<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับม็อบหนุนทรัมป์ฉกแล็ปท็อป ปธ.สภา เล็งขายให้ข่าวกรองรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐจับกุมสาววัย 22 ร่วมม็อบผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกก่อจลาจลที่รัฐสภา พยานแฉว่าเธอฉกแล็ปท็อปหรือฮาร์ดไดรฟ์ของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีแผนจะนำไปขายต่อหน่วยข่าวกรองรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม อ้างคำฟ้องคดีอาญาที่สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ยื่นต่อศาลแขวงสหรัฐในกรุงวอชิงตันเมื่อคืนวันอาทิตย์ เพื่อขอจับกุมไรลีย์ จูน วิลเลียมส์ จากรัฐเพนซิลเวเนีย โดยคำฟ้องกล่าวหาว่าหญิงวัย 22 ปีรายนี้เจตนาเข้าไปหรืออยู่ภายในอาคารหรือพื้นที่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย, ใช้กำลังบุกรุก และประพฤติผิดระเบียบแบบแผนในพื้นที่ของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเปิดเผยว่า จับกุมวิลเลียมส์ได้แล้วที่เพนซิลเวเนีย โดยซีบีเอสนิวส์อ้างแหล่งข่าวว่าวิลเลียมส์เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงสาวร่างผอมผมสีน้ำตาลใส่แว่นรายนี้เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทรัมป์มากกว่า 200 คน ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยอาศัยรูปภาพและวิดีโอที่ถ่ายเหตุการณ์จลาจลภายในรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคมไว้ได้ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอกล่าวว่า วิลเลียมส์ถูกพบเห็นว่าอยู่ใกล้กับห้องทำงานของเพโลซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานซึ่งเอกสารระบุชื่อว่า พ.1 และอ้างตนว่าเป็นอดีตคนรักของวิลเลียมส์ กล่าวหาว่าเธอมีแผนจะส่งแล็ปท็อปที่ขโมยจากห้องทำงานนี้ให้เพื่อนคนหนึ่งในรัสเซีย เพื่อขายให้แก่สำนักงานข่าวกรองต่างประเทศ เอสวีอาร์ ของรัสเซีย แต่การขายไม่สำเร็จตามแผนด้วยสาเหตุไม่แน่ชัด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยังอยู่กับวิลเลียมส์ หรือไม่เธอก็ทำลายมันทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ดรูว์ แฮมมิลล์ รองหัวหน้าคณะทำงานของเพโลซี ทวีตหลังเกิดเหตุจลาจล 2 วันว่า แล็ปท็อปเครื่องหนึ่งโดนขโมยไปจากห้องทำงานของเพโลซี แต่คอมพ์เครื่องนี้มีไว้ใช้เพื่อนำเสนอรายงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอหลายชิ้นเผยให้เห็นหญิงคนหนึ่งที่ถูกระบุว่าคือวิลเลียมส์ เป็นคนร้องตะโกนสั่งให้ผู้ร่วมก่อจลาจลคนอื่นๆ ขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของเพโลซี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายให้รัสเซีย, ขโมยแล็ปท็อป, ม็อบหนุนทรัมป์, แนนซี เพโลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006d4ea78e04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 23:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 23:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นสาวกทรัมป์แฝง เอฟบีไอเช็กประวัติทหารเนชันแนลการ์ดงานสาบานตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้บัญชาการสำนักงานเนชันแนลการ์ดยอมรับว่าหน่วยเอฟบีไอและหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐ ตรวจประวัติคัดกรองทหารเนชันแนลการ์ดทุกนาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน วันพุธนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 6 มกราคม มีภาพปรากฏในภายหลังว่าทหารที่ยังปฏิบัติงานหรืออดีตทหารของกองกำลังเนชันแนลการ์ดบางคนเข้าร่วมการโจมตีรัฐสภาครั้งนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า พลเอกแดเนียล โฮแคนสัน ผู้บัญชาการสำนักเนชันแนลการ์ด ตอบคำถามของซีบีเอสนิวส์เมื่อวันอาทิตย์เรื่องทหารที่มาถึงกรุงวอชิงตันนั้นถูกตรวจสอบประวัติหรือไม่ โดยเขายอมรับว่า ทหารทุกนายที่มาปฏิบัติหน้าที่ที่เมืองหลวงล้วนถูกคัดกรองตามการประสานงานจากหน่วยสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สภาพในกรุงวอชิงตันถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนา