<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.น.ฮึ่ม!เร่งเอาผิดม็อบรีเดมบุกศาล เจอยิงพลุแนวราบเพิ่ม ตร.เจ็บ3นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)&amp;nbsp; พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มรีเดมบริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดา จนต้องมีการนำกำลังควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นที่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 พ.ค.ว่า กลุ่มรีเดมได้เริ่มการชุมนุมเวลา 17.00 น.บริเวณหน้าศาล โดยมีการกล่าวโจมตีผู้พิพากษาและกระบวนการยุติธรรม พร้อมกับขว้างปาสิ่งของทั้งไข่ พลุ ก้อนหิน หัวน็อต ตำรวจได้ประกาศการชุมนุมดังกล่าวผิดกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และข้อหาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 18.00 น.แกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังมีผู้ชุมนุมอยู่ด้านหน้า พร้อมกับปาสิ่งของเข้าภายในศาล เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดอันตราย เหตุการบานปลายเกิดความรุนแรง จึงจำเป็นต้องจัดกำลังผลักดันกลุ้มผู้ชุมนุมให้เดินทางกลับ แต่ปรากฎว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มใช้ความรุนแรง ยิงพลุ ประทัดยักษ์ ปาก้อนหิน ยิงหัวน็อตใส่เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องดำเนินการตรามกรอบที่กฎหมายกำหนด ใช้เครื่องมือตามมาตรฐานสากลควบคุมฝูงชน จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 4 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน แต่ละคนแจ้งข้อหาแตกต่างกันไป ทั้งผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวาย และข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ ถ้าพบหลักฐานถึงผู้ใดจะดำเนินการแจ้งข้อหาทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.น. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมหลายคนอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีในการร่วมชุมนุมหลายสถานที่ และกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทั้ง 4 รายบางคนอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ถ้าใครอยู่ระหว่างการประกันตัว พนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งให้ศาลพิจารณา และการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวานนี้ มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ถูกพลุยิงใส่และถูกก้อนหินตามร่างกาย และจากการตรวจสอบพบว่าอาวุธที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำมาใช้เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่เพิ่มเติมคือ พลุยิงแนวราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมจะเป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เผยว่า แน่นอนเจ้าหน้าที่ได้พยายามแจ้งไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมมาตลอดว่าพื้นที่กรุงเทพฯ มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามมีการชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด และทราบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิค ขอความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม แนวคิดที่ไม่ตรงกันสามารถพูดคุยกันได้ มีทางออกหลายวิธี แต่การแพร่ระบาดไวรัสโควิดเป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกคนต้องช่วยกัน ต้องรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ และทางนครบาลต้องจัดกำลังเพื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารสุขในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่เชื้อวันละ 1,000 นาย พร้อมกันนั้นตัดเจ้าหน้าที่เพิ่มศูนย์ 191 เพื่อประสานไปยังหน่วยงานสาธารณสุข โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้ง 403 สาย ส่งต่อไปยังสถานพยาบาลแล้ว 127 ราย อยู่ระหว่างรอ 105 ราย บางรายอยู่ระหว่างการติดต่อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.น., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, ม็อบรีเดม, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045afbd37dc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหิม!ปาไข่พระบรมฉายาลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ม็อบรีเดมอีกแล้ว! จัดคาราวานรถประท้วงหน้าศาลให้ประกันตัวแกนนำม็อบ 3 นิ้ว พ่วงยกเลิกมาตรา 112 แวะ สตช.กดแตรสนั่น เหิมหนัก! ขู่อาฆาตครอบครัวรองอธิบดีผู้พิพากษาฯ ซ้ำปาไข่-มะเขือเทศใส่พระบรมฉายาลักษณ์ แกนนำอ้างไม่ได้คุกคามใคร แต่มาเร็วไปเร็ว ชุมนุมแค่ 3 ชั่วโมงสลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเพจเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH โพสต์เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พ.ค. ในเวลา 22.42 น. ระบุว่า เมื่อความอดทนมาถึงขีดจำกัด&amp;nbsp; เมื่อการต่อสู้ด้วยการอ้อนวอนไม่อาจเปลี่ยนใจคนเลวได้ ปฐมบทแห่งการลุกขึ้นสู้ สู้กับวงศ์ตระกูลของสุนัขรับใช้ที่เสวยสุขบนความทุกข์ของราษฎรจึงเริ่มต้นขึ้น อาทิตย์ที่ 2 พ.ค.นี้ ขอเชิญชวนรถทุกประเภทร่วมคาราวานประกาศคุณงามความดีตระกูลเหมือนพะวงศ์ จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปศาลอาญารัชดาฯ เคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ชัยฯ เวลา 15.00 น. พบว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค. บรรยากาศภายในศาลอาญานั้น ศาลได้ปิดประตูทางเข้า-ออกทั้งหมด พร้อมกับเสริมลวดหนามหีบเพลงตามแนวรั้ว และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) 1 กองร้อย รถฉีดน้ำแรงดันสูง 1 คัน พร้อมรถควบคุมผู้ต้องหาหลายคันจอดรอเพื่อป้องกันเหตุ โดยเหตุการณ์ทั่วไปยังคงปกติ ส่วนที่หน้าศาลอาญาเริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเดินทางมารอสมทบกลุ่มรีเดม (REDEM) ที่จัดคาราวานรถจักรยานยนต์จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมายังหน้าศาลอาญาแล้ว
ขณะที่ในเวลา 15.00 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท กลุ่มรีสตาร์ทเดโมเครซี หรือกลุ่มรีเดม (REDEM) ที่จัดกิจกรรมคาราวานรถยนต์จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า 3 แกนนำกลุ่มราษฎรที่ถูกดำเนินคดีในความผิดมาตรา 112 ทั้งหมด พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112
โดยก่อนเริ่มขบวน รถเครื่องเสียงและรถจักรยานยนต์จะมีผู้ชุมนุมถือธง REDEM ซ้อนท้าย และนำกระดาษมีข้อความ &amp;ldquo;ยกเลิกกรุงเทพมหานคร 112&amp;rdquo; มาปิดทับแผ่นป้ายทะเบียนจริงไว้
