า แนวทางการปฏิบัติในวันนี้ ตำรวจให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมที่ถูกกฎหมาย และทำหน้าที่ปกป้องความสงบเรียบร้อยของสังคม อะไรก็ตามที่ทำให้สังคมไม่สงบเรียบร้อย ตำรวจมีหน้าที่ระงับยังยั้งเหตุ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งนี้เตือนผู้ชุมนุมที่จะมาทำกิจกรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น หากรุกล้ำเข้ามาในสถานที่ราชการ หรือเข้ามาทำลายทรัพย์สิน ตำรวจจำเป็นต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อยับยั้งสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย มีความเสียหายเกิดขึ้น โดยวันนี้ รพ.ตำรวจ ได้เตรียมความพร้อมสูงสุดรองรับผู้ป่วย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า วันนี้ตำรวจได้เตรียมกำลังผลัดละ 6 กองร้อย โดยรอบพื้นที่แยกราชประสงค์ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยแยกราชประสงค์โดยรอบ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 .&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84249</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สตช., ม็อบราชประสงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4c7568bdf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีเรียมซิ่ง&#039;หนีม็อบราชประสงค์ ย้ายที่จัดฉายรอบปฐมทัศน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังกลุ่มคณะราษฏรและเครือข่ายได้นัดชุมชุมใหญ่ที่ราชประสงค์ ในวันนี้ เวลา 16.00 น . โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน หนึ่งในแกนนำได้แจ้งต่อมวลชนว่า ให้ผู้ที่จะเข้าร่วมพกกระป๋องสีมาคนละกระป๋อง จะเอาไปฉีดสีใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำให้งานต่างๆ ที่จะจัดขึ้นบริเวณใกล้ๆ แยกราชประสงค์ในวันนี้ต้องรีบจัดหาสถานที่ใหม่เพราะหวั่นจะเกิดความไม่สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนึ่งในการจัดงานที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ และต้องรีบย้ายสถานที่เป็นการด่วน นั่นคือการจัดฉายรอบปฐมทัศน์ ภาพยนตร์อีเรียมซิ่ง ของเอ็ม พิคเจอร์ส เวิร์คพ้อยท์ และรฤก โปรดั๊กชั่น &amp;nbsp;นำทีมโดย เบลล่า-ราณี แคมเปน พร้อมด้วย แพท-ณปภา ตันตระกูล , โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน &amp;nbsp;และ ผู้กำกับ พฤกษ์ เอมะรุจิ &amp;nbsp;จากกำหนดเดิมจัดงานที่ลานอินฟินิซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ในเวลา 17.00 น. ซึ่งค่อนข้างใกล้กับแยกราชประสงค์ จึงประกาศย้ายไปจัดงานที่ลานหินขัด เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน&amp;nbsp; ในเวลา 17.00 น. แทน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยงานนี้มีการให้เหตุผลว่า &amp;ldquo;เนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเมือง อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง จึงขออนุญาตแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานฉายรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์อีเรียมซิ่ง จากพารากอน ซีนีเพล็กซ์ เป็นเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ตามวันและเวลาดังเดิม ขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ ที่นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84223</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาพยนตร์, ม็อบราชประสงค์, รอบปฐมทัศน์, หนีม็อบ, อีเรียมซิ่ง, เบลล่า ราณี, แพท ณปภา, โอ๊ต ปราโมทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4a9de7a980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไผ่ ดาวดิน&#039; มาแล้ว การ์ดประกบรอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.63- เมื่อเวลา 16.47 นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน &amp;nbsp;เดินทางถึงสถานที่ชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ &amp;nbsp;ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของการ์ดอาสา &amp;nbsp;ขณะที่มวลชนต่างโห่ร้องต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในเวลา 16.58 น.​ผู้ชุมนุมขยายพื้นที่การชุมนุม​ โดยนำแผงเหล็กมาปิดถนนพระรามที่​ 1​ ถนนราชดำริ​ และถนนเพลินจิต​ ทำให้รถยนต์ไม่สามารถแล่นผ่านสี่แยกราชประสงค์ได้แล้ว​ นอกจากนี้​ กลุ่ม​ MOB DRAG QUEEN ซึ่งเป็นกลุ่ม​ LGBT ได้เดินทางมาร่วมชุมนุม ขณะที่ไผ่ ดาวดิน ประกาศว่าจะยุติการชุมนุมในเวลา​ 20.30​ น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81739</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบราชประสงค์, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f954cae42b2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอส แจ้งปิดให้บริการชั่วคราวสถานีราชดำริและชิดลม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ต.ค.63-นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่า ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยอ้างถึงคำสั่งดังต่อไปนี้ข้อ 1 ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมดังต่อไปนี้ถนนเพลินจิต &amp;nbsp;จากแยกราชประสงค์ถึงแยกชิดลมถนนราชดำริ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากแยกประตูน้ำ ถึงแยกราชดำริพนนพระรามที่ 1 จากแยกราชประสงค์ ถึงแยกเฉลิมเผ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ห้ามใช้ หรือเข้าไปในอาคารหรือสถานที่ดังต่อไปนี้ ระหว่างเวลา &amp;nbsp;15.00 ถึง 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น &amp;nbsp;
- สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชดำริ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม
- ทางเชื่อมระหว่างตึก หรือทางเดินระหว่างอาคารสูง (Skywalk) ตั้งแต่บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯ จึงขอแจ้งว่า ในวันที่ 16 ตุลาคม &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไปจนปิดให้บริการ จะปิดเป็นการชั่วคราวใน 2 สถานี ได้แก่ สถานีชิดลม และสถานีราชดำริ แต่ในสถานีอื่น ๆ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของ ผู้โดยสาร พนักงานและทรัพย์สินในการเดินรถ บริษัทฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอขอบคุณผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกท่าน ซึ่งบริษัทฯ ยังคงยืนยันในเป้าหมายที่จะให้บริการรถไฟฟ้าที่สะดวก รวดเร็ว และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80758</URL_LINK>
                <HASHTAG>บีทีเอส, ปิดให้บริการ, ม็อบราชประสงค์, สถานีชิดลม, สถานีราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22e204b51bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เรียกหน่วยมั่นคง​ประเมินม็อบราชประสงค์ก่อนครม.พิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ต.ค.63 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า​ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน​ (16​ ต.ค.)​ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ นัดพิเศษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ที่ตั้งวอร์รูมภายในมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถนนวิภาวดีรังสิต​ ได้เรียกฝ่ายความมั่นคง​ ได้แก่​ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ (ผบ.ตร.)​ ในฐานะหัวหน้ารับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ และหน่วยงานด้านความมั่นคงร่วมประเมินสถานการณ์การชุมนุมของคณะราษฎรที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อค่ำวันที่​ 15​ ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ วอร์รูมดังกล่าว​ พล.อ.ประวิตรได้กำหนดให้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันละ 3 เวลา เพื่อติดตามสถานการณ์ภายในมูลนิธิป่ารอยต่อฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80721</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประชุมครม.นัดพิเศษ, ม็อบราชประสงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bdab01102b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