พื้นที่ใจกลางเมืองเกือบทั้งหมดถูกปิดกั้น มีทหารเนชันแนลการ์ด 25,000 นายถูกระดมกำลังมาที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือที่ประธานเสนาธิการทหารร่วมแจ้งต่อทหารสหรัฐทุกนายกล่าวว่า เหตุการณ์จลาจลวันที่ 6 มกราคมนั้นไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม และทหารต้องรวมค่านิยมและอุดมคติของประเทศชาติเข้าไว้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90264</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ, ม็อบหนุนทรัมป์, เนชันแนลการ์ด, เอฟบีไอ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffda59a2d5ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภาหมายฆ่าสมาชิกคองเกรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอกสารที่อัยการยื่นต่อศาลสหรัฐเผยว่า อัยการมีความเชื่อว่าผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บุกโจมตีรัฐสภาเมื่อวันพุธที่แล้ว มีแผนที่จะ &amp;quot;จับตัวและลอบสังหารเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;quot; ในเหตุการณ์จลาจลซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม อ้างบันทึกการควบคุมตัวที่อัยการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐในรัฐแอริโซนายื่นต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดี ที่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนของตำรวจสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เพื่อขอควบคุมตัวเจค็อบ แชนส์ลีย์ ชายชาวแอริโซนาวัย 33 ปี นักทฤษฎีสมคบคิดกลุ่มคิวอะนอนที่มีภาพถ่ายหราสวมหมวกเขาสัตว์ของหมอผี ยืนอยู่ที่โต๊ะของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ บนบัลลังก์ประธานวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานหนักแน่น รวมถึงคำพูดและการกระทำของแชนส์ลีย์ที่อาคารรัฐสภา สนับสนุนว่า เจตนาของพวกผู้ก่อจลาจลในอาคารรัฐสภาคือการจับตัวและลอบสังหารเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งในรัฐบาลสหรัฐอเมริกา&amp;quot; อัยการกล่าวถึงเหตุการณ์วันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า แชนส์ลีย์ทิ้งกระดาษโน้ตถึงเพนซ์ไว้บนบัลลังก์ประธานของสภาที่เพนซ์เพิ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น มีข้อความว่า &amp;quot;เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ความยุติธรรมกำลังมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายของรัฐที่ว่าความให้แชนส์ลีย์ยังไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับรายงานนี้ แชนส์ลีย์มีกำหนดขึ้นศาลในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า ชายผู้นี้เสพยาเป็นประจำและน่าจะมีปัญหาทางจิต เขามักคุยว่า เขาเชื่อว่าตนเองเป็นมนุษย์ต่างดาว เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มายังโลกมนุษย์เพื่อก้าวสู่ความจริงอีกขั้น อัยการขอศาลอนุมัติการควบคุมเขาไว้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่เขาจะหลบหนีและเป็นอันตรายต่อชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์จลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคม เกิดขึ้นภายหลังผู้สนับสนุนหลายพันคนฟังคำปราศรัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยุให้พวกเขาเคลื่อนขบวนจากด้านนอกทำเนียบขาวไปที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการประชุมร่วมสองสภาเพื่อลงมติรับรองว่าโจ ไบเดน คือผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างซ้ำๆ โดยไม่มีหลักฐานว่าเขาโดนโกงคะแนน และกล่าวชื่นชมการแสดงพลังของผู้สนับสนุนเขาในตอนแรก ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจมาประณามความรุนแรงในเวลาต่อมา เหตุการณ์วันนั้นซึ่งผู้สนับสนุนทรัมป์บุกทำลายข้าวของ ปล้นสะดมและโจมตีตำรวจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐดำเนินคดีอาญาแล้วมากกว่า 80 คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ผู้ที่โดนตั้งข้อหาจำนวนมากถูกเอฟบีไอติดตามตัวได้อย่างง่ายดายจากวิดีโอและภาพถ่ายทางโซเชียลมีเดีย