และในเวลา 16.00 น. น.ส.พัชณีย์ คำหนัก นักเคลื่อนไหวด้านแรงงานและสมาชิกกลุ่มสังคมนิยมแรงงาน ได้เดินทางมาปักหลักบริเวณหน้าประตู 8 ศาลอาญา ประกาศอดข้าวประท้วงหน้าศาลเรียกร้องสิทธิ์ประกันตัวนักโทษทางการเมือง และแสดงความไม่เห็นด้วยกับกระบวนการยุติธรรม โดยมีกลุ่มนักนักศึกษาแนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม รวมทั้งนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และแนวร่วมกลุ่มราษฎร หนึ่งในผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวโดยมีเงื่อนไขมาให้กำลังใจ
ต่อมาในเวลา 17.00 น. ขบวนรถกลุ่มรีเดมได้เดินทางมาถึงศาล ฝั่งตรงข้ามที่มุ่งหน้าแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว มวลชนได้เข้ารื้อแท่งปูนแบริเออร์กั้นที่กลับรถทันที ทำให้การจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกติดขัดทันที ทั้งนี้ ก่อนที่จะมุ่งหน้ามาที่ศาลอาญา ขบวนรถกลุ่มรีเดมได้ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 และให้ตำรวจเลิกรับใช้เผด็จการ โดยมีการบีบแตรส่งเสียงดังตลอดทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.40 น. กลุ่มรีเดมได้นำรูปนายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มาปิดที่ป้ายสำนักงานศาลยุติธรรม ขณะเดียวกันรถเครื่องเสียงได้เปิดเทปบันทึกเสียงโจมตีการทำงานของนายชนาธิป ว่าเป็นผู้พิพากษาฆาตกร พร้อมเปิดประวัติและโจมตีครอบครัวทั้งภรรยาและลูก รวมถึงธุรกิจของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการสาดสีและพ่นสีแดงที่ป้ายศาลอาญา รวมทั้งรูปของนายชนาธิปด้วย
โดยสถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อแกนนำได้เตรียมมะเขือเทศและไข่แจกให้มวลชนปาใส่ป้ายสำนักงานศาลยุติธรรม ขณะที่บางคนปาใส่พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 พร้อมปาไข่ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่รถประชาสัมพันธ์ของตำรวจได้ประกาศให้หยุดการกระทำ หากไม่หยุดจะใช้มาตรการควบคุมสถานการณ์ ตามยุทธวิธี
นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือเจมส์ สมาชิกกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เป็นการนัดหมายของกลุ่มรีเดม ซึ่งม็อบไม่มีแกนนำแต่ต้น โดยพวกตนมาคอยอำนวยความสะดวก เพราะเราไม่ทราบว่าใครทำอะไร และจะยุติเมื่อไหร่ ซึ่งทุกคนที่มารวมตัวกันวันนี้ไม่ได้มาคุกคามครอบครัวใคร แต่เขาต้องการแสดงให้กระบวนการยุติธรรมได้คิดสักนิด ไม่ว่าจะเป็นลูกของใคร เขาโดนพรากด้วยความอยุติธรรม หากวันนี้ครอบครัวคุณโดนคุกคามจะเป็นอย่างไร
นายรัฐภูมิ เลิศไพจิตร โฆษกกลุ่มวีโว่ กล่าวว่า กิจกรรมที่ทำวันนี้ต้องการแสดงออกว่าสังคมไม่พอใจเหตุการณ์ไม่ให้สิทธิการประกันตัวผู้ถูกล่าวหาในคดีมาตรา 112 ซึ่งการประกันตัวไม่ควรมีเงื่อนไขอะไรด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 17.55 น. แกนนำกลุ่มรีเดมได้ประกาศยุติการชุมนุม แต่ปรากฏว่ามวลชนหัวรุนแรงยังอารมณ์ค้าง ได้พยายามก่อกวนปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่รักษาการอยู่ด้านใน และตะโกนด่ากระบวนการยุติธรรมไทย และมีการปาประทัดเข้าไปด้านในจนเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ซึ่งมวลชนด้วยกันพยายามหาตัวคนที่ปาประทัดเข้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.05 น. ตำรวจที่ตรึงกำลังอยู่ภายในบริเวณศาล ประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน รวมทั้งให้สื่อมวลชนเตรียมบัตรประชาชนไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และประกาศแจ้งเตือนเวลาที่เหลืออยู่เป็นระยะๆ พร้อมปิดการจราจรบริเวณหน้าศาลอาญา มุ่งหน้าแยกรัชโยธิน แต่ในเวลา 19.17 น. มีเสียงดังคล้ายประทัดดังขึ้นหลายสิบครั้ง จากนั้นเวลา 19.23 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้ากระชับพื้นที่บริเวณหน้าศาลอาญาและบริเวณสำนักงานอัยการสูงสุด รัชดาฯ ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนหลบเข้าไปอยู่ในซอยรัชดาฯ 32
ขณะเดียวกัน มีความคืบหน้ากรณีมวลชน นำโดย น.ส.เบนจา อะปัญ สมาชิกกลุ่มแนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม หนึ่งในแกนนำม็อบ 3 นิ้ว ก่อความวุ่นวายบริเวณหน้าศาลอาญาเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ภายหลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเพนกวิน, รุ้ง, นายอานนท์ นําภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์, นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน และนายปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือพอร์ท วงไฟเย็น โดยกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายนพคุณ ทองถิ่น เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ น.ส.เบนจาแล้ว ในความผิดตามมาตรา 112,&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมโรค, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.เครื่องเสียง โดยยื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน
&amp;ldquo;ผิดเงื่อนไขในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ เนื่องจาก น.ส.เบนจาเป็นผู้ต้องหาตามมาตรา 112 ที่ ศปปส.เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษและแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน&amp;nbsp; ซึ่งหลังจาก น.ส.เบนจามารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวันแล้ว ก็ได้รับการปล่อยตัวในชั้นสอบสวน&amp;rdquo; นายนพคุณกล่าว และว่า ศปปส.ยังได้ทราบข่าวว่ามีสมาชิกพรรคก้าวไกล ซึ่งนำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค พร้อม ส.ส.พรรคก้าวไกล อาทิ นายรังสิมันต์ โรม, น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ที่หน้าศาลอาญาในครั้งนี้ จะเข้าข่ายร่วมยุยงส่งเสริมให้รวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 หรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขู่อาฆาตครอบครัวรองอธิบดีผู้พิพากษา, ประกันตัวแกนนำ, มาตรา 112, ม็อบรีเดม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608ebd0d279c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกม็อบออนไลน์ 24เม.ย.‘ตู่’ไล่‘ตู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กากี่นั้ง! &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; เปิดตัวคู่จิ้น &amp;quot;ธีระชัย-ไพศาล&amp;quot; ร่วมไล่ประยุทธ์ ปลุกม็อบออนไลน์ 24-25 เมษา. อัยการฟ้องแล้ว &amp;ldquo;โตโต้-กลุ่มวีโว่&amp;rdquo; 45 ราย คดีอั้งยี่ซ่องโจร วันม็อบรีเดมนัดชุมนุมหน้าศาล &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot; ใส่ไฟเด็กรุ่นเพนกวินเติบโตยุคยึดอำนาจ 2 ครั้ง ยึดสนามบิน ยึดทำเนียบฯ แต่ลืมบอกเผาบ้านเผาเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 22 เมษายน 2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ส่งฟ้องนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มวีโว่ (Wevo) กับพวก Wevo รวม 45 คน เป็นจำเลยต่อศาล ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ซ่องโจร, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหาอื่นๆ จากเหตุการณ์ที่ตำรวจจับกุมกลุ่ม Wevo เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2564 ที่ห้างเมเจอร์ฯ สาขารัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเหตุการณ์วันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนพฤติการณ์การกระทำความผิดของกลุ่ม Wevo โดยมีนายปิยรัฐ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มวีโว่ ตามรายงานสืบสวนของตำรวจสันติบาล ได้ข่าวในเชิงลึกว่า ในวันที่ 6 มี.