โดยขณะนี้เอฟบีไอมีผู้ต้องสงสัยแล้วมากกว่า 200 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีของแชนส์ลีย์เป็นข้อกล่าวหาหนักขึ้น ที่อัยการและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเริ่มดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจลาจลที่มีพฤติการณ์รุนแรง โดยในวันพฤหัสบดีอัยการยังดำเนินคดีกับโรเบิร์ต แซนฟอร์ด นักดับเพลิงเกษียณ ที่ถูกกล่าวหาว่าเขวี้ยงถังดับเพลิงใส่ศีรษะของตำรวจนายหนึ่ง และปีเตอร์ สเตเกอร์ ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เสาธงชาติทุบตีตำรวจอีกนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอื่นที่โดนตั้งข้อหาฐานมีส่วนร่วมในเหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ด้วยยังรวมถึงชายคนหนึ่งที่ถือธงสมาพันธรัฐเดินอยู่ในอาคารรัฐสภา, ชายที่สวมเสื้อกีฬาแขนยาวมีข้อความว่า &amp;quot;ค่ายเอาช์วิตซ์&amp;quot; และนักกีฬาว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนส์ลีย์ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของคิวอะนอน ทฤษฎีสมคบคิดของกลุ่มขวาจัดที่ถูกระบุว่าเป็นตัวกระพือพฤติกรรมของผู้สนับสนุนทรัมป์ส่วนหนึ่งที่บุกรัฐสภาในวันนั้น ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียหลายรายเริ่มจัดการกับผู้ติดตามทฤษฎีเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าทรัมป์กำลังทำสงครามลับกับลัทธิเสรีนิยมของพวกใคร่เด็กที่บูชาซาตาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ส.ส.เดโมแครตและรีพับลิกันเพิ่งลงมติถอดถอนทรัมป์ฐาน &amp;quot;ยุยงปลุกปั่นการก่อการกบฏ&amp;quot; ด้วยการปลุกเร้ากลุ่มผู้สนับสนุนเขาให้เคลื่อนขบวนบุกคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟบีไอเพิ่งมีคำเตือนในสัปดาห์นี้ถึงแผนการประท้วงติดอาวุธในกรุงวอชิงตันและในเมืองหลวงของ 50 มลรัฐ ก่อนหน้าพิธีสาบานตนของไบเดนวันพุธที่ 20 มกราคม เมื่อเช้าวันศุกร์ ใจกลางกรุงวอชิงตันถูกล็อกดาวน์แล้ว โดยทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดมากกว่า 20,000 นายถูกระดมมาดูแลความสงบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89956</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกรัฐสภา, ม็อบหนุนทรัมป์, รัฐสภาสหรัฐ, สมาชิกสภาคองเกรส, แผนลอบฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff669e525606.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอฟบีไอเตือนม็อบหนุนทรัมป์มีแผนจับอาวุธประท้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสหรัฐเผย เอฟบีไอมีคำเตือนภายในว่ากลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มขวาจัดกำลังวางแผนจัดการชุมนุมประท้วงแบบติดอาวุธ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และในเมืองหลวงของ 50 มลรัฐ ในสัปดาห์หน้าจนถึงวันงานพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของโจ ไบเดน วันที่ 20 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองกำลังเนชันแนลการ์ดรักษาการณ์ที่อาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) ออกคำเตือนว่ามีโพสต์ของกลุ่มหนุนทรัมป์และกลุ่มขวาจัดเผยแพร่ทางออนไลน์เรียกร้องให้ออกมาประท้วงกันในหลายวัน รวมถึงการจับอาวุธชุมนุมในหลายเมืองทั่วประเทศในวันที่ 17 มกราคม และการเดินขบวนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ในวันพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอบีซีนิวส์และสื่อสหรัฐอีกหลายแห่งรายงานเมื่อวันจันทร์ อ้างถึงหนังสือเตือนภายในของเอฟบีไอว่า มีกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้บุกศาลของรัฐ, ศาลท้องถิ่น และศาลรัฐบาลกลางทั่วประเทศ หากทรัมป์โดนปลดจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และในวันพิธีสาบานตนถ้าทรัมป์อยู่จนครบวาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันอังคารกล่าวด้วยว่า กองกำลังเนชันแนลได้รับอนุญาตให้ส่งกำลังพล 15,000 นายมาที่เมืองหลวง และสำนักงานอุทยานแห่งชาติของสหรัฐประกาศระงับการท่องเที่ยวที่อนุสรณ์สถานวอชิงตันจนถึงวันที่ 24 มกราคม เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยจากภัยคุกคามที่จะขัดขวางพิธีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกแดเนียล โฮแคนซัน ผู้บัญชาการกองกำลังเนชันแนลการ์ด กล่าวกับนักข่าวว่า เขาคาดว่าทหารประมาณ 10,000 นายจะมาถึงกรุงวอชิงตันภายในวันเสาร์นี้ เพื่อช่วยด้านการรักษาความปลอดภัย, การส่งกำลังบำรุง และการสื่อสาร โดยจำนวนทหารอาจเพิ่มเป็น 15,000 นายถ้าทางการท้องถิ่นร้องขอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงติดอาวุธ, ม็อบหนุนทรัมป์, อาคารรัฐสภา, เนชันแนลการ์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffda59a2d5ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเย้ย &#039;ภาพอันสวยงาม&#039;ม็อบมะกันบุกยึดรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลเมืองเน็ตของจีนสบช่อง เยาะเย้ยเหตุการณ์ม็อบหนุนโดนัลด์ ทรัมป์ บุกยึดรัฐสภาเปรียบเทียบกับม็อบฮ่องกงว่าแสดงถึงความสองมาตรฐานของโลกตะวันตก สื่อทางการจีนยกย่อง &amp;quot;ภาพอันสวยงาม&amp;quot; ล้อเลียนคำกล่าวของประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เคยชมเชยม็อบประชาธิปไตยฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;credit : globaltimes.cn&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ โกลบอลไทมส์ ของทางการจีน ทวีตภาพเปรียบเทียบเหตุการณ์จลาจลในกรุงวอชิงตันเมื่อวันพุธ ที่ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกอาคารรัฐสภา ปะทะกับเจ้าหน้าที่และทำลายข้าวของภายใน กับการชุมนุมประท้วงในฮ่องกง ที่ผู้ประท้วงบุกยึดห้องประชุมสภานิติบัญญัติเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความในทวิตเตอร์ของโกลบอลไทมส์กล่าวว่า แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เคยเรียกการจลาจลในฮ่องกงว่าเป็น &amp;quot;ภาพสวยงามที่ได้เห็น&amp;quot; แต่ยังไม่เห็นว่าเธอจะพูดแบบเดียวกันเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแคปิตอลฮิลล์ (อาคารรัฐสภาสหรัฐ) ในตอนนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สันนิบาตเยาวชนคอมมิวนิสต์ของจีนก็กล่าวถึงเหตุการณ์วุ่นวายในสหรัฐผ่านแพลตฟอร์มเว่ยป๋อของจีนว่าเป็น &amp;quot;ภาพที่สวยงาม&amp;quot; เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกออนไลน์ แฮชแท็ก &amp;quot;ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภาสหรัฐ&amp;quot; มียอดวิวถึง 230 ล้านวิวในวันพฤหัสบดี โดยผู้ใช้งานออนไลน์เปรียบเทียบท่าทีที่ทั่วโลกสนับสนุนผู้ประท้วงของฮ่องกงกับการประณามม็อบหนุนทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ ผู้นำประเทศยุโรปทั้งหมดล้วนแสดงความสองมาตรฐานและประณาม (การก่อจลาจลในวอชิงตัน)&amp;quot; คอมเมนต์หนึ่งในเว่ยป๋อที่มียอดไลค์มากกว่า 5,000 ไลค์ &amp;quot;ฉันไม่รู้ว่าสื่อฮ่องกงหรือไต้หวันจะรายงานสองมาตรฐานแบบไหนอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้งานอีกรายกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสภานิติบัญญัติฮ่องกงเมื่อปีที่แล้วกำลังเกิดซ้ำในรัฐสภาสหรัฐ คอมเมนต์นี้มียอดไลค์กว่า 4,500 ไลค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แม้ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงและอเมริกันจะบุกเข้าไปในห้องประชุมสภาเหมือนกัน แต่เหตุผลและแรงจูงใจนั้นแตกต่างกัน ชาวฮ่องกงบุกรัฐสภาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบและหยุดร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่ผู้นำฮ่องกงซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งพยายามผลักดัน ส่วนของสหรัฐนั้น ผู้สนับสนุนทรัมป์พยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ได้รับการประกาศว่าเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;credit : globaltimes.cn&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;credit : globaltimes.cn&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;credit : globaltimes.cn&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89082</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ม็อบหนุนทรัมป์, ม็อบฮ่องกง, ยึดรัฐสภา, โกลบอลไทมส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff6b56802739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงในรัฐบาลสหรัฐหารือจี้รองประธานาธิบดีปลด&#039;ทรัมป์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสหรัฐเผยมีความเคลื่อนไหวของสมาชิกหลายคนในรัฐบาลสหรัฐที่หารือความเป็นไปได้ในการใช้อำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปลด &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากทรัมป์ปลุกม็อบก่อกบฏบุกอาคารรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเรียกเสียงประณามจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังมีชีวิตอยู่พร้อมกันทั้ง 3 คน ได้แก่ บิล คลินตัน พรรคเดโมแครต, จอร์จ ดับเบิลยู. บุช พรรครีพับลิกัน และบารัค โอบามา พรรคเดโมแครต จากการกล่าวปราศรัยปลุกเร้าผู้สนับสนุนเขาบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม เพื่อขัดขวางไม่ให้สภาประชุมลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่โจ ไบเดน ชนะคะแนนคณะผู้เลือกตั้งจากทั่วประเทศ 306 ต่อ 232 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์นับพันคนบุกเข้าไปภายในอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำให้การประชุมต้องระงับ แต่หลังเหตุการณ์สงบ ที่ประชุมทั้ง 2 สภาได้เรียกประชุมกันอีกครั้งช่วงดึกของวันพุธ และที่ประชุมลงมติเสียงข้างมากปฏิเสธการคัดค้านของสมาชิกรีพับลิกันบางรายที่ไม่รับรองคะแนนจากรัฐแอริโซนาที่ไบเดนชนะ ซึ่งเป็นความพยายามครั้งแรกจากสมาชิกที่ภักดีต่อทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สถานีข่าวของสหรัฐ 3 แห่งรายงานว่า กำลังมีการหารือกันในหมู่สมาชิกของคณะรัฐมนตรีทรัมป์ เกี่ยวกับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 25 ที่อนุญาตให้รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีปลดประธานาธิบดี หากเขาถูกตัดสินว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้กฎหมายนี้จำเป็นต้องให้รองประธานาธิบดีไมเคิล เพนซ์ เป็นผู้นำคณะรัฐมนตรีลงมติเพื่อถอดถอนทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นเอ็นอ้างคำกล่าวของแกนนำรีพับลิกันหลายคนว่า มีการหารือเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 25 โดยพวกเขากล่าวถึงทรัมป์ว่า &amp;quot;ไม่สามารถควบคุมได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์กาเร็ต เบรนแนน นักข่าวของซีบีเอส กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่เป็นทางการเสนอถึงเพนซ์ ส่วนแคเธอรีน โฟลเดอร์ส นักข่าวเอบีซี กล่าวว่า แหล่งข่าวหลายคนบอกกับเธอว่า การหารือดำเนินไปอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปลุกเร้าผู้สนับสนุนหรือการอ้างอย่างไม่มีหลักฐานของทรัมป์ว่าเขาแพ้การเลือกตั้งเพราะโดนโกง ไปจนถึงพฤติกรรมพิลึกพิลั่นอื่นๆ ของทรัมป์ ก่อคำถามถึงความสามารถในการบริหารประเทศของเขา แม้จะเหลือเวลาดำรงตำแหน่งไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนที่ไบเดนจะเข้าพิธีสาบานตน แต่การยุให้ม็อบบุกโจมตีรัฐสภา ที่หลายฝ่ายระบุว่าเป็นความพยายามก่อรัฐประหารนั้น ทำให้สมาชิกคองเกรสพรรคเดโมแครตหลายคนเรียกร้องให้ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดโมแครตในคณะกรรมาธิการการตุลาการสภาผู้แทนราษฎรส่งจดหมายถึงเพนซ์ เรียกร้องให้เขาดำเนินการปลดทรัมป์ โดยระบุว่าทรัมป์ปลุกระดมการก่อการกบฏและพยายามบ่อนทำลายประชาธิปไตยของสหรัฐ จากคำปราศรัยเรื่อยเปื่อยของทรัมป์เมื่อวันพุธ เปิดเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง หรือไม่ยังไม่สามารถประมวลและยอมรับผลการเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่วอชิงตันโพสต์ สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐก็เรียกร้องให้ปลดทรัมป์จากตำแหน่งเช่นกัน โดยระบุว่า ความรับผิดชอบโดยตรงต่อการปลุกระดมให้เกิดความไม่สงบครั้งนี้ตกอยู่กับประธานาธิบดี ผู้ที่แสดงให้เห็นว่า การอยู่ในตำแหน่งต่อไปของทรัมป์เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ เขาควรถูกปลด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 14 วัน ทุกวินาทีที่เขามีอำนาจมหาศาลในฐานะประธานาธิบดีเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงแห่งชาติ&amp;quot; วอชิงตันโพสต์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดทรัมป์, ปลุกม็อบบุกรัฐสภา, ม็อบหนุนทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff6a55242058.