ค. จะมีการนัดหมายรวมกลุ่มกันบริเวณลานจอดรถอาคารจอดรถห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธิน เพื่อวางแผนที่จะนำอาวุธ เช่น หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก ระเบิดควัน และวัตถุอื่นที่ใช้เป็นอาวุธได้มาใช้ในการก่อเหตุสร้างความวุ่นวายและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งในการชุมนุมที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้มีกลุ่มบุคคลเข้าแทรกซึมรวมอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จำเลยเดินทางมารายงานตัวต่ออัยการในการส่งฟ้องต่อศาล ส่วนนายปิยรัฐ จำเลยที่ 1 ตัวถูกคุมขังที่ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัวคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตาม ป.อาญา ม.112 ขณะที่การยื่นฟ้องคดี ศาลรับฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.920/2564 นัดสอบคำให้การจำเลยต่อไปในวันที่ 26 เม.ย.2564 เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการยื่นฟ้องคดี พวกจำเลยกลุ่มวีโว่ 30 คน ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว ศาลอาญาอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 11, 18-20, 22-40, 42-45 ด้วยหลักทรัพย์คนละ 45,000 บาท และอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 17, 21, 41 ด้วยหลักทรัพย์คนละ 90,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่เหลือจำนวน 15 คน คือ จำเลยที่ 1-10, 12-16 ได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังไปแล้ว ซึ่งจะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายในช่วงวันที่ 26 เม.ย.นี้ ศาลจึงมีคำสั่งให้มารายงานตัวในวันที่ 26 เม.ย.นี้ เวลา 08.30 น. เพื่อรับทราบการส่งตัวฟ้องของอัยการพร้อมกับพวกในวันนี้ และศาลอาญากำหนดนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งหมด ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ เวลา 08.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ ใน 3 คดี ประกอบด้วย คดีการชุมนุมที่สวนเรืองแสง และชุมนุมต่อเนื่องที่หน้า สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564, คดีการชุมนุมที่ สภ.ย่อย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2564 และคดีปลดธงชาติไทยและชักธงปฏิรูปกษัตริย์ที่ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2564 โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้นำแกนนำคณะราษฎรขอนแก่นเดินทางมารายงานตัว 12 คน จากทั้งหมด 16 คน เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 เม.ย.2564 ที่สำนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น พนักงานอัยการได้กำหนดให้ผู้ต้องหามารับฟังคำสั่ง หลังมีคำสั่งฟ้องนายวชิรวิทย์ ศรีเมืองเทศ, นายชัยธวัช รามมะเริง นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายเชษฐา กลิ่นดี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จากกิจกรรมการชักธงปฏิรูปกษัตริย์ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนคดีการชุมนุมที่ สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น และหน้า สภ.เมืองขอนแก่น พนักงานอัยการได้สั่งให้มีการสอบปากคำเพิ่มเติมและส่งคืนสำนวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ถึงรูปแบบการปราศรัยออนไลน์ เวทีไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ในหัวข้อ &amp;quot;24 เมษา ยก 2 ประยุทธ์ออกไป&amp;quot; ว่า การจัดรูปแบบชุมนุมผ่านโซเชียลมีเดีย ในนัยหนึ่งเกี่ยวกับมาตรการโควิด-19 มีการระบาดไปทั่วประเทศ จะต้องมีการวิพากษ์ถึงความล้มเหลว ชี้ให้เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปแม้แต่เพียงวันเดียว วันที่ 24 เมษายน เริ่มปราศรัย 13.00 น.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ไฮไลต์อยู่ที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในแง่มุมต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจของประเทศ การเงินการคลัง หรือกรณีเรื่องทุนผูกขาด จึงอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับรู้อย่างเท่าเทียมกันว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ไหน อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับฟังว่า อย่างน้อยที่สุดในฐานะที่เราเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันนั้น เราควรมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เป็นความจริงของประเทศไทย หรือแม้กระทั่งพลเอกประยุทธ์ก็ควรจะรับฟัง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครเข้ามามีอำนาจ หูก็จะเริ่มหาย คือเป็นเหมือนกับโดราเอมอน แต่ว่าเป็นมนุษย์ที่ไร้หู ซึ่งหมายความว่าใครพูดอะไร เสียงจะไม่เข้าหู แต่จะเข้าจมูกเป็นหลัก ก็จะมีการอาละวาดไปตอบโต้ไม่รับฟัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า กิจกรรมในวันที่ 25 เมษายนนี้ ไฮไลต์จะอยู่ที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนที่ติดตามในเรื่อง สถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งถึงปัจจุบัน รัฐบาลรับมือบกพร่องผิดพลาดกันอย่างไร ในสถานการณ์การที่บริหารประเทศจนกระทั่งไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้ หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมพลเอกประยุทธ์จึงไม่ทำเรื่องขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานคำปรึกษา หรือฟังข้อเสนอแนะจากในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งปกติแล้วในสถานการณ์ที่บ้านเมืองวิกฤติ คนที่เป็นผู้นำประเทศต้องทำเรื่องขอเข้าเฝ้าฯ เพื่อขอพระราชทานคำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาวิกฤตินี้ ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมพลเอกประยุทธ์ไม่กระทำ&amp;nbsp; เพราะสถานการณ์ที่มันเลยเถิดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ มีหลากหลายเรื่องราวที่เดินเข้ามาสู่จุดนี้ และนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่กระทำการในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ไม่เคยเจอรุ้งหรือน้องๆ คนอื่นที่ประกาศอดอาหารนอกจากเพนกวิน แต่เมื่อพวกเขาออกมาต่อสู้และเลือกแนวทางซึ่งมีผลโดยตรงต่อสภาพร่างกายเช่นนี้ ความห่วงใยจึงมีต่อทุกคน ยิ่งเห็นภาพการต่อสู้ของแม่กลุ่มหนึ่งดิ้นรนสุดกำลังช่วยลูก ทั้งที่ไม่มีใครเคยเป็นนักเคลื่อนไหวใดๆ มาก่อน ยิ่งสะทกสะท้อนใจ แม่เป็นทุกอย่างได้เพื่อลูก และถ้าแม่จะต้องเป็นนักสู้ นี่คือคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังอย่างยิ่งต่อความอยุติธรรมทั้งปวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราให้พวกเขาเติบโตมาใน 15 ปีที่ประเทศมีการยึดอำนาจ 2 ครั้ง ยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ใช้กำลังปราบปรามประชาชนจนมีคนตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ แล้วคดีไม่ถึงศาล มีรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับที่ร่างเพื่อสนองประโยชน์ทางการเมืองของผู้มีอำนาจ ผ่านการประชามติที่มีกฎอัยการศึก มีมาตรา 44 จับกุมและลิดรอนเสรีภาพประชาชน มีความยุติธรรมที่ถูกเรียกว่า 2 มาตรฐาน&amp;quot; เจ้าของวลีเผาเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลุกม็อบออนไลน์, ม็อบรีเดม, ม็อบออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อั้งยี่ซ่องโจร, ไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60817fe2d7c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังทางนี้ &#039;กสม.&#039; ร่อนแถลงการณ์ด่วน เรียกร้องทุกฝ่ายยึดหลัก 4 ประการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;quot;ขอให้ทุกฝ่ายเคารพหลักสิทธิมนุษยชนในการชุมนุม ให้ใช้อุปกรณ์อันตรายเท่าที่จำเป็น รวมถึงการประกันสิทธิเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ประชาชนกลุ่ม REDEM และเครือข่ายได้ชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองในหลายบริเวณรอบเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 20 -21 มีนาคม 2564 โดยมีรายงานสถานการณ์การกระทำผิดกฎหมาย ความรุนแรง และการปะทะกันระหว่างผู้เข้าร่วมชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนมีการใช้อาวุธสิ่งเทียมอาวุธและยุทธวิธีต่าง ๆ มีผู้ชุมนุมบางกลุ่มที่ก่อเหตุความไม่สงบ รวมถึงกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่าย และฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการและอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กระบอง น้ำผสมแก๊สน้ำตา กระสุนยาง มีการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งรวมทั้งเด็กและเยาวชน และมีผู้เข้าร่วมการชุมนุม ประชาชน ผู้สื่อข่าว ตลอดจนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามสถานการณ์โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และมีความห่วงกังวลต่อการชุมนุมที่มีแนวโน้มการใช้ความรุนแรงมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่พึงกระทำได้ในสังคมประชาธิปไตย โดยรัฐมีหน้าที่ต้องเคารพและคุ้มครองให้ประชาชนสามารถใช้เสรีภาพดังกล่าวได้อย่างเสรีภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ขณะที่ผู้ชุมนุมไม่ว่ากลุ่มใดจะต้องหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมาย หรือยั่วยุ หรือชักชวนผู้อื่นให้กระทำผิดกฎหมาย อันอาจเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายจำกัดการใช้เสรีภาพของผู้ชุมนุมโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในการควบคุมสถานการณ์การชุมนุมและมีการใช้อุปกรณ์ที่เป็นอันตราย มีผลกระทบต่อความปลอดภัยและชีวิตเช่น กระสุนยาง เจ้าหน้าที่รัฐต้องยึดแนวปฏิบัติขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่เป็นอันตรายที่ไม่ถึงแก่ชีวิตเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on the Use of Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) ที่กำหนดให้การใช้อาวุธหรืออุปกรณ์ประเภทดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและใช้เพื่อระงับอันตรายที่ชัดเจนต่อผู้อื่นหรือเจ้าหน้าที่เท่านั้น รัฐจึงควรทบทวนการใช้กระสุนยางเท่าที่จำเป็นอย่างยิ่งและไม่สามารถใช้วิธีการอื่นได้ โดยต้องใช้กับกรณีเฉพาะ ห้ามใช้มุ่งเป้าหมายโดยไม่เลือก (indiscriminate) เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ รัฐควรเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กรณีการจับกุมเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้กระทำความผิด รัฐควรคำนึงถึงสิทธิเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยให้เป็นไปตามหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมถึงกฎอันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติว่าด้วยการบริหารงานยุติธรรมเกี่ยวกับคดีเด็กและเยาวชน หรือ &amp;ldquo;กฎแห่งกรุงปักกิ่ง&amp;rdquo; และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก สวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ รวมถึงการแก้ไขเพื่อคืนผู้กระทำผิดสู่สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ในการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลอันมีเหตุจากสถานการณ์การชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวและมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนและความปรองดองภายในชาติ รัฐอาจพิจารณานำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (restorative justice) มาเป็นอีกทางออกหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ซึ่งมุ่งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายและสังคม และการกลับคืนสู่สังคม (reintegration) โดยเปิดให้มีการพูดคุยเจรจา สร้างความเข้าใจต่อกัน เพื่อหาทางแก้ไขความแตกต่างด้วย สันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกฝ่ายจะใช้ความอดทนอดกลั้นและดำเนินการใด ๆ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนสากลและขอบเขตของกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อให้สังคมก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางการเมืองไปได้พร้อมกันอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
23 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96973</URL_LINK>