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบหนุนทรัมป์ปะทะม็อบผิวสีในพอร์ตแลนด์ โดนยิงดับ1ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุปะทะกันระหว่างขบวนแห่สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับผู้ชุมนุม &amp;quot;แบล็กไลฟ์แมตเทอร์&amp;quot; ในเมืองพอร์ตแลนด์เมื่อวันเสาร์ มีชายคนหนึ่งโดนยิงเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจพอร์ตแลนด์ควบคุมตัวชายคนหนึ่งที่อยู่กับชายที่โดนยิงเสียชีวิต ไม่กี่นาทีหลังเกิดเหตุเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมืองพอร์ตแลนด์ในรัฐออริกอนของสหรัฐ เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางของผู้ชุมนุม &amp;quot;แบล็กไลฟ์แมทเทอร์&amp;quot; หลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่ตำรวจทำทารุณจนเสียชีวิตที่รัฐมินนิโซตาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม จนเกิดเป็นกระแสการชุมนุมต่อต้านการเหยียดผิวและการทำทารุณของตำรวจทั่วสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์โพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมว่ามีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นในเมือง โดยกองคาราวานรถแล่นผ่านย่านใจกลางเมืองพอร์ตแลนด์ และมีความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับกลุ่มต่อต้านการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและจับผู้ชุมนุมบางคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเว็บไซต์ &amp;quot;ออริกอนไลฟ์&amp;quot; รายงานว่าเกิดการปะทะและความตึงเครียดระหว่างผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม แม้ในตอนแรกตำรวจยังไม่ยืนยันว่าเกิดเหตุยิงกันในการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์แถลงในเวลาต่อมา เกิดเหตุยิงกันขึ้นที่ย่านใจกลางเมืองเมื่อเวลา 20.45 น.ตามเวลาท้องถิ่น และกำลังสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นเป็นคดีฆาตกรรม แถลงการณ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์หลายคนได้ยินเสียงปืนในพื้นที่ตัดกันระหว่างถนนเซาท์อีสต์เดอะเธิร์ดอเวนิวกับถนนเซาต์เวสต์อัลเดอร์สตรีท เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบชายคนหนึ่งโดนยิงโดยมีบาดแผลที่หน้าอก เจ้าหน้าที่แพทย์มารักษาเขาและยืนยันในเวลาต่อมาว่าเขาเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออริกอนไลฟ์รายงานว่า ชายคนนี้ใส่ชุดลายพรางแบบทหารและพบแผ่นป้ายที่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มที่สนับสนุนตำรวจตกอยู่ใกล้ๆ กับร่างของเขา ส่วนหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์รายงานว่าเขาสวมหมวกของกลุ่ม &amp;quot;แพทริออตแพร&amp;quot; ที่เป็นกลุ่มขวาจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีภาพของตำรวจพอร์ตแลนด์ที่พยายามทำให้ชายคนหนึ่งสงบลง โดยชายคนนี้มาร่วมชุมนุมกับชายที่โดนยิงเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ราว 1,000 คนจัดขบวนยานพาหนะราว 600 คันที่นอกเมืองพอร์ตแลนด์ก่อนเคลื่อนตัวเข้ามาย่านใจกลางเมือง กลุ่มต่อต้านพยายามปิดถนนเพื่อสกัดแต่โดนกองคาราวานกลุ่มนี้ฉีดสเปรย์พริกไทยเข้าใส่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบปะทะกัน, ม็อบหนุนทรัมป์, เมืองพอร์ตแลนด์, แบล็กไลฟ์แมตเทอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4bc103ca79f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