                <HASHTAG>3นิ้ว, กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ม็อบรีเดม, สิทธิเสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059703f3f7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยื่นฝากขัง 16 ผู้ก่อเหตุป่วน &#039;ม็อบ20มีนา&#039; ค้านประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ยื่นคำร้องฝากขังกลุ่มผู้ต้องหา 16 คน ที่ร่วมกันชุมนุมกับกลุ่ม REDEM ที่ท้องสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2564 รวม 3 สำนวน คดีดำ ฝ.365 - 367/2564 โดยทำการฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภ.1) จ.ปทุมธานี ซึ่งใช้เป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์ผู้ต้องหาสรุปได้ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20-21 มี.ค. 2564 ต่อเนื่องกัน กลุ่มผู้ต้องหาโดยนายวัชรคุณ อุบออ กับพวกรวม 16 คน และบุคคลอื่นประมาณ 500 คนได้ร่วมกันชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์แม่พระธรณีบีบมวยผม ด้านข้างศาลฎีกา โดยใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้เลิกการชุมนุม กลับถูกกลุ่มผู้ชุมนุมโห่ร้อง ขับไล่ และเคลื่อนขบวนเข้ามาบริเวณ ถ.ราชดำเนินใน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำคัญแล้วฉีดสีสเปรย์ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ที่เจ้าหน้าที่ตั้งขวางทาง ใช้เชือกดึงเพื่อเปิดทาง ปาสิ่งของ ประทัดยักษ์ ใช้หนังสติ๊ก ยิงลูกเหล็ก ลูกแก้ว ใส่เจ้าหน้าตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ทำลายตู้ตำรวจจราจร รถตู้ตำรวจ และทรัพย์สินอื่นๆ เจ้าหน้าที่ คฝ.จึงใช้น้ำฉีดสกัด และติดตามจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกแล้วไม่ยอมเลิกฯ, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามหน้าที่ และร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายรแก่กายหรือจิตใจ โดยชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 11 ปาก รอผลการตรวจร่างกายเจ้าหน้าที่และพยานที่ได้รับบาดเจ็บ และรอผลการสอบประวัติอาชญากร ผู้ต้องหามาประกอบสำนวน จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.-2 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมร่วมกันชุมนุมจนก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหายลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 16 คน ประกอบด้วย นายวัชรคุณ อุบออ อายุ 39 ปี นายสมเกียติ รัตนาวิบูลย์ อายุ 41 ปี นายบุญล้อม จันทร์เพ็ง อายุ 45 ปี นางเกศศิรินทร์ วุฒิวงศ์ อายุ 55 ปี นายวิน หมื่นมณี อายุ 45 ปี นายถนอม ศิริสุภา อายุ52 ปี นายธีระพงษ์ เงินถม อายุ 41 ปี นายศรีรัตน์ วิจิตร์จั่น อายุ 39 ปี นายธนพัฒน์ กาเพ็ง อายุ 18 ปีเศษ นายสมบัติ วรครุฑ อายุ 47 ปี นายปกรณ์ สืบศรี อายุ 45 ปี นายจิตรกร บุญฤทธิ์ อายุ 23 ปี นายสิทธิพร อิ่มสมบูรณ์ อายุ 35 ปี นายหัสชัย สุวรรณราช อายุ 56 ปี และนายสายัญ บุตรดาขุย อายุ 40 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96881</URL_LINK>
                <HASHTAG>REDEM, กลุ่มRedem, ม็อบ20มีนา, ม็อบรีเดม, ศาลอาญา, สน.ชนะสงคราม, สนามหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_605851ce21e67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทม์ไลน์ดัดหลังม็อบ ตร.แจงยิบใครต้นตอก่อเหตุเชื่อมี‘ไอ้โม่ง’บงการชุมนุม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โฆษก บช.น.&amp;quot; ไล่ไทม์ไลน์แจงเหตุสลายม็อบกลุ่มรีเดม ยันทำตามหลักสากลทุกขั้นตอน ชี้ผู้ชุมนุมก่อความรุนแรงตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับ รวบตัวได้ 20 คนส่งคุมตัวที่ ตชด.ภาค 1 เผยสืบสวนเชิงลึกพบมีแกนนำไม่แสดงตัวแอบสั่งการ ลั่นมีหลักฐานเชื่อมถึงเอาผิดแน่ ขอนักสืบโซเชียลช่วยล่าตัวมือขว้างระเบิด &amp;quot;องค์กรวิชาชีพสื่อ&amp;quot; ขอทุกฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรง หลังนักข่าวโดนลูกหลงอื้อ &amp;quot;พท.&amp;quot; ดาหน้าซัด ตร.ทำเกินกว่าเหตุ &amp;quot;อาชีวะปกป้องสถาบัน&amp;quot; จัดกิจกรรมลงชื่อไล่ &amp;quot;อาจารย์ มธ.-มข.&amp;quot; หนุน นศ.ชุมนุมผิด กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 21 มี.ค.พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) และโฆษก บช.น. ร่วมกันแถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มรีเดมที่สนามหลวงวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า การชุมนุมในช่วงเวลานี้ยังเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้เครื่องกีดขวางในบางพื้นที่การชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบสถานที่สำคัญของทางราชการ โดยเรามีมาตรการระงับยับยั้งตามกฎหมาย และได้รับการยอมรับตามระดับสากล หลักการสำคัญไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ชุมนุม เราพยายามดูแลสถานการณ์ให้เกิดความสงบ และมีการแจ้งเตือนผู้ชุมนุมอยู่ตลอด สิ่งที่ทำไปเพื่อรักษากฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมกลุ่มรีเดมเมื่อวันที่ 20 มี.ค. เริ่มเวลา 17.00 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม 2 พื้นที่ 1.ที่สนามหลวงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ 2.หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าร้านแมคโดนัลด์, เวลา 17.22 น. กลุ่มผู้ชุมนุมหน้าร้านแมคโดนัลด์รวมตัวกันเพื่อเดินทางมาสมทบกับผู้ชุมนุมหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์,&amp;nbsp; เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้อ่านประกาศแจ้งเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามหลวงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายมิติ แต่ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมผลักดันเจ้าหน้าที่ออกนอกพื้นที่ โห่ไล่รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนต้องถอยร่นออกมาหาที่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรื้อสิ่งกีดขวางบริเวณท้องสนามหลวงแนวที่ 1, เวลา 18.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมอีกส่วนได้ใช้สิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อนเหล็ก ท่อนไม้ และหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกเหล็ก ตลอดจนระเบิดบางชนิดโยนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บางส่วนเป็นระเบิดมีลักษณะติดไฟได้ง่าย, เวลา 18.50 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปิดเป็นช่องพยายามบุกรุกเขตหวงห้าม โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนเป็นระยะ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทุบทำร้ายทรัพย์สินส่วนราชการ กล้องวงจรปิด ม้านั่ง แผงเหล็ก นำวัตถุดังกล่าวมาทำร้ายตำรวจ, เวลา 19.00 น.ตำรวจได้ประกาศเตือนอีกครั้ง แต่ผู้ชุมนุมยังพยายามบุกรุกต่อพื้นที่หวงห้าม ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องฉีดน้ำเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม, เวลา 19.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามบุกไปยังส่วนที่เจ้าหน้าที่รักษาการณ์อยู่ จึงได้เคลื่อนชุดควบคุมฝูงชนมาแก้ไขปัญหา จากนั้นพยายามผลักดันผู้ชุมนุมออกจากท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 20.50 น. เจ้าหน้าที่สามารถรักษาพื้นที่ท้องสนามหลวงไว้ได้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกระจายตัวไปอีก 2 พื้นที่หลัก 1.เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า 2.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัน และพื้นที่โดยรอบ จากนั้นเวลา 21.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มจุดเพลิงในพื้นที่ต่างๆ ทั้งถนนราชดำเนิน หน้ากองสลากเก่า สนามหลวง ด้านหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า และพื้นที่อื่นๆ มีการทุบทำลายรถเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคันบริเวณสะพานวันชาติ และวางเพลิงเผารถของราชการและทรัพย์สินของประชาชน กระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. ตำรวจจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ตามปกติ
มีผู้บงการแอบสั่งม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน 20 คน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันชุมนุมโดยผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, มั่วสุมลักษณะมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค สมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบวุ่นวายในบ้านเมือง โดยใช้อาวุธและกำลังประทุษร้าย เป็นความผิดตามมาตรา 215 วรรค 1และวรรค 2 นอกจากนี้ยังมีการกระทำความทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, สมคบกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปต่อสู้ขัดขวางการการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานและทำร้ายเจ้าพนักงานโดยใช้อาวุธ, ผู้กระทำผิดบางส่วนมีการกระทำความผิดตามมาตรา 112 กระทบจิตใจคนไทยอย่างจงใจ ในส่วนนี้ตำรวจจะต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด บางส่วนจับได้แล้ว บางส่วนรู้ตัวผู้กระทำความผิดเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการปฏิบัติครั้งนี้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.ตำรวจ 9 นาย และ รพ.วชิระอีก 2 นาย ส่วนใหญ่ถูกของแข็งกระแทกบริเวณศีรษะ ร่างกาย ที่น่าเป็นห่วง 1 นายกะโหลกศีรษะแตก อยู่ในห้องไอซียู รพ.ตำรวจ โดยในการชุมนุมความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก และเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเดิมๆ ตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับ รักษาความสงบและรักษาสมบัติของชาติ ถึงแม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าการชุมนุมไม่มีแกนนำ แต่จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ายังมีกลุ่มผู้แกนนำอยู่ตามปกติ แต่เพียงไม่ปรากฏตัวเท่านั้น ถ้ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยง เราต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ทั้งหมด 20 คน ถูกนำตัวไปควบคุมที่ ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ถูกลูกหลงจากกระสุนยาง โฆษก บช.น.กล่าวว่า เราได้มีการกำชับการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนให้เป็นไปตามระเบียบ มีการประกาศเตือนผู้ชุมนุม สื่อมวลชน แพทย์อาสาให้ออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนยังออกไม่ทันจึงถูกลูกหลง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รับทราบแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์เอราวัณ สรุปรายงานข้อมูลผู้บาดเจ็บในพื้นที่การชุมนุม รวม 32 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 12 นาย ประชาชน 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.ปิยะให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ขอประกาศถึงสื่อมวลชนและประชาชน และนักสืบสื่อโซเชียล ตามหาหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมเป็นชาย ซึ่งเป็นมือระเบิดที่ขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง ถ้ามีเบาะแสบุคคลนี้ ขอให้แจ้งให้ บช.น.ทราบ โดยระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ถ้าหลักฐานระบุว่าอยู่ในข่ายยุทธภัณฑ์ ผู้ต้องหาจะมีความผิดสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนออกแถลงการณ์เรื่อง การปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม จนทุกฝ่ายได้รับบาดเจ็บทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุม และสื่อมวลชนที่รายงานข่าว ตอนหนึ่งระบุว่า ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น และไม่เห็นด้วยกับการก่อความรุนแรงในทุกรูปแบบ รวมทั้งการปฏิบัติการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจควรดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน โดยก่อนการปฏิบัติการต่างๆ ต้องแจ้งให้ผู้ชุมนุม รวมทั้งสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ชุมนุม ก็ต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรายงานข่าวในสถานการณ์วิกฤติโดยเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียอันอาจเกิดแก่ร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ องค์กรสื่อมวลชนต้นสังกัดต้องร่วมประเมินสถานการณ์ เพื่อให้การสั่งการต่อผู้สื่อข่าวและช่างภาพในพื้นที่ได้รับความปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนและเน้นย้ำให้บุคลากรในสังกัดได้รับและใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวอยู่ตลอดเวลา
พท.ดาหน้าซัดตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรต์วอตช์ โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ระบุว่า ตำรวจคุมพื้นที่แน่นหนาขนาดนั้น แก๊งอาชีวะปกป้องสถาบันฯ เข้ามาดักทำร้ายผู้ชุมนุมได้ยังไง แถมยังลอยนวลไม่ถูกจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ทวิตเตอร์ว่า น่าอับอายสุดขีด ในขณะที่ทั้งโลกกำลังประณามทหารพม่าที่ฆ่าผู้ชุมนุมอย่างป่าเถื่อน แต่ทหารไทยกลับมีข่าวส่งอาหารให้ทหารพม่า อีกทั้งไทยยังมีการทำร้ายผู้ชุมนุมเหมือนกัน ทำแบบนี้ไทยไม่ต่างจากพม่า แล้วจะตอบประชาคมโลกอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและการปฏิบัติการควบคุมการชุมนุมเป็นไปตามลำดับขั้นตอนที่เป็นสากลหรือไม่ ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นเยาวชน รวมถึงสื่อมวลชนที่เข้าไปรายงานข่าวสถานการณ์การชุมนุม แต่กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับประชาชนโดยไม่เลือกเป้าหมายในการปฏิบัติการหรือไม่ ทั้งที่โดยสามัญสำนึกแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรคิดว่าประชาชนเป็นเป้าซ้อมการยิงกระสุนยาง การชุมนุมโดยสงบของเด็กและเยาวชนอนาคตของชาติไม่ควรถูกสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงเกินจากกรอบของกฎหมาย อย่าทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อนในสายตาชาวโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และผิดกฎหมาย พรรคเพื่อไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว นายกรัฐมนตรีและในฐานะประธาน ก.ตร. ผู้กำกับสั่งการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุการณ์ดังกล่าว พรรคเพื่อไทยได้หารือกับประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยเร็วที่สุด&amp;quot; โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิชัยโพสต์ด่ารัฐบาลกรณีการชุมนุมที่สนามหลวงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีใครต้องการทำร้ายคนไทยด้วยกันหรอก อย่าเข้าข้างม็อบจนเกินความพอดี และบ้านเมืองเราก็ไม่เกี่ยวกับประเทศพม่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอประณามม็อบรีเดม เพราะถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไม่เป็นไปตามกฎหมาย มีการทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งเป็นการมิบังควรอย่างยิ่ง และยังมีการใช้อาวุธต่างๆ เช่น ประทัด การใช้หัวนอตลูกแก้ว ก้อนหิน ขว้างปาสิ่งที่เป็นอันตรายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้มีตำรวจบาดเจ็บหลายนาย ทำให้ตำรวจต้องปฏิบัติตามยุทธวิธีต่างๆ ตามขั้นตอนเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้สงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ กล่าวเช่นกันว่า ขอถามพวกบ้าคลั่งกลุ่มนี้ว่าต้องการอะไร กระหายเงิน กระหายศพ หรือแค่ร่างกายอยากปะทะ หาคำตอบให้กับตัวเองก่อน ค่อยออกมาเรียกร้องบ้าๆ บอๆ จากสังคม
อาชีวะไล่พวกล้มเจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เวลา 14.15 น. กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน พร้อมภาคี อาทิ กลุ่มนักรบองค์ดำสองคาบสมุทร, กลุ่มนักรบศรีวิชัยสองคาบสมุทร, กลุ่มนักรบอิสระ, กลุ่มกุหลาบพิทักษ์ราชัน, กลุ่ม ศอปส., กลุ่ม ศปปส. ได้ร่วมทำกิจกรรมในการปกป้องสถาบัน เพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบันและไม่ให้ฝ่ายการเมืองพาดพิงเบื้องสูง โดยมีการเปิดเพลงหนักแผ่นดินประกอบกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเปิดให้ประชาชนลงชื่อไล่อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีพฤติกรรมสนับสนุนให้นักศึกษาออกไปชุมนุมผิดกฎหมาย เพื่อส่งให้มหาวิทยาลัยนั้นๆพิจารณาถึงคุณสมบัติในการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงชัย เนียมหอม หนึ่งในแกนนำกลุ่มอนุชนคนรักสถาบัน กล่าวว่า หลังจากที่เครือข่ายปกป้องสถาบันเคลื่อนไหวสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถาบันผ่านทางโซเชียลมีเดียมานานพอสมควร แต่ล่าสุดเยาวชนและผู้ชุมนุมมีการแสดงออกต่อสถาบันในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น จึงจำเป็นต้องออกมาทำกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญของสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 15.50 น. ได้มีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 25 ปี เดินชู 3 นิ้วบนสกายวอล์กพร้อมตะโกนด่าทอกลุ่มผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันที่ทำกิจกรรมอยู่ด้านล่าง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวันต้องเข้ามาคุมสถานการณ์พร้อมกับเชิญตัวออกจากพื้นที่ ก่อนที่กลุ่มการ์ดจะวิ่งกรูขึ้นมาดู โดยมีการตะโกนด่าก่อนที่จะมีหนึ่งในผู้ที่ไม่พอใจสาดกาแฟเย็นที่มีน้ำแข็งไปที่บริเวณใบหน้าของชายวัยรุ่นคนดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งนำตัวออกจากพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มรีเดมได้ประกาศเชิญชวนสมาชิกแนวร่วมทำกิจกรรมดาวกระจายชูสามนิ้วเคารพธงชาติพร้อมกันในเวลา 18.00 น. และอวยพรวันเกิดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ห้าแยกลาดพร้าว, สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางนา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งถึงเวลานัดหมายในเวลา 18.00 น. ที่สกายวอล์กสถานีบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีตัวแทนกลุ่มแนวร่วม REDEM จากกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มราษฎรนนทบุรี กลุ่มวีโว่ กลุ่มการ์ดปลดแอก กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมฯ จำนวนหนึ่ง ได้มาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบชูสามนิ้วเคารพธงชาติ และกล่าวประณามรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมของกลุ่ม REDEM ที่สนามหลวง และมีการจับกุมเด็กเยาวชนที่ออกมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมทางการเมือง เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 14 แกนนำ และสมาชิกแนวร่วมกลุ่มราษฎรที่โดนคดี ม.112 อย่างไม่มีเงื่อนไข เรียกร้องให้รัฐสภาผลักดันการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่เอารัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ คสช. และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันเป็นเวลา 30 นาที ก่อนยุติกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มแนวร่วมดังกล่าวได้ช่วยกันติดภาพวาด 14 แกนนำและสมาชิกแนวร่วมกลุ่มราษฎร ที่โดนคดี ม.112 บนเสาตอม่อบีทีเอส เรียกความสนใจจากประชาชนที่สัญจรผ่านไปผ่านมา อย่างไรก็ตาม หนึ่งในแนวร่วมกลุ่ม REDEM ที่เป็นเยาวชนคนหนึ่งได้กล่าวตัดพ้อสังคมไทยที่เงียบเฉยต่อความรุนแรงที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทำกับเด็กและเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณสกายวอล์ก สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางนา ไม่ปรากฏว่ามีกิจกรรมเคลื่อนไหวใดๆ ตามที่กลุ่ม REDEM นัดหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริเวณศาลกรมหลวงชุมพรฯ ถนนพระราม 5 ติดกับทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นสถานที่ปักหลักชุมนุมของหมู่บ้านทะลุฟ้า มีการจัดกิจกรรมตลาดราษฎรชนะมาร์เก็ต ขณะที่บนเวทีทะลุฟ้ามีการแสดงคอนเสิร์ตสลับการปราศรัยโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ กระทั่งเวลา 19.10 น. มีการจัดกิจกรรมอวยพรวันคล้ายวันเกิดให้ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีการประกาศให้มวลชนชูนิ้วกลางพร้อมกัน ซึ่งอ้างว่าหมายถึงเทียนวันเกิด ไม่ได้สื่อเจตนาหยาบคาย พร้อมกับหันหน้าไปทางทำเนียบฯ และร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ล้อเลียน รวมถึงตะโกนไล่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับ, ผู้ชุมนุมก่อความรุนแรง, ม็อบรีเดม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำไม่แสดงตัว, ไทม์ไลน์แจงเหตุสลายม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60575dc13be0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ3นิ้วคลั่งทำตำรวจเจ็บรักษาตัว11นายหนักสุดกะโหลกแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มรีเดมที่สนามหลวงวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เปิดเผยว่า การชุมนุมในห้วงเวลานี้ยังเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ การชุมนุมเราจำเป็นต้องใช้เครื่องกีดขวางในบางพื้นที่การชุมนุมเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบสถานที่สำคัญของทางราชการ ไม่อยากให้ผู้ชุมนุมกระทำความผิดและดำเนินการกฎหมายไปมากกว่านี้ ระงับยับยั้งไว้ระดับหนึ่งยังดีกว่าเกิดความเสียหายทั้งกับตัวผู้ชุมนุมและสถานที่ราชการสำคัญๆ &amp;nbsp;เรามีมาตรการระงับยับยั้งตามกฎหมายและได้รับการยอมรับตามระดับสากล หลักการสำคัญไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ชุมนุม เราพยายามดูแลสถานการณ์ให้เกิดความสงบ และมีการแจ้งเตือนผู้ชุมนุมอยู่ตลอด สิ่งที่ทำไปเพื่อรักษากฎหมายหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ รอง ผบช.น.เผยว่า เวลา 17.00 น.ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุม 2 พื้นที่ 1.ที่สนามหลวงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ 2.หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าร้านแมคโดนัล เวลา 17.22 น.กลุ่มผู้ชุมนุมหน้าร้านแมคโดนัลรวมตัวกันเพื่อเดินทางมาสมทบกับผู้ชุมนุมหน้าโรงแรมรัตน์โกสินทร์ เวลา17.30 น. พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้อ่านประกาศแจ้งเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามหลวงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายมิติ แต่ปรากฎว่ากลุ่มผู้ชุมนุมผลักดันเจ้าหน้าที่ออกนอกพื้นที่โห่ไล่รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนต้องถอยร่นออกมาหาที่ปลอดภัย เวลา 18.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมรื้อสิ่งกีดขวางบริเวณท้องสนามหลวงแนวที่1 เวลา 18.30 น.กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเคลื่อนย้ายตู้คอเทนเนอร์ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมอีกส่วนได้ใช้สิ่งของต่างๆไม่ว่าจะเป็นท่อนเหล็ก ท่อนไม้และหนังสติกลูกแก้ว ลูกเหล็ก ตลอดจนระเบิดบางชนิดโยนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บางส่วนเป็นระเบิดมีมีลักษณะติดไฟได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 18.50 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปิดเป็นช่องพยายามบุกรุกเขตหวงห้ามโดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนเป็นระยะ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทุบทำร้ายทรัพย์สินส่วนราชการ กล้องวงจรปิด ม้านั่ง แผงเหล็กนำวัตถุดังกล่าวทมาทำร้ายตำรวจ เวลา 19.00 น.ตำรวจได้ประกาศเตือนอีกครั้ง แต่ผู้ชุมนุมยังพยายามบุกรุกต่อพื้นที่หวงห้าม ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องฉีดน้ำเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม เวลา 19.20 น.กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามบุกไปยังส่วนที่เจ้าหน้าที่รักษาการณ์อยู่จึงได้เคลื่อนชุมดควบคุมฝูงชนมาแก้ไขปัญหา จากนั้นพยายามผลักดันผู้ชุมนุมออกจากท้องทนามหลวง กระทั่งเวลา 20.50 น.เจ้าหน้าที่สามารถรักษาพื้นที่ท้องมนามหลวงไว้ได้ แต่กลุ่มผู้นุมนุมกระจายตัวไปอีก 2 พื้นที่หลัก 1.เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า 2.อนุสาวร์ประชาธิปไตยแตกคอกวันและพื้นที่โดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.เผยอีกว่า จากนั้นเวลา 21.40 น.กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มจุดเพลิงในพื้นที่ต่างทั้งถนนราชดำเนิน หน้ากองฉลากเก่า สนามหลวง ด้านหลังโรงแรมรัตน์โกสินทร์ เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า และพื้นที่อื่นๆ มีการทุบทำลายรถเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคันบริเวณสะพานวันชาติ และวางเพลิงเผารถของราชการและทรัพย์สินของประชาชน กระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น.ตำรวจจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ตามปกติ โดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน 20 คน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันชุมนุมโดยผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, มั่วสุมลักษณะมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค สมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบวุ่นวายในบ้านเมือง โดยใช้อาวุธและกำลังประทุษร้ายเป็นความผิดตามมาตรา 215 วรรค1และวรรค2 ,นอกจากนี้ยังมีการกระทำความทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ,สมคบกันตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไปต่อสู้ขัดขวางการการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานและทำร้ายเจ้าพนักงานโดยใช้อาวุธ, ผู้กระทำผิดบางส่วนมีการกระทำความผิดตามมาตรา 112 กระทบจิตใจคนไทยอย่างจงใจ ในส่วนนี้ตำรวจจะต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด บางส่วนจับได้แล้ว บางส่วนรู้ตัวผู้กระทำความผิดเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ รักษาที่ รพ.ตำรวจ จำนวน 9 นายและ รพ.วชิระอีก 2 นาย ส่วนใหญ่ถูกของแข็งกระแทกบริเวณศีรษะ ร่างกาย ที่น่าเป็นห่วง 1 นายกระโหลกศีรษะแตก อยู่ในห้องไอซียู รพ.ตำรวจ &amp;nbsp;ในการชุมนุมความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก และเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเดิมๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับรักษาความสงบและรักษาสมบัติของชาติ ถึงแม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าการชุมนุมไม่มีแกนนำแต่จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ายังมีกลุ่มผู้แกนนำอยู่ตามปกติแต่เพียงไม่ปรากฎตัวเท่านั้น ถ้ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงเราต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ทั้งหมด 20 คน ถูกนำตัวไปควบคุมที่ ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวถึง ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ที่ถูกลูกหลงจากกระสุนยางว่า เราได้มีการกำชับการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนให้เป็นไปตามระเบียบ มีการประกาศเตือนผู้ชุมนุม สื่อมวลชน แพทย์อาสาให้ออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนยังออกไม่ทันจึงถูกลูกหลวง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.รับทราบแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจบาดเจ็บ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบรีเดม, สลายการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056df57d6774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
